เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 69 เอลฟ์ชั้นสูงเอลโลน่า 3

ตอนที่ 69 เอลฟ์ชั้นสูงเอลโลน่า 3

ตอนที่ 69 เอลฟ์ชั้นสูงเอลโลน่า 3


แม้เขาจะใช้เวลานานไปกับการทานอาหารมื้อค่ำกับเอิร์ลเบอร์เก้น แต่ดวงจันทร์ก็ยังคงอยู่กลางทองฟ้า บางทีอาจจะยังมีเวลาอยู่จนกว่าจะถึงเที่ยงคืน มันไม่น่าจะมีปัญหาอะไรถ้าเขารีบไปคุยกับเอลโลน่าที่ห้องของเธอ

ธีโอดอร์หันไปถามวินซ์ก่อนที่จะมองไปรอบๆ

“งั้น ช่วยนำทางผมที”

ดูเหมือนว่าเขากำลังพูดกับใครบางคนอยู่ ธีโอนั้นมีความสามารถในการมองเห็นสิ่งที่คนธรรมไม่สามารถมองเห็นได้ นี่เป็นพลังเช่นเดียวกับเอลฟ์ที่เกิดมาพร้อมกับดวงตาซึ่งสามารถมองเห็นจิตวิญญาณธาตุได้ มันเป็นนกโปร่งแสงที่ถ่ายทอดเสียงของเอลโลน่ามาให้เขา

จิตวิญญาณนกตัวนี้เป็นเพียงจิตวิญญาณชั้นต่ำ Sylph ที่สามารถพบได้ใน[การแนะนำเวทย์ธรรมชาติเบื้องต้น] คุณสมบัติของธาตุลมสามารถที่จะถ่ายทอด เสียงได้ดี ดังนั้น Sylph จึงมักใช้เป็นที่ส่งข้อความกัน

พึ่บ

Sylph อาจไม่มีรูปลักษณ์ที่ชัดเจนเช่นมิตรา แต่ก็สามารถแสดงท่าทางได้อยู่ นกขยับหัวไปมาอย่างเข้าใจพร้อมกับเริ่มบินไปที่เบื้องหน้าของธีโอ มันไม่เหมือนกับนกทั่วไป มันไม่จำเป็นที่ต้องกางปีกหรือกระพือปีกเพื่อบิน นั้นเพราะร่างของ sylph นั้นใกล้เคียงกับ จิตวิญญาณ

‘คฤหาสถ์นี้กว้างมาก’

ธีโอได้ตระหนักถึงความจริงนี้โดยตรงเนื่องจาก sylph ได้นำพาเขาผ่านมา5หัวมุมแล้ว แต่จำนวนห้องที่เขาเดินผ่านมามีเพียงสองห้องเท่านั้น เขาเดินมาเป็นเวลาเกือบ 10 นาที ก่อนที่เขาจะมาถึงห้องที่เอลโลน่าอาศัยอยู่

ถ้าบ้านของเอิร์ลยังเป็นเช่นนี้ เขาไม่อาจที่จะทราบเลยว่า บ้านของ มาร์ควิสหรือดยุคจะเป็นเยี่ยงไร

ธีโอดอร์หยุดอยู่ที่หน้าประตูแล้วลูบตัวsylph เบาๆ “ขอบคุณที่พาฉันมานะ”

พึ่บ อาจจะเนื่องจากมันอารมณ์ดี มันจึงปล่อยเสียงที่ฟังดูรื่นรมย์ออกมาก่อนที่จะหายไป

เดิมที มนุษย์จะไม่สามารถมองเห็นจิตวิญญาณธาตุได้ เมื่อไม่มีเวทย์ที่คอยหล่อเลี้ยงมันก็จะหายไปและกลับสู่ธรรมชาติของมัน จิตวิญญาณธาตุชั้นต่ำนั้นจึงแตกต่างจากจิตวิญญาณธาตุชั้นสูงที่มีอิสระเสรี

ขณะนั้นก็มีเสียงใสดังออกมาจากด้านหลังประตู

“เข้ามาได้เลย”

