- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิตครั้งนี้ ระบบดันพาหาเงินโดยให้ผู้หญิงเปย์
- บทที่ 17 - พี่หวยในมาดคุณพ่อ
บทที่ 17 - พี่หวยในมาดคุณพ่อ
บทที่ 17 - พี่หวยในมาดคุณพ่อ
บทที่ 17 - พี่หวยในมาดคุณพ่อ
หอพักใหม่ของอู่เทียนโย่วกับหอพักของเฉินหน่วนหานอยู่ใกล้กันมาก
หอหนึ่งคือหอพักหญิงอาคาร 7 อีกหอคือหอพักชาย 9A โดยมีโรงอาหารที่หนึ่งของวิทยาเขตหลักคั่นอยู่ตรงกลาง
หอพักของเฉินหน่วนหานไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ส่วนอู่เทียนโย่วถูกจัดให้ไปอยู่ห้องพักเดิมในชาติก่อนของซูหวยซึ่งเป็นการเสียบแทนที่ว่างพอดี
ใต้หอพักหญิงมีจุดให้บริการด้านหลังมหาวิทยาลัย ซูหวยกับอู่เทียนโย่วช่วยเฉินหน่วนหานรับเครื่องนอนแล้วยกขึ้นไปบนตึกทันที
ช่วงเปิดเทอม หอพักหญิงเปิดให้เข้าออกได้ตามสบาย
แต่ก็อย่าคิดว่ามันจะเป็นเรื่องดีอะไรเลย ความจริงไม่มีอะไรน่าดูสักนิด มีแต่เรื่องใช้แรงงานให้ทำไม่รู้จักจบจักสิ้น
อู่เทียนโย่วหอบของพะรุงพะรังเดินขึ้นมาถึงชั้น 5 ขาสั่นพั่บๆ แต่ปากก็ยังแข็งอยู่
"หน่วนหน่วน ถะ ถึงแล้ว ... รีบดูสิว่าขาดอะไรอีกไหม เดี๋ยวฉันลงไปซื้อให้!"
"ไม่ต้องหรอก"
เฉินหน่วนหานทำหน้าตายชา ไม่ได้ยิ้มรับความหวังดีของราชาหมาเลียเลยสักนิด แต่พอเธอผลักประตูห้องพักเข้าไป เธอก็กลับมายิ้มแย้มแจ่มใสทันที
นักแสดงตัวแม่จริงๆ
แต่คนในห้องกลับส่งเสียงร้องทักทายและเอ่ยชมเธอก่อนเสียอีก
"เพื่อนสาว มาแล้วเหรอ ว้าว! เธอสวยจังเลย!"
"แม่เจ้าโว้ย เทพธิดาชัดๆ!"
"เพื่อนสาว เธอมาเป็นคนสุดท้าย เลือกเตียงไม่ได้แล้วนะ ลองดูสิว่าพอใจไหม ถ้าไม่ชอบเดี๋ยวฉันสลับที่ให้ ... "
ให้ตายสิ ห้องพักหกคน ดันมีพวกแพ้คนหล่อคนสวยแถมยังเป็นมิตรสุดๆ ปาเข้าไปสามคนแล้ว บรรยากาศจะครึกครื้นขนาดไหนเนี่ย
ไม่สิ เฉินหน่วนหานเองก็เข้าสังคมเก่งไม่เบา ต้องบอกว่าเป็นสี่คนต่างหาก
ซูหวยลอบสังเกตคนในห้องเงียบๆ
ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ล้วนเป็นคนคุ้นเคยจากชาติก่อนทั้งนั้น เป็นเพื่อนร่วมสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
ในกลุ่มนี้มีสาวน้อยไซส์มินิจากแดนใต้สองคน สาวห้าวเจ้าถิ่นสองคน และสาวร่าเริงจากตานตงอีกหนึ่งคน
