เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 113 รางวัลจากต้นไม้โลก 2

ตอนที่ 113 รางวัลจากต้นไม้โลก 2

ตอนที่ 113 รางวัลจากต้นไม้โลก 2


นอกเหนือจากคำเชิญนั้น ธีโอดอร์ก็ถูกบังคับให้ใช้เวลาพักผ่อนอีกสองสามวัน

ไม่มีใครถูกฆ่าตายหรือได้รับบาดเจ็บสาหัสในการต่อสู้กับลิเวียธาน แต่นี่เป็นศึกที่เหล่าปรมาจารย์เวทย์ที่อยู่เหนือขั้น5 ต้องใช้อำนาจเวทมนต์อย่างมากในเวลาอันสั้น มันจึงเป็นปกติที่จะรู้สึกเมื่อยล้าเล็กน้อย แต่ไม่ได้ส่งผลใดต่อวงกลม มีเพียงจอมเวทย์จากRed Tower เท่านั้นที่ไม่ได้รับผลกระทบใดๆ

 

วินซ์นั่งลงข้างๆธีโอดอร์และพูดด้วยรอยยิ้มว่า “มันหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ฉันอดที่จะรู้สึกละอายใจไม่ได้ เนื่องจากงานของฉันง่ายกว่าศิษย์มากนัก”

“มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับมาสเตอร์งั้นหรอครับ?”

“มันไม่สามารถเทียยบกับสิ่งที่เธอได้ผ่านมา”

 

ในศึกครั้งสุดท้ายจอมเวทย์จากRed Tower นั้นได้รับการละเว้นอย่างไม่เต็มใจ เป็นเพราะเวทย์ไฟนั้นไม่มีความหมายเมื่ออยู่ต่อหน้าลิเวียธาน แม้กระทั่งเวโรนิก้าก็คงจะไม่สามารถช่วยอะไรได้

ดังนั้นออร์ต้าจึงได้สั่งให้พวกเขาไปจับกุมกลุ่มคนที่นำลิเวียธานเข้ามาในเกรทฟอเรสต์ ผลลัพธ์ก็คือกลุ่มก่อการร้ายนี้ได้ถูกจับกุมโดยเหล่าจอมเวทย์จากRed Tower

จอมเวทย์จากRed Tower ไม่ได้ต่อสู้อย่างสมควรนัก!ความไม่พอใจของพวกเขาที่ไม่ได้มีส่วนร่วมในการต่อสู้ระดับประวัติศาสตร์ได้ถูกระบายไปกับกลุ่มก่อการร้าย เหล่าคนโง่ที่โชคร้ายบางคนต้องจบชีวิตไป กลุ่มทหารรับจ้างที่มัวเมาไปกับอำนาจเงินได้จบสิ้นเมื่อปะทะกับจอมเวทย์สงครามจากRed Tower กองกำลังที่มีชื่อเสียงที่สุดของเมลเทอร์

แน่นอนว่ามีเพียงไม่กี่คนที่พยายามต่อต้าน แต่พวกเขาต่างกลายเป็นกลุ่มก้อนถ่าน ‘มันเป็นการต่อสู้ที่ไร้ค่า’วินซ์เล่า

 

“ดังนั้นฉันจึงเริ่มคิดถึงเรื่องนี้และฉันคิดว่ามันเป็นความคิดที่ดีที่จะรวบรวมเวทมนต์ธาตุอื่นๆ ในยุคนี้ ฉันตระหนักได้ว่าฉันยังคงอยู่ในช่วงวัยรุ่นอยู่และมีหลายเส้นทางที่ลึกซึ่ง”

“ฮ่าๆๆ...”

