เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 84 คณะฑูตจากจักรวรรดิ 1

ตอนที่ 84 คณะฑูตจากจักรวรรดิ 1

ตอนที่ 84 คณะฑูตจากจักรวรรดิ 1


[‘สาเหตุที่เปลวเพลิงลุกขึ้น’ ถูกกินแล้ว ความเข้าใจของคุณสูงมาก]

[ได้รับเวทย์ขั้น5 ‘Flare Burst’]

[จำนวนเวทมนต์ที่ผู้ใช้กลืนกินนั้นมีจำนวนมาก ต่อจากนี้แก่นแท้ของหนังสือจะถูกคัดแยกอย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น]

และก็เป็นเช่นเคย เสียงที่ไม่สามารถบ่งบอกถึงอารมณ์ได้ดังในหูของธีโอ และธีโอก็ได้หลับตาลงเพื่อมุ่งความสนใจไปที่ความรู้

มันแตกต่างจากเมื่อก่อนที่เขาไม่มีปัญหาในการกินหนังสือหลายเล่มพร้อมๆกัน นี่เป็นหนังสือเวทย์ขั้น5 ดังนั้นเขาจึงได้รับความรู้ที่ไหลมาราวกับพายุ มันเป็นความรู้จำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงต้องเตรียมตัวสำหรับการรองรับมัน

ผ่านไป5นาที ธีโอดอร์ก็ได้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ‘Flare Burst ….ฉันคิดว่ามันน่าจะเป็นเวทย์ที่ซับซ้อนขึ้น’

จากนั้นวินซ์ก็ได้พูดขึ้น จากอีกมุมหนึ่งของห้องขณะที่กำลังเฝ้ามอง

“Flare Burst นั้นเป็นหนังสือเล่มสุดท้ายในวันนี้ใช่ไหม?”

“ครับ มาสเตอร์”

“มาลองมันสักครั้ง เธอต้องพยายามควบคุมจังหวะของการร่ายเวทย์ให้แม่นยำ”พร้อมกัน พลังเวทย์ของวินซ์ก็ได้เดือดขึ้น

พลังเวทย์ของเขาได้ปะทุขึ้นและวาดวงเวทย์ขึ้นบนพื้นๆที่ว่างเปล่า และเสาเพลิงที่ร้อนระอุก็ได้ปรากฏขึ้นภายในวงเวทย์  ‘Flare Burst’ นั้นเป็นเวทย์โจมตีของจอมเวทย์สงครามทั้งหลาย มันสามารถแปรเปลี่ยนศัตรูจำนวนมากให้กลายเป็นเถ้าถ่านได้อย่างง่ายดาย

ก่อนที่เวทย์ของวินซ์จะปล่อยเสาเพลิงออกมา ธีโอดอร์ก็ประสบผลสำเร็จในการร่ายเวทย์เดียวกันกับวินซ์ ขณะที่ยืนอยู่ด้านหน้าเขา

“Flare Burst!”

จากนั้นเสาเพลิงทั้งสองอันที่ถูกปล่อยก็พุ่งปะทะกัน...

บูมมม!

อุณหภูมิที่สูงและเปลวเพลิงที่มีพลังมากพอที่จะเผาผลาญมนุษย์ ได้แพร่กระจายไปทั่ว นี่คือเปลวเพลิงที่กวาดล้างฮ๊อบก็อบลินจนทั่วในระหว่างทางไปMana-vil ในอดีต

“หืม ระดับความสมบูรณ์ไม่เลวเลย” วินซ์ตั้งข้อสังเกต

จอมเวทย์ทั้งสองได้สร้างโล่ป้องกันคลื่นความร้อนขณะกำลังเฝ้าดูการปะทะกันของเสาเพลิงทั้งสอง  เปลวไฟที่ปะทุขึ้นจากการปะทะกันนั้นรุนแรงมาก จากนั้นไม่นานเสาเพลิงของธีโอก็เริ่มถูกดันถอยหลังไปเรื่อยๆ วินซ์Flare Burst นั้นได้เปรียบกว่าของธีโอ ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไป ธีโอดอร์ จะถูกแปรเปลี่ยนให้เป็นขี้เถ้า

