เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนทีี่ 106 ผู้มาเยือน 4

ตอนทีี่ 106 ผู้มาเยือน 4

ตอนทีี่ 106 ผู้มาเยือน 4


‘ยังคงมีเวลาอยู่เนื่องจากนี่เป็นเพียงรูปแบบที่สองเท่านั้น ปัญหาก็คือฉันจะพูดกับคนที่นี่อย่างไร....’

ธีโอดอร์นึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับลิเวียธานที่ได้ยินมาจากความตะกละอย่างสงบ

ไม่ว่าจะที่ไหนของโลก ท้องฟ้า พื้นดิน หรือทะเล ล้วนถูกเผาผลาญทั้งหมด....’Muspelheim’ ที่ถูกผนึกเอาไว้โดยโลก มันเป็นผลึกแห่งพลังที่มีอยู่เพื่อเผาผลาญทุกชีวิตและเป็น1ในเวทย์โบราณไม่กี่อัน ที่สามารถปลดปล่อยผนึกของตัวเองโดยไม่ต้องมีเจ้าของ

รูปแบบแรกของมันเป็นสัตว์ไฟที่เผาผลาญต้นไม้ รูปแบบที่สองคือยักษ์ไฟที่มีเปลวไฟลุกอยู่ตามตัวดั่งภาพที่กำลังฉายอยู่ เพียงแค่รูปแบบที่สองมันก็อยู่ในระดับภัยพิบัติของชาติแล้วและต้องหาวิธีหยุดมันให้เร็วที่สุด

อย่างไรก็ตาม มันไม่สามารถเทียบได้เลยกับรูปแบบที่สามและสี่ ธีโอนึกถึงความตื่นเต้นที่เขารู้สึกเมื่อได้ยินชื่อนี้เป็นครั้งแรกและย้ำมันไว้ในใจ’…ฟาฟเนอร์’

รูปแบบที่สามเป็นรูปแบบที่จะเปลี่ยนแปลงเปลวไฟเพื่อที่จะให้กำเนิดมังกร และรูปแบบที่สี่ของลิเวียธานจะทำให้มันกลายเป็นมังกรที่แท้จริงซึ่งรู้จักกันในฐานะสายพันธุ์ที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก

มันเป็นมังกรชั่วร้ายในยุคโบราณที่มีตัวตนอยู่เพื่อทำลายล้าง อากาศที่สัมผัสกับเกล็ดของสัตว์ร้ายจะกรีดร้องขณะที่พวกมันถูกเผาไหม้ ในขณะที่พื้นดินที่ถูกลมหายใจของมันรดใส่จะแห้งแล้งจนไม่เหลือเมล็ดพืชหรือสิงมีชีวิตใดๆ

ตามที่ได้มีการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ ไม่ว่าที่ไหนมังกรตนนี้บินพัดผ่าน มันจะกลายเป็นดินแดนที่สิ่งมีชีวิตไม่สามารถดำรงอยู่ได้ ความตะกละได้อธิบายสั้นๆว่าเปลวเพลิงของฟาฟเนอร์เป็นเปลวเพลิงได้ก่อให้เกิดที่ราบสีแดง

จากนั้นเสียงที่ดูง่วงก็ได้แทรกเข้ามา – ลิเวียธานนั้นเป็นเวทย์โบราณแบบอิสระ แต่มันจะอยู่เฉยๆจนกว่ามันจะถูกนำเข้ามาใกล้กับป่า มีหลายจุดที่ยังไม่แน่นอนเกี่ยวกับสถานการณ์นี้

‘มีคนจงใจสร้างสถานการณ์งั้นหรอ?’

