เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 102 เกรทฟอเรสต์ 4

ตอนที่ 102 เกรทฟอเรสต์ 4

ตอนที่ 102 เกรทฟอเรสต์ 4


“Ratatoskr?”

-ใช่แล้ว มันเป็นชื่อของคนช่างพูดที่ถูกบันทึกไว้ในตำนาน เธอได้ตระหนักถึงพื้นที่ในอิกดราซิลที่มีเพียงเอลฟ์ชั้นสูงเท่านั้นที่เข้าถึงได้

เอลโลน่านั้นได้ส่งเมล็ดพันธุ์แห่งต้นไม้โลกให้แก้มิตรา แต่เธอไม่ได้ตระหนักว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น ที่ดีที่สุดเธอคิดว่ามันจะแค่ขยายความสามารถของมิตราเพิ่มขึ้นเท่านั้น ขณะนั้นเอลฟ์ชั้นสูงที่เงียบๆมาตั้งแต่แรกก็ได้เปิดปากขึ้น –ดิมิตรา……โดยการปลูกต้นไม้โลกลงบนศีรษะของพระแม่แห่งพื้นธรณี....บางทีเธออาจจะสูงส่งกว่าพวกเรา.....อืม

-ชะ-เช่นนั้นหรอ?

-เราไม่ทราบแน่ชัด....เราเพียงแค่คาดเดา....บางทีเราอาจจะถูกแค่ครึ่งเดียว....

หากเป็นเช่นนั้น เอลโลน่าก็ได้บังเอิญสร้างเหตุการณ์ที่ใหญ่โตขึ้น แต่ทว่าเอลฟ์ผู้ที่พูดขึ้นมานั้นไม่ได้มีเสียงแห่งความโกรธเลย เสียงที่พูดออกมานั้นนุ่มนวลมากจนตาของธีโอรู้สึกหนักขึ้นเพียงแค่ฟัง

-มนุษย์ที่ได้รับสิทธิ์โดยตรงจากRatatoskr โชคดีที่ไม่มีประโยชน์มากนักกับการได้ยินเสียงของป่า....อย่างมากเขาสามารถยืมมาน่าได้เล็กน้อย....?

-อืม นั่นมันจะไม่เป็นปัญหาใหญ่

-ใช่แล้ว มันจะโอเครถ้าอยู่ในระดับนั้น

เสียงที่เงียบหลายเสียงเห็นด้วยกับความคิดเห็นนี้ พลังแห่งกระแสจิตและการยืมพลังมาน่าของป่านั้นถือเป็นการตอบแทนที่ดีสำหรับผู้ที่ช่วยชีวิตเอลฟ์ชั้นสูง เหนือสิ่งอื่นใดมันเป็นคนตัดสินของเหล่าเอลฟ์ชั้นสูงที่จะมอบเมล็ดพันธุ์แห่งต้นไม้โลกให้แก่มิตรา ดังนั้นพวกเขาจึงไม่สามารถโทษเอลโลน่าได้

ไม่ว่าจะกรณีใด ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ถือเป็นคนที่พิเศษในหลายๆด้าน

เมื่อเรื่องราวได้จบลงแล้ว เสียงที่ร่าเริงก็พูดด้วยเสียงอันดัง –งั้นเรามาเปลี่ยนเรื่องกันเถอะ กลุ่มคณะฑูตได้เข้ามาในเกรทฟอเรสต์แล้วงั้นหรือ?พวกเขามาถึงเร็วกว่าที่คาดไว้ดังนั้นมันจึงช้าไปเล็กน้อยที่จะไปทักทายพวกเขา แต่ใครอยากจะไปกัน?ฉัน?หรือฉัน?