เฉินหน่วนหานโชคดีมากที่เพื่อนร่วมห้องไม่มีพวกเรื่องเยอะเลย บรรยากาศและความสัมพันธ์ในห้องนี้ดีมาก
จนกระทั่งจบเทอม ภายใต้การนำทัพของสาวตานตง ทั้งห้องยกเว้นเฉินหน่วนหาน ก็พากันพูดภาษาถิ่นอีสานสำเนียงเพี้ยนๆ กันอย่างสนุกสนาน
ทำไมเฉินหน่วนหานถึงรอดมาได้ล่ะ
ก็เพราะภาษาถิ่นชนบทของต้าชิ่งมันเหน่อกว่าเยอะ โดนล้อมกรอบมาตั้งหลายปียังไม่ไขว้เขว แล้วภาษาตานตงจะไปทำอะไรเธอได้
โรคเจ้าหญิงของเธอหนักหนาขนาดนั้น นอกจากเวลาโกรธจัดจนฟิวส์ขาด เธอก็ไม่มีทางหลุดความเหน่อออกมาหรอกนะ ~~~
เมื่อพวกสาวๆ เห็นอู่เทียนโย่วเป็นครั้งที่สอง ก็เริ่มส่งเสียงเจื้อยแจ้วฮือฮากันอีกครั้ง
"ว้าว! นี่แฟนเธอเหรอ หล่อจังเลย!"
ก็ไม่ได้ถือว่าอวยกันเกินจริงนักหรอก อู่เทียนโย่วหน้าตาออกแนวแบดบอย แถมยังแต่งตัวนำแฟชั่น ความประทับใจแรกพบก็ถือว่าดูดีสะดุดตาเอาเรื่อง
ใครที่ชอบสไตล์นี้ก็ต้องมองว่าเขาหล่ออยู่แล้ว
เฉินหน่วนหานรีบปฏิเสธทันที "ไม่ใช่จริงๆ แค่เพื่อนร่วมชั้นมัธยมเตรียมน่ะ"
"เพื่อนสมัยเด็กงั้นเหรอ พระเอกนางเอกชัดๆ อิจฉาจังเลย!"
เฉินหน่วนหานยังคงพยายามรักษาระยะห่าง "งั้นเธอเลี้ยงของอร่อยๆ ฉันสิ เดี๋ยวฉันแนะนำให้รู้จัก"
"ไม่เอาหรอก ใครจะกล้าไปแข่งกับเธอล่ะ ... ความกดดันสูงปรี๊ด!"
"เธอก็เป็นสาวสวยเหมือนกันนะ ผิวก็ขาวเนียนออก"
พวกสาวๆ หัวเราะคิกคักกันอย่างสนุกสนาน ไม่นานก็คุยกันถูกคอ
อู่เทียนโย่วหน้าหนาและพูดจาไหลลื่น เขาแนะนำตัวเองว่าเป็นนักศึกษาใหม่สาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เหมือนกัน ทำให้สามารถแทรกตัวเข้าไปในวงสนทนาได้อย่างราบรื่น หนุ่มสาวคุยกันอย่างครื้นเครง
ในห้องยังมีผู้ปกครองที่ยังไม่กลับอยู่อีกห้าคน พวกเขายืนดูเด็กๆ คุยกันด้วยรอยยิ้ม ซูหวยเอามือไพล่หลังยืนอยู่ตรงประตู ปะปนอยู่กับกลุ่มผู้ปกครองได้อย่างกลมกลืน
หลังจากปูเตียงและจัดของเสร็จคร่าวๆ เฉินหน่วนหานก็บอกลาเพื่อนร่วมห้อง
"เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อนเพื่อนดูหอพักก่อนนะพวกเธอ เดี๋ยวช่วงบ่ายเราค่อยมาเจอกัน"
จนถึงตอนนี้ พวกสาวๆ เพิ่งจะสังเกตเห็นซูหวยที่ปะปนอยู่ในกลุ่มผู้ปกครอง สีหน้าของแต่ละคนกลายเป็นรูป ⊙o⊙ กันไปหมด
"หา! นั่นก็เพื่อนเธอเหรอเนี่ย!"