อย่างไรก็ตามการผลักดันระหว่างเสาเพลิงก็ได้สิ้นสุดลงทันทีที่อำนาจเวทมนต์ที่อยู่ในวงกลมได้หายไป เสาเพลิงทั้งสองก็ได้หายไปราวกับไม่เคยมีมาก่อน

ธีโอประสบความสำเร็จในการใช้ Flare Burst จากนั้นวินซ์ก็ได้สลายความร้อนออกไปและเดินไปที่จุดที่เสาไฟได้ปะทะกัน พื้นดินได้ละลายเนื่องจากเปลวเพลิงที่ร้อนแรง แต่มันก็แข็งตัวอีกครั้งทันทีที่เขาแช่แข็งมันด้วยความเย็น

วินซ์ลูบคางของเขาและประเมินว่า

“....อันที่จริง นี่ถือเป็นประสิทธิภาพที่น่าเหลือเชื่อสำหรับคนที่ไม่เคยใช้เวทย์บทนี้มาก่อน โดยทั่วไปจอมเวทย์จะต้องใช้เวลาฝึก2-3ปีเพื่อให้สามารถใช้งานมันได้เช่นนี้”

“แต่ Flare Burst ของมาสเตอร์ก็ยังรวดเร็วกว่าผม และความรุนแรงของไฟยังมากกว่าผมอีกด้วย”

“ถ้าเธอใช้เวทมนต์เดียวกันมานานนับ10ปี เธอจะได้รับเคล็ดลับบางอย่างในการใช้งานมัน นั่นคือความแตกต่าง”วินซ์อธิบายด้วยเสียงอ่อนโยน “ความรู้ที่ได้รับจากหนังสือนั้นมีคุณค่าก็จริง แต่ภูมิปัญหาที่กลั่นจากประสบการ์ก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน อย่าลืมว่าความสามารถของหนังสือเวทย์โบราณเป็นเพียงส่วนหนึ่งของเธอเท่านั้น”

“ครับ ผมจะจำไว้”ธีโอดอร์พยักหน้าเบาๆ

ดังเช่นที่วินซ์กล่าว ธีโอนั้นได้รับเฉพาะหลักการพื้นฐานและความรู้เกี่ยวกับวิธีใช้เวทมนต์ผ่านการสกัดจากความตะกละในสิ่งที่มันกิน

ความรู้ความชำนาญและการประยุกต์ใช้เวทมนต์ที่ต้องสะสมจากประสบการณ์นั้นไม่สามารถเรียนรู้ได้จากการกิน อย่างไรก็ตาม ธีโอก็ไม่ได้ละเลยทักษะของเขา ดังนั้นความสามารถของเขาจึงดีกว่าเมื่อครึ่งปีก่อน มันเป็นผลมาจากการที่เขาอุทิศตัวให้กับการฝึกเวทมนต์ทุกวันเป็นระยะเวลาครึ่งปีนับตั้งแต่การต่อสู้กับอัตตาและงานเต้นรำ

“ธีโอดอร์ ตอนนี้เธออยู่ในระดับที่เรียกได้ว่าอยู่จุดสูงสุดของวงกลมที่5แล้ว  ฉันภูมิใจในตัวเธอมาก”

“ขอบคุณครับ”

“ตอนนี้เธออยู่ห่างจากกำแพงของขั้น6เพียงก้าวเดียวเท่านั้น มันเป็นเรื่องที่ยากมากในการที่จะสอนศิษย์ที่เติบโตเร็วเช่นเธอ”วินซ์กล่าวก่อนที่จะหัวเราะอย่างอบอุ่น ศิษย์ของเขานั้นเติบโตเร็วเกินไป

ธีโอไม่แม้กระทั่งอยู่ในวงกลมขั้น4ตอนเขาออกจากสถาบัน จากนั้นเขากลับทำลายกำแพงของขั้น5เมื่อตอนที่ถูกส่งตัวกลับไปที่บ้านเขา ตอนนี้เขากลับอยู่จุดสูงสุดของวงกลมที่5แล้วและเขากำลังจะตามวินซ์ทัน

