เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 183 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 0

ตอนที่ 183 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 0

ตอนที่ 183 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 0


พรึ่บ!

แสงได้สว่างวาบ และทันใดนั้น ก็มีคนสองคนปรากฏตัวภายในห้อง พวกเขาสองคนเดินทางผ่านมิติโดยการใช้วงเวทย์ที่เวโรนิก้าได้ใช้ก่อนหน้านี้ แต่ทว่า ธีโอดอร์ได้เปิดประตูด้วยมือของเขาเองในครั้งนี้ จากนั้นเขาก็มองไปรอบๆราวกับมีอาหารชั้นเลิศหลายจานวางอยู่ตรงหน้าเขา

‘มันผ่านมานานแล้ว แต่ฉันไม่เห็นถึงความแตกต่างเลย’

ซึ่งแตกต่างจากมนุษย์ที่อาศัยอยู่ได้ประมาณ100ปี หอสมุดแห่งชาติเป็นสถานที่ที่มีประวัติมานานเกือบ500ปี ดังนั้นมันจึงจะไม่เปลี่ยนแปลงไปภายในเวลาเพียง1หรือ2ปี อย่างไรก็ตาม ความคิดของพาราแกรนัมนั้นแตกต่างออกไปเล็กน้อย “โอ้ว จำนวนของหนังสือได้เพิ่มมากขึ้นนับตั้งแต่ที่ฉันมาที่นี่ครั้งสุดท้าย มัน300หรือ400ปีแล้วนะ?โอ้ว นี่เป็นชุดหนังสือที่ดี”

“300ปี.....ในระหว่างนั้น คุณไม่ได้มาที่นี่เลย?”

“แน่นอนว่าไม่ สำหรับฉันความรู้พวกนี้นั้นไม่มีค่าอะไร”

แน่นอน ธีโอดอร์จำได้ว่าไม่มีหนังสือใดที่เกี่ยวกับการเล่นแร่แปรธาตุภายในหอสมุดนี้ อย่างไรก็ตาม จอมเวทย์ส่วนใหญ่มักจะมีความสนใจในเวทมนต์ที่พิเศษ แม้ว่ามันจะไม่ใช่สายของพวกเขาก็ตาม ยิ่งไปกว่านั้น เวทย์โบราณนั้นยังมีวิธีฝึกและทฤษฏีที่ไม่มีใครสามารถอธิบายได้ เช่นนั้น มันจึงมีหนังสือหายากมากมายในหอสมุดแห่งชาติ

ผู้นำYellow Tower สามารถเข้าหอสมุดนี้ได้อย่างอิสระ แต่เธอไม่เคยก้าวเข้ามาที่นี่นานกว่า300ปี อันที่จริงแล้วนี่เป็นหนังสือเวทย์โบราณที่มีความคิดแตกต่างไปจากมนุษย์

ขณะที่ธีโอดอร์คิดเช่นนั้น เขาก็ได้เดินตามหลังพาราแกรนัมที่เดินนำหน้าและมองไปรอบๆ เมื่อเขาได้เดินลึกเข้าไปในหอสมุดแห่งชาติ ความหายากของหนังสือก็ได้เพิ่มขึ้น หลังจากที่เดินผ่านหนังสือใกล้ประตูทางเข้า พวกเขาก็ได้มาถึงบริเวณที่ธีโอดอร์เคยเห็นมาก่อน

“…อา” ธีโอดอร์เหยียดมือออกไปเมื่อเขาเห็นหนังสือสีแดงที่คุ้นเคย

[เพลิงนรก]

[-หนังสือเล่มนี้มีวิธีการอัญเชิญเปลวเพลิงจากโลกปีศาจ เปลวเพลิงที่จะเผาผลาญทุกสิ่งทุกอย่าง เมื่อเพลิงนรกได้ถูกเรียกใช้ มันจะไม่สามารถดับได้ด้วยวิธีปกติ การอัญเชิญจะสิ้นสุดลงเมื่อพลังของผู้ใช้หมดลงหรือพลังชีวิตของเขาถูกตัดออก การเผาไหม้จากเวทมนต์นี้เป็นเรื่องยากที่จะรักษาได้ ผู้เขียนหนังสือเล่มนี้ได้ปกปิดตัวตนของเขาเอาไว้]

*หนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับ’สมบัติ’