ถ้าเธอไม่บอก พวกเราก็นึกว่าเป็นคุณลุงคุณอาที่มาส่งเธอเข้าเรียนเสียอีก ...
ไม่ใช่เพราะซูหวยขี้เหร่หรือดูแก่หรอกนะ แต่เป็นเพราะบุคลิกท่าทางของเขามันดูไม่เหมือนคนวัยเดียวกันเอาเสียเลย
ตอนเดินออกจากหอพัก จู่ๆ เฉินหน่วนหานก็หลุดขำออกมาแล้วผลักซูหวยไปทีหนึ่ง
"เสี่ยวซูน้อย นายเป็นอะไรเนี่ย ไปคุยโต้ตอบกับพ่อแม่คนอื่นเขาเป็นตุเป็นตะ บ้าไปแล้วเหรอ"
ซูหวยกางมือออกทำหน้าซื่อตาใส "ก็ผู้ปกครองของเราไม่ได้มาด้วยนี่นา ฉันก็ต้องทำหน้าที่เป็นผู้ใหญ่คอยรักษาหน้าตาให้เธอสิ"
"พรืด!"
เฉินหน่วนหานหลุดขำก๊าก ไอ้หมานี่มันฉวยโอกาสเอาเปรียบเธอชัดๆ แต่เธอกลับไม่โกรธเลยสักนิด แถมยังรู้สึกว่ามันตลกดีด้วย
มีแต่อู่เทียนโย่วเท่านั้นแหละที่โกรธจนหน้าเขียวปัด
ฉันอุตส่าห์เหนื่อยยากประจบเอาใจเพื่อนร่วมห้องของเธอ รับปากจะเลี้ยงข้าวพวกนั้น เพื่อช่วยรักษาหน้าตาและสร้างความประทับใจให้เธอ แต่สุดท้ายกลับสู้ซูหวยที่แอบอู้งานยืนอยู่เฉยๆ ไม่ได้เนี่ยนะ
เออ มันโหดร้ายจริงๆ นั่นแหละ ...
แต่การคบหาสมาคมของคนเราก็เป็นแบบนี้แหละ การฝืนทำตัวดูดีมันก็พอจะได้ผลอยู่บ้าง แต่มันไม่มีทางเทียบได้กับความประหลาดใจที่คาดไม่ถึงซึ่งจะสร้างความประทับใจได้ลึกซึ้งกว่าเสมอ
ราชาหมาเลียทำหน้ามุ่ยเดินหาห้อง 404 ในตึก 9 ซึ่งนั่นก็คือห้องพักในชาติก่อนของซูหวยพอดี
ตอนที่ผลักประตูเข้าไป ในห้องพักหกคนมีคนมาถึงแล้วสี่คน
ซูหวยกวาดสายตามองแวบเดียว หึหึ เดาไม่ผิด คนคุ้นเคยทั้งนั้น!
คนหนึ่งคือหนุ่มร่างใหญ่จากตงอิ๋ง นิสัยใจคอห้าวหาญสุดๆ นอนกรนเสียงดังราวกับฟ้าร้อง ฉายาเหลยกง
คนหนึ่งเป็นหนุ่มเจ้าระเบียบ จู้จี้จุกจิก เรื่องเยอะสุดๆ
อีกคนเป็นคนผอมแห้งที่วันๆ เอาแต่คิดเรื่องเงิน ชอบเนียนกินของคนอื่นไปทั่ว
ส่วนคนสุดท้ายมีดวงตาดอกท้อ พอเห็นอู่เทียนโย่วแวบแรก แววตาก็เป็นประกายวับวาว เผลอเลียริมฝีปากตัวเองโดยสัญชาตญาณ
อู่เทียนโย่วไม่ได้สังเกตเห็นอะไรเลย แต่ซูหวยแอบเหงื่อตกแทนเขา
เสี่ยวอู่เอ๊ย เวลานอนก็ระวังตัวหน่อยนะ พี่หวยเตือนได้แค่นี้แหละ ...