วินซ์ได้ใช้ประสบการณ์ของเขาในการสอนศิษย์ของเขา แต่เขาก็สงสัยว่าเขาจะมีความรู้พอที่จะสอนธีโอไปได้เรื่อยๆหรือไม่ บางทีหลังจากนี้ วินซ์คงไม่อาจที่จะสอนเขาได้ตามลำพัง

‘ไม่ นี่ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาคิดถึงเรื่องนี้’

วินซ์คิดได้สักพักก่อนที่เขาจะเปลี่ยนหัวข้อสนทนา “เราจะเริ่มฝึกเวทย์บทนี้ในวันนี้ จากนั้นเราจะเริ่มฝึกพลังจิตตามกำหนดการ อันที่จริงฉันไม่สามารถทำอะไรได้มากนักเพื่อช่วยในเรื่องนี้”

“ไม่เป็นไรครับ ผมรู้วิธีใช้พลังนี้อยู่แล้ว ขอบคุณสำหรับคำแนะนำครับมาสเตอร์”

“ดี เธอสามารถคิดอย่างนั้นได้”

ธีโอหัวเราะกับคำพูดของอาจารย์เขา และยกแขนเสื้อที่ปกคลุมแขนขวาเขาขึ้น

สมบัติแห่งชาติลำดับที่3 อัมบรา....หลังจากที่เขากินลูกปัดเข้าไปในคืนงานเต้นรำ มันก็ยังคงรูปลักษณ์ของรอบสักเอาไว้และกระจายแสงสีเขียวออกมาอย่างต่อเนื่อง มันเป็นหลักฐานของ อัมบรา ซึ่งเป็นสมบัติที่อยู่นอกเหนือขอบเขตของสสาร

ดวงตาของธีโอดอร์เปลี่ยนเป็นสีน้ำเงิน ‘Fluidization!’

ช่วงเวลาที่แสงกระพรึบขึ้น ร่างกายของเขาก็แปรเปลี่ยนเป็นโปร่งใส สายลมได้พัดผ่านร่างกายของเขา ธีโอในปัจจุบันสามารถทำสิ่งที่เป็นไปไม่ได้มากมาย

อันที่จริง นี่ยังไม่ใช่ความสามารถทั้งหมดของเขาหลังจากที่ฝึกมาครึ่งปี

วูบ!

หลังจากที่ร่างกายของเขากลายเป็นโปร่งใส ธีโอก็ได้หายตัวไปในอากาศและปรากฏตัวในที่ห่างไกลออกไปหลายสิบเมตร ความเร็วที่เขาใช้ในการเคลื่อนย้ายนั้นเห็นได้ชัดว่ามันขัดกับกฏฟิสิกส์

ถ้าจุดประสงค์ของFluidization คือเพียงแค่การปรากฏตัวในที่อื่น มันก็ไม่ได้แตกต่างไปจากการBlink ในระยะสั้น

‘เอาละ ฉันจะทำมันอีก!’ ธีโอดอร์รู้สึกว่าเขายังคงมีแรงเหลืออยู่ จากนั้นเขาก็หายตัวไปและปรากฏตัวขึ้นอีกอีกครั้ง เขาทำเช่นนี้อยู่หลายครั้ง

วินซ์นั้นแอบชื่นชมในการเคลื่อนไหวของธีโอ

ธีโอมีการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วโดยใช้ทักษะ Fluidization เนื่องจากธีโอไม่ได้รับผลกระทบใดๆจากขอบเขตของสสารเขาจึงไม่ได้รับผลข้างเคียงจากการกระโดดในช่องว่างมิติแม้แต่น้อย แม้แต่ผู้ใช้ออร่าระดับปรมาจารย์ยังไม่สามารถจับจังหวะการปรากฏตัวของธีโอได้

นี่เป็นอำนาจสุดโกงที่ได้รับจากสมบัติแห่งชาติ อัมบรา

“แฮ่ก...!แฮ่ก....!”