 

ธีโอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากพยักหน้าให้กับความคิดนี้

วินซ์นั้นได้ก้าวสู่ขั้น6ด้วยอายุ50ปีขณะที่ศึกษาภาษาโบราณไปด้วย และตอนนี้ เขาต้องการที่จะเรียนรู้เวทมนต์ธาตุอื่นๆ?ธีโอคิดว่าวินซ์คงจะได้นอนแค่สามหรือสี่ชั่วโมงต่อวัน หัวใจที่อยากรู้อยากเห็นเป็นสิ่งที่เหล่าจอมเวทย์ไม่สามารถหยุดยั้งมันได้

ในขณะนี้ทั้งสองคนได้มีโอกาสพูดคุยกันส่วนตัว การสนทนาที่จริงจังได้เกิดขึ้นมาสองสามคืนที่ผ่านมา และตอนนี้พวกเขากำลังรอให้คนมารับพวกเขาอยู่

ตั้งแต่การต่อสู้กับลิเวียธานได้จบลง เหล่าเอลฟ์ก็ได้เตรียม ‘งานฉลอง’ พร้อมกับที่อพยพเหล่าเอ็นท์และไดรแอดไปที่อื่น มันเป็นเรื่องที่คนที่เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องไม่รับรู้

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีคนมาเคาะประตูพวกเขา

เอ็ดวินปรากฏตัวขึ้นที่ด้านหน้าประตูและพูดขณะคำนับให้ “เหล่าผู้ปกครองของพวกเราได้สั่งให้เรามารับตัวท่านทั้งสอง”

***

เช่นเดียวกับการประชุมครั้งสุดท้าย เหล่าเอลฟ์ได้เป็นผู้นำทางกลุ่มพวกเขาอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสิ่งที่แตกต่างจากตอนนั้นก็คือ ทัศนคติของเอ็ดวินต่อคณะฑูตคนอื่นๆนอกจากธีโอดอร์ เดิมทีเหล่าเอลฟ์นั้นไม่ได้หยาบคาย แต่พวกเขานั้นมีมารยาทมากเกินไป ท่าทางที่เย็นชาตอนนี้ได้รับการปลดปล่อยออกมาเป็นมิตรที่แสนอ่อนโยน

ธีโอดอร์คาดเดาเหตุผลนั้นและพยักหน้า’ดูเหมือนว่าเรื่องที่พวกเราได้ทำลายลิเวียธานจะถูกประกาศไปแล้ว ถ้านี่เป็นประวัติศาสตร์ของมนุษย์และไม่ใช่ประวัติศาสตร์ของเอลฟ์เฮล์ม สิ่งต่างเหล่านี้จะไม่ไหลลื่นเช่นนี้’

มันเป็นความคิดที่เหยียดหยาม แต่ก็ไม่ได้ผิด ไม่เหมือนกับเหล่าเอลฟ์ มนุษย์มักจะสนใจตัวเองเป็นอันดับแรกเสมอ ถ้าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในอาณาจักรออสเต็นพวกเขาอาจจะส่งธีโอเป็นเหยื่อแทนที่จะเป็นกองกำลังสนับสนุน จากนั้นเมื่อจบลง พวกเขาอาจจะพยายามเอ่ยอ้างว่างานของธีโอในการเอาชนะลิเวียธานเป็นของพวกเขา

เช่นนั้นมันจึงเป็นเรื่องยากที่จะหาอาณาจักรที่จะประกาศต่อสาธารณะและปฏิบัติต่อพวกเขาในฐานะผู้กอบกู้

อย่างไรก็ตามอารมณ์ที่รื่นรมย์ไม่ได้จบลงแค่นี้

 

[รอ......ดะ.....เดี๋ยว....]เสียงที่ว่างเปล่าดังขึ้น

เป็นรอยเท้าขนาดใหญ่และเสียงก้าวเดินที่ดัง

พวกเขาคือเหล่าเอ็นท์ที่อาศัยอยู่ในป่าตะวันออก เด็กชายและเด็กหญิงตัวน้อยซึ่งก็คือเหล่าแฟรี่ได้นั่งอยู่บนกิ่งไม้และหัวเราะขณะพูดคุยกัน

‘เอ็นท์ที่ฉันเห็นในตอนนั้น....และเหล่าไดรแอดด้วยงั้นหรือ?’ธีโอนึกถึงทัศนคติที่ไม่เป็นมิตรของพวกเขาและต้องการที่จะก้าวถอยหลัง

อย่างไรก็ตามผู้นำของเหล่าเอ็นท์ก็ได้พูดขึ้น [คน.......ยิ่งใหญ่.....ท่าน...]