ในชาติก่อนซูหวยไม่เคยโดนลวนลามหรอก แต่นั่นเป็นเพราะหน้าตาไม่อำนวย แถมพออยู่กันไปนานๆ ทุกคนก็รู้ว่าไอ้หมอนี่มันไม่ได้ชอบไม้ป่าเดียวกัน
และนอกจากคนที่ว่ามาแล้ว ที่เหลือก็ไม่ใช่คนดีอะไรเลย
เอาเป็นว่าซูหวยโดนทรมานจนแทบคลั่ง เรื่องขี้ปะติ๋วไอ้หนุ่มเจ้าระเบียบก็หาเรื่องด่าเขาสองสามประโยคได้ กำลังจะไปเข้าห้องน้ำจู่ๆ ก็พบว่ากระดาษทิชชูโดนฉกไปแล้ว กำลังจะเคลิ้มหลับก็ต้องสะดุ้งตื่นเพราะเสียงกรนลากไม้ ... ในห้องพักเกิดการปะทะกันเฉลี่ยวันละสามรอบ
ตอนนี้สบายแล้ว คนเลวก็ต้องเจอคนเลวด้วยกัน ราชาหมาเลีย ลุยเลย!
อู่เทียนโย่วยิ้มแย้มแจกบุหรี่ คุยโม้สัพเพเหระกับเพื่อนร่วมห้อง ไม่นานก็สัมผัสได้ถึงความกระตือรือร้นของเหลยกงและความอ่อนโยนเป็นกันเองของหนุ่มดวงตาดอกท้อ
"ห้องนี้ดีแฮะ! สาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์นี่มาถูกทางแล้วจริงๆ!"
จ้าๆๆๆ นายชอบก็ดีแล้ว ...
พี่หวยกลั้นหัวเราะไว้ เลือกที่จะเป็นคนจิตใจดีงาม
หลังจากทักทายกันพอเป็นพิธี อู่เทียนโย่วก็รีบเร่งให้ซูหวยลงไปข้างล่าง ความเป็นหมาเลียกำเริบ กลัวว่าเฉินหน่วนหานจะรอนานจนหงุดหงิด
ผลปรากฏว่าพอดลงมาถึง เฉินหน่วนหานไม่ได้หงุดหงิดหรอก แต่เธอกำลังโดนหนุ่มๆ เข้ามาขอทำความรู้จักต่างหาก
ช่วยไม่ได้ ขนาดในมหาวิทยาลัยที่ผู้หญิงเยอะกว่าผู้ชาย เธอก็ยังเป็นผู้หญิงที่สวยระดับท็อปที่สุดกลุ่มหนึ่ง ไม่ว่าจะไปที่ไหนก็ไม่มีทางสงบสุขอยู่แล้ว
พอเห็นอู่เทียนโย่วกับซูหวยเดินมา เฉินหน่วนหานก็รีบก้าวออกมาสองก้าว ทิ้งระยะห่างจากพวกหนุ่มๆ ที่เข้ามาทักทาย
ราชาหมาเลียมองรุ่นพี่สองคนนั้นด้วยสายตาไม่พอใจ แทบจะพุ่งเข้าไปกัดอยู่แล้ว
โชคดีที่เฉินหน่วนหานไม่ได้สนใจพวกเขาสองคนนั้น ไม่อย่างนั้นคงมีเรื่องทะเลาะกันอีกแน่
ซูหวยดูเวลาแล้วบอกลาทั้งสองคน "พวกเธอไม่ต้องไปเป็นเพื่อนฉันหรอก เขตเหนือหนึ่งอยู่ไกลนะ ยังไงช่วงบ่ายก็ต้องกลับมาประชุมห้องอยู่ดี"
ไม่ได้พูดตามมารยาท แต่ซูหวยไม่อยากให้พวกเธอตามไปเหนื่อยจริงๆ
