เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 64 การโจมตีผู้ค้าทาส 1

ตอนที่ 64 การโจมตีผู้ค้าทาส 1

ตอนที่ 64 การโจมตีผู้ค้าทาส 1


หลังจากนั้น การตกลงระหว่างพวกเขาก็สำเร็จลุล่วง

วินซ์นั้นมีการแสดงออกที่ไม่พอใจตั้งแต่ต้นจนจบ แต่เขาก็เขียนลงไปบนGeass Scroll ว่าเขาจะช่วยแคทนิสย้ายและให้ตัวตนใหม่แก่เขา ด้วยอำนาจของจอมเวทย์ระดับปรมาจารย์ ทำให้แคทนิสมีผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งอย่างมาก

หลังจากที่แต่ละคนลงนามในสัญญาเสร็จ แคทนิสก็ลุกขึ้นด้วยความพอใจ

“เอาละรออยู่ที่นี่สักพักนะ มันน่าจะใช้เวลาหน่อย ดังนั้นฉันอาจจะกลับมาเมื่อดวงอาทิตย์ได้ลงแล้ว”

“คุณตั้งใจที่จะเริ่มต้นทันทีเลยงั้นหรอ(สรรพนามเปลี่ยนไปหลังจากที่เขาทำข้อตกลงกันเสร็จ)”

“จากนี้ไปงานของคุณเป็นงานของผม ถ้าผมล้มเหลวผมก็จะไม่ได้รับอะไรเลย คุณสามารถมั่นใจได้ว่าผมจะกลับมาหลังจากที่ทำงานของผมเสร็จ”

หลังจากที่เขาบอกให้รอ แคทนิสก็วิ่งออกจากร้านไป การเคลื่อนไหวของเขาเต็มไปด้วยพลังที่ไม่สามารถเห็นได้กระทั่งตอนนี้ ชายทั้งสองคนที่ถูกทิ้งไว้ในร้านโดยไม่มีเจ้าของตกตะลึงไปชั่วขณะ แต่พวกเขาก็มองไปรอบๆ

ทุกอย่างรอบตัวของพวกเขามีแต่อุปกรณ์เวทย์

“กินพวกมันเท่าที่เธอต้องการ เขาทำผิดซะแล้วที่พูดเช่นนั้นออกมา”วินซ์หัวเราะหลังจากที่เขาทบทวนคำพูดของแคทนิส

แคทนิสไม่เคยคิดเลยว่าธีโอดอร์จะสามารถเอาทุกอย่างไปในร้านได้จริงๆ มันมีของหลายชิ้นที่ไม่สมควรที่จะเก็บไว้ในกระเป๋ามิติของเขา แต่มันก็เพียงพอที่จะเป็นอาหารแก่ความตะกละได้

แม้คุณภาพจะไม่สูง แต่จำนวนพลังเวทย์ที่จะดูดซึมได้จากอุปกรณ์เวทย์พวกนี้นั้นมีจำนวนมหาศาล

ก่อนอื่น ธีโอได้เดินไปหยุดหน้าตู้วางของที่เต็มไปด้วยของที่ชำรุดและยกมือซ้ายขึ้น

“ฉันจะเริ่มละนะ”

ด้วยคำสั่งเพียงคำเดียว ‘กิน’ ลิ้นก็ได้โผล่ออกมาจากมือซ้ายของเขาและเริ่มทำการกวาดล้างร้าน

วูบบ ฟุ้บ อึก...เสียงของวัตถุต่างๆที่ถูกโยนเข้าไปในปากของความตะกละ ไม่สำคัญว่าสิ่งของจะมีขนาดไหน พวกมันถูกส่งเข้าไปในปากทั้งหมด ของที่ชำรุดหลายสิบชิ้นถูกส่งเข้าไปในปากของความตะกละ

เกิดเสียงดังขึ้นในหัวของเขาหลายเสียงและเสียงได้หยุดลงหลังจากผ่านไปหลายนาที

[….]

[ใช้เวลาประมาณ 31 นาทีและ14 วินาที เพื่อย่อยอาหารทั้งหมด]

ด้วยการปลดผนึกตราผนึกที่3ของความตะกละ ทำให้ความสามารถของมันดีขึ้นเช่นกัน เวลาในการย่อยอาหารของมันได้ลดลงทำให้การกินครั้งนี้เหลือเพียง30นาทีเท่านั้น และมันหมายความว่ามันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาที่จะดูดซับทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ภายในร้านนี้

วินซ์หลุดเสียงร้องออกมาอย่างชื่นชมขณะที่ธีโอยืนอยู่หน้าชั้นวางของที่ว่างเปล่า“…มันน่าทึ่งมากเมื่อฉันคิดถึงเรื่องนี้ การเปลี่ยนแปลงอุปกรณ์เวทย์ไปเป็นพลังเวทย์ให้กับผู้ใช้ มันช่างเป็นคุณสมบัติที่น่าทึ่งจริงๆ”

“ผมไม่ทราบว่าหลักการทำงานของมันเป็นยังไง”

“ถ้าเธอรู้ละก็ พลังเวทย์ของมนุษย์จะพัฒนาไปหลายขั้นเลยทีเดียว”

จากนั้นธีโอดอร์ก็ได้เดินผ่านชั้นวางของที่ว่างเปล่าไปอีกมุมหนึ่งที่เต็มไปด้วยสิ่งของ นี่เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของมื้ออาหารของความตะกละเท่านั้น

***

ผ่านไป4ชั่วโมงนับแต่แคทนิสออกจากร้านไป เป็นเช่นที่เขากล่าวไว้ว่าเขาจะกลับมาหลังจากอาทิตย์ได้ลงแล้ว

ขณะที่แคทนิสเดินเข้ามาในร้านพร้อมกับท่าทางที่เหนื่อล้า เขารู้สึกตกตะลึงเมื่อเห็นว่าร้านของเขาแตกต่างจากเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนอย่างสิ้นเชิง มันไม่ใช่ว่าของถูกเก็บอย่างเป็นระเบียบ แต่มันไม่มีสิ่งใดเหลืออยู่เลยตะหาก

แคทนิสบอกไปรอบๆร้านที่ว่างเปล่าของเขาก่อนที่จะเดาะลิ้นของเขา“อืม...ฉันบอกให้เธอนำสิ่งที่เธอต้องการไปก็จริง แต่ฉันไม่คิดเลยว่าเธอจะกวาดมันไปทั้งหมด....”

“ฉันทำไม่ได้งั้นหรอ?”

“ไม่ใช่ เธอทำตามคำพูดของฉัน ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่สามารถที่จะขนพวกมันไปได้อยู่ดีเมื่อฉันออกจากเบอร์เก้นไป พวกมันไม่ใช่ของๆฉัน ดังนั้นฉันจึงไม่ค่อยอะไรกับมันเท่าไร”

แคทนิสแสร้งทำเป็นบ่น แต่ธีโอไม่ได้ถูกหลอกไปกับท่าทางของเขา ธีโอได้เห็นและเข้าใจว่าแคทนิสฉลาดแค่ไหนผ่านการแลกเปลี่ยนของเขากับวินซ์

มันน่าจะมิสิ่งของที่เขาเก็บไว้กับตัวเพื่อแลกเป็นเงินอยู่ก่อนแล้ว เป็นไปได้ว่าเขาได้ละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในร้านเขาทั้งหมด ดังนั้นธีโอจึงไม่รู้สึกผิดใดๆเกี่ยวกับการกวาดล้างสิ่งของภายในร้าน

ขณะที่ทั้งสองคนได้ยืนอยู่ แคทนิสก็ยักไหล่ของเขาและนั่งลงบนเก้าอี้ จากนั้นเขาก็หยิบบางอย่างออกมาและวางมันลงบนโต๊ะ มันเป็นผ้าที่เหมือนกับผ้าเช็ดหน้า แต่มีภาพแปลกๆอยู่บนตัวผ้า

มันมีเส้นโค้งและเส้นตรง เหมือนกับ....

“แผนที่?” ธีโอถามแคทนิสที่ยิ้มให้เขาและพยักหน้า

“ฉันไม่สามารถอ่านมันได้ แต่เธอคงอ่านมันได้ หลังจากที่เธอได้มองภาพนี้แล้ว เธอคิดอะไร?เธอเข้าใจไหม?”

“ใช่ นี่มันมากพอแล้ว”

มันมองยากเล็กน้อย แต่ก็ไม่มีปัญหาในการาอ่าน ขณะที่วินซ์และธีโอตรวจสอบเกี่ยวกับแผนที่ แคทนิสก็ได้จุ่มปากกาลงในโถใส่หมึกสีแดงของเขา และเริ่มเขียนอะไรบางอย่างลงในจตุรัสบนแผนที่

“ฉันขอโทษด้วย แต่ฉันไม่สามารถที่จะยืนยันจุดที่ซ่อนของพวกทาสได้ พวกมันกำลังทำงานร่วมกับองค์กรของฉัน แต่พวกที่มาจากออสเต็นนั้นรอบคอบอย่างมาก”

“คุณไม่สามารถที่จะเจาะลึกลงไปได้มากกว่านี้งั้นหรอ?”

“….ใช่แล้ว พวกที่ลาดตระเวนนั้นไม่ใช่ปัญหา แต่ยามเฝ้าพวกนั้นเป็นของจริง ฉันมองไม่เห็นช่องว่างใดๆเลยในความสามารถของพวกมันและความปลอดภัยที่พวกมันจัดตั้งขึ้น”

การแสดงออกของธีโอดอร์และวินซ์ได้แปรเปลี่ยนเป็นดุดันทันทีที่ได้ยินคำพูดของแคทนิส

แม้แคทนิสจะถูกจับได้โดยพวกเขาทั้งสองอย่างรวดเร็วก็จริง แต่วินซ์กับธีโอนั้นถือเป็นกรณีพิเศษ ถ้าพวกเขาไม่ได้ระมัดระวังตัวเนื่องจากกำลังทำภารกิจอยู่พวกเขาอาจจะสัมผัสถึงแคทนิสที่กำลังติดตามพวกเขาอยู่ไม่ได้ มันยากมากที่จะสัมผัสได้ถึงตัวแคทนิส

อย่างไรก็ตามการรักษาความปลอดภัยมันอยู่ในระดับที่แม้แต่แคทนิสยังไม่สามารถทำอะไรได้?มีบางอย่างที่แปลกๆ

“ตอนนี้ ฉันรู้แค่นี้เท่านั้น” แคทนิสชี้ไปที่แผนที่และอธิบายว่า“มีป้อมปราการ2ป้อมถูกติดตั้งในค่ายบริเวณแถวชานเมือง โดยมีผู้คุมหลายคนอยู่รอบคุก ภายในป้อมมีทาสอยู่ทั้งหมด4คน พวกเขาไม่เคยเคลื่อนย้ายและไม่เคยออกมาจากที่นั่น ดังที่ฉันได้พูดไปก่อนหน้านี้มียามยืนอยู่บริเวณหน้าทางเข้าป้อมอยู่4คน มันเป็นระดับที่อยู่เหนือกว่าพวกลาดตระเวนโดยสิ้นเชิง โดยเฉพาะอย่างยิ่งป้อมปราการขนาดใหญ่ที่มีคนถึง10คนคอยยืนคุ้มกันอยู่รอบๆ”

“คุณรู้เกี่ยวกับช่วงเวลาและจำนวนของคนที่ลาดตระเวนไหม”

“ฉันจะวาดมันลงบนแผนที่ ช่วงเวลาคือหนึ่งถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่งและพวกเขาจะลาดตระเวนเป็นคู่ โดยปกติ1กะจะมีคนลาดตระเวนอยู่5คู่”

วินซ์มองมาที่แคทนิสด้วยสายตาที่เปลี่ยนไป เขาคิดว่าแคทนิสเป็นแค่หนู แต่ด้วยความสามารถในการรวบรวมข้อมูลของเขามันเพียงพอที่จะทำงานอยู่ในหน่วยสืบข่าวลับภายในกองทัพได้เลย

ถ้าข้อมูลทั้งหมดถูกต้องละก็ มันก็คุ้มกับราคาที่เขาต้องจ่าย

วินซ์หันไปถามลูกศิษย์ของเขาที่กำลังจ้องมองไปที่แผนที่“ธีโอ เธอคิดว่าอย่างไร?”

“….เราควรจะโจมตีจากสองทิศทาง ถ้าเราไม่ล้อมกรอบพวกมัน พวกมันจะหลบหนีไปพร้อมกับเหล่าทาสได้ ดังนั้นผมคิดว่าเราควรจะช่วยเหลือทาสทั้งสี่เป็นอย่างแรก”

“ถูกแล้ว เราควรจะโจมตีคืนนี้ไหม?”

“ใช่ครับ ผมก็คิดเช่นนั้น”

ข้อมูลที่รวบรวมโดยแคทนิสอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากวันนี้ ความเป็นไปได้ที่พรุ่งนี้ข้อมูลจะเปลี่ยนไปมีสูงมาก ดังนั้นพวกเขาจึงควรที่จะลงมือในคืนนี้ ตั้งแต่ที่พวกเขาทั้งสองข้ามขอบเขตมาได้ พลังและความเร็วในการโจมตีของเขามากขึ้น ดังนั้นการโจมตีเจาะทะลุจากด้านหน้าเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด

ในเวลานั้นแคทนิสที่เป็นผู้ฟังก็ไม่แทรกขึ้นมา “รอก่อน ฉันยังอธิบายไม่หมด”

“หืมยังมีอะไรอีกงั้นหรอ?” วินซ์มองเขาด้วยความรู้สึกแปลกๆ

เส้นทางการลาดตระเวน ที่คุมขังทาส และจำนวนของศัตรูนั่นคือทั้งหมดที่เขาได้ถามแคทนิส วินซ์ไม่ได้คาดหวังว่าโจรจากโลกมือเช่นเขาจะทำได้มากกว่านี้

อย่างไรก็ตามแคทนิสได้จุ่มนิ้วโป้งของเขาลงในโถหมึกและประทับมันลงบนผ้า

***

วิ้วววว....

ตอนดึกในเทือกเขานาดุนมีลมแรงที่พัดมาพร้อมกับความหนาว เมื่อธีโอที่กำลังซ่อนตัวอยู่ในพุ่มไม้และกิ่งไม้ได้ยินเสียงลมเขาคิดว่ามันคือเสียงนกหวีด

เขามองลงไปที่ผ้าในมือของเขาและนึกถึงการตัดสินใจที่เขาได้ทำไว้หลังจากคุยกับวินซ์

ธีโอจะเป็นคนปลดปล่อยทาสทั้งสี่จากป้อมทั้ง2ป้อมในเขตชานเมืองนี่และออกไปพร้อมกับพวกเขา มันเป็นไปได้ที่เขาจะเข้าถึงได้อย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันแคทนิสถูกส่งไปพร้อมกับใบรับรองของเวโรนิก้าเพื่อไปรวบรวมกองทัพของเอิร์ลเบอร์เก้น

ความรู้สึกแปลกๆเกิดขึ้นในหัวใจของธีโอ ‘นี่จะเป็นครั้งแรกที่ฉันจะฆ่าคนงั้นหรอ?’

ธีโอดอร์อาจจะเคยสังหารมอนสเตอร์มานับร้อย แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่เคยฆ่ามนุษย์ด้วยกันเองมาก่อน ดังนั้นการต่อสู้ครั้งนี้จะเป็นการฆ่าครั้งแรกของเขา

ธีโอดอร์ไม่มีความรู้สึกยินดีกับเรื่องนี้เลย เขามองไปที่มือทั้งสองข้างของเขา

“….ฆ่า”

มือของเขาไม่ได้สั่นเลย แต่นิ้วมือของเขาได้ขยับไปหาเป้าหมาย ประสบการณ์และความทรงจำของอัลเฟรด ทำให้เส้นประสาทของเขาเฉียบคม ธีโอสามารถยิงและฆ่าได้ตลอดเวลา เขาไม่ได้แตกต่างไปจากอาวุธที่มีชีวิต

‘บุคคลที่ฆ่าคนมานับพันคนถือว่าเป็นฮีโร่’ ในฐานะที่เป็นฮีโร่ ทุกคนที่เป็นฮีโร่จะถูกบังคับให้ชินไปกับการฆ่าและการนองเลือด อัลเฟรดก็ไม่มีข้อยกเว้นและธีโอผู้ซึ่งได้รับประสบการณ์มา ก็ไม่แตกต่างไปจากเขา

นอกจากนี้ฝ่ายตรงข้ามของเขายังเป็นพวกขยะที่จับสิ่งมีชีวิตด้วยกันมาเป็นทาส ซึ่งพวกมันสมควรที่จะตาย ดังนั้นที่นิ้วของธีโอไม่มีความลังเลจึงเป็นเรื่องธรรมชาติ

ในขณะนั้นแสงสีแดงก็สว่างมาจากที่ไกลๆ ‘สัญญาณ’

มันเป็นแสงเวทมนต์ที่มีเพียงคนที่กำลังใช้การมองมาน่าในอากาศเท่านั้นถึงจะมองเห็นได้และนี่เป็นสัญญาณที่ธีโอและวินซ์ตกลงกันไว้ ขณะเดี่ยวกันก็ได้มีชายสองคนที่กำลังลาดตระเวนเดินมาใกล้พุ้มไม้ของธีโอ

“¥CGGÅC?”

“AA ¥℃£!”

สีผิวของพวกมันเป็นสีดำสนิทพวกมันคุยกันด้วยภาษาที่ธีโอไม่สามารถเข้าใจได้ ที่เอวของพวกมันเหน็บดาบโค้งแปลกๆเอาไว้ นี่คือดาบที่วินซ์ได้อธิบายมันคือดาบ shamshirs ที่ถูกใช้โดยนักรบจากออสเต็น ชายสองคนนี้เป็นพวกขยะจาก[Shackler]

การเดินที่มั่นคงและกล้ามเนื้อที่แข็งแรงแสดงให้เห็นว่าพวกมันคือนักรบ ขณะที่พวกมันกำลังเดินผ่านพุ่มไม้ที่ธีโอซ่อนตัวอยู่นั้น

ฉึก-

แสงได้พุ่งออกมาจากนิ้วชี้ของธีโอ กระสุนเวทยฺได้พุ่งใส้ด้านหลังของนักรบที่อยู่ด้านขวาและพุ่งทะลุตัวเขาไปโดยไม่เกิดเสียงดัง

“¥ ... Ȼ£ c.”

นักรบอีกคนเดินไปด้านหน้าสองก้าวก่อนที่จะรู้ตัวว่าเพื่อนของมันไม่ได้เดินตามมา แต่มือของธีโอดอร์ก็ได้สะบัดราวกับแสงฟาดเข้าใส่คอของมัน

กึก ฝ่ามือของเขาแข็งราวกับหินเนื่องจากการเปิดใช้งานบทเพลงแห่งสงคราม กระดูกสันหลังและคอของนักรบผู้นั้นได้หักลงและทรุดตัวลงไปนอนเช่นเดียวกับเพื่อนของเขา

นักรบลาดตระเวนทั้งสองถูกจัดการในทันที ธีโอได้ฝังศพทั้งสองคนเอาไว้และมองไปที่มือของเขา มือของเขาไม่สั่นเลยแม้แต่นิดเดียว

‘...ไปต่อ’

ธีโอไม่สนใจความจริงที่ว่าเขาไม่รู้สึกอะไรเลยและมุ่งหน้าไปยังค่ายโดยไม่มีความลังเลเลย

จบบทที่ ตอนที่ 64 การโจมตีผู้ค้าทาส 1

คัดลอกลิงก์แล้ว