- หน้าแรก
- บรรพชน เลิกซ่อนตัวได้แล้ว จักรวาลจะแตกอยู่แล้วเนี่ย
- ตอนที่ 471 ไปกินเลี้ยงงานศพที่ตระกูลฉี(ฟรี)
ตอนที่ 471 ไปกินเลี้ยงงานศพที่ตระกูลฉี(ฟรี)
ตอนที่ 471 ไปกินเลี้ยงงานศพที่ตระกูลฉี(ฟรี)
ตอนที่ 471 ไปกินเลี้ยงงานศพที่ตระกูลฉี
ฉีชิงผิงไม่อาจสงบสติอารมณ์ได้เลย ในวินาทีที่เจ้าตำหนักอู่เต๋อหันกลับมา เขาก็ตกใจจนแทบสิ้นสติ
ในใจมีเสียงกรีดร้องโหยหวนขึ้นมาทันที!
เขาไม่เคยคิดฝันเลยว่าจะมาเจอเจ้าตำหนักอู่เต๋อผู้ไร้คุณธรรมที่นี่
"เขาไม่ได้ออกจากนิกายชางไปแล้วหรือ ทำไมถึงมาโผล่ในอาณาเขตของนิกายเซียนตระกูลฉีได้ล่ะ?"
"ซวยจริงๆ ข้าไม่น่ามาที่นี่เลย!"
ภายนอกฉีชิงผิงดูสงบนิ่ง แต่ภายในใจกลับปั่นป่วนดั่งคลื่นพายุ เจ้าตำหนักอู่เต๋อผู้นี้ยังคงผลุบๆ โผล่ๆ ราวกับภูตผีเหมือนเมื่อก่อนไม่มีผิด
ที่สำคัญที่สุดคือ เขากับเจ้าตำหนักอู่เต๋อเคยมีความบาดหมางกันมาก่อน พอมาเจอกันแบบนี้ อีกฝ่ายต้องมาคิดบัญชีกับเขาแน่ๆ
"ผู้น้อยฉีชิงผิง คารวะราชาอู่!"
"ผู้น้อยไม่ทราบว่าราชาอู่จะเสด็จมาเยือนอาณาเขตของนิกายเซียนตระกูลฉี จึงไม่ได้ออกไปต้อนรับ ขอราชาอู่โปรดอภัยด้วย"
ฉีชิงผิงรีบโค้งคำนับอย่างนอบน้อม ไม่กล้ามีท่าทีแข็งกร้าวใดๆ ทั้งสิ้น
แผ่นหลังของเขาเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น
"อืม ไม่ต้องมากพิธี เจ้ามาที่นี่ทำไมหรือ?" เจ้าตำหนักอู่เต๋อยืนไพล่หลัง มองฉีชิงผิงแล้วเอ่ยถาม
แม้จะรู้ว่าเจ้าตำหนักอู่เต๋อแกล้งถาม แต่ฉีชิงผิงก็ไม่กล้าชักช้า รีบประสานมือตอบว่า "เทียนกังถูกสังหารที่นี่ ข้าจึงมาจับตัวคนร้ายขอรับ"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อพยักหน้า "จับคนร้ายได้แล้ว จะเอายังไงต่อล่ะ?"
ฉีชิงผิงเหงื่อตก ฟังจากคำพูดของเจ้าตำหนักอู่เต๋อ ดูเหมือนเขาตั้งใจจะปกป้องฮวาอวิ๋นเฟย
อ๊าก!!
เขากรีดร้องในใจ ร้องโอดครวญถึงความซวย คราวนี้ฉีเทียนกังคงต้องตายฟรีเสียแล้ว
มีราชาเซียนคอยหนุนหลัง ต่อให้เขามีความกล้าสักหมื่นเท่า ก็ไม่กล้าแตะต้องฮวาอวิ๋นเฟยหรอก
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เมื่อราชาเซียนผู้นี้คือราชาอู่ เขายิ่งไม่กล้าเข้าไปใหญ่
ในฐานะราชาโบราณที่กระตือรือร้นที่สุด ความน่าเกรงขามของราชาอู่ผู้ไร้คุณธรรมนั้นพุ่งทะลุปรอท
ถ้าเจ้าไปแหยมกับเขาตอนเช้า ไม่ต้องรอให้ถึงตอนบ่าย เขาก็จะไปถล่มบ้านเจ้าให้ราบเป็นหน้ากลองแล้ว
ประสิทธิภาพในการทำงานของเขามันสูงปรี๊ดขนาดนั้นเลยล่ะ!!