“…ผม?”

[…ตาม...ความ..เป็นจริง..]คำตอบฟังดูสับสน แต่เอ็นท์ก็ได้โค้งคำนับต่อธีโอดอร์

กิ้งไม้ได้โค้งลงต่ำมาแต่ก็ยังสูงอยู่สองสามเมตร

[ขอ..อภัยและ....ป่า...ปกป้อง.....ขอบคุณ]

จากนั้นเหล่าไดรแอดบนกิ้งไม่ก็ได้เริ่มพูดขึ้นในลักษณะช่างคุย

[ขอบคุณ!ขอบคุณ!]

[ขอบคุณและขอโทษ!เราขอโทษและขอบคุณ!]

[แอปเปิ้ลนั้นอร่อย!]

[มันฝรั่งนั้นหวานอร่อย!]

มีหลายคำที่ธีโอไม่เข้าใจ แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความจริงใจของพวกเขา มันไม่เหมือนกับสังคมของมนุษย์ที่ใช้การโกหกเป็นอาวุธ ธีโอดอร์ยิ้มและเอื่อมมือออกไปสัมผัสกับกิ่งไม้ด้านหน้าเขา “ที่ผมหยาบคายใส่ในตอนแรก ผมขอโทษ”

[…ข้า...ก็...เช่นกัน]

“งั้น พวกเราก็คืนดีกันเถอะ”

เอ็นท์ได้หยุดชะงักชั่วขณะก่อนที่จะยื่นนิ้วของเขาที่ราวกับกิ่งไม้ออกไป มันเป็นช่วงเวลาที่สายพันธุ์ที่แตกต่างกันสองสายพันธุ์ได้จับมือกัน หลังจากการพูดคุยได้จบลง ทั้งสองสายพันธุ์ก็ได้กลับสู่ป่าทางตะวันออก ขณะที่เอ็ดวินกลับมาเป็นผู้นำอีกครั้ง

เป็นอีกครั้ง ที่หลุมมืดขนาดใหญ่ได้ทักทายพวกเขา ความสนใจของเขาต่อประตูมิตินั้นยังคงประทับใจ ดังนั้นผู้นำWhite Tower จึงก้าวไปข้างหน้าและถามว่า“เราจะผ่านมันไปเช่นครั้งนั้นใช่มั้ย?”

อย่างไรก็ตามเอ็นวินกลับก้าวไปข้างหน้าด้วยรอยยิ้ม หลุมที่อยู่ด้านหน้าพวกเขาได้ส่งเสียงร้องออกมา

“ใช่แล้ว แต่เส้นทางนั้นไม่ใช่สถานที่เช่นเดียวกับเมื่อตอนนั้น มันเป็นประสบการณ์ที่ดี ดังนั้น เราคิดว่าคุณควรที่จะเข้าไปมากกว่าจะได้ยินจากเรา”

“อืม ฉันเห็นด้วย”ออร์ต้าลูบคางของเขาเล็กน้อย ก่อนที่จะก้าวเข้าไปโดยปราศจากความลังเลใดๆ

 

เป็นภาพของเสื้อคลุมสีขาวที่ถูกกลืนหายไปในความมืดเช่นเดียวกับครั้งก่อน ธีโอไม่ทราบว่ามีอะไรอยู่ด้านหลังนั้น แต่เขาก็เดินไปด้านหน้าด้วยความรู้สึกแปลกๆ เขาสงสัยว่าอะไรคือสิ่งที่เอ็ดวินเรียกว่า ‘ประสบการณ์ที่ดี’

ขณะที่ร่างกายของเขาเดินผ่านหลุม.....

วูบบบ!

