เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 22 - ยอดนักมโนผู้โดนปั่นหัว

บทที่ 22 - ยอดนักมโนผู้โดนปั่นหัว

บทที่ 22 - ยอดนักมโนผู้โดนปั่นหัว


บทที่ 22 - ยอดนักมโนผู้โดนปั่นหัว

สาวสวยในมหาวิทยาลัยโส่วซือต้านี่เยอะจริงๆ เดินไปทางไหนก็เจอสาวระดับเจ็ดสิบแปดสิบแต้มได้ทั่วไป

ชื่อเสียงของมหาวิทยาลัยก็โด่งดัง คะแนนสอบก็ไม่ได้สูงลิบลิ่ว แถมสาขาครุศาสตร์ยังเหมาะกับลูกหลานชนชั้นกลางในเมืองที่อยากให้ลูกสาวมีชีวิตที่มั่นคง ดังนั้นคุณภาพของนักศึกษาที่นี่จึงนำหน้ามหาลัยดังๆ อย่างชิงหัวหรือปักกิ่งไปไกลหลายกิโลเมตรเลยทีเดียว

ยิ่งตั้งอยู่ในเมืองหลวงที่ตามทันกระแสแฟชั่น เพียงแค่แต่งตัวหรือแต่งหน้าเล็กน้อยก็ไม่มีทางดูแย่ได้เลย

เซี่ยอวี่มองตามจนตาค้าง ทั้งที่ความจริงเขาเพิ่งจะเดินผ่านผู้หญิงไปไม่ถึงสามร้อยคนเอง

ถ้าคำนวณตามสัดส่วน เขาเพิ่งจะกวาดสายตาดูไปแค่หนึ่งจุดห้าเปอร์เซ็นต์เท่านั้น

แต่ทว่า ผู้ชายที่เดินผ่านไประหว่างทางกลับมีไม่ถึงหลักสิบคน สัดส่วนมันช่างแตกต่างกันอย่างน่ากลัวจริงๆ

"ให้ตายสิพี่หวย! อยู่มหาลัยเรานี่ แค่มีปากไว้พูดก็หาแฟนได้แล้วไม่ใช่เหรอ?"

เซี่ยอวี่ตื่นเต้นมาก แม้นิสัยจะอ่อนโยนแต่เขาก็เป็นเด็กหนุ่มปีหนึ่งที่ฮอร์โมนกำลังพลุ่งพล่าน ในหัวเลยมีแต่เรื่องสาวๆ

ซูหวยยิ้มพลางเตือนเขาว่า "คณะดนตรีของพวกนายน่ะสาวสวยเยอะยิ่งกว่านี้อีก ตราบใดที่นายไม่ตั้งมาตรฐานไว้สูงเกินไป ไม่ไปจ้องแต่ตัวท็อปไม่กี่คนนั้น การจะสลัดความโสดของนายน่ะง่ายกว่าพวกฉันเยอะ"

"ทำไมมันถึงง่ายล่ะ? ฉันก็ไม่ได้หล่อนะ"

เจ้าเด็กซื่อบื้อเงยหน้าถามด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความใสซื่อ

"ความกดดันมันต่างกันไง!"

ซูหวยอธิบายอย่างใจเย็น "ในที่ที่สาวสวยระดับท็อปรวมตัวกันมากๆ พวกสาวสวยระดับรองลงมาจะรู้สึกโดนเบียดบัง ความรู้สึกไม่มั่นคงและแรงกดดันจะบีบให้พวกเธออยากสลัดความโสด เพื่อหลุดพ้นจากสถานการณ์ที่เสียเปรียบนี้

ดังนั้นพวกเธอจะลดมาตรฐานการเลือกแฟนลง จะใจร้อนกว่าปกติ ทนรับข้อเสียของผู้ชายได้มากกว่า และพร้อมที่จะให้โอกาสพวกนายมากขึ้น

ลองคิดดูสิ ถ้าสาวสวยระดับกลางไปอยู่ในวิทยาลัยวิศวกรรมที่มีแต่ผู้ชาย เธอจะเป็นดาวเด่นที่ตามจีบยากขนาดไหน?

แต่ถ้าอยู่ในคณะดนตรีของพวกนาย เธอจะรู้สึกว่าแค่ใครสักคนที่โอเคก็พอแล้ว

ดังนั้นขอแค่นายขยับตัวให้เร็วหน่อย จริงใจให้มากหน่อย ก่อนวันหยุดยาวเดือนตุลาคมนายน่าจะสลัดความโสดได้แน่ แถมได้แฟนสวยใช้ได้เลยล่ะ"

"โอ้!!!"