มันทำให้เขารู้สึกคิดเช่นนั้น เขาไม่ทราบว่าไอสารเลวนั้นคือใคร แต่พวกมันต้องเป็นพวกโง่เง่าแน่ๆ

-ช่วงเวลาที่ลิเวียธานไปถึงรูปแบบที่4 ยุคนี้จะสิ้นสุดลง คนที่ทำให้มันเป็นเช่นนี้ เท่ากับทำลายตัวเอง ดังนั้นพวกเขาจึงต้องเป็นคนที่โง่มากๆ

มันไม่สามารถเทียบได้กับรูปแบบที่5หรือ6 ที่จำเป็นต้องมีเจ้าของ แต่มันไม่ใช่คู่ต่อสู้ที่จะสามารถเอาชนะได้เลย ดังนั้นวิธีเดียวที่เหลืออยู่สำหรับธีโอดอร์และพรรคพวกของเขาก็คือการจัดการกับลิเวียธานก่อนที่มันจะถึงรูปแบบที่4

[เจ้า.....เจ้าจะทำเช่นนี้ไปอีกนานแค่ไหน?]ในขณะนั้นเสียงตะโกนของใครบางคนก็ดังขึ้นจากภาพที่ฉายอยู่ในอากาศ คนที่พยายามจะแสดงความกล้าหาญเช่นนี้ต่อหน้ายักษ์ที่เผาผลาญชีวิตทั้งหมดต้องไม่ใช่คนธรรมดา

เหล่าฑูตทุกคนต่างสงสัยเกี่ยวกับตัวตนของคนๆนั้น เหล่าเอลฟ์ชั้นสูงต่างพูดด้วยสีหน้าสดใส

“โอ้ พวกเขามาถึงแล้ว!”

“ผู้พิทักษ์ เอลเลี่ยม”

“เราไม่ทราบถึงตัวตนของสิ่งนั้น แต่ไม่จำเป็นทีต้องกังวลอีกต่อไปเมื่อผู้พิทักษ์ลำดับที่2อยู่ที่นั่น”

มีเพียงเอลฟ์ชั้นศูงหนึ่งตนที่พึมพำด้วยเสียงที่ไม่มีใครได้ยิน “….มะ...ไม่.....อัน....ตราย...”

ไม่นานหลังจากนั้นผู้พิทักษ์ที่ถูกส่งไปโดยเอลฟ์เฮล์มก็ได้พยายามที่จะหยุดยั้งยักษ์ไฟ เอลฟ์ที่ชื่อว่าเอลเลี่ยมไม่ใช่นักธนูเหมือนเอ็ดวิน เขาเรียกหอกไม้ที่ส่องแสงสีเงินแปลกๆออกมา และบินไปทางยักษ์ไฟ

จากนั้นเขาก็ตะโกนทันที [ตายซะ!]

แมกม่าได้แข็งตัวและไฟที่ลุกไหม้บนใบไม้และต้นไม้ได้ดับลง ความหนาวเย็นที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนได้กระจายไปทั่วยักษ์ไฟ ไดรแอดและเอ็นท์ ต่างใช้ช่วงเวลานี้วิ่งหนีไป ขณะที่ผู้พิทักษ์ตะโกนออกมา [แข็งไปซะ!]

คราวนี้ ยักษ์ไฟก็ได้ถูกแช่แข็งอยู่กับที่ แขนและขาของมันติดอยู่กับที่เมื่อร่างของมันปกคลุมไปด้วยแผ่นน้ำแข็งหนา ยักษ์ไฟพยายามดิ้นรนด้วยท่าทางโกรธแค้น แต่น้ำแข็งกลับไม่ละลาย ในไม่ช้าน้ำแข็งก็ปกคลุมทั่วร่างกายของมันและกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่ตั้งตะหง่าน

‘โอ้....!’

เมื่อบรรยากาศภายในห้องประชุมสงบลง ไนอาร์ เอลฟ์ชั้นสูงที่เงียบมานานก็ได้ตะโกนขึ้นเป็นครั้งแรก “เอลเลี่ยม หนีไปจากตรงนั้นเร็วเข้า!”

[นะ-ไนอาร์]

เอลเลี่ยมนั้นรู้สึกประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลันนี้และกระโดดถอนหนีทันทีเนื่องจากเสียงของไนอาร์มักจะกึ่งหลับกึ่งตื่นเสมอ

ไนอาร์นั้นเป็นเอลฟ์ที่ทรงภูมิที่สุดในหมู่เอลฟ์ชั้นสูงและคำทำนายของเธอมักถูกเสมอในเวลานี้ก็เช่นกัน

บูมมม!

[อะไร?!]