ลมที่รุนแรงทำให้เสื้อคลุมสีแดงของเขายับเยิน มันเป็นลมแรงที่หาได้ยากในที่ราบ อย่างไรก็ตาม มันเย็นและเงียบสงบ และมันรู้สึกสดชื่น ธีโอได้สูดหายใจเข้าลึกๆขณะที่หัวใจของเขาเต้นเร็วขึ้น จากนั้นเขาก็รู้สึกคุ้นเคยแปลกๆและนึกถึงมิลเลอร์ บารอนี่

‘สถานที่แห่งนี้....มันเป็นภูเขา?’

นี่คล้ายกับลมที่เขาเคยสัมผัสเมื่อตอนเขาปืนขึ้นไปบนยอดเขาในช่วงวัยเด็กของเขา ธีโอดอร์ขยับมือไปมาและมองไปรอบๆ เขาคาดหวังว่าด้วยมุมมองที่ดีเช่นนี้จะทำให้เขานึกถึงความทรงจำอันยาวนานของเขา

จากนั้นดวงตาและปากของเขาก็เปิดเปิดกว้างขึ้นในเวลาเดียวกัน

“…ว้าว”

ทิวทัศน์ที่ปรากฏถือเป็นเรื่องไร้สาระ เขาทำได้เพียงชื่นชมโลกที่อยู่ด้านหน้าเขา

เมฆสีขาวที่ลอยอยู่ในระดับสายตาและทำให้มือของเขารู้สึกชื้นเมื่อสัมผัสกับพวกมัน ทิวทัศน์เบื้องล่างของเขาทำให้ดูเหมือนว่าเขากำลังมองลงไปที่พื้นดินจากสวรรค์ นี่คือมุมมองที่ทำให้คำว่า ‘เทพเจ้า’หลุดออกมาจากปากของเหล่านักบุญ?

ธีโอดอร์ มิลเลอร์ กำลังเดินอยู่บนท้องฟ้าอย่างแท้จริง หลังจากพยายามที่จะใช้เวทมนต์ในการคำนวณความสูง ก่อนที่จะได้คำตอบที่น่าทึ่ง

 

‘…11กิโลเมตรเหนือพื้นผิว?!’

เขาคำนวณมันอีกครั้งและอีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นไม่เปลี่ยนแปลงออร์ต้าที่มาถึงก่อนเขาก็มีคำตอบที่คล้ายๆกัน

“11กิโลเมตร หรือจะให้แม่นยำก็คือ 10กิโลเมตรและ824เมตร ถ้าไม่ใช่เพราะพลังของต้นไม้โลก มันคงเป็นเรื่องธรรมดาที่จะแข็งตายไปกับความสูงเช่นนี้ มันเป็นเรื่องยากที่จะหายใจ แต่พวกเรากลับไม่มีปัญหาเลย”

“ผมเห็นด้วย...อืม?”

 

ขณะที่ผู้คนปีนขึ้นไปบนภูเขา อากาศจะเบาบางลงทำให้หายใจไม่ออก อย่างไรก็ตามพวกเขาไม่มีปัญหาเรื่องการหายใจเลยแม้ว่าจะอยู่ในระดับที่สูงอย่างมากเหนือพื้นผิว มันเป็นไปได้เนื่องจากนี่อาจจะเป็นพลังของต้นไม้โลก การดำรงอยู่ของพลังชีวิต

 

ธีโอดอร์ตกใจเมื่อเขาตระหนักได้ถึงความหมายของคำพูด “ตะ-ต้นไม้โลก?!ผู้นำหอคอย งั้นที่นี่ก็....!”

“ใช่แล้ว ถูกต้อง”

ขณะที่คนที่เหลือได้มาถึง ก็มีเสียงอ่อนโยนดังขึ้นกล่าวทักทายพวกเขา ก้อนเมฆที่ปิดบังมุมมองไปขยับตัวและรูปลักษณ์ของเธอก็ได้เปิดเผยขึ้น ลูเมียเอลฟ์ชั้นสูงที่มีผมสีน้ำตาลเข้มเช่นเดียวกับเปลือกต้นไม้ และดวงตาสีเขียวที่มีประกายอ่อนโยน เธอยิ้มอย่างสดใสขณะที่เธอตอบคำถามพวกเขา

“นี่คือหนึ่งในกิ่งก้านของต้นไม้โลกรวมถึงสถานที่ที่พวกเธอไม่สามารถเข้าไปได้เว้นแต่พวกเราจะเปิดทางให้”

“ต้นไม้โลก ที่นี่....?”