เซี่ยอวี่พยักหน้าด้วยความทึ่งสุดขีด เขาเลื่อมใสในตัวซูหวยจนแทบจะกราบ

"พี่หวย พี่แม่่งโคตรเทพเลย! พี่เคยมีแฟนมาหลายคนแล้วใช่ไหม? พี่สะใภ้ต้องสวยมากแน่ๆ เลย"

ซี้ด ...

ซูหวยถึงกับสะอึก รู้สึกจุกอกอย่างบอกไม่ถูก

เจ้าเด็กคนนี้ทำไมชอบเอาบุญคุณมาล้างแค้นกันนะ?

เขาพยายามรักษามาดให้ดูนิ่งที่สุด ก่อนจะโบกมืออย่างไม่แยแส "ก็ไม่ได้ขนาดนั้นหรอก มาตรฐานของพี่สูงมาก เพราะพี่กับนายมันคนละระดับกัน เข้าใจไหม?"

"เข้าใจครับพี่ เข้าใจ!"

เซี่ยอวี่พยักหน้าหงึกหงักด้วยความชื่นชม "ถึงพี่หวยจะดูหน้าตาธรรมดา แต่งตัวก็เรียบๆ แต่ผมเชื่อว่าพี่มีทีเด็ดแน่นอน!"

เชี้ย!

คุยต่อไม่ได้แล้ว!

เมื่อเห็นว่าใกล้ถึงที่หมาย ซูหวยจึงรีบโบกมือไล่ "นายน่ะไปทำธุระของนายเถอะ พี่จะไปจัดการธุระสำคัญแล้ว เจอกันตอนเย็น"

"ได้เลยพี่!"

เซี่ยอวี่มองไปยังตึกเรียนคณะดนตรีด้วยความกระตือรือร้น

"งั้นผมไปสืบข่าวที่คณะก่อนนะ วันนี้มีชมรมมาเปิดรับสมัครเยอะแยะเลย คณะผมต้องมีแต่สาวสวยแน่ๆ!"

"ไปเถอะๆ!"

ทั้งสองแยกย้ายกัน ซูหวยตรงไปยังตึกธุรการหลัก ก่อนจะเคาะประตูห้องทำงานของหัวหน้าภาคจาง

"เข้ามา!"

ซูหวยผลักประตูเข้าไปแต่ยืนรออยู่แค่หน้าประตู ไม่ได้เดินเข้าไปข้างใน "อาจารย์ครับ ผมจัดการเรื่องที่หอพักเรียบร้อยแล้ว เลยแวะมาดูว่าอาจารย์มีอะไรจะสั่งผมเพิ่มเติมไหมครับ"

จางย่าวเหวินดีใจมาก เขากวักมือเรียกด้วยรอยยิ้ม "มานั่งนี่ก่อนสิ จะสั่งอะไรล่ะ? ต่อให้ฉันอยากใช้งานเธอแค่ไหน ก็ต้องรอให้เธอคุ้นเคยกับสถานการณ์ก่อนสิ! เป็นยังไงบ้าง? รู้สึกยังไงบ้าง?"

ซูหวยไม่แน่ใจว่าหัวหน้าภาคจางถามถึงเรื่องไหน แต่ในฐานะเด็กใหม่คนเดียวที่ได้รับความไว้วางใจ เขาจึงไม่จำเป็นต้องทำตัวเกร็งไปเสียทุกเรื่อง

ดังนั้นเขาจึงตอบกลับไปอย่างอ้อมๆ แต่ทว่าตรงประเด็น "อาจารย์หวังจื้อท่านเป็นคนซื่อตรงมากครับ ท่านให้ความสำคัญกับเรื่องการเรียนของนักศึกษาเป็นอันดับหนึ่ง ผมจะคอยช่วยสนับสนุนท่านอย่างเต็มที่ เพื่อจัดการธุระจุกจิกต่างๆ ให้เรียบร้อย จะได้ไม่ต้องให้อาจารย์ต้องเหนื่อยใจบ่อยๆ ครับ"

จางย่าวเหวินชะงักไปครู่หนึ่ง เขามองซูหวยพลางอุทานในใจว่า "เชี้ยเอ๊ย"