อย่างไรก็ตามความสามารถสุดโกงนี้ก็ต้องมีค่าใช้จ่าย หลังจากที่ธีโอดอร์เคลื่อนที่ไปในมิติ5หรือ6ครั้ง เขาก็ได้ทรุดตัวลงพร้อมกับอาการปวดหัว นี่คืออาการปวดหัวซึ่งเป็นผลมาจากการใช้พลังจิตของเขา มันเหมือนกับสภาพของร่างกายมนุษย์เมื่อวิ่งในระยะทางที่ไกล

ความเจ็บปวดอันน่ากลัวนี้เป็นข้อบ่งชี้ว่าจิตวิญญาณของธีโอนั้นได้เติบโตขึ้น วิธีการฝึกพลังจิตของเขานั้นเป็นเรื่องที่ง่ายมาก เขาเพียงแค่พยายามใช้มันจนถึงขีด จำกัด และพักฟื้นปล่อยให้มันฟื้นตัว เขาทำเช่นนี้ไปเรื่อยๆจนขีดจำกัดการใช้พลังเพิ่มขึ้น

แน่นอนว่าคำพูดนั้นมันง่าย แต่วิธีการนั้นมันแตกต่างกัน

ธีโอยืนขึ้นหลังจากนั่งพักอยู่สิบนาที เขายังรู้สึกวิงเวียนหัวอยู่เล็กน้อย ธีโอนั้นฝึกฝนทักษะนี้มาเป็นเวลาครึ่งปี แต่ขีดจำกัดของเขาในตอนนี้ยังเป็นเพียงครึ่งหนึ่งของเป้าหมายของเขาที่จะทำมันให้ได้10ครั้ง

วินซ์สังเกตเห็นท่าทางของเขาและพูดอย่างเป็นกังวล “อย่ารีบร้อนนักเลย ธีโอ”

ธีโอรู้สึกหดหู่ แต่มันก็คือความจริง เขาสัมผัสได้ถึงความไม่มั่นคงของธีโอ มันถึงเวลาแล้วที่เขาต้องเผชิญหน้ากับกำแพงอีกครั้ง

“อย่างที่ฉันได้พูดไปก่อนหน้านี้ เธออยู่จุดสูงสุดของวงกลมที่5แล้ว ดังนั้นเธอจะต้องก้าวข้ามขอบเขตไปสู่อีกขั้นถ้าเธออยากจะบรรลุเป้าหมายให้มากกว่านี้ ฉันรู้ว่ามันเป็นเรื่องที่ยากและน่าหงุดหงิด แต่เธอจะได้รับบาดเจ็บหากเธอเร่งรีบเกินไป”

วินซ์นั้นติดค้างอยู่ในวงกลมที่5มานานนับสิบปี ดังนั้นธีโอจึงไม่สามารถละเลยคำแนะนำของเขาได้

ราชอาณาจักรเมลเทอร์นั้นมีจำนวนจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์มากกว่าอาณาจักรอื่นๆ เป็นผลมาจากจอมเวทย์ที่ก้าวข้ามกำแพงได้ถ่ายทอดความรู้ของพวกเขาให้กับเหล่าศิษย์ของพวกเขาทำให้สร้างวงจรเช่นนี้มาหลายสิบชั่วอายุแล้ว

ธีโอดอร์ฟังคำพูดของวินซ์ด้วยท่าทางตึงเครียด “มาสเตอร์ แล้วผมควรทำยังไงละครับ?”

“อืม ถ้าเธอเป็นจอมเวทย์ธรรมดา ฉันจะแนะนำให้เธอสร้างประสบการณ์ให้มากกว่านี้ แต่.....มันอาจจะมีอีกหาทางหนึ่งถ้าเธอใช้ความสามารถของความตะกละได้ดี”

ไม่สำคัญว่าคนผู้นั้นจะอัจฉริยะมาจากไหน พวกเขาก็ยังต้องพึ่งโชคในการก้าวข้ามกำแพงอยู่ดี

วินซ์และจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์คนอื่นๆของหอคอยต่างเคยได้รับเรียกว่าอัจฉริยะด้วยกันทั้งสิ้น แต่พวกเขากลับติดอยู่ที่วงกลมที่6 มันเป็นเส้นทางแห่งความสิ้นหวังที่พวกเขาไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ นอกเหนือจากการสร้างความพยายามของพวกเขา