*เงื่อนไขการใช้งาน : วงกลม7วง ความสัมพันธุ์กับเวทย์ธาตุไฟ

*เมื่อกินแล้ว ‘เพลิงนรก’จะถูกเรียนรู้

*เมื่อกินแล้วความสามารถในเวทย์ธาตุไฟของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*นี่คือหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดยผู้เขียนโดยตรง มีโอกาสที่จะดูดซับความสามารถบางอย่างของผู้เขียนได้]

มันเป็นเวทย์ที่ธีโอดอร์ไม่สามารถเรียนรู้ได้ในอดีต แต่ตอนนี้ธีโอดอร์มีคุณสมบัติที่จะเรียนรู้เพลิงนรก

ด้วยการที่ต้องมีวงกลม7วง และความสัมพันธ์กับธาตุไฟ เว้นแต่เวโรนิก้าที่สืบทอดเลือดมังกรแดง ไม่มีใครเหมาะสมที่จะเรียนรู้เวทมนต์นี้

‘อืม มันเป็นเวทมนต์ที่ฉันสามารถใช้ได้แล้วในตอนนี้’

ธีโอดอร์มีเวทย์ไฟขั้น7 Infernoซึ่งมีการโจมตีในวงกว้างและสามารถโจมตีศัตรูได้หลายคน อย่างไรก็ตาม มันมีขัดจำกัดในการต่อกรกับบุคคลที่แข็งแกร่ง

หากปรมาจารย์ดาบเป็นศัตรูกับเขา มันจะไม่มีความหมายหากเวทมนต์ของเขาไม่รุนแรงพอ มันจะแตกต่างไปหากเวทมนต์ถูกบีบอัดในรูปแบบบางอย่าง เช่นเดียวกับเวโรนิก้า แต่นั่นเป็นขอบเขตของ’ศาสตร์เวทย์’

อย่างไรก็ตาม เพลิงนรกนั้นมีพลังมากพอด้วยตัวของมันเอง แม้กระทั่งอัตตาในขั้น4 ยังไม่สามารถทนทานต่อเพลิงนรกได้ ตามบันทึกจากสงครามครั้งสุดท้าย เพลิงนรกเป็นเวทย์ที่ได้ฆ่าปรมาจารย์ดาบไป

Abraxas ไม่สามารถใช้งานได้เสมอไป ดังนั้นี่จึงเป็นทางเลือกที่ดี

‘มันเป็นหนึ่งในทางเลือกที่ฉันจะพิจารณา’

มีหนังสือเวทมนต์อยูหลายเล่ม ธีโอดอร์จนบันทึกเพลิงนรกเอาไว้และมองไปยังหนังสือเล่มอื่นๆ แม้ว่าเขาจะได้เลือกเพลิงนรกไว้แล้วก็ตาม แต่ก็ไม่มีอะไรผิดหากมองหนังสือเล่มอื่นๆให้ถี่ถ้วน นี่น่าจะไม่ใช่ครั้งสุดท้ายที่เขาจะสามารถมาเอาหนังสือจากหอสมุดแห่งชาติได้

หลังจากที่มองดู พาร่าก็ได้พยักหน้าขณะที่ธีโอดอร์หยิบหนังสืออีกสองเล่มขึ้นมา

ซึ่งสิ่งที่เขาหยิบขึ้นมามีดังนี้ :

[ย้อนเงา]

[-หนังสือเล่มนี้จะอธิบายถึงมิติเชิงลบซึ่งอยู่ติดกับโลกวัตถุ ตลอดจนถึงมิติเวทมนต์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเงา เงาไม่ได้เป็นเพียงช่องว่างที่ปรากฏอยู่อีกด้านหนึ่งของแสงเท่านั้น มันเป็นกระจกที่สะท้อนโลกที่สสารไม่มีอยู่ จอมเวทย์ที่เรียนรู้เวทมนต์นี้จะสามารถเปลี่ยนการดำรงอยู่ที่เป็นความจริงและภาพลวงตาได้ ทำให้มันเป็นไปได้โดยการใช้เงาของตัวเอง

*หนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับ ‘ล้ำค่า’

*เงื่อนไขการใช้งาน : วงกลม7วง จำเป็นต้องเข้าถึงมิติเชิงลบ

*เมื่อกินแล้ว ความเชี่ยวชาญของเวทย์ความคงทนจะเพิ่มขึ้น

*เมื่อกินแล้ว ความเข้าใจเกี่ยวกับมิติทั้งสองจะเพิ่มขึ้นอย่างมาก

*นี่คือหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดยผู้เขียนโดยตรง มีโอกาสที่จะดูดซับความสามารถบางอย่างของผู้เขียนได้น้อยมาก]