-เราไม่ไป

-เราจะไปนอน

-เราต้องการจะมองดูพวกเขา แต่เราคิดว่ามีคนที่มีสิทธิ์มากที่สุดในขณะนี้

เอลฟ์ชั้นสูง4ตน มีความคิดเห็นที่แตกต่างกัน แต่มีคนที่ใช่1คน

เอลฟ์ชั้นสูงที่นิ่งเงียบ เอลโลน่า ค่อยๆยกมือของเธอขึ้น.....แต่ทว่า ธีโอดอร์นั้นไม่สามารถมองเห็นได้เขาได้ยินเพียงแค่เสียงเท่านั้น ในท้ายที่สุด ข้อตกลงก็เป็นเอกฉันท์ว่าเธอจะมาพบกับพวกเขา

ทันทีที่ได้ข้อสรุป เอลฟ์ชั้นสูงก็ถอนออกไปจากRatatoskr ทีละคนๆ

-เธอบอกเธอชื่อธีโอดอร์ใช่ไหม?ฉันจะพบกับเธอในภายหลัง!เสียงที่ร่าเริงดังก้องอยู่บนภูเขาขณะที่เสียงที่ราวกับสัตว์ร้ายได้จางหายไปอย่างเงียบๆ

-เราจะเตรียมการต้อนรับเธอ เสียงที่อ่อนโยนได้หายไปพร้อมกับคำพูดที่เต็มไปด้วยความเคารพ

-.....ฝันดีนะ เอลฟ์ชั้นสูงพูดด้วยน้ำเสียงที่ง่วงนอนกล่าวสั้นๆก่อนจะหายไป

พวกเขาเป็นคนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวอย่างแท้จริง ธีโอสามารถแยกแยะความแตกต่างได้ว่าใครเป็นใครเพียงแค่การฟังเสียงของพวกเขา ธีโอดอร์กล่าวคำอำลากับพวกเขาด้วยรอยยิ้ม ในท้ายที่สุด ธีโอดอร์และเอลโลน่าเป็นเพียงสองคนที่เหลืออยู่

เธอทักทายเขาอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น – ไม่ได้เจอกันนานเลยธีโอดอร์!เราดีใจมากที่ได้พบเจอเธออีกครั้ง

‘เอลโลน่า ขอบคุณสำหรับคำเชิญนี้ ฉันไม่รู้เลยว่าเธอจะเรียกฉันมาในฐานะแขกของเอลฟ์เฮล์ม

-เราก็ไม่รู้ว่ามันจะเกิดเช่นนี้ขึ้น เราอยู่ในตำแหน่งนี้ แต่เราไม่ได้ทำอะไรมาก

มันเป็นเช่นที่เธอกล่าว เอ็ดวินนั้นเป็นผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุดและเป็นหนึ่งในนักรบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเอลฟ์และเขาก็ปฏิบัติต่อเหล่าเอลฟ์ชั้นสูงด้วยความเคารพอย่างยิ่ง นี่เป็นเหตุผลที่เขาไม่สามารถละเลยผู้มีพระคุณที่ช่วยชีวิตเอลโลน่าได้

อย่างไรก็ตาม เอลโลน่าเคยคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบที่ใหญ่มากตั้งแต่ที่เธอเกิดในป่าเล็กๆไม่ใช่เอลฟ์เฮล์ม

-มันไม่น่ารำคาญงั้นหรอที่จะพูดคุยผ่านRatatoskr? จากนั้นเธอก็พูดคำพูดที่ธีโอดอร์ไม่สามารถเข้าใจได้ –ดังนั้น ฉันจะไปหาเธอ

‘หะ?ยังไง?’

-หุๆ เธอจะรู้ในเร็วๆนี้ เอลโลน่าหัวเราะเบาๆก่อนที่จะตัดการเชื่อมต่อกับRatatoskr เธอไม่ได้บอกเขาว่าเธอจะมาจากเอลฟ์เฮล์มที่อยู่ห่างไกลจากที่นี่

ธีโอเปิดตาของเขาขึ้นก่อนที่จะเห็นใบหน้าของใครบางคนตรงหน้าเขา

“ผู้มีพระคุณ”

“โอ้ เซอร์เอ็ดวิน?!”