ธีโอดอร์เปิดประตูเข้าไปและถูกโจมตีด้วยกลิ่นที่แสนหอม มันเป็นกลิ่นของผลไม้ที่สุกงอม เขาเคยกินมันไม่กี่ครั้ง แต่กลิ่นก็ยังคงอยู่ในความทรงจำของเขา ธีโอดอร์ได้ยืนค้างอยู่ที่ด้านหน้าประตูด้วยท่าทางตกตะลึง

“….เถาวัลย์องุ่น?” เขาพูดด้วยเสียงดังขณะที่เขาแตะเถาวัลย์องุ่นที่ปกคลุมไปทั่วกำแพงห้อง

มันเป็นเถาวัลย์หนาซึ่งแม้แต่ในสวนยังหาพบได้ยาก มันเป็นองุ่นที่ห้อยลงมาจากเถาวัลย์? แต่ละพวงมีขนาดเท่าลูกวอลนัท แม้ว่าเขาจะไม่ชอบกินองุ่น แต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความหวานของน้ำผลไม้ที่อยู่ข้างในมัน มันเป็นภาพที่ไม่สามารถจินตนาการได้เลยว่าจะมีห้องเช่นนี้อยู่ในคฤหาสถ์ของขุนนาง

เอลโลน่าที่นั่งอยู่ตรงกลางห้องสีขาวเอ่ยทักทาย “สวัสดียามค่ำ ท่านธีโอดอร์”

เธอเปรียบเสมือนดอกไม้หรือใบไม้ที่กลมกลืนไปกับห้องอันงดงามนี้ มีกระถางต้นไม้และเถาวัลย์องุ่นล้อมรอบตัวเธอ ธีโอมองภาพแปลกๆนี้และตอบว่า “อ่า สวัสดีครับ”

“ท่านสนใจงั้นหรือ?เราได้ปลูกต้นองุ่นเอาไว้สำหรับมื้อเย็นของเรานะ ท่านสนใจอยากจะลองกินดูไหม?”

‘เถาวัลย์องุ่นเหล่านี้งอกขึ้นจากเมล็ดองุ่นที่ปลูกในตอนเย็นงั้นหรอ?’ ธีโอตะลึงงันและหยิบองุ่นขึ้นมาและกินมัน

ตามที่คาดไว้น้ำที่อยู่ภายในเม็ดองุ่นนั้นมีรสหวานและเต็มไปด้วยความชุ่มชื้นอยู่ภายในนปากของเขา แม้แต่คนที่ดื่มไวน์องุ่นได้ลองชิมไวน์ที่ทำจากองุ่นนี่ละก็พวกเขาจะไม่สามารถต้านทานความต้องการได้ ถ้าเอลฟ์ชั้นสูงทำสวนผลไม้ละก็ ผลไม้จากสวนอื่นจะถูกทำลายทันที

ธีโอนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับเอลโลน่าและกินองุ่นอีกสองสามลูก “…ผมขอโทษ”

“ไมเป็นไร เราค่อนข้างชอบด้วยซ้ำ เรากังวลอยู่ว่าผลไม้พวกนี้มนุษย์จะชอบหรือไม่”

“เป็นไปไม่ได้หรอก ใครจะปฏิเสธผลไม้เหล่านี้ได้กัน”

ที่บรรยากาศดีเช่นนี้เป็นเพราะผลไม้อร่อยงั้นหรือ?เป็นเรื่องที่น่าแปลกใจที่บทสนทนาระหว่างเขาทั้งสองคนไม่ได้เริ่มต้นอย่างอึดอัด

ตอนแรกเอลโลน่าจะพูดขอบคุณที่ช่วยเหลือพวกเขา จากนั้นพวกเขาก็พูดถึงพลังของเอลฟ์ชั้นสูงเช่นเธอ ก่อนจะพูดถึงความเป็นกลางของเอลโลน่า