[อัลติม่า]

[หนังสือเล่มนี้จะอธิบายถึงเวทย์แช่แข็งที่สามารถหยุดปรากฏการณ์ทั้งหมดของโลกวัตถุได้ มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่อัลติม่า จากโลกโบราณ ‘อัลติเมท’ ได้กลายเป็นเวทมนต์นี้ ในอดีต มีบางคนได้กล่าวว่า จอมเวทย์ได้ใช้เวทย์อัลติม่า ในการแช่แข็งมังกร จนกระทั่งมันตายด้วยตัวเอง นั่นหมายความว่าการที่จะใช้เวทมนต์นี้ให้สมบูรณ์แบบ จำเป็นต้องมีวงกลม8วง

*หนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับ ‘ล้ำค่า’

*เงื่อนไขการใช้งาน : วงกลม7วง ความสัมพันธ์กับเวทย์ธาตุน้ำ(สูง)

*เมื่อกินแล้ว อัลติม่าจะถูกเรียนรู้

*เมื่อกินแล้ว ความสามารถเกี่ยวกับเวทย์น้ำแข็งของคุณจะเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล

*นี่คือหนังสือต้นฉบับที่เขียนโดยผู้เขียนโดยตรง มีโอกาสที่จะดูดซับความสามารถบางอย่างของผู้เขียนน้อยมาก ระดับอาจจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับระดับของผู้ใช้]

เมื่อรวมกับเพลิงนรกแล้ว มีหนังสือทั้งหมดสามเล่ม ธีโอดอร์เป็นทุกข์อยู่ชั่วขณะเมื่อเขาสับสนว่าควรเลือกอะไร

‘ไฟ น้ำแข็ง หรือเงา.....ความสามารถของพวกมันนั้นแตกต่างกันมากจนยากที่จะได้มาตรฐานที่ชัดเจน’

พวกมันมีเสน่ห์เป็นของตัวเอง เพลิงนรกมีพลังที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่เวทย์ขั้น7 เวทย์ที่ใช้ควบคุมเงา และเวทย์น้ำแข็งที่ฆ่ามังกรได้.....แม้ว่าความปราถนาของธีโอดอร์จะเป็นหนังสือทั้งสามเล่มก็ตาม เขาก็ต้องเลือก เขาสูดหายใจลึกอยู่หลายครั้งและตัดสินอย่างใจเย็น

อย่างแรก ย้อนเงา

‘การควบคุมเงาได้นั้นเป็นเรื่องที่ดี....แต่ฉันไม่รู้วิธีการผสมผสานกับเวทย์ธาตุอื่นๆ นอกจากนี้มันยังมีความคลุมเครือเนื่องจากระดับความยากนั้นสูงเกินไป.....อาจจะต้องใช้เวลานานกว่าหนึ่งปีในการยกระดับความเข้าใจให้อยู่ในระดับสูง’

มันอาจจะเป็นคู่แข่งหรือแม้กระทั่งเลวร้ายยิ่งกว่าเวทย์มิติ ซึ่งเป็นที่รู้กันดีถึงความยากลำบากของมัน ธีโอดอร์มองไปที่เวทย์ย้อนเงาและวางมันลงด้วยท่าทางเศร้าหมอง

จากนั้นก็ถึงความของอัลติม่า

‘เวทย์น้ำแข็งที่สามารถหยุดปรากฏการณ์ทั้งหมด.....มันค่อนข้างน่าสนใจ แต่วงกลมที่7เป็นเพียงขั้นเบื้องต้นเท่านั้น ในการใช้งานมัน ฉันต้องมีวงกลมอย่างน้อย 8 วง ตอนนี้ฉันแทบจะไม่สามารถเรียนรู้มันได้’

มันเป็นเวทมนต์ที่ต้องอาศัยความสัมพันธ์ธาตุน้ำที่เกือบจะสูงสุด อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์สามารถที่จะเรียนรู้ได้เนื่องจากเลือดของอควาโล่ ปัญหาก็คือการใช้งานจริง ไม่ใช่คุณสมบัติ

อัลติม่าเป็นเวทมนต์ที่สามารถแช่แข็งมังกรได้ แต่มันไม่ใช่สิ่งที่จอมเวทย์ขั้น7จะสามารถสร้างได้ ต้องใช้จอมเวทย์ธาตุน้ำขั้น8เป็นอย่างน้อย ตามความเข้าใจของธีโอดอร์หลังจากที่อ่านหนังสือ บลันเดลล์เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถใช้อัลติม่าได้ภายในอาณาจักรเมลเทอร์