"ถ้าสหายตัวน้อยท่านนี้เป็นคนของราชาอู่ ถ้างั้นก็ถือเสียว่าผู้น้อยไม่เคยมาที่นี่ก็แล้วกันขอรับ" ฉีชิงผิงพูดอย่างรู้สถานการณ์
ความแค้นนี้ นิกายเซียนตระกูลฉีทำได้เพียงกลืนมันลงไปเท่านั้น
แม้เขาจะรู้สึกอัดอั้นตันใจมาก แต่ในแดนเซียน เรื่องแบบนี้ไม่ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดขึ้น เมื่อไปล่วงเกินตัวตนระดับราชาอู่ เจ้าก็ทำได้เพียงกลืนเลือดและฟันที่หักลงท้องไปเท่านั้น
ไม่ยอมรับก็ต้องยอมรับ!
"เขาไม่ใช่คนของข้าหรอก" จู่ๆ เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็พูดขึ้น
"ไม่ใช่คนของท่านหรือ?" ฉีชิงผิงมองฮวาอวิ๋นเฟยด้วยความสงสัย
"ข้าต่างหากที่เป็นคนของเขา" เจ้าตำหนักอู่เต๋อพูดขึ้นอีกประโยค
เมื่อได้ยินเช่นนั้น ฉีชิงผิงก็กลอกตาขึ้นบน รู้สึกพูดไม่ออก
เขาเข้าใจแล้ว ราชาอู่กำลังปั่นหัวเขาเล่น ที่เขาเคยไปล่วงเกินอีกฝ่ายเมื่อครั้งอดีต อีกฝ่ายยังคงจดจำฝังใจอยู่
ทางด้านเจียงรั่วเหยาและเซี่ยอวิ้นสบตากัน ดวงตาสวยแฝงรอยยิ้ม การที่เจ้าตำหนักอู่เต๋อมาทวงอิฐคุณธรรมคืน สงสัยคงจะโดนอัดจนยอมศิโรราบแล้วแน่ๆ
"สองคนนี้คงไม่ได้มีความสัมพันธ์อะไรพิเศษกันหรอกนะ? อย่างเช่น..."
ส่วนกลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทรากลับมีความคิดที่แปลกประหลาดกว่านั้น พวกเขาโยงไปถึงรสนิยมทางเพศเฉพาะตัวเลยทีเดียว
ที่ฮวาอวิ๋นเฟยไม่ยอมหาคู่บำเพ็ญเพียรเสียที สงสัยจะชอบเก็บสบู่ล่ะมั้ง?
"ข้าเป็นคนของเขาจริงๆ เจ้าไม่เชื่อหรือ?"
เมื่อเห็นฉีชิงผิงทำหน้าไม่เชื่อ เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็ขมวดคิ้ว จ้องมองเขาด้วยสายตาเย็นชา
"เอ่อ... ข้าเชื่อขอรับ ข้าเชื่อ ราชาอู่ตรัสคำไหนคำนั้น ผู้น้อยย่อมเชื่ออย่างแน่นอน" ฉีชิงผิงรีบพูด เหงื่อแตกพลั่ก แผ่นหลังเปียกชุ่มไปหมด
"ฮึ่ม ท่าทางของเจ้าเมื่อกี้ทำให้ข้าหงุดหงิดมากนะ บังอาจมาสงสัยคำพูดของราชาเชียวหรือ"
"ตอนนี้เปิ่นหวังอารมณ์ไม่ดีเอามากๆ เลยล่ะ!"
"เจ้าว่าเรื่องนี้ควรจะแก้ปัญหายังไงดี?"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อยืนอยู่บนอิฐคุณธรรม จ้องมองฉีชิงผิงด้วยสายตาเย็นชา
"เรื่อง... เรื่องนี้..."
ฉีชิงผิงถูกเจ้าตำหนักอู่เต๋อจ้องจนขนลุกซู่ พูดตะกุกตะกัก ไม่รู้จะพูดอะไรดี
"ฮึ่ม ถ้านับรวมกับเมื่อล้านปีก่อน นี่เป็นครั้งที่สองแล้วนะที่เจ้ามาล่วงเกินเปิ่นหวัง?"
