เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 50 ไม่บอกชื่อตอน 2

ตอนที่ 50 ไม่บอกชื่อตอน 2

ตอนที่ 50 ไม่บอกชื่อตอน 2


ในขณะที่ความตะกละกำลังกินลาภก้อนโตอยู่นั้น การจับคู่ของซิลเวียและแรนดอล์ฟนั้นก็กำลังจะจบในไม่ช้า เห็นได้ชัดว่าเอลเดอร์ลิชเป็นฝ่ายได้เปรียบ

[เน่าเปื่อยไปซะ....!]

เวทมนต์สีดำได้แผ่กระจายและกัดกร่อนไปทั่ว ดินจะกลายเป็นเป็นปุ๋ย และอากาศจะถูกเปลี่ยนเป็นสารพิษ มันเป็นระดับของพิษที่แม้กระทั่งผู้ใช้ออร่านั้นไม่สามารถทนได้

เวทมนต์ขั้น6 การสูบพลังชีวิตได้เสร็จสมบูรณ์แล้ว เอลเดอร์ลิชขั้นสูงที่เป็นอมตะ ปะทะก่อนจอมเวทย์ขั้น5 เป็นอะไรที่ไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย

ซิลเวียนั้นนิ่งเฉยและร่ายเวทย์ออกมา “แช่แข็ง!”

อากาศและพื้นดินได้แข็งตัวทันที พิษในอากาศได้ถูกหยุดลง การแช่แข็งด้วยความเร็วสูงเช่นนี้เกิดจากอุปกรณ์เวทย์ ‘Jack Frost’s staff’ ของเธอและถ้าเธอไม่มีประสาทสัมผัสและการร่ายเวทย์ที่รวดเร็วเธอคงต้องเจ็บปวดจากพิษนี้ไปแล้ว

จอมเวทย์คนอื่นๆนั้นคงจะถึงขีดจำกัดไปนานแล้ว แต่เธอยังคงมีพลังเวทย์เหลืออยู่ประมาณ3%

“แฮ่ก....!แฮ่ก...!” ใบหน้าของเธอชุ่มไปด้วยเหงื่อ

เธอเช็ดใบหน้าที่เต็มไปด้วยเหงื่อ และมองไปที่โครงกระดูกสีขาวที่ลอยอยู่ตรงหน้าเธออย่างโกรธ

ความสามารถของคู่ต่อสู้ของเธอเหนือกว่าเธอหลายเท่า จำนวนเวทมนต์และความเร็วในการร่ายเวทมนต์นั้นเหนือกว่าเธอหมด และเหนือสิ่งอื่นใด มันเป็นอมตะ

และสถานการณ์ของเธอก็คล้ายกับแรนดอล์ฟที่กำลังต่อสู้อยู่ใกล้ๆ

แก๊ง! ดาบคู่ปะทะดาบคู่ ทำให้เกิดประกายไฟจากดาบทั้งสี่เล่ม

ความเร็วของดาบนั้นเหนือกว่าเสียงเสียอีก ดาบซ้ายของแรนดอล์ฟได้หักไหล่ซ้ายของฝ่ายตรงข้าม ก่อนที่โครงกระดูกอัศวินจะเรียกเลือดที่คอของแรนดอล์ฟได้ การโจมตีที่รวดเร็วและรุนแรงของทั้งคู่ก่อให้เกิดแรงลมที่น่ากลัวขึ้นรอบๆทั้งสอง มันเรียกว่าวงดาบ

อัศวินโครงกระดูกนั้นขาดความยืดหยุ่นเช่นร่างกายของมนุษย์ไป  ดังนั้นแรนดอล์ฟจึงใช้ช่องว่างนี้ในการชิงความได้เปรียบ แต่อย่างไรก็ตามอัศวินโครงกระดูกก็ยังเป็นคู่ต่อสู้ที่ยากลำบากอยู่ดี

‘บ้าเอ้ย ไอตัวประหลาด!’

ในเวลาเดียวกันแรนดอล์ฟก็ได้ป้องกันการแทงสามครั้งซ้อนอย่างรวดเร็วของอัศวินโครงกระดูก

แก๊ง!แรนดอล์ฟนั้นถูกกดดันจนต้องถอยหลังไป

เขาถอยหลังไปไม่กี่ก้าว นี่เป็นการโจมตีตอบโต้ที่สมบูรณ์แบบมาก ถ้าฝ่ายตรงข้ามไม่ได้มีร่างกายที่แข็งทื่อเหมือนอันเดท หัวของเขาคงจะหลุดไปสิบครั้งแล้ว

‘ยัง....ฉันพบช่องว่างที่ฉันจะโจมตีได้’

[สาวน้อย] เสียงของแรนดอล์ฟถูกส่งไปหาซิลเวียคนเดียว [ฉันจะเปิดช่องว่างให้กับเธอ จากนั้นใช้การโจมตีที่รุนแรงที่สุดที่เธอจะทำได้...!]