เธอบอกกับธีโอว่า “เป็นเรื่องธรรมดาสำหรับคนเช่นธีโอดอร์ที่จะรู้สึกอึดอัดเมื่อเห็นเรา”

ตามที่เอลโลน่ากล่าว เอลฟ์ชั้นสูงนั้นเปรียบเสมือนจิตวิญญาณธาตุมากกว่าเอลฟ์เสียอีก พวกเขาไม่จำเป็นต้องกินบ่อยๆ พวกเขาจะไม่ตายจากความอดอยากและพวกเขาจะไม่รู้สึกเหนื่อยหรือง่วงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้นอน ต้องขอบคุณพันธุกรรมจากบรรพบุรุษของเขา ทำไมเพศของพวกเขานั้นคลุมเครือ

“ดังนั้น เอลโลน่า จึงไม่มีเพศงั้นหรอ?”

“อืม....มันแตกต่างกันเล็กน้อย ดังนั้นพูดว่าความเป็นกลางจะใกล้เคียงมากกว่า”

“เป็นกลาง?”

ใช่เอลโลน่าพยักหน้าด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ

“ตอนที่พวกเราเกิดพวกเราจะดูเหมือนผู้หญิงมากกว่าชาย แต่ทว่าเมื่อเราตัดสินใจเลือกคู่ครองของเราแล้วสิ่งนี้จะเปลี่ยนไปตามเพศของคู่ครองเรา ถ้าคู่ครองเราเป็นผู้ชายเราจะกลายเป็นเพศหญิง ถ้าคู่ครองของเราเป็นหญิง เราจะกลายเป็นเพศชาย”

“อ่า...เช่นนั้น…”

“ใช่แล้ว เรายังไม่มีคู่ครอง”

โอเคร ถ้ายังงั้นมันก็เหมาะสมแล้ว เขาเหลือบมองไปที่เอลโลน่าอย่างไม่รู้ตัวก่อนที่จะหันไปทางอื่น

ธีโอมีความทรงจำของ ลี ยองซุก ผู้ซึ่งเป็นลูกหลานของนักรบตะวันออก ดังนั้นความรู้เกี่ยวกับร่างกายของมนุษย์ของเขาจึงเพิ่มขึ้นมาก เขาสามารถจำแนกเพศชายและหญิงได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามเขากลับไม่สามารถแยกแยะเพศของเอลโลน่าได้ เป็นเพราะเธอยังไม่ได้ตัดสินใจเลือกเพศของตัวเอง

ขณะที่เขาฟังอย่างเงียบๆ เขาก็นึกขึ้นได้ว่า ‘ฉันได้เรียนรู้เกี่ยวกับตัวตนของเอลฟ์ชั้นสูงมากขึ้นกว่าเดิมงั้นสิ?’

มันเป็นไปตามที่เขาคิด ตอนนี้ธีโอดอร์อาจจะมีความรู้เกี่ยวกับเอลฟ์ชั้นสูงมากที่สุดในอาณาจักรเลยก็ว่าได้ ถ้าเขาเขียนหนังสือเกี่ยวกับเรื่องนี้ เขาจะสามารถกวาดเหรียญทองได้หลายร้อยเหรียญภายในวันเดียว

อย่างไรก็ตามความปราถนาในโลกนี้ของเขาดูเหมือนจะไม่มีความหมายเลยเมื่อเขามองไปที่ดวงตาของเอลโลน่า

“ธีโอดอร์”

มันถึงเวลาสำหรับการที่เธอเรียกเขามาที่นี่แล้ว

“ท่านสามารถเรียกผู้ที่ทำสัญญากับท่านออกมาได้ไหม?”