"เจ้าลองบอกมาสิ ว่าด้วยนิสัยของเปิ่นหวัง ควรจะตบเจ้าให้ตายในฝ่ามือเดียวดีไหม?"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา
"ขอราชาอู่โปรดอภัยด้วย ผู้น้อยไม่ได้มีเจตนาจะล่วงเกินท่านจริงๆ ขอรับ"
ฉีชิงผิงที่ภายนอกดูเป็นชายชราผู้มีลักษณะดุจเซียนผู้วิเศษ ตอนนี้กลับทำหน้ามุ่ย แทบจะร้องไห้ออกมาเพราะความกลัว
"ฮึ่ม เปิ่นหวังก็ไม่ใช่คนไร้เหตุผล เห็นแก่ที่เจ้ามีชีวิตมาเนิ่นนานขนาดนี้ เปิ่นหวังจะให้โอกาสเจ้าได้แก้ตัวก็แล้วกัน" เจ้าตำหนักอู่เต๋อกล่าว
"ขอราชาอู่โปรดชี้แนะด้วยขอรับ!" ฉีชิงผิงดีใจอย่างเห็นได้ชัด รีบเอ่ยถามทันที
"ฉีเทียนกังคนของเจ้าตายแล้วไม่ใช่หรือ ตามธรรมเนียมแล้ว พอมีคนตายในบ้าน ควรจะต้องทำยังไงล่ะ?" เจ้าตำหนักอู่เต๋อพูดเป็นนัยๆ
"เอ่อ... กินเลี้ยงงานศพ??" ฉีชิงผิงชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะตอบกลับอย่างไม่ค่อยแน่ใจ
ตามธรรมเนียมของโลกมนุษย์ปุถุชน เมื่อมีคนตายในบ้าน ก็ต้องจัดงานศพ หรือที่เรียกกันว่ากินเลี้ยงงานศพนั่นเอง
"ถูกต้อง หัวไวดีนี่ ไม่เสียแรงที่อยู่มานาน"
"เปิ่นหวังก็บังเอิญอยู่ที่นี่พอดี แถมก็กำลังว่างๆ อยู่ด้วย..."
พูดถึงแค่นี้ เจ้าตำหนักอู่เต๋อก็เงียบไป เอาแต่จ้องมองฉีชิงผิงนิ่งๆ
ฉีชิงผิงอึ้งไปเลย
จู่ๆ เขาก็เข้าใจแล้วว่าที่เจ้าตำหนักอู่เต๋อพูดอ้อมค้อมมาทั้งหมดนั้น ต้องการอะไร
เขาต้องการจะไปกินเลี้ยงงานศพของฉีเทียนกัง!
ฉีเทียนกังถูกพวกท่านฆ่าตาย พวกท่านไม่ให้ข้าแก้แค้นก็ว่าไปอย่าง แต่นี่พวกท่านยังจะไปกินเลี้ยงงานศพเขาอีก!!
มโนธรรมยังมีอยู่ไหม?
ฉีชิงผิงได้ตระหนักอีกครั้งว่าราชาอู่ผู้นี้มันช่างไร้คุณธรรมขนาดไหน
เรื่องพรรค์นี้ก็ยังอุตส่าห์คิดออกมาได้!
แต่เขาจะกล้าปฏิเสธหรือ?
เขาจะปฏิเสธได้ยังไง?
ทางด้านฮวาอวิ๋นเฟย เจียงรั่วเหยา และอีกสี่คนก็มีสีหน้าแปลกๆ เหมือนกัน การกระทำนี้ทำเอาพวกเขาก็ตกตะลึงไปเลย
สมกับเป็นคนไร้คุณธรรมจริงๆ
มีแต่ท่านเท่านั้นแหละที่คิดเรื่องแบบนี้ออก!
"เชี่ย พวกเราแค่ไร้คุณธรรมอยู่ในใจ แต่ท่านผู้นี้แสดงความไร้คุณธรรมออกมาทางสีหน้าเลย หน้าไม่อายจริงๆ!"
"แบบอย่างเลยนะเนี่ย!!"
กลุ่มสามคนจักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราถึงกับอึ้งไปเลย!
พวกเขาได้เจอผู้ชี้แนะแนวทางชีวิตแล้ว!
เจ้าตำหนักอู่เต๋อผู้นี้ คือแบบอย่างในอนาคตของพวกเขาอย่างแท้จริง!