พื้นดินที่เอลเลี่ยมได้ยืนอยู่ก่อนหน้านี้ได้แยกออกจากกันและลาวาก็ปะทุขึ้นมา ถ้าเขายืนอยู่ตรงนั้นเขาจะถูกเผาไหม้ทันทีโดยไม่เหลือซากใดๆ เขารู้สึกเสียววูบขณะที่เขาจ้องมองไปที่น้ำแข็งที่เริ่มแตกบนตัวยักษ์ไฟ การแช่แข็งมันด้วยน้ำแข็งนั้นไร้ความหมาย

การประเมินของหนังสือเวทย์โบราณที่อยู่มานานนับพันๆปีเป็นเรื่องที่ไร้ความเมตตา ต่อให้บลันเดลและเวโรนิก้าผู้เป็นจอมเวทย์ที่ทรงอำนาจมากที่สุดในปัจจุบันร่วมมือกับ7เทพดาบแห่งจักรวรรดิ พวกเขาก็จะไม่สามารถเข้าใกล้ฟาฟเนอร์ได้

คนที่อยู่ในห้องประชุมต่างหันไปมองที่ไนอาร์ผู้ที่เตือนถึงการโจมตีได้เร็วกว่าคนอื่น เธอนั้นเอาแต่นอนกรนตลอดเวลาการประชุมดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้คาดหวังอะไรจากเธอเลย

“…พวกคุณกำลังมองอะไรอยู่?”ดวงตาของไนอาร์ ที่มีรอยคล้ำอยู่ใต้ตา จ้องไปที่พวกเขาที่จ้องมองเธอ ไม่มีอาการง่วงนอนหลงเหลืออยู่ในดวงตาของเธอเลย

หลังจากที่รู้จักเธอมาเป็นเวลานานแล้ว อลูการ์ดรู้ถึงสัญญาณนี้และถามอย่างร้อนรน “ไนอาร์ เจ้ารู้เกี่ยวกับยักษ์ตนนี้งั้นหรือ?”

“ใช่ ครึ่งหนึ่ง”

“ครึ่ง?”

เป็นคำตอบที่ค่อนข้างคลุมเครือ ไนอาร์พยักหน้าและชี้ไปที่ยักษ์ในภาพ “เราเคยอ่านเรื่องนี้ในตำนานเก่าแก่ มันเป็นร่างอวตารของเปลวเพลิงจากโลกอื่น เปลวเพลิงที่มีชีวิต.....หายนะที่จะเผาผลาญชีวิตทั้งหมด---ลิเวียธาน”

“ลิเวียธาน?”

“ใช่ มันเป็นฝันร้ายในยุคโบราณที่เผาผลาญ สายเลือดโบราณต้นกำเนิดของเราในยุคแรก ต้นไม้โลกต้นแรกและบรรพบุรุษของพวกเรา เรารู้เพียงแค่นี้ นอกจากนี้มันยังมีบันทึกในฐานะกึ่งยักษ์กึ่งมังกร”

เหล่าคนในห้องประชุมเริ่มโวยวาย ตำนานเก่าแก่ของเอลฟ์นั้นเป็นอดีตที่ยาวนานกว่ามนุษย์ มันเป็นช่วงเวลาที่จอมเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่ขั้น9 ที่ไม่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน และจอมดาบที่สามารถผ่าภูเขาด้วยดาบนั้นดำรงอยู่ ไม่มีใครในยุคนี้ที่จะต้านทานการดำรงอยู่ของผู้ที่ถูกเรียกว่า ‘สัตว์ประหลาด’ ในยุคนั้นได้

ธีโอดอร์เป็นคนเดียวที่รู้สึกยินดีกับคำพูดของ ไนอาร์ ‘เยี่ยม นี่เป็นเรื่องที่ดี มันจะยากถ้าฉันเป็นคนพูดเรื่องนี้มาก่อน แต่ตอนนี้ฉันสามารถแนบคำพูดเสริมไปได้แล้ว ฉันสามารถได้รับความช่วยเหลือจากเอลฟ์เฮล์มได้’

เขารู้เรื่องลิเวียธานมากกว่าใครในที่นี้ แต่คนอื่นนั้นต้องค้นพบเรื่องนี้ก่อน ถ้าแม่แต่เอลฟ์ยังไม่สามารถเชื่อมต่อมันกับตำนานเก่าแก่ได้ จอมเวทย์มนุษย์จะสามารถทำได้ยังไง?