โดยไม่ต้องรอการตอบสนอง แรนดอล์ฟก็หันไปมุ่งความสนใจไปที่คู่ต่อสู้ของเขา

คู่ต่อสู้ของเขามีช่องว่างอยู่และถ้าฝ่ายตรงข้ามยังมีชีวิตอยู่เขาคงจะใช้ช่องว่างนี้ไม่ได้

‘ตอนนี้แหละ!’

ดาบทั้งสองเล่มของแรนดอล์ฟคล้ายกับคมเขี้ยว

-คลื่นดาบหมาป่า

ฉึบ!

ดาบที่ปกคลุมไปด้วยออร่าอย่างแน่นหนาได้ปล่อยคลื่นดาบกระแทกเข้าใส่ที่หัวของโครงกระดูกอัศวินอย่างรุนแรง เกิดคลื่นกระแทกกระจายไปทั่ว

หัวของโครงกระดูกอัศวินได้ปลิวกระเด็นไปทางเอลเดอร์ลิช

[มันคืออะไร....?] การร่ายมนต์ของเอลเดอร์ลิชได้ถูกหยุดลงจากสถานการณ์ที่ไม่คาดคิด

ถ้าเขาร่ายเวทมนต์สำเร็จ เขาจะทำลายซากผมที่มีค่าเหล่านี้ด้วยมือของตนเอง ตอนนี้มันเป็นเพียงอัศวินโครงกระดูก แต่มันก็ยังเป็นข้ารับใช้ที่มีค่าที่อาจจะเปลี่ยนเป็นอัศวินแห่งความตายได้ในสักวัน

ในช่วงเวลาแห่งความลังเลนั้น พลังเวทมนต์ที่หนาวเย็นก็ได้ถูกร่ายขึ้น “นายแห่งความหนาวเย็น ยมิลล์! ฉันขอร้องท่าน..!”

มันเป็นเวทมนต์ที่ซิลเวียได้ใช้ในการแข่งขันกับซิลเวียในตอนสุดท้าย แต่ความสมบูรณ์และพลังอำนาจของมันได้เพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมจากตอนนั้น เอลเดอร์ลิชที่สังเกตเห็นกระแสพลังเวทย์แต่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้ เนื่องจากหัวของอัศวินโครงกระดูกที่กระเด็นมาได้ขัดขวางการหลบหลีกของมัน ขณะนั้นเวทมนต์ของซิลเวียก็เสร็จสมบูรณ์

‘พายุหิมะสังหาร’

พายุหิมะอันน่ากลัวได้กลืนกินอันเดททั้งสองไปทันที!

กรึ้ก ! แกร็ก!ครืนน!

พื้นดินและแม้กระทั่งน้ำในอากาศต่างแข็งตัว แม้แต่พลังเวทย์แห่งความมืดก็ไม่มีทางที่จะต้านทานความหนาวเย็นนี้ได้ อัศวินโครงกระดูกกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งทันที ขณะที่เอลเดอร์ลิชนั้นถูกปกคลุมไปด้วยก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่

ในอีกแง่หนึ่งมันเป็นการโจมตีที่ดีที่สุดในตอนนี้ เนื่องจากพวกเขาไม่สามารถที่จะทำลายแก่นชีวิตได้ ดังนั้นการใช้เวทมนต์น้ำแข็งที่จะหยุดยั้งการเคลื่อนไหวของมันนั้นเป็นสิ่งที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในตอนนี้ ขณะนี้ได้เกิดก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่อยู่ตรงกลางห้อง

[….ใช้ได้ สาวน้อยเธอนั้นมีทักษะที่ดีจริงๆ]

อย่างไรก็ตามเอลเดอร์ลิชนั้นยังคงนิ่งเฉย

แม้เอลเดอร์ลิชนั้นจะถูกขังอยู่ในน้ำแข็งแต่ทว่า มันยังคงอยู่ในสภาพที่ผ่อนคลาย ไม่มีทางที่พวกซิลเวียจะทำลายความเป็นอมตะของมันได้

[พวกเจ้าไม่สามารถที่จะหลีกหนีจากความตายได้ เมื่อพลังเวทมนต์ของเจ้าหมดลงและน้ำแข็งนี่ละลาย มันจะเป็นวินาทีสุดท้ายของชีวิตเจ้า!]