‘สุดท้าย...เพลิงนรก’

ธีโอดอร์มีเพียงตัวเลือกเดียว เขาวางหนังสือทั้งสองเล่มลงและมองไปยังผู้นำYellow Tower ผู้ซึ่งเข้าใจว่าธีโอดอร์ได้สร้างทางเลือกไว้แล้ว

‘เพลิงนรก’

มันเป็นทางเลือกที่ชัดเจนสำหรับจอมเวทย์จากRed Tower

อย่างๆไรก็ตาม พาร่าได้จ้องมองธีโอดอร์ด้วยท่าทางแปลกๆและถาม “เธอมีเหตุผลในการเลือกหนังสือเล่มนี้ไหม?เพลิงนรกเป็นเวทย์โจมตีที่มีประสิทธิภาพ แต่มันเป็นการยากที่จะควบคุมขนาดของพลังได้ และมันจะไม่มีประสิทธิภาพเมื่อนึกถึงจำนวนพลังเวทย์ที่ต้องใช้งานมัน”

“ผมรู้ แต่มันเป็นความเสี่ยงที่ผมสามารถจ่ายได้”

ปริมาณพลังเวทย์ที่ใช้งานจะลดลงกว่าครึ่งเนื่องจากหยินและหยางเทียม นอกจากนี้ธีโอดอร์ยังรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับข้อเสียของเพลิงนรก เขามีความคาดหวังสูงสำหรับพลังของมันมีพลังอำนาจที่จะสร้างหายนะ

อย่างไรก็ตาม พาร่าไม่ได้หยุดจ้องมาที่เขา ดังนั้นธีโอดอร์จึงให้เหตุผลอีกหนึ่งข้อ

“….ผมมีความสนใจในความจริงที่ว่าทำไมผู้เขียนจึงปกปิดตัวตนของเขา”

“ฉันเข้าใจแล้ว”พาร่าส่งร้อยยิ้มที่ไม่พึงประสงค์ให้ธีโอดอร์ มันน่ากลัวมากสำหรับการดำรงอยู่ของคนที่ไม่ใช่มนุษย์แต่สามารถเลียนแบบมนุษย์ได้อย่างสมบูรณ์ พาร่าดูเหมือนจะรู้สึกความไม่ชอบใจของเขาและกล่าวด้วยเสียงเล็กๆ “งั้นเธอจะบอกฉันได้มั้ยก่อนที่จะกินหนังสือเล่มนั้น?”

“อะไรนะ...?”

ก่อนที่ชายหนุ่มจะงุนงง เวทย์โบราณก็ได้กระซิบ “จอมเวทย์ผู้ที่สร้างเพลิงนรกก็คือ.....”

เสียงของพาร่านั้นเบามากจนไม่สามารถได้ยินได้แม้จะอยู่ใกล้ๆ แต่ทว่า ดวงตาของธีโอดอร์กลับเบิกกว้างกับคำพูดของเธอ

***

ในเวลาเดียวกัน บางคนกำลังนั่งฟังการรายงานจากผู้ใต้บังคับบัญชาของเขาอยู่ด้านท้ายของพระราชวัง

“-ทะเลทรายมิวส์?”

“พะยะค่ะ ฝ่าบาท”อัศวิน ผู้ที่สวมชุดสีดำตั้งแต่หัวจรดเท้า ได้หมอบลงบนพื้นและอธิบาย “นี่คือรายงานจากหมายเลข36และหมายเลข 37 ตามที่นักโบราณคดีผู้ค้นพบโบราณสถานในเขตรอบนอกของทะเลทรายมิวส์ พวกมันได้เชื่อว่าที่แห่งนั้นถูกสร้างขึ้นในช่วงครึ่งหลังของยุคโบราณกาล”

“เจ้าได้เริ่มขุดรึยัง?”