เอ็ดวินพุ่งเข้ามาประชิดตัวเขาอย่างรวดเร็วก่อนที่ธีโอดอร์จะสามารถถอยหลังได้ทัน

“ท่านได้คุยกับพวกเขาใช่ไหม?ผ่านRatatoskr สถานที่เฉพาะของเหล่านักเต้น?”

“อะ-อาจจะ”

“โอ้!ท่านไม่ได้เป็นมนุษย์ธรรมดาจริงๆ!”

ธีโอแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นเจ้าของหนังสือเวทย์โบราณ เป็นผู้ทำสัญญากับจิตวิญญาณธาตุโบราณและผู้ที่สืบทอดจิตวิญญาณของวีรบุรุษสงคราม....แม้ว่าเขาจะมีเพียงหนึ่งชื่อ แค่คำว่า’ธรรมดา’นั้นไม่สามารถใช้กับเขาได้

จากปฏิกิริยาของเอ็ดวิน เอลฟ์ธรรมดานั้นไม่สามารถเข้าสู่Ratatoskr ได้แม้ว่าพวกเขาจะมีความสามารถแค่ไหน มีเพียงเอลฟ์ชั้นสูงเท่านั้นที่สามารถเข้าถึงได้

‘อ่า นี่อาจจะเป็นอันตรายได้’

จอมเวทย์คนอื่นๆที่อยู่ด้านหลังเอ็ดวินนั้นต่างมองมาที่ธีโอด้วยสายตาตื่นเต้น เหงื่อได้ไหลลงทั่วแผ่นหลังของธีโอ ความอยากรู้อยากเห็นของพวกเขาได้ถูกกระตุ้นหลังจากได้ยินคำว่า ‘Ratatoskr’ ซึ่งเป็นคำที่พวกเขาไม่เคยได้ยินมาก่อน

ในขณะนั้น พลังมาน่าในชั้นบรรยากาศก็เริ่มสั่นสะเทือนในลักษณะแปลกๆ

วูบบ!

รากไม้ได้แปรเป็นขลุ่ยและเริ่มเป่ามันจากใต้ดิน และต้นหญ้าก็ได้เริ่มบรรเลงบทเพลง สายลมที่พัดผ่านราวกับกำลังลูบผิวของเขา มันแตกต่างจากพลังออร่าที่รุนแรงหรือพลังเวทย์อันมหัศจรรย์ ธีโอและเอ็ดวินเป็นเพียงสองคนที่คุ้นเคยกับคลื่นมาน่าที่แปลกประหลาดนี้

“นี่....!”

มันเป็นพลังชีวิตซึ่งเรียกว่าพราน่า

แสงสีเขียวได้ส่องแสงจากพื้นดิน จากนั้นก้อนดิน รากไม้ และใบไม้ก็ได้รวมกันจนเป็นรูปร่างที่ดูเหมือนมนุษย์ มันเป็นปรากฏการณ์ที่แม้แต่จอมเวทย์ยังอดที่จะประหลาดใจไม่ได้

ล้อมรอบไปด้วยความงดงามของพราน่า เธอก็ได้แสดงตัวขึ้น[สวัสดี ทุกท่าน]

รูปร่างนั้นคือเอลโลน่า ด้วยความงดงามตามธรรมชาติของเธอที่ถูกสร้างขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบ เธอได้ยืนอยู่ตรงนั้น ในขณะที่ทุกคนพูดอะไรไม่ออก เอ็ดวินก็ได้โค้งคำนับอย่างสุภาพ

“เอ็ดวินบุตรชายแห่งตระกูลบีช กิ่งก้าน(สาขา)ที่สามแห่งต้นแม่ ยินดีที่ได้พบกับนักเต้นลำดับที่6”

[ไม่จำเป็นที่ต้องก้มหัวให้กับเรา เอ็ดวิน นี่เป็นร่างโคลนที่สร้างจากRatatoskr]

“ถึงกระนั้น ร่างกายนี้ก็ต้องทำหน้าที่ในฐานะสมาชิกของกิ่งก้าน แม้ท่านจะไม่ได้อยู่ที่นี่”

