- หน้าแรก
- รีเซ็ตชีวิตครั้งนี้ ระบบดันพาหาเงินโดยให้ผู้หญิงเปย์
- บทที่ 14 - ชั้นเชิงระดับนี้ โคตรเจ๋งเลย!
บทที่ 14 - ชั้นเชิงระดับนี้ โคตรเจ๋งเลย!
บทที่ 14 - ชั้นเชิงระดับนี้ โคตรเจ๋งเลย!
บทที่ 14 - ชั้นเชิงระดับนี้ โคตรเจ๋งเลย!
ซูหวยไม่ได้เสียใจเลยที่เรียกเงินน้อยไป
เรื่องที่อู่เทียนโย่วมีเงินก็เป็นเรื่องของเขา แต่พี่หวยจะขูดรีดเฉพาะส่วนที่ควรได้เท่านั้น
เขาขาดเงิน แต่ไม่ได้ขาดเงินก้อนเล็กๆ แค่นี้ การหลอกเอาเงินอู่เทียนโย่วก็เพื่อสั่งสอนไอ้หมอนี่ให้รู้จักหลาบจำเท่านั้นแหละ
แถมถ้าเรียกเงินเยอะไปอาจจะมีปัญหาตามมาได้ การเอาความไว้วางใจของอาจารย์จางมาแลกกับผลประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ มันไม่คุ้มกันเลยสักนิด
ตัวเลขตอนนี้ถือว่ากำลังพอดี แบ่งให้เหล่าหลิวครึ่งหนึ่งแล้ว ก็ยังเหลืออีกครึ่งให้เฉินหน่วนหานกับกู้จิ่วเยว่ใช้จ่ายได้เพียงพอให้เขาหลอกกินฟรีไปได้อีกพักใหญ่
ใช้เงินของนาย ไปเปย์นางฟ้าของนาย นี่แหละคือการลงโทษที่สาสมที่สุด
ซูหวยทำหน้าขรึม เอ่ยเตือนอู่เทียนโย่วด้วยน้ำเสียงจริงจัง "เสี่ยวอู่ ฉันขอบอกนายไว้ก่อนนะ เรื่องนี้เงินซื้อไม่ได้ และเงินก้อนนี้ก็ไม่ได้เอาไปใช้ดำเนินการเรื่องนี้ด้วย แต่นายเป็นคนจ่ายค่าที่ปรึกษาให้ฉันเป็นการส่วนตัวเพื่อตอบแทนข้อมูลที่ฉันให้ ไม่เกี่ยวข้องกับทางคณะแม้แต่แดงเดียว เข้าใจไหม"
"เข้าใจๆ!"
อู่เทียนโย่วพยักหน้ารัวๆ เอ่ยสมทบอย่างรู้กัน "เราตกลงกันเองเป็นการส่วนตัว ผมขอบคุณพี่เลยอาสาเลี้ยงบุหรี่กับค่าเน็ตพี่ ส่วนเรื่องอาจารย์ที่ปรึกษาอะไรนั่น ผมไม่เคยติดต่อใครทั้งนั้นแหละ!"
"อืม" ซูหวยพยักหน้าอย่างพึงพอใจ "ทัศนคติแบบนี้แหละถูกต้องแล้ว"
"งั้นก็ตกลงตามนี้!"
อู่เทียนโย่วหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโอนเงินอย่างเบิกบานใจ "ผมโอนเงินให้พี่ก่อน เดี๋ยวผมรีบไปซื้อบุหรี่เลย!"
ซูหวยไม่ลืมกำชับ "เขียนโน้ตกำกับไว้ด้วยนะว่าเป็นค่าที่ปรึกษาน่ะ!"
"ไม่มีปัญหา!"