เหตุผลหลักก็คือกลัวว่าถ้าตามไปแล้วจะตกใจรับไม่ได้ พี่หวยไม่ใช่คนชอบอวดรวยเสียด้วยสิ
อู่เทียนโย่วไม่อยากไปจริงๆ จึงหันไปมองเฉินหน่วนหาน
แต่เฉินหน่วนหานกลับยืนกรานที่จะไปดูให้เห็นกับตา
แต้มความรู้สึกดีที่เธอมีให้ซูหวยอาจจะไม่ได้สูงมาก แต่เธอกลับใส่ใจซูหวยอย่างมาก
ซึ่งก็เข้าใจได้ไม่ยาก เพื่อนร่วมบ้านเกิดแถมยังเป็นเพื่อนร่วมชั้นที่น่าไว้ใจที่สุด จู่ๆ ก็ต้องแยกย้ายกันไปคนละทางในวันแรกของการเปิดเรียน เด็กสาวที่เพิ่งก้าวเข้ามาในสภาพแวดล้อมที่แปลกใหม่จะไม่อินก็แปลกแล้ว
"งั้นก็ไปเถอะ แต่อย่ามาบ่นว่าเหนื่อยทีหลังล่ะ"
ซูหวยไม่มีทางเลือก จึงต้องพาทั้งสองคนไปหาหอพัก
เริ่มต้นด้วยการเดินทะลุวิทยาเขตหลักทั้งหมด ออกทางประตูทิศเหนือ จากนั้นก็ขึ้นสะพานลอย ข้ามถนนหลิงหลง เดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยไปอีกกว่า 500 เมตร จนมาถึงประตูทิศใต้ของเขตเหนือหนึ่ง แล้วก็ต้องเดินทะลุวิทยาเขตนี้ไปอีกจนสุดทาง ถึงจะถึงอาคารพักนักศึกษาเจี่ย
"พระเจ้าช่วย ... นี่มันไกลเกินไปแล้วนะ"
เฉินหน่วนหานเดินจนเหงื่อตก ระยะทางไปกลับไม่ต่ำกว่า 2 กิโลเมตร ในวันฤดูร้อนแบบนี้มันช่างทรมานคนเดินจริงๆ
เฉินหน่วนหานเพิ่งจะบ่นจบ อู่เทียนโย่วก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมาทันที "เหล่าซู แทบไม่อยากจะคิดเลยว่าเวลานายไปเรียนจะลำบากขนาดไหน"
แล้วซูหวยก็ปรายตามองทั้งสองคนด้วยสายตาเวทนา พลางเอ่ยเสียงเรียบ "ห้องของพวกเธอ มีวิชาเรียนครึ่งหนึ่งที่ต้องมาเรียนที่เขตเหนือสองนะ ... "
"หา!"
"เวรเอ๊ย!"
คำพูดสั้นๆ ลอยๆ ทำเอาทั้งสองคนถึงกับสติแตก
หลังจากหงอยไปพักหนึ่ง เฉินหน่วนหานก็ทำใจยอมรับชะตากรรม "ไปเถอะ ขึ้นไปข้างบนก่อน เรื่องเดินไกลค่อยว่ากันทีหลัง ตอนนี้ฉันแค่อยากหาที่นั่งพัก ... "
เธอเป็นคนเสนอตัวขอขึ้นไปดูข้างบนเอง กะจะพักเหนื่อยในห้องของซูหวยสักหน่อย
แต่พอผลักประตูห้อง 22 ชั้น 2 เข้าไป เธอก็ต้องตกตะลึงอีกครั้ง
"พระเจ้าช่วย ... แบบนี้มันไม่ยุติธรรมเลยนะ!"
[จบแล้ว]