“....มันน่าเหลือเชื่อ”

 

พื้นดินที่มีขนาดกว้างหลายสิบเมตรเป็นเพียงกิ่งไม้เดียวเท่านั้น?ขณะที่จอมเวทย์ได้ชื่นชมกับความเป็นจริงนี้ ลูเมียก็ได้โบกแขนเธอไปทางก้อนเมฆ เมฆที่ปิดกั้นเส้นทางที่เหลืออยู่ทั้งหมดก็ได้ถูกนำออก เผยให้เห็นห้องจัดเลี้ยง

เอลฟ์ชั้นสูงที่เหลืออยู่อีก4ตนต่างนั่งอยู่ที่นั่น

“อะไรกัน พวกเธอมาช้า!”อลิซ่าบ่นขณะที่เธอกินอะไรบางอย่างไปแล้ว

ขณะเดียวกันเอลโลน่าก็ได้โบกมือเมื่อเธอพบกับธีโอ ไนอาร์กำลังหลับอยู่ด้วยใบหน้าที่ฟุบลงกับโต๊ะตลอดเวลา ขณะที่การแสดงออกของอลูการ์ดดูสว่างขึ้นกว่าปกติ นี่เป็นงานเลี้ยงแบบทั่วไปและลูเมียก็บอกกับพวกเขาว่าให้นั่งตรงไหนก็ได้

 

“การจัดงานเลี้ยงวันนี้ไม่ได้เป็นเพียงระหว่าง เมลเทอร์และเอลฟ์เฮล์ม แต่เป็นการเฉลิมฉลองให้กับเหล่าผู้กอบกู้แห่งเกรทฟอเรสต์ ดังนั้นไม่ต้องแบ่งแยกสถานะและนั่งลงตรงไหนก็ได้”

“ตะ-แต่…”

“เอาน่า มันไม่ได้เป็นเรื่องยากมาก โปรดคิดซะว่าพวกเราเป็นเพื่อนนับตั้งแต่นี้เป็นต้นไป”

 

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะปฏิเสธหลังจากได้ยินเช่นนั้น กลุ่มคณะฑูตต่างถูกบังคับให้นั่งลงรอบๆโต๊ะและซิลเวียรีบนั่งลงทางขวามือของธีโอ เมื่อทุกคนนั่งลงในที่นั่งของพวกเขา อลูการ์ดก็ตัดสินใจที่จะรับบบทบาทเป็นเจ้าภาพและเปิดปากขึ้น

บางทีอาจจะเป็นเพราะอารมณ์ แต่เสียงของเขาดูตื่นเต้นกว่าปกติเล็กน้อย

 

“เอาละ เราขอประกาศเริ่มงานเลี้ยงเฉลิงฉลอง ต้นไม้โลกได้อวยพรให้กับการพบปะครั้งนี้ และเราหวังอย่างยิ่งว่าเราจะสามารถเปลี่ยนจากเพื่อนบ้านที่อยู่ห่างไกลเป็นมิตรสหายที่แท้จริง เช่นเดียวกับที่ทุกคนได้ช่วยเราจากวิกฤต พวกเราจะไม่อยู่เฉยหากพวกคุณตกอยู่ในอันตราย!”

“ด้วยความกรุณาและคำอวยพรจากต้นไม้โลกและทุกท่าน เมลเทอร์จะให้ความสำคัญอย่างยิ่งกับข้อตกลงนี้”

 

ขณะที่พวกเขายกถ้วยของพวกเขา เสียงของเอลฟ์ชั้นสูงและมนุษย์ก็ได้รวมเป็นหนึ่ง

 

“เฮฮฮ!”

จบบทที่ ตอนที่ 113 รางวัลจากต้นไม้โลก 2

คัดลอกลิงก์แล้ว