ประโยคสั้นๆ ห้าประโยคของซูหวย ไม่มีคำไหนที่เสียเปล่าเลยสักนิด

"คนซื่อตรง" หมายถึง ไม่ประสาสังคมและโลกภายนอก

"ให้ความสำคัญกับการเรียน" หมายถึง จับจุดสำคัญของงานไม่ได้

"ช่วยสนับสนุนอย่างเต็มที่" หมายถึง ผมจะเป็นคนคอยอุดช่องโหว่ให้เขาเอง

"จัดการธุระจุกจิก" หมายถึง การแบ่งอำนาจการปกครอง ผมจะเน้นแค่เรื่องงานธุรการเท่านั้น

"ไม่ต้องให้อาจารย์เหนื่อยใจ" หมายถึง เรื่องที่อาจารย์ควรจะเหนื่อยก็ยังต้องเหนื่อยอยู่ แต่ผมมาส่งสัญญาณและแจ้งสถานการณ์ให้ทราบก่อนล่วงหน้า

ซูหวยไม่ได้พูดเรื่องชีวิตส่วนตัวเลยแม้แต่นิดเดียว และไม่ได้บอกว่าตัวเองจะทำยังไง แต่เขาเริ่มต้นด้วยเรื่องงานแถมยังเป็นการกำหนดทิศทางของงานด้วย ความสุขุมรอบคอบนี้ทำให้จางย่าวเหวินถึงกับตะลึงไปเลย

"เสี่ยวซู ครอบครัวเธอทำธุรกิจอะไรน่ะ?"

ตอนแรกเขาไม่ได้ตั้งใจจะถามเรื่องนี้ แต่เขาก็อดใจไม่ไหวจริงๆ เพราะเขารู้สึกว่าถ้าครอบครัวไม่ใหญ่ระดับหน่วยงานรัฐล่ะก็คงขัดเกลาเด็กคนนี้ออกมาแบบนี้ไม่ได้แน่ๆ

"ครอบครัวธรรมดาครับ"

ซูหวยยิ้มอย่างขัดเขิน "คุณพ่อผมเป็นแค่พนักงานตัวเล็กๆ ในบริษัทน้ำมัน คุณแม่ก็ทำธุรกิจค้าขายเล็กน้อย ทั้งคู่ทำงานหนักมากครับ"

"อ๋อ!"

จางย่าวเหวินพยักหน้าอย่างเข้าใจ และเริ่มจินตนาการไปไกลทันที

อืม พ่อคงจะเป็นผู้บริหารรัฐวิสาหกิจ ระดับสูงของบริษัทน้ำมันต้าชิ่งสินะ

ส่วนแม่ก็เป็นนักธุรกิจส่วนตัว เมื่อดูจากการแต่งตัวที่เรียบง่ายของซูหวยแล้ว ก็มีความเป็นไปได้สูงว่าจะทำธุรกิจเกี่ยวกับน้ำมัน เลยไม่ค่อยอยากทำตัวเด่นเท่าไหร่

เด็กคนนี้ช่างสุขุมจริงๆ!

จางย่าวเหวินให้คะแนนซูหวยสูงขึ้นเรื่อยๆ จนเริ่มกู่ไม่กลับแล้ว

ความจริงเขาไม่ได้สนใจหรอกว่าพ่อแม่ของอีกฝ่ายจะเป็นยังไง เพราะต่อให้มีตำแหน่งสูงแค่ไหนพอมาถึงปักกิ่งมันก็ดูธรรมดาไปหมด ไม่จำเป็นต้องไปประจบประแจงอะไร

เขาสนใจแค่ศักยภาพส่วนตัวของซูหวยเท่านั้น เพราะนี่คือหัวใจสำคัญที่จะช่วยแบ่งเบาภาระของเขาได้

"ดีมาก เธอทำไปเถอะ ไม่ต้องกังวล ทางฝ่ายกิจการนักศึกษาฉันแจ้งไว้เรียบร้อยแล้ว เธอจะได้เข้าสโมสรนักศึกษาของคณะในตำแหน่งรองเลขาธิการชั่วคราว ช่วงนี้ก็ทุ่มเทแรงกายแรงใจให้กับเรื่องในห้องเรียนก่อน ดูแลการเป็นอยู่และสภาพจิตใจของเพื่อนๆ ให้ดี ... "

หัวหน้าภาคจางไม่ได้กำชับอะไรละเอียดมากนัก แต่เขาก็มอบอำนาจให้ซูหวยอย่างมหาศาล

ดูเหมือนเขาเองก็รู้ดีว่าหวังจื้อไม่ใช่คนที่จะจัดการเรื่องราวต่างๆ ได้ดีนัก

ซูหวยรับคำอย่างหนักแน่น "ได้ครับ ผมจะให้ความเคารพอาจารย์หวังอย่างสูงสุด และร่วมมือกับท่านเพื่อทำงานออกมาให้ดีที่สุดครับ"

ฉลาดจริงๆ!