“กระหม่อมพยายาม แต่มันไม่ได้ผล กำแพงด้านนอกและประตูของซากโบราณนั้นแข็งเกินไป อ่า ยังมีโลหะที่กระหม่อมไม่เคยเห็นมาก่อน”

“….อืม”

เจ้าชายเฟอร์มุทแห่งจักรวรรดิแอนดราส ซึ่งเป็นเจ้าชายรัชทายาท ได้สัมผัสคางของเขาด้วยความสนใจ (ตอนก่อนหน้าได้กล่าวว่ามันเป็นเจ้าชายลำดับที่3 ไม่รู้ว่าผู้เขียนผิดหรือพี่ชายของเขาได้ตายและเขาได้ขึ้นตำแหน่งรัชทายาทแทน)

หากเมลเทอร์เต็มไปด้วยการค้นคว้าเวทมนต์ จักรวรรดิแอนดราสก็จะอุทิศตนให้กับการศึกษาเพลงดาบและการพัฒนาทางการทหาร แต่นี่เป็นโลหะที่อัศวินของแอนดราสพึ่งเคยเห็น?บางทีนี่อาจจะเป็นการค้นพบโลหะใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลกนี้

มูลค่าของซากโบราณได้กระโดดขึ้นไปอีกสองระดับสำหรับเฟอร์มุท วันนี้มีเพียงสิ่งแย่ๆที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม รายงานฉบับนี้เพียงพอที่จะปลอบปะโลมอารมณ์ของเขา นี่เป็นโลหะที่หน่วยเงาที่มีพลังออร่าอันยอดเยี่ยมไม่สามารถเจาะทะลุผ่านได้.....พลังของมันจะเป็นเช่นไรหากถูกแปลงเป็นเกราะ?

“…ข้าจะมีอาวุธใหม่ในกำมือ”เฟอร์มุทประกาศลั่น

จากนั้นเอง เสียงมุ่งร้ายก็ได้ดังขึ้น “มันจะสามารถเติมเต็มช่องว่างของดาบพระเจ้าได้”

“ลำดับที่7...ของท่าน”

“กระหม่อมขออภัย องค์รัชทายาท ท่านดูเหมือนจะลำบากใจที่กระหม่อมพูดเบาเกินไป” มันคือดาบของจักรวรรดิ ลอยด์ โพลแลน เขายิ้มเหลาะแหละเช่นเคยขณะที่เยาะเย้ยเจ้าชายที่สูญเสียดาบเทพเจ้าไป

ขณะที่ใบหน้าของเฟอร์มุทบิดเบี้ยวด้วยความโกรธ ลอยด์ก็ได้ก้าวถอยหลังและโค้งหัวของเขา “กระหม่อมได้กลับมาแล้ว ฝ่าบาท กระหม่อมได้จัดการมันอย่างสมบูรณ์ ดังนั้นโปรดปล่อยวางความโกรธของท่านไป”

“…เป็นคนที่โอหังเสียจริง”

“นั่นไม่ใช่เสน่ห์ของข้างั้นหรือ?”

คิ้วของเฟอร์มุทกระตุกขึ้นด้วยความฉุนเฉียวหลายครั้ง แต่เขาก็ได้จบเรื่องราว ลอยด์เป็นเครื่องมือที่มีค่าสำหรับเฟอร์มุท ผู้ที่สูญเสียปรมาจารย์ดาบของเขาไป ไฮด์ มันจะน่าเสียดายหากสูญเสียเขาไปเพียงเพราะการโต้เถียง

อย่างไรก็ตาม การตั้งคุณค่าของลอยด์ เฟอร์มุทต้องรักษาศักดิ์ศรีของเขาไว้ เขาได้หันไปทางลอยด์และกล่าวอย่างรวดเร็ว “นี่เป็นภารกิจใหม่”

“ฝ่าบาท” มันไม่ใช่ว่าลอยด์พึ่งกลับมา?ความหมายของคำพูดที่ไม่ได้พูดนั้นสื่อออกมาอย่างชัดเจน

อย่างไรก็ตามเฟอร์มุทได้ให้คำตอบที่แตกต่างกัน

กึก กึก ...!

“อัก!”แรงกดดันได้พวยพุ่งออกมา บังคับให้เข่าของลอยด์ทรุดลงและก้มหัวของเขา

นี่คือพลังที่แท้จริง ไม่ใช่แค่การแสดงตนเท่านั้น มันเป็นพลังทางกายภาพที่สามารถบีบกระดูกของปรมาจารย์ดาบได้และโค้งมันลง แหล่งที่มาของแรงกดดันนี้ก็คือเฟอร์มุทที่ยื่นมือไปทางลอยด์

เมื่อลอยด์ได้ทรุดตัวลง เฟอร์มุทก็กล่าว “หุบปากซะ เจ้านกสองหัว”

ตอนนี้ แอนดราสได้ถูกแบ่งออกเป็นสองฝ่าย ฝ่ายหนึ่งคือเจ้าชายเฟอร์มุท ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงและองค์จักรพรรดิ ผู้ที่ต้องการรักษาสภาพที่เป็นอยู่

สำหรับเฟอร์มุท เขาต้องการที่จะทำลายเมลเทอร์และรวบรวมทวีปตอนเหนือทั้งหมด ทั้งพ่อของเขาและคนของพ่อเขาไม่ได้ต่างอะไรไปจากพวกขี้ขลาด เฟอร์มุทได้นึกถึงเรื่องนี้ตั้งแต่ที่เขาเติบโตขึ้น ทำไมจักรวรรดิจึงไม่สู้?หากพวกเขาทรงพลัง ทำไมจึงเห็นด้วยกับการพักรบ?