***

เขาเรียกผู้ทำสัญญาของเขาออกมาทันที

[ฮู้!] มิตราปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับเสียงของเธอที่ดังในหัวเขา ขณะที่หัวของเธอโผล่มาจากกระถางที่ใส่เมล็ดองุ่น มองไปเหมือนตัวตุ่นเธอมองไปรอบๆและกระโดดออกมาด้วยรอยยิ้มเมื่อเห็นเอลโลน่า

“โอ้ พระเจ้า” เอลโลน่ารู้สึกสับสนเมื่อมิตรากระโดดลงบนฝ่ามือของเธอ

มิตรากอดนิ้วชี้ของเธอไว้แน่นราวกับมันอุ่นมาก

“…เราเคยได้ยินเกี่ยวกับเธอมาก่อน แต่เราไม่รู้เลยว่าเธอจะน่ารักเช่นนี้” เอลโลน่ายิ้มอย่างนุ่มนวลให้มิตราก่อนที่จะหันหน้าไปหาธีโอดอร์ “ธีโอดอร์ รู้เกี่ยวกับเธอเท่าไหร่?”

“….ผมรู้แค่ว่าเธอเป็นจิตวิญญาณธาตุโบราณและเธอมีระดับที่แตกต่างจากโลกของจิตวิญญาณธาตุ”

“ใช่แล้ว” เอลโลน่ายิ้มหวานและวางมิตราไว้บนไหล่ของเธอ มิตรารู้สึกสับสนกับการสูบเสียนิ้วไปที่กอดไปอย่างฉับพลัย แต่ในไม่ช้าเธอก็เริ่มไต่ไปตามเส้นผมสีเขียวของเอลโลน่าราวกับเชือก มิตราดูเหมือนกับจักจั่นบนกิ่งไม้

เอลโลน่า ไม่สนใจเธอและอธิบายต่อว่า “เราจะเล่าให้ฟัง จิตวิญญาณธาตุโบราณนั้นไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของโลกแห่งจิตวิญญาณธาตุ พวกเขาต่างได้รับการยกย่องว่าเป็น ‘เมล็ดพันธุ์(seeds)’ ที่แสนลึกลับและการดำรงอยู่ของพวกเขาถึงเป็นจุดสูงสุด

“มะ-เมล็ดพันธุ์?”

“ใช่แล้ว นี่คือตัวอย่าง”

ทันทีที่เธอแบมือซ้ายของเธอ ลมก็ได้แปรเปลี่ยนเป็นรูปร่างของยักษ์ เขาสีกุหลาบของมันราวกับมงกุฏและลำตัวของมันดูแข็งราวกับเกราะ มันดูเหมือนจะเป็นยักษ์จากตำนาน

ขณะที่ธีโอมองไปที่มัน เอลโลน่า ก็พยักหน้าและบอกถึงตัวตนของมันว่า “นี่เป็นภาพลวงตาของ เซเฟอร์ ผู้ที่เปรียบเสมือนพระเจ้าของสายลมที่มีชีวิตอยู่มาเนิ่นนานแล้ว ตามตำนานท่านได้นำพาพายุมาสู่โลกโดยการหันไปรอบๆโลกและถอนหายใจ”

“เทพโบราณ เซเฟอร์....”

“เขาคือต้นแบบของจิตวิญญาณโบราณ เจรอส ผู้ทำสัญญากับ ไมน์ดัล เฮอเซม เมื่อ120ปีที่แล้ว”

‘ไมน์ดัล เฮอเซม!’ ใบหน้าของธีโอแข็งค้างเมื่อได้ยินชื่อที่ไม่คาดคิด

เหตุใดชื่อดังกล่าวถึงได้โผล่มา? ไม่สิ เขาเป็นจอมเวทย์ธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ที่สุดดังนั้นจึงเป็นเรื่องปกติที่เอลฟ์จะรู้ชื่อของเขา ในขณะที่มนุษย์มีการเชื่อมโยงกับธรรมชาติต่ำลง ไมน์ดัล เป็นเพียงคนเดียวที่สามารถเรียก ราชาแห่งธาตุออกมาได้