เอลโลน่าถอนหายใจและมองไปที่ธีโอ ธีโอดอร์เข้าใจความหมายของรูปลักษณ์เธอและในขณะที่เขาก้าวไปด้านหน้าเขาก็พูดว่า “ฉันไม่รู้ว่าเธอจะมาในลักษณะนี้ ฉันรู้สึกประหลาดใจจริงๆ”

มันไม่ใช่แค่การเยินยอ เขารู้สึกประหลาดใจอย่างแท้จริง เธอได้สร้างร่างกายขึ้นจากที่ที่ห่างไกลหลายสิบหรือหลายร้อยกิโลเมตร ไม่มีทางที่จะทำเช่นนั้นได้โดยใช้ความรู้เวทมนต์ที่ธีโอมี ดูเหมือนว่า’Ratatoskr’ จะไม่ได้มีอำนาจในการสนทนาเพียงเท่านั้น

เอลโลน่ายิ้มอย่างสดใสและโบกมือของเธอ[ฉันเองก็พึ่งรู้เร็วๆนี้ว่ามันทำเช่นนี้ได้ ฉันจะนำทางเธอเองจากนี้ ตอนแรกฉันคาดว่าเธอจะต้องใช้เวลาสักสองสัปดาห์กว่าเธอจะมาถึง แต่เธอมาถึงนี่ได้รวดเร็วจริงๆ]

ผู้นำWhite Tower ก้าวไปด้านหน้าหนึ่งก้าวและกล่าวอย่างสุภาพว่า“ก่อนอื่น ต้องขอขอบคุณอย่างยิ่งเอลฟ์ชั้นสูงเอลโลน่า....ถ้าเป็นไปได้ ฉันขอถามท่านสิ่งหนึ่งได้ไหม?”

[ได้สิ แน่นอน]

“ฉันรู้สึกขอบคุณอย่างยิ่งที่ท่านมาที่นี่ แต่ท่านไม่ต้องเป็นห่วง แค่เอ็ดวินคนเดียวก็เพียงพอแล้วไม่ใช่หรอสำหรับการนำทาง?”

คำพูดของเขาไม่ผิด เอ็ดวินเป็นผู้ช่วยที่มีอำนาจและจะไม่เป็นเรื่องยากเลยสำหรับพวกเขาที่จะไปถึงเอลฟ์เฮล์ม แม้จะไม่มีความช่วยเหลือของเอลโลน่า นอกจากนี้พวกเขายังมีธีโอทำหน้าที่เป็นคนนำที่สอง ดังนั้นออร์ต้าจึงไม่ต้องการที่จะยืมมือของเอลฟ์ชั้นสูงไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด

อย่างไรก็ตาม เอลโลน่านั้นยิ้มราวกับเธอรอคำพูดนี้อยู่ [นี่เป็นส่วนหนึ่งของแผนดั้งเดิม ดังนั้นไม่จำเป็นต้องกังวล เราไม่ได้ตั้งใจจะดูถูกทักษะของเอ็ดวิน แต่ในป่านี้ไม่มีผู้ใดที่จะนำทางได้ดีไปกว่าเอลฟ์ชั้นสูง]

หลังจากคำพูดเหล่านั้น เธอก็ได้หันหลังกลับและชี้ไปในทิศทางที่พวกเขาควรจะเดินทางไป ดินและกิ่งไม้ต่างเคลื่อนที่ออกไปจากการขยับของนิ้วเธอ เป็นการกระทำที่เรียบง่าย แต่เป็นเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่มีใครสามารถปฏิเสธมันได้

“หะ....!”

“หะ-เหลือเชื่อ...”

เส้นทางได้เกิดขึ้นในที่ที่ไม่เคยมีมาก่อนหน้านี้ นี่เป็นเพราะพืชพันธุ์ได้แยกตัวมันเอง รากไม้ที่ยื่นออกมาได้มุดลงไปในพื้นดิน ขณะใบไม้และกิ่งไม้ต่างขยับออกไปจากเส้นทาง มันเปรียบเสมือนว่าพวกมันกำลังต้อนรับพวกเขา

ขณะนี้ได้เกิดเส้นทางขึ้นในเกรทฟอเรสต์ที่เต็มไปด้วยพุ่มไม้และต้นไม้อันหนาแน่น!