【ติ๊ง! เปิดใช้งานสถานที่ลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนด —— นิกายเซียนตระกูลฉี】
【ขอให้โฮสต์เดินทางไปยังนิกายเซียนตระกูลฉีในเขตชางอวี้เพื่อลงชื่อเข้าใช้ หากลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ จะได้รับของวิเศษระดับเหนือธรรมดาสุ่ม 1 ชิ้น】
【หากโฮสต์ไม่ต้องการเดินทางไป สามารถยกเลิกการลงชื่อเข้าใช้ตามจุดกำหนดนี้ได้ทุกเมื่อ】
จู่ๆ ก็มีเสียงระบบแจ้งเตือนดังขึ้นในหัวของฮวาอวิ๋นเฟย
"ดูเหมือนงานศพของฉีเทียนกังนี่ จะไม่ไปไม่ได้แล้วสินะ" ฮวาอวิ๋นเฟยส่ายหน้ายิ้มๆ
ของรางวัลจากการลงชื่อเข้าใช้มาจ่อถึงปากแล้ว เขาย่อมไม่ปฏิเสธ แถมเจ้าตำหนักอู่เต๋อก็จะไปพอดี ถือว่าไปทางเดียวกัน
จะว่าไปก็ตลกดี ฉีเทียนกังก็ถูกเขาฆ่าแท้ๆ แต่เขากลับจะไปกินเลี้ยงงานศพของอีกฝ่าย ถ้าฉีเทียนกังรู้เข้า คงได้โมโหจนฟื้นคืนชีพขึ้นมาแน่ๆ
"ราชาอู่เป็นถึงราชาโบราณผู้ยิ่งใหญ่แห่งแดนเซียน หากท่านมาร่วมงานศพของเทียนกัง ข้าเชื่อว่าดวงวิญญาณของเทียนกังบนสวรรค์จะต้องรู้สึกเป็นเกียรติอย่างหาที่สุดไม่ได้แน่นอนขอรับ"
ฉีชิงผิงไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ จึงจำใจต้องประจบสอพลอ เชิญเจ้าตำหนักอู่เต๋อไปร่วมงานศพของฉีเทียนกัง
"ในเมื่อเจ้าอุตส่าห์เชิญอย่างกระตือรือร้นขนาดนี้ ถ้าเปิ่นหวังไม่ไป ก็คงจะเป็นการไม่ไว้หน้าเจ้า เอาล่ะ เปิ่นหวังจะไปที่นิกายเซียนตระกูลฉีกับเจ้าสักครั้งก็แล้วกัน" เจ้าตำหนักอู่เต๋อทำหน้าลำบากใจ กล่าวตอบ
"เฮ้อ การที่ท่านผู้นี้ไปที่นิกายเซียนตระกูลฉี ถ้าไม่ยอมเสียเลือดเนื้อครั้งใหญ่ คงเชิญตัวกลับไปไม่ได้แน่ๆ"
ฉีชิงผิงถอนหายใจในใจ เขารู้ดีว่าการที่ราชาอู่ไปกินเลี้ยงงานศพ ก็แค่ข้ออ้างเพื่อหาเรื่องสนุกเท่านั้น
เจตนาที่แท้จริง ต้องเป็นการไปรีดไถของจากนิกายเซียนตระกูลฉีแน่ๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ ไม่เพียงแต่เขาจะไม่กล้าไม่ให้ แต่เขาต้องให้ของดีๆ ด้วย!
ราชาโบราณผู้ไร้เทียมทาน ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของแดนเซียน เคยเห็นของล้ำค่ามานักต่อนัก ของธรรมดาทั่วไป ไม่มีทางเข้าตาเขาหรอก
ถ้าอยากจะเชิญพระพุทธรูปองค์ใหญ่องค์นี้ให้กลับไป นิกายเซียนตระกูลฉีก็ต้องยอมเสียเลือดเนื้อครั้งใหญ่!
"พวกเจ้าจะไปด้วยกันไหม?"
เจ้าตำหนักอู่เต๋อหันไปมองฮวาอวิ๋นเฟย เจียงรั่วเหยา และคนอื่นๆ
"แน่นอนสิขอรับ เรื่องกินเลี้ยงงานศพเนี่ย พวกเราก็เชี่ยวชาญเหมือนกันนะ" จักรพรรดิศักดิ์สิทธิ์สุริยันจันทราฉีกยิ้มกว้าง
เขาเดาออกว่าเจ้าตำหนักอู่เต๋อจะไปหลอกเอาของจากนิกายเซียนตระกูลฉี การตามไปต้องได้ผลประโยชน์กลับมาแน่ๆ
เป็นอีกหนึ่งโอกาสที่จะได้ร่ำรวย!
และด้วยเหตุนี้ ฉีชิงผิงที่มาเพื่อแก้แค้น ไม่เพียงแต่จะไม่ได้แก้แค้น แต่กลับต้องเชิญ "ท่านปู่" หลายคนกลับไปแทน