ดังนั้นเฟอร์มุทจึงพยายามที่จะสุมไฟขึ้น เขาได้โยนเมล็ดพันธ์แห่งสงครามออกไปทั่วทวีปตอนเหนือ อย่างไรก็ตาม งานของเขาในเอลฟ์เฮล์มก็ได้พ่ายแพ้ไป ดาบเทพเจ้า Claimhb Solais เองก็ถูกขโมยไป

ดังนั้นคำพูดที่ไร้สาระของลอยด์ก็เพียงพอที่จะทำลายความอดทนความเฟอร์มุท

“เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้ว่าเจ้ากำลังทำงานให้กับทั้งข้าและพ่อข้า?เจ้ากำลังวิ่งเล่นอยู่ทั้งสองฝ่ายขณะที่เฝ้ามองว่าฝ่ายไหนได้เปรียบมากน้อยเพียงใด”เฟอร์มุทได้พูดขึ้น

“ฝะ-ฝ่าบาท....!”

“ข้าจะไม่อดทนอีกต่อไป นี่คือคำสั่ง”ดวงตาของเฟอร์มุทแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงขณะที่เขาสั่งลอยด์ “ไปยังซากโบราณในทะเลทรายมิวส์ ข้าจะเฝ้าดูหากเจ้ายอมแพ้หรือล้มเหลว”

“นะ-นั่นคืออาณาเขตของอาณาจักรออสเต็น”

“เจ้ากลัวพวกโง่ที่ไม่สามารถเติมท้องของพวกมันได้เพราะภัยแล้ง?”

“กระหม่อมเพียงแค่คิดว่าเราควรเคลื่อนไหวอย่างรอบคอบ”

“ฮ่า!”เฟอร์มิทได้ยกพลังออร่าที่กดทับลอยด์ขึ้น เขาเอนหลังพิงเก้าอี้และพูดออกมา “คนขี้ขลาดมักจะพยายามปกปิดความกลัวด้วยการพูดอย่างรอบคอบ ข้าเบื่อที่จะได้เห็นสิ่งนั้น ไปที่ซากโบราณ หากเจ้าทำไม่ได้ ข้าจะถือว่าเจ้าใช้การไม่ได้”

“…กระหม่อมเข้าใจ ฝ่าบาท”ลอยด์พูดอย่างระมัดระวังก่อนที่จะหายตัวไป มันแตกต่างจากความสามารถในการปกปิดของไฮด์ เจ้าชายเฟอร์มุทรับรู้ถึงการเดินทางของลอยด์และหยิบขวดที่วางไว้ใกล้ๆขึ้นมาซึ่ง1หยดมีค่าเทียบเท่ากับทอง

แกร๊ก

เขาใช้นิ้วชี้ของเขาเปิดขวดและเติมถ้วยของเขา

“มันเป็นเวลา700ปีแล้วนับแต่ก่อตั้งอาณาจักรนี้ขึ้น....และสภาพอากาศในแอนดราสกำลังทรุดโทรม”เฟอร์มุทร้องคร่ำครวญและมองเข้าไปในถ้วย ข้ารับใช้ที่ซื่อสัตย์ของเขาไม่เป็นไปตามที่เขาคาดหวังและดาบเทพเจ้าที่เขามอบให้ก็ได้หายไป อย่างไรก็ตาม ความใฝ่ฝันของเฟอร์มุทกำลังลุกโชนเพราะความยากลำบากนี้

“ข้าจะต้องมีอำนาจสูงสุด”เขายกถ้วยดื่มและกำมือแน่นขณะที่เขาสัญญากับตัวเอง “ทางเหนือจะต้องรวมเป็นปึกแผ่นในยุคของข้า”

จบบทที่ ตอนที่ 183 ทวีปตอนเหนือที่ถูกกระตุ้น 0

คัดลอกลิงก์แล้ว