“มันช่างน่าอัศจรรย์จริงๆ”แม้กระทั่งผู้นำWhite Tower ก็อดที่จะอ้าปากค้างไม่ได้ เอลโลน่าได้ควบคุมพืชนับร้อยรับพันเพื่อสร้างเส้นทางโดยไม่ทำลายธรรมชาติ แม้กระทั่งจอมเวทย์ขั้น8เช่นบลันเดลล์ยังไม่สามารถที่จะทำเช่นนี้ได้

ออร์ต้ายกระดับของเอลฟ์เฮล์มขึ้นไปอีกสามระดับ อย่างน้อยในเกรทฟอเรสต์ เอลฟ์เฮล์มก็เป็นมหาอำนาจที่เมลเทอร์หรือแอนดราสไม่อาจจะแตะต้องได้

[ด้วยร่องรอยของพลังที่หลงเหลืออยู่ สิ่งมีชีวิตจึงไม่สามารถเข้าถึงได้ง่าย ถ้าเราไปด้วยวิธีนี้ พวกเราจะถึงเอลฟ์เฮล์มได้เร็วกว่าเดิม]

ผู้นำWhite Tower มองไปที่เส้นทางของเอลโลน่าด้วยดวงตาที่สงบนิ่งและเปิดปากเพื่อพูดว่า “….พลังแห่งธรรมชาติที่ต้นไม้โลกได้สร้างขึ้น.....เมื่อคิดว่ามันสามารถนำมาใช้ได้ในวิธีนี้..”

การปรากฏตัวของต้นไม้โลกนั้นรุนแรงพอที่จะฆ่าสิ่งมีชีวิตทั้งหมด ดังนั้นทุกรากที่ยืดออกของมันนั้นยากที่สิ่งมีชีวิตจะอยู่รอดได้ ถนนนี้ถูกสร้างขึ้นด้วยเครือข่ายประสาทเทียมของอิกดราซิลที่เรียกว่าRatatoskr มันสามารถที่จะขับไล่สิ่งมีชีวิตได้

อย่างไรก็ตามสัตว์ประหลาดที่เรียกว่าเวโรนิก้านั้นสามารถเผาสิ่งนี้ได้ ผู้นำWhite Tower ส่ายหัวให้กับภาพความทรงจำอันน่าสยดสยองและพูดกับเอลโลน่าว่า “พวกเราเพียงแค่เดินตรงไปตามเส้นทางนี้?”

[ ใช่แล้ว มันจะใช้เวลาประมาณ3วัน]

“อืม งั้นมันก็จะเป็นครึ่งวัน ท่านเอลโลน่า รูปลักษณ์นี้ไม่ได้มีความต้านทานเวทมนต์เช่นร่างที่แท้จริงของท่านใช่ไหม?”

[ถูกต้อง แต่...ครึ่งวัน?]

เอลโลน่ารู้สึกสับสนแต่ออร์ต้าก็ได้หยิบกล่องที่คุ้นเคยขึ้นมา

มันเป็นเวทมนต์ที่ไม่สามารถนำมาใช้ในป่าได้เนื่องจากปัจจัยต่างๆ แต่มันจะเป็นเรื่องที่แตกต่างออกไปถ้าเส้นทางถูกวางไว้แบบนี้ กลุ่มคณะฑูตได้สวมแหวนเงินไว้บนนิ้วของพวกเขา ในที่สุดร่างโคลนของเอลโลน่าก็ได้สวมแหวน และผู้นำWhite Tower ก็ได้ก้าวไปอยู่ด้านหน้าของกลุ่ม

แสงสีเขียวที่อยู่เบื้องหน้านั้นได้สร้างทางลัดให้แก่พวกเขา

จบบทที่ ตอนที่ 102 เกรทฟอเรสต์ 4

คัดลอกลิงก์แล้ว