อย่างไรก็ตาม ต้องขอบคุณเอลฟ์ชั้นสูง ไนอาร์ เขาสามารถเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับลิเวียธาน ได้แล้ว ธีโอดอร์ยกมือขึ้นอย่างระมัดระวัง

“ธีโอดอร์?มีอะไรงั้นหรอ?”

“เธอ....?”

เอลโลน่าและผู้นำWhite Tower สังเกตเห็นการกระทำของธีโอและมองเขาอย่างประหลาดใจ พวกเขากังวลว่าธีโอจะพูดอะไรไร้สาระในสถานกาณ์นี้

อย่างไรก็ตามคำพูดต่อไปจากปากของเขากลายเป็นจุดหักเหในที่ประชุม “ฉันเคยได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับลิเวียธานมาแล้ว”

“อะไรนะ?!”

“จะ-จริงหรอ?”

แน่นอน มันเป็นเอลฟ์ชั้นสูงที่แสดงปฏิกิริยาอย่างรุนแรง อลูการ์ดกระโดดขึ้นจากที่นั่งขณะที่ดวงตาของเอลโลน่าและลูเมียเบิกกว้างขึ้น

ธีโอดอร์พยักหน้าอย่างช้าๆเพื่อป้องกันไม่ให้ใครถามก่อนที่เขาจะพูด “ฉันขอโทษ แต่ฉันไม่สามารถเปิดเผยแหล่งข้อมูลของฉันได้ มีหนังสือเล่มหนึ่งอยู่ในอาณาจักรของพวกเรา ซึ่งเป็นความลับอย่างยิ่ง”

ครั้งนี้คนที่ประหลาดใจคือกลุ่มคณะฑูตจากเมลเทอร์

“บางที....หอสมุดแห่งชาติ?”

“มันอาจจะเป็นไปได้ ชายหนุ่มคนนี้ได้รับสมบัติแห่งชาติจากฝ่าบาท ดังนั้นความเป็นไปได้ทีร่เขาจะได้อ่านหนังสือโบราณจากหอสมุดแห่งชาตินั้น....”

“อย่างไรก็ตาม ความรู้เกี่ยวกับยุคนั้น...”

ธีโอยิ้มด้วยความพึงพอใจกับเสียงกระซิบที่ลอยเข้าหูเขา เขาไม่คิดว่าพวกเขาจะเชื่อข้ออ้างนี้100%แต่มันก็เพียงพอแล้วตราบเท่าที่พวกเขาคิดว่ามันมีความเป็นไปได้

เวโรนิก้าบอกกับเขามานานแล้วว่าผู้นำWhite Tower เป็นผู้รับผิดชอบการรักษาความปลอดภัยของหอสมุดแห่งชาติ แต่เขาไม่สนใจเนื้อหาทั้งหมดของมัน ไม่มีทางที่เขาจะตระหนักถึงข้อแก้ตัวของธีโอได้ทันที ยกเว้นกรณีที่เขาจะอ่านหนังสือทุกเล่มในหอสมุดแห่งชาติแล้ว

ไม่น่าแปลกใจ ไม่มีใครสักคนที่ซักถามธีโอ ตอนนี้เขาเพียงต้องการพิสูจน์ความถูกต้องขอข้อมูลเท่านั้น ในไม่ช้าแหล่งที่มาของข้อมูลของเขาจะไม่มีความหมายสำหรับเอลฟ์ชั้นสูง และนี่คือวิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้วิธีเอาชนะภัยพิบัติ

ไนอาร์เป็นคนที่สงบได้เร็วที่สุดและพูดกับเขาด้วยเสียงอ่อนนุ่ม “ธีโอดอร์ เรารู้ถึงความชอบที่เธอได้ทำเพื่อพวกเรา แต่นี่เกี่ยวข้องกับชะตากรรมของเผ่าพันธุ์ทั้งหมด โปรดเข้าใจว่าน้ำหนักของคำพูดของเธอจะไม่ใช่เบาๆ”

“แน่นอน”

“และขออภัย ต่อจากนี้พวกเราสามารถพูดผ่านRatatoskr ได้หรือไม่?”