ราชาหมาเลียจ่ายเงินสดสามหมื่นหยวนอย่างไม่ลังเล ก่อนจะหันไปบอกลาเฉินหน่วนหาน แล้ววิ่งหน้าตั้งออกไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวก็หายวับไปกับตา
เหลือเพียงเฉินหน่วนหานกับซูหวย ยืนอยู่ใต้ร่มไม้ที่เดิม ทว่าบรรยากาศกลับดูอึดอัดขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
ความรู้สึกของเฉินหน่วนหานตอนนี้ มันซับซ้อนจนยากจะอธิบาย
จู่ๆ เธอก็รู้สึกว่าตัวเองมองซูหวยไม่ออกเลย
ถึงแม้จะเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกันมาสามปีตอนมัธยมปลาย ต่อให้ไม่ค่อยได้คลุกคลีกัน แต่จากการฟังคนอื่นเล่าก็พอจะรู้ว่าเขาเป็นคนยังไง
แต่ตอนนี้ล่ะ
ถ้าจะพูดให้เว่อร์หน่อยก็คือ เขาดูเป็นผู้ใหญ่ยิ่งกว่าพ่อของเธอเสียอีก
นั่นทำให้เธอเริ่มไม่รู้ว่าควรจะวางตัวกับซูหวยยังไงดี รู้สึกเกร็งและทำตัวไม่ถูกขึ้นมา
นี่แหละคือสิ่งที่ผู้หญิงมักจะเป็นเวลาเผชิญหน้ากับผู้ชายที่เหนือกว่าตัวเอง
ดังนั้นพวกกูรูด้านความรักในยุคหลังๆ จึงมักจะเน้นย้ำให้ทำตัวเป็นผู้ชายซิกม่า ให้เป็นผู้นำในความสัมพันธ์ ทฤษฎีน่ะมันมีเหตุผล แต่พอนำไปปฏิบัติจริงกลับล้มเหลวไม่เป็นท่า
การทำตัวแข็งกร้าวโดยไม่มีผลงานหรือการกระทำที่เป็นรูปธรรมมารองรับ มันก็เป็นแค่การเสแสร้งที่กลวงเปล่า แค่สะกิดเบาๆ ก็พังทลายลงแล้ว
แต่ซูหวยในตอนนี้แตกต่างออกไป เขาไม่จำเป็นต้องแสร้งทำตัวแข็งกร้าวอะไรเลย แค่เปิดโอกาสให้พูดคุยอย่างนุ่มนวล ก็ทำให้เฉินหน่วนหานรู้สึกปลาบปลื้มใจได้แล้ว
"หน่วนหน่วน เรื่องของเธอมันใช้เงินแก้ปัญหาไม่ได้หรอก มันเป็นไปไม่ได้เลย เข้าใจไหม"
"อืม"
เฉินหน่วนหานพยักหน้าอย่างว่าง่าย ทำตัวน่ารักเชื่อฟังสุดๆ
"ฉันเข้าใจแล้วล่ะ ฉันก็แค่ถามดูเฉยๆ อยากรู้ความเห็นของนายน่ะ ... ก็นายรู้เรื่องพวกนี้เยอะนี่นา!"
ความว่านอนสอนง่ายที่ซูหวยไม่เคยได้สัมผัสเลยในชาติก่อน วันนี้เขาได้สัมผัสมันอย่างเต็มอิ่มแล้ว
ชายหนุ่มในร่างชายวัยกลางคนรู้สึกทอดถอนใจอยู่ลึกๆ แต่ก็ยังคงทำหน้าที่ปลอบประโลมเธอต่อไป "เธอแค่ตั้งใจเรียนภาษาต่างประเทศให้ดี สอบใบประกาศให้ได้เยอะๆ ก็พอแล้ว ด้วยหน้าตาระดับเธอ ไม่ว่าจะอยากเข้าบริษัทไหน เขาก็ไม่มีทางให้เธอไปทำงานหลังบ้านหรือเป็นแอดมินหรอก เธอจะเรียนสาขาอะไรมันก็ไม่สำคัญหรอก"
"เรื่องแบบนี้นายก็รู้ด้วยเหรอ"
เฉินหน่วนหานเบิกตากว้าง รู้สึกทึ่งในตัวเขาไม่น้อย
ซูหวยหัวเราะเบาๆ ไม่ได้อธิบายอะไร แค่ตอบปัดๆ ไปว่า "ฉันอาจจะไม่ได้รู้ลึกอะไร แต่ฉันก็ไม่ได้ตาบอดนะ"
เฉินหน่วนหานถูกใจคำตอบนี้มาก เธอยิ้มกริ่มอย่างมีความสุข แต้มความรู้สึกดีพุ่งปรี๊ดกลับไปที่ 20+ อีกครั้ง
เห็นไหมล่ะ เรื่องแค่นี้เองง่ายจะตาย!
ชาติก่อนทำไมฉันถึงได้อ่อนหัดขนาดนี้นะ
ซูหวยรู้สึกแปลกใจตัวเอง แต่นี่คือสัจธรรมตามธรรมชาติ ผู้ชายส่วนใหญ่มักจะซื่อบื้อในเรื่องความรัก ทุ่มเทหมดหน้าตักโดยไม่สนใจวิธีการ
แต่ซูหวยในตอนนี้ไม่มีทางทำพลาดแบบเด็กๆ อีกแล้ว ไม่ใช่เพราะทักษะการดึงเช็ง 40 แต้มที่ได้มาหรอกนะ แต่มันเป็นเพราะเวลาที่ผ่านไปได้บ่มเพาะความ "นิ่ง" ให้กับเขาต่างหาก
เมื่อนิ่งได้ ไม่ใจร้อน โอกาสที่จะทำพลาดก็ยิ่งน้อยลง
"จริงสิ เมื่อกี้เธอพยายามห้ามไม่ให้ฉันช่วยอู่เทียนโย่วย้ายสาขาใช่ไหม"
จู่ๆ ซูหวยก็หยิบยกเรื่องเมื่อครู่ขึ้นมาถามตรงๆ ใบหน้าเปื้อนยิ้มแฝงความนัย แต่แววตากลับจริงจัง
"ที่แท้นายก็รู้ตัวนี่นา!"
เฉินหน่วนหานสติแตกทันที กัดฟันกรอดๆ จนเกิดเสียงดัง
เธออุตส่าห์คิดว่าซูหวยแค่ไม่เข้าใจเจตนาของเธอ ก็เลยตั้งใจจะยกโทษให้แล้วแท้ๆ แต่ที่ไหนได้ เขากลับจงใจทำแบบนั้น ... แบบนี้มันน่าโมโหไหมล่ะ!
สาวน้อยผู้เย่อหยิ่งจ้องหน้าซูหวยเขม็ง จังหวะการพูดเริ่มเร็วขึ้นตามอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน
"นายก็รู้ว่าฉันไม่ชอบเขา แต่นายก็ยังยัดเยียดเขามาอยู่ใกล้ๆ ฉันเนี่ยนะ จงใจอยากให้ฉันอารมณ์เสียหงุดหงิดใช่ไหม สนุกนักหรือไงฮะ"
แต้มความรู้สึกดีร่วงกราวรูด กลับไปอยู่ที่ 10+ อีกครั้ง
แต่ซูหวยกลับไม่รีบร้อนอะไร เขายิ้มพร้อมโบกมือเบาๆ "เธอไม่เข้าใจหรอก"
"งั้นนายก็อธิบายมาให้ชัดเจนเลยนะ!"
เฉินหน่วนหานไม่ได้โวยวายอะไรมากมาย แค่ต้องการคำอธิบายเท่านั้น
จากจุดนี้ ถึงแม้ว่าแต้มความรู้สึกดีจะลดลง แต่ก็แสดงให้เห็นว่าเธอให้ความสำคัญและเชื่อใจซูหวยมากแค่ไหน
ถ้าเป็นเมื่อก่อน เธอไม่มีทางมานั่งสงสัยถึงเหตุผลหรอก คงสะบัดหน้าหนีไปแล้ว 100%
"เหตุผลมันก็มีเยอะแยะไปหมดนะ ถ้าเธออยากจะฟัง ... "
ซูหวยจงใจลากเสียงยาวในตอนท้าย แล้วหักมุมฉับด้วยรอยยิ้มกวนๆ "งั้นฉันก็ยิ่งไม่มีทางอธิบายให้ฟังหรอก! ฮ่าฮ่า อกแตกตายไปเลย!"
"นาย!"
เฉินหน่วนหานถึงกับโกรธจนชาไปทั้งตัว ยืนอึ้งพูดไม่ออกเลยทีเดียว
การกระทำของซูหวยเมื่อมองเผินๆ อาจจะดูไร้สาระเป็นเด็กๆ แต่นี่แหละคือแก่นแท้ของการดึงเช็ง
เมื่อความอยากรู้อยากเห็นของผู้หญิงถูกจุดประกายขึ้นมา พวกเธอจะควบคุมตัวเองไม่ได้เลย ต่อให้เธอจะเกลียดคุณแค่ไหน เธอก็จะพยายามขุดคุ้ยหาความจริงให้เจอแล้วค่อยวีนแตกทีหลัง
แล้วถ้าในระหว่างที่พยายามหาคำตอบ เธอเกิดรู้สึกสนุกขึ้นมาล่ะ
แต้มความรู้สึกดีที่ติดลบก็จะพลิกกลับมาเป็นบวกทันที
ดังนั้นพวกผู้ชายที่ชอบอ้างตัวว่าเป็นคนนิ่งๆ เป็นผู้ใหญ่ มักจะกลายเป็นตัวประกอบในเรื่องความรัก ไม่จีบไม่ติด ก็คบกันได้ไม่นาน หรือไม่ก็โดนผู้หญิงเททิ้งง่ายๆ ...
ไม่ใช่ว่าความ "นิ่ง" หรือ "ความเป็นผู้ใหญ่" มันไม่ดี แต่พวกเขาแค่แยกแยะไม่ออกว่าเวลาไหนควรนิ่ง เวลาไหนควรแพรวพราวต่างหาก
ผู้ยิ่งใหญ่เคยกล่าวไว้ว่าต้อง "จริงจังแต่มีชีวิตชีวา" ห้ามเอียงไปทางใดทางหนึ่ง
เพราะถ้าจริงจังเกินไปก็จะขาดความคิดสร้างสรรค์และความอ่อนไหวต่อการใช้ชีวิต แต่ถ้ามีชีวิตชีวาเกินไปก็จะกลายเป็นพวกเหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ ไม่เป็นผลดีต่อการสะสมและปลดปล่อยพลังงาน
ต้องรักษาสมดุลของทั้งสองสิ่งนี้ให้ได้ ถึงจะเป็นคนที่มีเสน่ห์และพึ่งพาได้ในเวลาเดียวกัน
พวกผู้ชายเจ้าชู้มีแค่ความแพรวพราว แต่พึ่งพาไม่ได้ ถึงกระนั้นก็ยังมีสาวๆ มาติดตรึม
ในขณะที่ผู้ชายที่อยู่ในกรอบและทำตัวนิ่งๆ มาตลอด ต่อให้เขาจะเป็นหนุ่มหล่อพ่อรวย เขาก็อาจจะไม่ได้มีดวงนารีอุปถัมภ์ที่ดีนัก เพราะในเรื่องของความสัมพันธ์แบบฉาบฉวย ความ "แพรวพราว" สำคัญกว่าความ "พึ่งพาได้" เยอะ
โปรดจำไว้ว่า ความเย็นชาในจินตนาการของผู้หญิง กับความเย็นชาในความเข้าใจของผู้ชาย มันคนละเรื่องกันเลย
ใครเชื่อก็โง่แล้ว
ซูหวยเข้าใจทฤษฎีนี้มาตั้งนานแล้ว เพียงแต่เพิ่งมีโอกาสได้นำมาใช้จริง ก็เลยรู้สึกว่า ... แม่งเอ๊ย โคตรสะใจเลย!
เห็นไหมล่ะ เฉินหน่วนหานโกรธจนลงไม้ลงมือแล้ว ตีแขนซูหวยดังป้าบๆ สองที แถมภาษาถิ่นอีสานที่พยายามเก็บอาการมาตลอดก็หลุดออกมาจนได้
"นายอย่าหลบนะ! อยู่นิ่งๆ ให้ฉันทุบสักสองทีสิ! โมโหจะตายอยู่แล้ว!"
มือเล็กๆ นั่นนุ่มก็จริง แต่เวลาตีลงมาบนแขนมันก็เจ็บเอาเรื่องเหมือนกัน
ซูหวยยอมให้เธอทุบตีสองทีเพื่อระบายอารมณ์ ก่อนจะแกล้งทำเป็นยอมแพ้ในจังหวะที่เหมาะสม
"โอเคๆ เดี๋ยวจะยอมบอกเหตุผลข้อหนึ่งให้ฟัง ส่วนที่เหลือก็ไปคิดเอาเองแล้วกัน!"
เฉินหน่วนหานหยุดมือ ในใจรู้สึกภูมิใจนิดๆ
หึ ไอ้ผู้ชายบ้า สุดท้ายก็เสร็จองค์หญิงอย่างฉันจนได้!
เธอถึงขั้นเดาได้ด้วยซ้ำว่าข้ออ้างนั้นจะเป็นแนวไหน คงหนีไม่พ้นเรื่องความเป็นห่วง กลัวว่าเธอจะถูกรังแกเวลาอยู่คนเดียว มีคนรู้จักคอยดูแลจะสะดวกกว่า อะไรทำนองนี้แหละ น่าเบื่อจะตาย
แต่ถ้าพูดจาให้มันฟังดูดีหน่อย ฉันก็พอจะทำใจยอมรับได้อยู่นะ ...
ทว่าเรื่องที่ผิดคาดก็เกิดขึ้น ซูหวยไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรกับเธอเลย เขากลับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา เปิดวีแชต แล้วกดส่งข้อความเสียงหาอาจารย์จาง
"อาจารย์ครับ ตอนนี้มีสถานการณ์ใหม่เกิดขึ้นนิดหน่อยครับ
เพื่อนร่วมรุ่นที่มาจากเมืองเดียวกันกับผม เขาเป็นนักศึกษาใหม่สาขาบิ๊กดาต้า พอเห็นผมย้ายสาขา เขาก็เกิดสนใจโควตาสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ของผมที่เพิ่งว่างลงขึ้นมาครับ
ผมปฏิเสธคำขอของเขาไปแล้ว แต่จู่ๆ ผมก็นึกเรื่องหนึ่งขึ้นมาได้
การที่อาจารย์ต้องดึงนักศึกษาออกจากสาขาพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ไปคนหนึ่งโดยเปล่าประโยชน์ มันจะทำให้อาจารย์ต้องแบกรับความกดดันที่ไม่จำเป็นหรือเปล่าครับ
ถ้าอย่างนั้น หากเราใช้วิธีสลับตัวนักศึกษาใหม่แทน แล้วพอดีว่าเราสองคนต่างก็มีความตั้งใจอย่างแรงกล้าเหมือนกัน ทางฝั่งอาจารย์จะช่วยลดความกดดันลงไปได้บ้างไหมครับ
ที่ผมพูดมาทั้งหมดนี้เป็นเพียงความคิดตื้นๆ ของผมเอง รบกวนอาจารย์ช่วยชี้แนะด้วยครับ"
เฉินหน่วนหาน: wow~⊙o⊙
พี่ชาย นายกำลังทำอะไรเนี่ย!
ซูหวยปรายตามองเธอ แล้วตอบยิ้มๆ "รายงานหัวหน้าภาควิชาไง! เธอคงไม่คิดหรอกนะว่าการดึงนักศึกษาย้ายสาขาจะไม่ต้องผ่านการอนุมัติจากหัวหน้าภาควิชาน่ะ"
"ตะ ตะ แต่ ... "
เธอถามตะกุกตะกักอย่างสงสัย "แล้วทำไมต้องรายงานแบบนี้ด้วยล่ะ นายไม่ได้ ... "
"เคารพครูบาอาจารย์ไงล่ะ"
ซูหวยจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธอ มุมปากยกขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ "มีปัญหาอะไรเหรอ"
นักศึกษาใหม่วัยใสอย่างเฉินหน่วนหาน ถึงกับสมองชาไปชั่วขณะเมื่อต้องเผชิญหน้ากับชั้นเชิงแบบคนผ่านโลกมาโชกโชนของซูหวย ในขณะเดียวกัน ใบหูของเธอก็แดงเถือกเพราะสายตาที่เต็มไปด้วยความคุกคามของเขา
เด็กผู้หญิงคนนี้ไม่ได้จีบติดง่ายๆ หรอกนะ แต่แต้มความรู้สึกดีของเธอก็พุ่งทะลุ 30 ไปอย่างง่ายดาย
[จบแล้ว]