เอลโลน่า สังเกตเห็นความตื่นเต้นของเขาและหยุดท่าทางของเขา “ไม่ใช่ว่าเทพทั้งหมดจะศักสิทธิ์เหมือนกับเซเฟอร์ แต่ก็มั่นใจได้ว่าเหล่าเทพนั้นเป็นเหมือนท่านเซเฟอร์ทุกตน ด้วยเหตุผลบางอย่างพวกเขานั้นสูญเสียการคงอยู่ของพวกเขาไปและเศษร่างกายของพวกเขาได้กลายเป็น เมล็ดพันธุ์ และเมล็ดพันธุ์ก็เป็นที่รู้จักกันในชื่อ จิตวิญญาณธาตุโบราณ”

ทั้งสองต่างจ้องมองไปที่มิตรา ที่น่าจะเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่

มิตราที่กำลังถักผมของเอลโลน่าเล่น เงยหน้าขึ้นเมื่อเธอรู้สึกได้ถึงสายตาของพวกเขา เธอดูคล้ายกับเด็กซนที่ชอบเล่นสกปรกๆ มันยากที่จะเชื่อได้ว่าตุ๊กตาดินที่น่ารักจะเคยเป็นเทพผู้ยิ่งใหญ่มาก่อน

เอลโลน่า เข้าใจคำถาม ที่ธีโอไม่ได้ถามออกมาและคว้าตัวมิตรามา จากนั้นเธอก็จ้องมองเข้าไปในดวงตาของธีโอดอร์และเสนอทางเลือกให้เขาสองทางเลือก

“ถ้าธีโอต้องการ เราสามารถที่จะฟื้นพลังบางอย่างของเธอได้ แม้มันจะไม่อยู่ในระดับเดียวกับต้นแบบ แต่เธออาจจะสามารถฟื้นพลังในระดับผู้พิทักษ์ของจิตวิญญาณธาตุได้”

“ผู้พิทักษ์ จิตวิญญาณ...ธาตุ”

แน่นอน มิตรา นั้นไม่ได้แตกต่างจากจิตวิญญาณธาตุอื่นๆนอกจากความจริงที่ว่าเธอมีฐานะที่สูง ในกรณีที่ไม่มีอำนาจเวทมนต์ของธีโอความสามารถของเธอจะลดลงอย่างมากและเธอจะไม่สามารถปรากฏตัวได้อย่างอิสระในพื้นดิน ถ้าเธอกลายเป็นผู้พิทักษ์จิตวิญญาณธาตุได้ เธออาจจะข้าม ข้อจำกัด บางอย่างของเธอได้

อย่างไรก็ตามก่อนที่จะตัดสินใจ ธีโอดอร์ ได้ถามมิตรา “มิตรา เธอต้องการจะทำมันไหม?”

เอลโลน่าแอบยิ้มให้กับการกระทำของธีโอที่ไม่บังคับจิตวิญญาณธาตุของเขา ธีโอไม่รู้เรื่องนี้ แต่นี้มันใกล้เคียงกับพฤติกรรมของเหล่าเอลฟ์ นี่คือเหตุผลที่ทำให้เหล่าเอลฟ์ตนอื่นๆชอบเขา แม้จะไม่รู้เกี่ยวกับตัวตนของมิตรา

ดังนั้น คำตอบคืออะไร? มิตรากังวลชั่วครู่ก่อน.....[ฮู้!]

‘ฉันจะทำ!’ นั่นคือสิ่งที่เธอหมายถึง ธีโอดอร์ลูบหัวมิตรา 2-3ครั้งก่อนที่จะส่งเธอให้กับเอลโลน่า

“ได้โปรด ทำมันทีครับ เอลโลน่า”

“ได้เลย แค่คิดว่าเราจะได้ชดใช้ธีโอ เราก็ดีใจแล้ว” เอลโลน่าไม่ให้เขาได้มีโอกาสตอบกลับขณะที่เธอถือมิตราไว้ในฝ่ามือทั้งสองข้าง “จะเริ่มละนะ”

วูบบบบ!

แสงที่เต็มไปด้วยพลังแห่งชีวิตปกคลุมไปทั้งห้องที่ทั้งสองคนอยู่

จบบทที่ ตอนที่ 69 เอลฟ์ชั้นสูงเอลโลน่า 3

คัดลอกลิงก์แล้ว