อย่างไรก็ตามธีโอดอร์กลับมีเส้นทางที่แตกต่างจากพวกเขา

“มันเหมือนกับตอนที่ผมกินแก่นชีวิตของเอลเดอร์ลิช”

ถ้าเขาได้รับสิ่งประดิษฐ์เวทย์ระดับ สมบัติอีกละก็ เขาจะทำลายขอบเขตของขั้น5และเข้าสู่ขั้น6ได้ แน่นอนว่ามันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะได้รับสิ่งประดิษฐ์เวทย์เช่นแก่นชีวิตของเอลเดอร์ลิช แต่มันก็ดีกว่าการรอคอยช่วยเวลาแห่งการตรัสรู้

สำหรับธีโอ ผู้ที่เบื่อหน่ายกับการหยุดนิ่ง คำพูดนี้ถือเป็นคำแนะนำที่ดีที่สุดสำหรับเขาเลยก็ว่าได้

วินซ์กล่าวขึ้นขณะที่สวมชุดคลุมของเขา “ถ้าเธอหายแล้ว ก็ไปกันเถอะ มันหมดเวลาสำหรับการจองห้องฝึกนี้แล้ว”

ธีโอดอร์มองไปที่นาฬิกาบนผนังและหยิบชุดคลุมของเขาขึ้น “โอ้ มันหมดเวลาแล้ว”

เสื้อคลุมที่แขวนอยู่บนผนังเรียบร้อยดีราวกับพึ่งรีดมาหมากๆ ธีโอตอนนี้คุ้นเคยกับการสวมผ้าคลุมแล้ว ได้มุ่งหน้าออกไปจากห้องฝึกเวทมนต์พร้อมกับนำหน้าวินซ์อยู่ก้าวหนึ่ง

อย่างไรก็ตามขณะที่ธีโอวางมือลงบนลูกบิดประตู...“เอ๊ะ?”

มีคนเปิดประตูห้องฝึกจากด้านนอก เขาสวมชุดคลุมสีเทาไม่มีสีของหอคอยเวทมนต์ใดๆ แสดงให้เห็นว่าเขาเป็นจอมเวทย์ฝึกหัด หลังจากที่จบหลักสูตรของสถาบันเวทมนต์แล้ว พวกเขาจะต้องฝึกงานโดยการทำหน้าที่เป็นผู้ส่งสารภายในMagic Society

จอมเวทย์ในชุดคลุมสีเทารีบกล่าวคำขอโทษเขาทันที “อ่า ขะ-ขออภัยด้วยครับ!”

เนื่องจากตำแหน่งของพวกเขามีความแตกต่างกันมาก ผู้ส่งสารจึงก้มหัวขอโทษอยู่หลายครั้งก่อนที่จะเปิดเผยจุดประสงค์ของเขา “พวกคุณใช่วินซ์ ไฮน์เดลและธีโอดอร์ มิลเลอร์ รึเปล่าครับ?”

“ใช่แล้ว”

“ผมมาที่นี่เพราะได้รับการแจ้งเตือนอย่างเร่งด่วนจากMagic Society ครับ และต้องส่งมอบให้พวกคุณทั้งคู่โดยเร็วที่สุดครับ”

ขณะที่ทั้งสองคนยังจับต้นชนปลายไม่ถูก ผู้ส่งสารก็ได้หยิบม่วนกระดาษออกมา

จากนั้นเขาก็เริ่มอ่านเนื้อหาภายในกระดาษ “นี่เป็นข้อความที่เขียนถึงจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์ทุกคนที่อยู่ในเมืองหลวง ขณะนี้จักรวรรดิแอนดราสได้แสดงเจตนาที่จะส่งคณะฑูตเดินทางมาที่นี่แล้ว จอมเวทย์ทุกคนที่ได้รับประกาศฉบับนี้ ขอให้ทุกท่านมารวมตัวที่หอประชุม ณ ศูนย์กลางของMagic Societyโดยเร็วที่สุด!”

จบบทที่ ตอนที่ 84 คณะฑูตจากจักรวรรดิ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว