เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 151 เคียงข้างมังกร 4

ตอนที่ 151 เคียงข้างมังกร 4

ตอนที่ 151 เคียงข้างมังกร 4


มันเป็นจอมเวทย์อัญเชิญ ผู้ซึ่งโชคไม่ได้เข้าข้างพรสวรรค์และความมุมานะของเขา ซาโตเมอร์

จอมเวทย์ผู้ที่สำรวจมาทุกมุมของทวีป ได้ตอบรับการเรียกของธีโอดอร์ ขณะที่จิตสำนึกของเขาธีโอดอร์ถูกเรียกกลับเข้ามาภายในโดยความตะกละ อัตตาผู้ที่สามารถหลบหนีจากคุกน้ำแข็งได้ ร้องคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยว

นี่คือเสียงหอนของสายพันธุ์ชั้นนำที่ถูกลืมเลือนUlfheðnar!

■■■■■■―!

ธารน้ำแข็งที่อ่อนแอได้พังทลายลง น้ำทะเลทะลุผ่านรอยแตกในน้ำแข็งราวกับปลาเกยตื้น  ธีโอดอร์ผู้ลอยตัวอยู่ด้วยเวทมนต์---ไม่สิ ซาโตเมอร์ ขมวดคิ้วแน่นกับภาพที่เห็น

‘นี่มันสับสนเล็กน้อย ทำไมเจ้าถึงเรียกข้ามา?ไม่ใช่ว่าผู้ใช้ศิลปะการต่อสู้จากตะวันออก ลี ยองซุก จะมีประโยชน์กว่าข้าผู้ที่ถูกตรึงอยู่ข้างหลังโต๊ะเสมองั้นหรือ?’

เขาพูดถูก แต่ธีโอดอร์กลับตอบกลับอย่างแตกต่าง

-ผมต้องการให้คุณทบทวนบางสิ่ง

‘ทบทวน?เจ้ากำลังพูดอะไร-‘

ซาโตเมอร์หยุดพูดเมื่อ ‘เขียนทับ’ถูกใช้ เขาสามารถที่จะอ่านความทรงจำของธีโอดอร์และแบ่งปันความรู้และพลังอำนาจของพวกเขา นี่เป็นเหตุผลที่ทำไมอัลเฟรดจึงต่อสู้ได้ทันทีในอดีต  ดังนั้น ซาโตเมอร์จึงค้นพบความทรงจำของธีโอดอร์ได้อย่างรวดเร็ว เขาสั่นไหวและตื่นเต้นกับสิ่งที่เขาได้เห็น

-ผู้อาวุโส มันเป็นไปได้หรือไม่?

ซาโตเมอร์หัวเราะลั่นให้กับคำถามที่ชาญฉลาดของธีโอดอร์

“คุ ฮ่าๆๆๆๆๆ!”

-อะ-อาวุโส?!

ความรู้เกี่ยวกับการอัญเชิญของธีโอดอร์นั้นได้รับมาจากซาโตเมอร์ เขาขาดความชำนาญและการประยุกต์ใช้ แต่ก็ไม่มีความแตกต่างกันมากเมื่อพูดถึงความกว้างและความลึกซึ้งในความรู้ของเขา

ดังนั้น หากธีโอดอร์ตัดสินใจว่ามันเป็นไปได้ ซาโตเมอร์ก็อาจจะได้ข้อสรุปเช่นเดียวกัน  ซาโตเมอร์จ้องมองไปที่แผนของธีโอดอร์อยู่หลายครั้งก่อนที่เขาจะหัวเราะราวกับคนบ้า จากนั้นเขาก็ชมเชยธีโอดอร์

“ฮ่าๆๆๆ!เจ้าบ้าเอ้ย!เจ้าเป็นอัจฉริยะที่บ้ามาก!เจ้าเป็นคนที่ฉลาดอย่างน่ากลัว!”

ขณะที่ธีโอดอร์ยงคงประหลาดใจ ซาโตเมอร์ ก็ได้พยักหน้า

สิ่งที่จำเป็นทั้งหมดได้เตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว ร่างกายนี้มีพลังและสัมผัสเวทย์ที่มากกว่าเขาหลายเท่า และมีแม้กระทั่งประตูสู่อีกโลกใบหนึ่งบนมือซ้ายของเขา....หากซาโตเมอร์พยายามสิบครั้ง เขาจะประสบความสำเร็จสิบครั้งโดยไม่ต้องกังวลใดๆเลย

จากนั้นเขาก็เร่งพลังเวทย์ของเขาขึ้นและตะโกนไปที่พรรคพวกเขา “ฉันจะเริ่มละนะ!อย่าปล่อยให้สิ่งใดเข้ามารบกวนฉันได้ ไม่ว่าอะไรก็ตาม!”

-เจ้าพยายามจะทำอะไร?  คนแรกที่ตอบสนองก็คืออัตตา ผู้ที่เคยมีประสบการณ์กับธีโอดอร์มาก่อนหน้านี้  มันพุ่งตัวผ่านแรนดอล์ฟและอควาโล่อย่างรวดเร็ว และพยายามที่จะโจมตีธีโอดอร์โดยตรง แต่ทว่า.....

“สวัสดี นั่นแกกำลังจะไปไหน?”

ปึงงง!

อัตตาถูกฟาดโดยหางของอควาโล่ผู้ที่มีความเร็วเทียบเท่าอัตตา มันเป็นเรื่องยากสำหรับUlfheðnarที่จะสลัดความเร็วของมังกร นอกจากนี้ สถานการณ์มันก็แตกต่างไปจากก่อนหน้านี้

พื้นที่ป้องกันทั้งด้านหน้าและด้านหลังต่างถูกปกคลุม เพื่อให้คนทั้งสองสามารถตอบสนองได้อย่างรวดเร็วกว่าก่อนหน้า  ด้วยความร่วมมือของมังกรและปรมาจารย์ดาบ พวกเขาได้สร้างเส้นป้องกันที่ทรงประสิทธิภาพมากกว่าที่พวกเขาใช้ด้วยตัวคนเดียว

ดังนั้น ซาโตเมอร์จึงสามารถจดจ่ออยู่กับเวทย์อัญเชิญได้

“[จงเปิด ประตูสู่โลกอันสว่างไสว-]”

เขาเริ่มร่ายคาถาอัญเชิญ  ศูนย์กลางของวงเวทย์เสร็จสิ้นภายในเวลาเพียงไม่กี่วินาที ในฐานะจอมเวทย์อัญเชิญที่ดีที่สุดในยุดสมัยใหม่ เขาได้เริ่มแสดงคุณค่าที่แท้จริงของเขาออกมา

“[ก๊อก ก๊อก ก๊อก สามครั้ง บิดเพียงครั้งเดียว เพื่อเปิดประตูสู่โลกที่กำลังลุกไหม้ ข้าจักเป็นนายของเจ้า]”

-ระ-เร็วมาก...!

“[เปลวเพลิงที่แผดเผาโลก ความตายที่เผาไหม้โลก มังกรแห่งการทำลายล้าง เสียงของข้ายืนยาวกว่าพันปี และข้าขอเรียกเจ้า ข้าขอสั่งให้เจ้าปฏิบัติตามข้า]”

ธีโอดอร์นั้นรู้สึกประหลาดใจมากกว่าคนอื่น

บทร่ายนั้นไม่ใช่เพียงแค่คำพูดเท่านั้น แต่เป็นผลมาจากการคำนวณสูตรเวทย์ระดับสูง ยิ่งบทร่ายเวทย์ยาวมากเท่าไร ยิ่งบ่งบอกถึงระดับของเวทมนต์นั้น

อย่างไรก็ตาม บทร่ายของซาโตเมอร์อยู่ในระดับที่อยู่นอกเหนือเวทย์ทุกอัน ไม่สิ มันไม่เคยมีแนวคิดเช่นนี้มาก่อน

ธีโอดอร์สามารถที่จะบอกได้เพราะพวกเขาอยู่รวมกันในร่างเดียวกัน  ตั้งแต่วัยเด็กของซาโตเมอร์ไปจนถึงความตาย  สูตรและการคำนวณเวทย์อัญเชิญสำหรับเขามันก็เปรียบเสมือนการหายใจ มันเป็นระดับของความพยายามที่ซึ่งจะเข้าได้ถึงเฉพาะช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิต

ขณะที่เขาคิดเช่นนั้น บางอย่างก็ได้โผล่ขึ้นจากพื้นดินด้านหน้าเขา นี่คืออาณาเขตศักดิ์สิทธิ์ของผู้อัญเชิญที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคนี้  การร่ายคาถาอย่างรวดเร็วของซาโตเมอร์นั้นไม่มีใครสามารถเทียบเคียงด้วยได้ ไม่เว้นแม้แต่ธีโอดอร์

“[ข้าขอบูชา!] ตราสีแดงของ‘วงแหวนแห่งมัสเปลเฮล์ม’ที่ด้านหลังมือซ้ายเขาเริ่มลุกไหม้ขณะที่ซาโตเมอร์ร้องคำราม  เขากำ’สร้อยคอของชาล็อต’ไว้ในมือขวาขณะที่เขาสังเวย

“[เหล่าผู้คนที่สูญเสียอาณาจักร เหล่าอัศวินผู้ที่สูญเสียราชา และเหล่าผู้วายชนม์ที่สูญสิ้นชีวิต จงจุดเปลวเพลิงแห่งความแค้น เหล่าผู้ที่ตกลงสู่ขุมนรก]”

มันคงเป็นเรื่องโกหกหากธีโอดอร์กล่าวว่าเขาไม่เสียดายมัน อย่างไรก็ตาม เขาได้เตรียมที่จะใช้สร้อยคอนี้เพื่อเป็นเครื่องบูชา  เขาเชื่อว่าที่เหล่าวอร์ล็อคแห่งกลุ่มการค้าออร์คุสพบว่าพวกเขาอยู่ในทะเลเพราะ ร่องรอยของ’สร้อยคอของชาล็อต’

ฟู่!

จากนั้นสร้อยคอของชาล็อตก็ถูกเผาไหม้ และสัญลักษณ์บนมือซ้ายของเขาก็ส่องประกายออกมาราวกับมันพอใจ  มันหมายถึงการเสนอนั้นได้รับการยอมรับ  กล่าวอีกนัยหนึ่ง สัตว์อัญเชิญนั้นได้ตอบรับเขา  ตอนนี้ เขาจำเป็นต้องเปิดประตูด้วยการเรียกขานชื่อของสัตว์อัญเชิญและใช้พลังเวทย์ของเขาเป็นตัวช่วย  จากนั้นพวกเขาก็จะเสร็จสิ้น ไม่ต้องมีการคำนวณหรือการร่ายเวทย์อีกต่อไป

ขณะนั้นเอง ซาโตเมอร์ก็ตระหนักถึงบางสิ่งบางอย่าง

‘เห้ นี่มันจะล้มเหลว’

-?!

ซาโตเมอร์ตระหนักถึงมันก่อน ตัวแปรที่ถูกมองข้ามไปเรื่องจากเขาไม่เคยมาไกลถึงขนาดนี้

‘ข้าจะใช้การเปรียบเทียบง่ายๆอย่างการตกปลา บทเวทย์เป็นคันเบ็ด ขณะที่สิ่งบูชาคือเหยื่อ แน่นอนเป้าหมายก็คือปลา ...งั้นอะไรคือสายเบ็ดละ?’

ธีโอดอร์คิดและได้คำตอบอย่างรวดเร็ว -.....ผู้อัญเชิญ?

‘นั่นคือคำตอบที่ถูกต้อง  พูดตรงๆ มันเป็นจิตวิญญาณของเจ้า’ ซาโตเมอร์อธิบายต่อ ‘คันเบ็ดที่สมบูรณ์แบบ ปลาได้กินเหยื่อ และสิ่งเดียวที่เหลือก็คือการดึงสายเบ็ดขึ้น...’

-มันเป็นไปไม่ได้?

‘มันเป็นเพียงเล็กน้อย แต่เจ้านั้นขาดความแข็งแกร่ง หากเจ้าดึงมันในสภาพนี้ สายเบ็ดจะขาดและเวทมนต์จะล้มเหลว  นอกเหนือจากความล้มเหลว จิตวิญญาณของเจ้าที่ใช้เป็นสายเบ็ดเองก็จะไม่ปลอดภัย’

ซาโตเมอร์เสร็จสิ้นคำอธิบายและยิ้มให้

[วัตถุนาม ‘ซาโตเมอร์’ ได้ร้องขอให้ภารกิจของเขาเสร็จสิ้น  กำลังตรวจสอบสถานะของภารกิจและสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อตอบสนองต่อคำขอที่ไม่คาดคิดของเป้าหมาย....]

[เรายอมรับ,วัตถุนาม’ซาโตเมอร์’ มีคำร้องขอที่สมเหตุสมผล]

[ภารกิจได้รับการยืนยัน เราจะเริ่มถ่ายทอดวัตถุนาม’ซาโตเมอร์’ภายในสามสิบวินาที]

มันเป็นสิ่งที่เขาได้หวังเอาไว้ แต่ธีโอดอร์กลับตะโกนอย่างร้อนรน –หมายความว่าไงกัน?!

‘อะไร?นั่นเป็นสิ่งที่เจ้าต้องการและเป็นสิ่งที่ข้าต้องทำ’

-…อย่ามาพูดบ้าๆ!

ธีโอดอร์มีหัวที่ดี เขาสามารถคาดเดาได้ว่าทำไมซาโตเมอร์จึงร้องคอให้ภารกิจเสร็จสิ้นและเหตุผลที่ระบบยอมรับ ความแข็งแรงที่เขาขาดไปสำหรับสายเบ็ดจะถูกปกคลุมด้วยวิญญาณของซาโตเมอร์

อย่างไรก็ตาม หัวใจของเขาไม่สามารถยอมรับมันได้ ซาโตเมอร์ได้สูญเสียกระทั่งชีวิตและกระทั่งความฝันของเขาที่เขาพยายามจะทำให้บรรลุหลังจากตาย!ธีโอดอร์ไม่สามารถยอมรับได้ความสิ้นหวังนั้นได้!

-นี่เป็นความปราถนาของคุณ!คุณไม่เคยยอมแพ้จนกระทั่งคุณตาย!อย่ายอมแพ้มันในตอนนี้!อย่าหันหนีไป  คุณควรที่จะเฝ้าดูจนจบ!

แม้ว่าธีโอดอร์จะประสบความสำเร็จในการอัญเชิญก็ตาม ซาโตเมอร์จะไม่ได้รับรางวัลใดๆสำหรับความสำเร็จนั้น  ธีโอไม่สามารถยอมรับมันได้ ซาโตเมอร์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเหยียดยามเช่นเคย ‘เหอะ ทำตัวแบบนี้ เจ้าก็ดูเหมือนกับผู้แพ้อีกครั้ง’

-อาวุโส!

‘หุบปาก มันเสร็จเรียบร้อยแล้ว เจ้าควรที่จะมองสิ่งที่อยู่ข้างหน้าเจ้า’

ด้านหน้า?ธีโอดอร์จ้องมองออกไปจากตัวตนภายในของเขาและเห็นฉากเบื้องหน้าเขา

ตึง!

แรนดอล์ฟได้ไขว้ดาบสองเล้มของเขาและแทบจะไม่สามารถป้องกันการโจมตีได้ อย่างไรก็ตามข้อมือและหัวเข่าของเขาสั่นสะเทือนราวกับกำลังจะแตกหัก  มันเป็นหลักฐานว่าพวกเขามาถึงขีดจำกัดแล้ว  แม้กระทั่งอควาโล่เองก็ตกอยู่ในอันตรายราวกับเทียนที่เผชิญหน้ากับพายุ

“อัก...!แฮก...!”

หัวไหล่ของแรนดอล์ฟสั่นสะท้านขณะที่เขาพยายามจะหายใจ แม้กระทั่งนักดาบระดับสูงยังไม่สามารถที่จะควบคุมลมหายใจของเขาได้ขณะที่ถูกโจมตีอย่างไม่หยุดยั้งจากอัตตา และนั่นไม่ได้แตกต่างไปจากอควาโล่ ผู้ที่พยายามปกป้องเขา

“อ้ากก!”อควาโล่กรีดร้องและรีบหนีจากคมเขี้ยว

เกล็ดสีฟ้าที่สวยงามของเธอเปลี่ยนเป็นสีแดงฉานจากเลือดของเธอ และบนร่างกายของเธอไม่มีส่วนใดเลยที่ไม่มีรอยเลือดตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า แม้กระทั่งริมฝีปากของเธอยังเต็มไปด้วยเลือด  พวกเขาจะทนอีกได้นานแค่ไหน?ดูเหมือนว่าเธอจะพึมพำบางอย่างออกมาซึ่งธีโอไม่ได้ยิน

ซาโตเมอร์ ผู้ที่แบ่งปันการมองเห็นกับธีโอ ได้ตอกตะปูดอกสุดท้าย

‘หนุ่มน้อย?ไม่ใช่ว่าพวกเขากำลังต่อสู้เพื่อปกป้องเธออยู่งั้นหรอ?’

ธีโอดอร์ไม่สามารถที่จะพูดสิ่งใดได้อีก นอกจากนี้ ระยะเวลาการสิ้นสุด30วินาทีเองก็อยู่ในสายตาเขา

ซาโตเมอร์พูดด้วยความจริงว่า “อย่ากังวลเกี่ยวกับข้า จงคิดเกี่ยวกับคนเป็นมากกว่าคนตาย ความปราถนาของข้าใกล้จะสมบูรณ์แล้ว ข้าไม่ได้บอกเจ้าไปแล้วงั้นหรอ? มันเป็นเรื่องที่ดีแม้ว่าข้าจะตายก็ตาม ถึงเวลาแล้วที่จะใส่คำพูดของเจ้าเข้าไปในการกระทำ’

-…คุณพอใจกับสิ่งนั้นแล้วงั้นหรอ?

‘พอใจ?แน่นอนว่าไม่ ข้าไม่เคยได้รับมันตั้งแต่ข้าเกิดและตาย’

ขณะที่ใบหน้าของธีโอดอร์บิดเบี้ยวจากความนั้น ระยะเวลา30วินาทีก็ได้สิ้นสุดลง

[กำลังถ่ายทอดวัตถุนาม ‘ซาโตเมอร์’]

-อึก!

‘อาวุโส!’ ธีโอดอร์ร้องออกมาอย่างกะทันหันและสังเกตเห็นว่าการควบคุมร่างกายได้ถูกส่งกลับมาหาเขาแล้ว เขาชื่นชมความสมบูรณ์แบบของวงเวทย์ที่ถูกร่างและฟังเสียงที่แผ่วเบาของซาโตเมอร์

-ตอนนี้ ข้าได้ทำทุกอย่างแล้ว ตั้งแต่การร่ายเวทย์ไปถึงการสร้างวงเวทย์....ข้าได้สอนเจ้าไปแล้วใช่มั้ย?

‘ใช่ครับ’

-งั้นมันก็พอแล้ว ในที่สุด ไม่ใช่ว่าผู้ที่ประสบความสำเร็จในเวทย์อัญเชิญนี้คือ....ข้า ซาโตเมอร์....?ความเสียใจของข้า ความฝันของข้า ความด้อยค่านี้ ความคิดนี้ ข้าขอมอบมันทั้งหมดให้แก่เจ้า....!ข้าสามารถที่จะโยนชีวิตของข้าออกไปได้แล้ว

เป็นหลักฐานการตัดสินใจของเขา ซาโตเมอร์ ไม่รู้สึกเสียใจเลยขณะที่จิตวิญญาณของเขาถูกดูดซับ  ทัศนคติของเขาเข้มแข็ง ซาโตเมอร์จ้องมองไปที่ธีโอดอร์ผู้ที่อ่อนวัยกว่าเขาที่สามารถไล่ตามชะตากรรมที่แสนเศร้าของเขา ซาโตเมอร์ได้ ผู้ที่ปลดปล่อยเขาจากชะตากรรม

สำหรับความหวัง แต่ยังคงเยาว์วัยธีโอดอร์ เขาพูดขึ้น –ข้าจะปล่อยมันให้เจ้า

นี่คือตอนที่จอมเวทย์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในยุคสมัยใหม่ได้ยอมแพ้ในบทบาทของเขา

-เวทย์อัญเชิญ  ความสำเร็จใหม่ๆ....ข้ากำลังจะมอบทุกอย่างให้แก่เจ้า  เกียรติยศ....จงตระหนักถึงมัน

“.....ครับ มันเป็นเกียรติอย่างยิ่ง”

-หากเจ้าเข้าใจแล้ว....เรียกมันซะ ตอนนี้

ด้วยขอยกเว้นบางอย่าง เวทย์อัญเชิญมักจะถูกเรียกใช้โดยการขานชื่อของตัวตนที่ต้องการจะอัญเชิญ  ขณะที่ธีโอดอร์พยายามขยับริมฝีปากของเขา เศษเสี้ยวจิตวิญญาณของซาโตเมอร์ก็ร้องออกมา   -อัญเชิญ!!!

ในเวลาเดียวกัน ธีโอดอร์ก็ตะโกนเสียงดังลั่น  “[จงมา ฟาฟเนอร์!]”

***

ทันใดนั้น ช่วงเวลาที่มันปรากฏตัว โลกก็ได้ถูกเผาไหม้  มันเป็นมังกรศักดิ์สิทธิ์ที่สร้างขึ้นจากไฟสีขาว

ความมืดได้ถอยหนี เมฆทั้งหมดบนท้องฟ้าต่างระเหย และระดับน้ำทะเลก็ได้ลดลงอย่างรวดเร็ว

ท้องฟ้าสว่างจ้าราวกับดวงอาทิตย์กำลังแผดเผา มันร้อนจนเกือบจะเผาไหม้ดวงตา ขณะที่เรือประมงบางลำที่อยู่ใกล้ชายฝั่งต่างละลาย น้ำทะเลที่เย็นเฉียบเดือดปุดๆราวกับลาวา และปลาที่กำลังว่ายน้ำต่างก็ตกตายไปโดยไม่รู้ตัว

และระยะเวลาที่ผ่านไปนั้นเพียงแค่วินาทีเดียว

เมื่อฟาฟเนอร์ลงมาสู่โลกวัตถุ  รัศมีสามกิโลเมตรก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นขุมนรกที่น่าหวาดหวั่น

นื่คือการดำรงอยู่ของเปลวเพลิงที่แผดเผาต้นไม้โลกในยุคโบราณกาลและเปลี่ยนที่ราบสีแดงให้กลายเป็นดินแดนที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถอยู่อาศัยได้ ฟาฟเนอร์เป็นไพ่ที่แข็งแกร่งที่สุดที่ธีโอดอร์ได้เตรียมไว้

‘…….!

บางคนอาจจะบอกว่ามันไร้สาระ แต่พวกเขาไม่สามารถทำให้เกิดเสียงใดๆได้เพราะอากาศมันไม่สั่นสะเทือน

อควาโล่เงยหน้าขึ้นมองมังกรสีขาวบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เปียกชื้นและเรืองแสง  แสงและความร้อนที่หลั่งไหลออกมาจากเกล็ดของฟาฟเนอร์ ทำให้มันกลายเป็นที่ที่มนุษย์ปกติไม่สามารถอยู่อาศัยได้  มันเป็นมังกรโบราณที่สามารถฆ่าเธอได้ง่ายๆ!

เมื่อรู้ถึงพลังอำนาจ อควาโล่จึงหมดความพยายามที่จะดับความร้อนและพยายามจะไม่เป็นที่สังเกต

“เทพมังกรผู้ยิ่งใหญ่ที่ลอยอยู่บนฟากฟ้า  โปรดอย่าสนใจสาวสวยผู้นี้เลย”

“……”

หากแรนดอล์ฟตื่นขึ้น เขาคงจะหัวเราะหลังจากได้ยินคำอธิษฐาน โชคดีที่เขาถูกลากเข้าสู่มือของอควาโล่และสูญเสียสติอยู่  อย่างไรก็ตามคำอธิษฐานของเธอจะเข้าสู่รูหูของเหล่าเทพเจ้าที่อยู่ที่ไหนสักแห่งในจักรวาลหรือไม่?

หลังจากผ่านไปสองวินาทีหลังจากฟาฟเนอร์ถูกอัญเชิญ.....

[ระบุเป้าหมาย  เริ่มต้นการกำจัด]

ดวงตาสีขาวที่ร้อนแรงของฟาฟเนอร์จับจ้องไปยังบางสิ่งที่ลอยอยู่บนทะเล ครึ่งหนึ่งของธารน้ำแข็ง ที่ซึ่งเคยถูกใช้เป็นพื้นที่ต่อสู้ ได้หลอมละลายไปแล้ว อัตตาได้เปลี่ยนร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในทะเล เช่นเดียวกับตอนที่มันสู่กับอควาโล่

-บะ-บัดซบ....! อัตตาคิดอย่างสิ้นหวังเมื่อสถานการณ์ได้เปลี่ยนไป

จบบทที่ ตอนที่ 151 เคียงข้างมังกร 4

คัดลอกลิงก์แล้ว