“อา แกยังคงเห่าอยู่จนจบ” แรนดอล์ฟพึมพำขณะที่เขาปล่อยดาบของเขาลงพื้น เขารู้ว่านี่เป็นการต่อสู้ที่ไม่สามารถชนะได้ แม้พวกเขาทั้งสามคนจะอยู่รวมกันผลลัพธ์ก็คงเป็นเช่นเดิม

ตราบใดที่ไม่สามารถทำลายแก่นชีวิตของมันได้ การต่อสู้กับมันนั้นก็จะไร้ความหมาย และในตอนนี้พลังเวทย์ของซิลเวียก็ได้มาถึงขีดจำกัดแล้ว

แกร๊กแกร๊ก....น้ำแข็งที่กักขังอันเดททั้งสองตัวเอาไว้เริ่มแตกออก

เมื่อพลังเวทย์ของซิลเวียได้หมดลง อากาศที่หนาวเย็นโดยรอบก็ค่อยๆอุ่นขึ้นเรื่อยๆ ในที่สุดน้ำแข็งก็ได้ละลายจนหมดและโครงกระดูกสองตัวก็ได้หลุดออกมา

[นี่คือจุดจบ.....จากนี้ไปพวกเจ้าจะกลายเป็นข้ารับใช้ของข้า!]

ซิลเวียและแรนดอล์ฟนั้นไม่มีอำนาจที่จะต่อต้านหรือหนีไปได้เลย พื้นที่โดนรอบของพวกเขาถูกปกคลุมไปด้วยอำนาจเวทมนต์อันดำมืดที่จะกัดกร่อนสิ่งมีชีวิตในทันทีที่สัมผัสกับมัน  ถ้าเป็นเช่นนี้ไม่นาน แรนดอล์ฟจะกลายเป็นดูลาฮาน และซิลเวียจะกลายเป็น วิญญาณมืด

ขณะนั้นก็ได้มีเสียงอันไม่พึงประสงค์ดังออกมาจากที่ไหนสักแห่งภายในถ้ำ

หมอกได้หยุดเคลื่อนที่และเอลเดอร์ลิชได้ทำเสียงสับสน [หืม? หมายความว่าไงกัน...?]

เสียงนั่นมาพร้อมกับความรู้สึกแปลกๆที่เหมือนเสียอะไรบางอย่างไป เขารู้สึกว่ามีบางอย่างหายไปจากร่างกายของเขา จิตวิญญาณของเจ้าของร่างนี้ ชายหนุ่มที่ชื่อว่า จีโอวานนี่ ได้กลายเป็นอาหารของความตะกละไปแล้ว

จากนั้นจุดจบของเขาก็ตามมาไม่นานหลังจากนั้น

[---!] กระดูกของเอลเดอร์ลิชค่อยๆผุกร่อนเรื่อยๆและพลังเวทมนต์ได้กระจายออกจากร่างของมันไปทั่ว

ซิลเวียและแรนดอล์ฟที่ได้เห็นเอลเดอร์ลิชที่เป็นอมตะกลายเป็นเศษฝุ่นขี้เถ้า นี่คือจุดจบของเอลเดอร์ลิช จีโอวานนี่

ฟิ้ววว....

ขณะที่เขาหายไปกลายเป็นกองขี้เถ้า ทั้งสองคนต่างเต็มไปด้วยความงุนงง พวกเขาไม่ทราบว่าพวกเขาชนะได้อย่างไร

***

ดันเจี้ยนที่สูญเสียแกนกลางจะล่มสลายอย่างแน่นอน และแน่นอนตามที่กล่าวไปดันเจี้ยนนี้ที่ถุกสร้างขึ้นโดยเอลเดอร์ลิชก็ได้กลับไปเป็นรูปแบบเดิม กลายเป็นถ้ำที่มีเพียงความกว้างไม่กี่เมตรและความลึกไม่กี่ร้อยเมตรเท่านั้น

และห้องแกนกลางที่ธีโอถูกขังอยู่ก็ไม่เว้น

กึก กึก กึก.....

แผ่นดินได้สั่นสะเทือน  ทุกสิ่งทุกอย่างก็ได้กลับสู่สภาพเดิม กำแพงที่ขยายกว้างขึ้น รูปปั้นสลักน้ำแขงและดินที่ปนเปื้อยไปด้วยพลังสีแดง ทั้งหมดได้ฟื้นฟูกลับเป็นดั่งเดิม ห้องแกนกลางนั้นไม่ได้เป็นห้องที่ถูกสร้างขึ้นใหม่ แต่เป็นห้องที่ถูกปรับปรุงดัดแปลง

ธีโอดอร์เข้าใจถึงเรื่องนี้ได้ทันทีขณะที่มองไปรอบๆ “นี่คือห้องที่ถูกเขียนในรายงาน”

เขาพยักหน้าให้กับตัวเองขณะมองไปที่โบราณวัตถุและกระดาษที่เก่าคร่ำครึ ตามรายงานของจีโอวานนี่ เขาได้พบห้องที่เต็มไปด้วยสมบัติ รวมถึงมรดกตกทอดของแรนดอล์ฟอีกด้วย

‘แต่ไม่มีอะไรที่ดูเหมือนดาบเลย..บางทีมันอาจจะเป็นที่อื่น?’

ตำแหน่งของสิ่งของอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงหลังจากที่ดันเจี้ยนถูกสร้างและลบออกไป ธีโอนำวัตถุโบราณใส่ในกระเป๋ามิติและเดินออกจากห้องไปเพื่อไปหากลุ่มของเขา

วูบบบบบ!

ธีโอรู้สึกแปลกๆที่หลังของเขา ธีโอรีบกวาดสายตามองไปรอบๆอย่างรวดเร็วและเขาก็พบกับหนังสือที่ปกคลุมไปด้วยความมืด

มันเป็นหนังสือที่มีโซ่แห่งความมืดพันอยู่รอบมัน!

“หนังสือเวทย์โบราณ!” เมื่อธีโอร้องออกมาด้วยความตกใจหลุมบนฝ่ามือของธีโอก็ได้เปิดขึ้น

-ฮู่ๆ เจ้าพบมันแล้ว! ปล่อยให้ข้าจัดการเอง ผู้ใช้!

ความรู้สึกของความตะกละเต็มไปด้วยความสุขอย่างยิ่ง ลิ้นได้ยื่นออกไปอย่างรวดเร็วและคว้าหนังสือเวทย์โบราณแห่งความมืดเอาไว้และโยนมันลงกับพื้นดิน

(……………!)

-เพื่อนใหม่!

ความตะกละไม่สนใจเสียงกรีดต้องที่น่าขนลุกของหนังสือเล่มนั้นและได้ฟาดหนังสืออย่างต่อเนื่อง หนังสือเล่มนี้เปรียบเสมือนแมลงที่ถูกคางคกจับ บางครั้งความมืดก็ได้แทรกซึมเข้าไปในถ้ำ แต่ลิ้นของความตะกละนั้นไม่สนใจและยังคงฟาดหนังสือไปเรื่อยๆ

[……..]

การโจมตีของความตะกละนั้นมีประสิทธิภาพมาก ความมืดมิดค่อยๆเงียบลง มันก็เหมือนกับคนที่ถูกกระแทกจนสลบ ธีโอรู้สึกสงสารขณะที่เขาถูกบังคับให้ยืนนิ่งและเฝ้าดู

หนงสือเล่มนี้น่าจะโดนฟาดอย่างแรงถึง30ครั้งได้มั้ง?

-บังอาจมากเพื่อน!แกกล้าคิดที่จะควบคุมผู้ใช้ของข้า....มันจะเป็นการดีกว่าที่จะสุ่มเลือกคนอื่น

ความตะกละหัวเราะออกมาอย่างยินดี ดูเหมือนว่ามันจะพยายามขโมยร่างของธีโอเหมือนที่จีโอวานนี่โดน หนงสือเวทย์โบราณได้พ่ายแพ้และกลายเป็นเหมือนกับอาหารของความตะกละ

และเช่นเดียวกับสัตว์ร้ายที่ไม่มีความปราณี ความตะกละได้วางลิ้นของมันลงบนหน้าปกหนังสือนั่น

[Death’s Worship]

[หนังสือเล่มนี้ประกอบด้วยวิญญาณของเนโครแมนเซอร์ในตำนาน เจเร็ม ผู้ที่เป็นเนโครแมนเซอร์ขั้น9ผู้ที่เข้าร่วมกับฝั่งปีศาจโจมตีมนุษย์ เจเร็มนั้นจะขโมยร่างกายของสิ่งมีชีวิตทุกชนิดที่อ่านหนังสือเล่มนี้และเปลี่ยนให้กลายเป็นอันเดท เขาฝันว่าเขาจะได้รับการคืนชีพขึ้นมาอีกครั้ง และวิญญาณของเขากำลังรออยู่ในก้นบึ้งของนรก

*หนังสือเล่มนี้อยู่ในระดับ ‘ตำนาน’

*เมื่อกินแล้วมีโอกาสน้อยมากที่จะดูดซับความสามารถของเนโครแมนเซอร์เจเร็มมา50-100% ‘การบิดเบือนช่องว่าง’และอันเดทซึ่งเป็นของเจเร็มจะเป็นของคุณ

*เมื่อกินแล้วมีความเป็นไปได้สูงมากที่ เนโครแมนเซอร์เจเร็ม จะยึดร่างกายของคุณ หากคุณต้องการจัดการกับความเป็นไปได้นี้ โปรดปลดผนึกความสามารถของความตะกละอีกอันและเพิ่มระดับเวทย์ของคุณ]

“…วงกลมที่9?” ธีโอร้องออกมาอย่างตกใจเมื่อเห็นเลขนั้น

มันคือจุดสูงสุดของเวทมนต์ จอมเวทย์ขั้น9นั้นไม่เคยปรากฏตัวในทวีปมานานเกือบพันปีแล้ว

มีเพียงผู้นำของBlue Tower และ  Red Tower เท่านั้นที่เป็นจอมเวทย์ขั้น8และพวกเขาเป็นคนที่อยู่เหนือขีดจำกัดของมนุษย์ พวกเขาเป็นเหตุผลที่ทำให้อาณาจักรเมลเทอร์สามารถต่อกรกับจักรวรรดิแอนดราส ที่มีขนาดและความแข็งแกร่งมากกว่าพวกเขาได้

อย่างไรก็ตามจอมเวทย์ขั้น9?ถ้าจอมเวทย์ขั้น9กลับมาอีกครั้งพวกเขานั้นสามารถครอบครองทวีปได้โดยลำพัง แต่ทว่าคำแนะนำที่เขียนไว้ในคำอธิบายนี้ได้ระงับความโลภของเขาไว้

“...เฮ้ แกไม่สามารถกินมันได้ในตอนนี้”

-มาดูกัน?นี่เป็นโอกาสที่หายากมาก นี่ไม่ใช่โอกาสที่จะกลายเป็นจอมเวทย์ขั้น9งั้นรึ มันคุ้มค่ากับการเสี่ยงชีวิตไม่ใช่หรอ?

“อย่ามาพูดบ้าๆน่า”

หรือว่าบางทีความตะกละอาจจะมีวิธีในการจับตัวมันเอาไว้

ด้วยความเชื่อมั่น ธีโอดอร์จึงเปิดปากของเขาขึ้น “แก...แกมีวิธีจัดการกับมันงั้นหรือ?”

-ใช่และไม่ใช่

มันเป็นคำตอบที่คลุมเครือ แต่นั้นก็เพียงพอแล้ว

ธีโอคิดอย่างเร่งด่วนและเข้าก็หาคำตอบได้ ให้อาหารแก่มันด้วยกระเป๋ามิติและเปิดคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ มันน่าจะเป็นเหตุผลที่ความตะกละได้ให้คำแนะนำแก้ธีโอโดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนใดๆ

“คุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ ใช่ไหม?”

-ข้าไม่สามารถที่จะตอบคำถามได้มากกว่านี้ อ่าและเวลาที่ข้าจะสามารถจับหนังสือเล่มนี้เอาไว้ได้เหลืออีกแค่5นาทีเท่านั้น ข้าแค่อยากจะบอกให้ทราบเฉยๆดังนั้นไม่ต้องกังวล

“ไอบ้าเอ้ย...!”

มันเป็นคำตอบที่น่ากลัวและล่อลวงเขาอย่างยิ่ง ถ้าธีโอไม่ปลดล็อคคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่เขาจะไม่สามารถที่จะจับหนังสือเล่มนี้ได้ เมื่อสิ่งนั้นเกิดขึ้นเจ้าหนังสือเวทย์โบราณนี้คงจะหนีจากลิ้นของความตะกละและไปหาร่างสิงสู่ใหม่

ในอนาคตอาจจะเกิดเอลเดอร์ลิชที่ทรงอำนาจกว่านี้และก่อให้เกิดภัยพิบัติขึ้น ต้องขอบคุณความอันตรายของหนังสือเวทย์โบราณเล่มนี้ ทำให้ธีโอไม่มีเวลาที่จะกังวลเกี่ยวกับราคาของกระเป๋ามิติ

ในที่สุดมือขวาของธ๊โอก็ล้วงเข้าไปในเสื้อของเขา

จบบทที่ ตอนที่ 50 ไม่บอกชื่อตอน 2

คัดลอกลิงก์แล้ว