ก่อนที่ธีโอดอร์จะตอบสนอง เอลโลน่าก็ได้ร้องออกมาด้วยความโกรธบนใบหน้าของเธอ “ไนอาร์!คุณไม่เชื่อธีโอดอร์ใช่มั้ย?”

“เราจำเป็นที่ต้องระมัดระวังมากกว่าปกติ”

“ไม่ มันไม่ใช่ เป็นเพราะการโกหกไม่สามารถส่งผ่านRatatoskrได้!”

ธีโอดอร์ยิ้มขณะที่เขารู้ว่าทำไมเอลโลน่าถึงโกรธ เธอรู้ดีว่าเหตุการณ์นี้เป็นเรื่องเร่งด่วนและความสำคัญของคำพูดของเขาเป็นความจริง อย่างไรก็ตามความไว้วางใจที่เธอมีให้กับเขานั้นยิ่งใหญ่อย่างมาก

ธีโอชื่นชมท่าทางของเธอและยกมือของเขาขึ้นและตบมือ

แปะ

เอลฟ์ชั้นสูงสองตนที่กำลังเถียงกันอยู่หันไปมองเขา เขาชื่นชมท่าทางของเอลโลน่าแต่เขาก็เข้าใจในตัวไนอาร์ อย่างไรก็ตามข้อมูลที่เขาจะพูดนั้นได้รับการบอกโดยตรงจากหนังสือเวทย์โบราณแห่งความโลภ ความตะกละ ความถูกต้องของความตะกละนั้นอยู่เหนือข้อมูลใดๆ

ธีโอนั้นยินดีที่จะพิสูจน์คำพูดของเขา “ฉันจะทำตามที่ไนอาร์กล่าว”

ก่อนอื่น เขาเรียกมิตรามาที่พื้นห้องประชุมและอุ้มเธอขึ้นมาเพื่อวางไว้บนหัวของเขาและเชื่อมโยงความรู้สึกของพวกเขาด้วยกัน

มันไม่แตกต่างไปจากการขยับปากขณะที่พูดผ่านเครือข่ายประสาทของต้นไม้โลก Ratatoskr ในเวลาเดียวกัน

จากนั้นธีโอดอร์ก็เริ่มเล่าเรื่องราว

[“เปลวเพลิงที่ได้แผดเผาต้นไม้โลกต้นแรก ลิเวียธาน ตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นยักษ์ แต่ถ้ามันยังคงกลืนกินป่าด้วยวิธีนี้ เร็วๆนี้มันจะเปลี่ยนรูปลักษณ์ใหม่ ตามหนังสือแล้วมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่เติบโตจากการกินต้นไม้”]

บรรดาจอมเวทย์ผู้ที่เอาแต่หมกมุ่นอยู่กับความรู้ ได้มุ่งความสนใจไปที่ธีโอจนลืมที่จะกระพริบตา ขณะที่เหล่าเอลฟ์ชั้นสูงยืนยันความถูกต้องผ่านRatatoskr

อาณาจักรสองในสามที่ถ่วงสมดุลกันในตอนเหนือขึ้นอยู่กับจอมเวทย์หนุ่ม

[“ฉันจะยืนยันเรื่องนี้ก่อน”]

เมื่อทุกคนให้ความสนใจกับเขาธีโอดอร์ก็ได้ชูนิ้วขึ้น เขาชูนิ้วมือทั้ง5ก่อนที่จะพับกันเป็นกำปั้น

จากนั้นเขาก็มองไปที่กำปั้นและประกาศว่า “ในอีก5วันข้างหน้า!ถ้าเราไม่สามารถฆ่าลิเวียธานได้ วันนั้นจะเป็นวันที่เขตเหนือจะถูกทำลายจนสิ้น”

จบบทที่ ตอนทีี่ 106 ผู้มาเยือน 4

คัดลอกลิงก์แล้ว