จางย่าวเหวินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ระดับความเอ็นดูพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที

"ไปเถอะ ไปทำความคุ้นเคยกับอาจารย์และรุ่นพี่ที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาซะ"

"สวัสดีครับอาจารย์ อาจารย์ก็ดูแลสุขภาพด้วยนะครับ"

บอกลาอย่างมีมารยาท พูดจบก็จากไปอย่างรวดเร็วและเด็ดขาด

ออกจากห้องก็มุ่งตรงไปที่ฝ่ายกิจการนักศึกษาทันที พร้อมกับเคาะประตูห้อง

"เชิญครับ"

เมื่อผลักประตูเข้าไปข้างใน ซูหวยก็เห็นเจ้าหน้าที่วัยกลางคนหนึ่งคน อาจารย์หนุ่มหนึ่งคน และรุ่นพี่อีกหนึ่งคน

"สวัสดีครับอาจารย์ทุกท่าน ผมชื่อซูหวย เป็นหัวหน้าห้องชั่วคราวของสาขาบิ๊กดาต้า คณะการจัดการ อาจารย์จางสั่งให้ผมมารายงานตัวครับ"

ซูหวยไม่ได้ก้มศีรษะคำนับ แต่เขายิ้มให้ทุกคนอย่างสง่าผ่าเผยและดูเป็นธรรมชาติ

รุ่นพี่คนนั้นเดินออกมาต้อนรับเป็นคนแรก เขายิ้มพลางยื่นมือทั้งสองข้างออกมาจับกับซูหวย

"สวัสดีครับน้องซูหวย พี่ชื่อฉางสือหยวน เป็นประธานสโมสรนักศึกษาของคณะเรา พี่อยู่ปีสี่แล้วล่ะ อีกไม่นานก็น่าจะพ้นตำแหน่งช่วงเดือนตุลาคมนี้ ตอนนี้กำลังช่วยงานน้องๆ เป็นครั้งสุดท้าย มานี่สิ พี่จะแนะนำอาจารย์ให้รู้จัก"

ฉางสือหยวนหน้าตาธรรมดา แต่รอยยิ้มของเขาดูมีความเป็นมิตรมาก เขาพาสูหวยไปทำความรู้จักกับทุกคน

ชายวัยกลางคนที่สวมแว่นตาสีชาคือหัวหน้าซุนอวี้ ผู้ดูแลงานด้านนักศึกษาทั้งหมด ชมรมทั้งห้าของคณะล้วนอยู่ภายใต้การดูแลของเขา

ส่วนอาจารย์หนุ่มที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวชื่อหลิวเสี่ยวหกวง เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาสโมสรนักศึกษา และยังทำหน้าที่ประสานงานกับหน่วยงานภายนอกด้วย

อาจารย์ทั้งสองท่านนี้มีความสำคัญมาก เพราะหน้าที่ของฝ่ายกิจการนักศึกษามันกำหนดไว้แบบนั้น

ท่าทางของซูหวยจึงดูนอบน้อมและจริงใจอย่างยิ่ง ในขณะเดียวกัน อาจารย์ทั้งสองท่านก็แอบสังเกตและประเมินซูหวยอยู่เงียบๆ

สาขาบิ๊กดาต้าเป็นโครงการใหม่ของคณะการจัดการ ตอนนี้อาจจะยังไม่มีน้ำหนักมากนัก แต่ในแผนงานอนาคตถือว่าสำคัญมาก

แม้เพิ่งจะเปิดเรียน แต่ทุกคนก็พอจะมองออกแล้วว่าหวังจื้อรับมือกับเรื่องต่างๆ ไม่ไหวแน่ๆ ดังนั้นซูหวยที่ถูกหัวหน้าภาคจางเลือกมา ย่อมต้องแบกรับหน้าที่มากกว่าปกติ

ตำแหน่งไม่สูงแต่ความรับผิดชอบเพียบ นี่คือสถานการณ์ที่ซูหวยต้องเผชิญ

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 22 - ยอดนักมโนผู้โดนปั่นหัว

คัดลอกลิงก์แล้ว