เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 43 กลับบ้าน 4

ตอนที่ 43 กลับบ้าน 4

ตอนที่ 43 กลับบ้าน 4


ไม่นานหลังจากนั้นธีโอก็สงบสติได้ เขาเฝ้ามองดูภาพนอกหน้าต่างที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ

ธีโอดอร์ได้เจอกับเหล่าอันเดทที่อยู่ใกล้กับเขตของมิลเลอร์ บารอนี่ กว่า เขตเทเฮอแรน ถ้าพวกเขาข้ามเนินเขาเล็กๆน้อยๆนี่ไปก็จะเจอกับที่ราบที่ตอนเด็กๆเขาชอบมาวิ่งเล่น

และสิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ของเขากับซิลเวียก็คือการฟื้นฟูพลังเวทย์ที่เสียไปในตอนปะทะกับพวกอันเดท แน่นอนว่ามันจะดีที่สุดถ้าไม่พบเจอกันเหตุไม่คาดฝันอีก

กึก! ในตอนนั้น รถก็ได้สั่นสะเทือนเล็กน้อย คิ้วของธีโอได้ยกขมวดขึ้น

‘นี่เป็นเนินเขาที่สี่แล้ว เหลืออีกแค่1’

แม้ธีโอจะฟื้นฟูพลังเวทย์ของเขาด้วยการทำสมาธิ แต่เขาก็ไม่ลืมนับจำนวนเนินเขาที่พวกเขาเคลื่อนที่ผ่าน เขาจำได้ว่ามันมีเนินเขาอยู่5ลูกระหว่างเขตแดนกับมิลเลอร์ บารอนี่

ขณะที่พวกเขาผ่านเนินเขาสุดท้าย ธีโอดอร์ก็ได้ลืมตาขึ้น พลังเวทย์ของเขายังไม่กลับมาแบบสมบูรณ์ แต่มันก็เป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้มันสมบูรณ์เช่นเดิมด้วยสถานการณ์เช่นนี้ ซิลเวียรู้สึกได้ว่าธีโอลืมตาขึ้นจึงลืมตาขึ้นมา

“ธีโอ เราถึงแล้วงั้นหรอ?”

“เกือบแล้ว ซิลเวียออกมาจากรถเมื่อฉันให้สัญญาณนะ ฉันหวังว่าจะไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ฉันรู้สึกไม่ดีเลย”

“อื้อ สัญญาณ?”

“ฉันจะเคาะหลังคารถ3ครั้ง แบบนี้”

ธีโอเคาะหลังคารถ มีเสียง ตึก ตึก ตึก ดังออกมา

ซิลเวียพยักหน้าอย่างเข้าใจ ธีโอเปิดประตูรถออกไปขณะที่รถกำลังเคลื่อนไหวอยู่

ฟิ้ว!

ลมแรงมาก แรงดันลมของรถม้าที่วิ่งด้วยความเร็วระดับนี้ถ้าธีโอ ตกลงไปเขาต้องบาดเจ็บสาหัสแน่ๆ เขาเกาะรถและปีนขึ้นไปบนหลังคารถอย่างระมัดระวัง

ร่างกายของธีโอไม่สามารถที่จะปรับสมดุลให้ทรงตัวบนหลังคารถได้

เขารีบใช้เวทย์ยึดเกาะ มันเป็นเวทย์ขั้น1 มันจะยึดรองเท้าของเขากับหลังคารถเอาไว้ ธีโอดอร์ได้ยืนขึ้น จากมุมมองเช่นนี้เขาสามารถมองเห็นภาพบางส่วนจากด้านหลังเนินเขาได้ และขณะนั้นท่าทางของเขาก็ได้เปลี่ยนไป

“บ้าเอ้ย!บ้าที่สุด!”

เขามองลงไปที่หลังเนินเขาด้วย ตาเหยี่ยว เขาเห็นควันดำที่โชยขึ้นไปบนท้องฟ้า มันเป็นกลิ่นของซากศพที่พึ่งถูกเผาไหม้ไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน

เกิดอะไรขึ้นหลังเนินเขานี้?

“คนขับรถ!ไปให้เร็วกว่านี้!” ธีโอตะโกน

“ครับ!ขะ-เข้าใจแล้วครับ!” คนขับตกใจกับเสียงร้องตะโกนของธีโอและตวัดแส้อีกครั้ง รถม้าดูเหมือนกับกำลังกะโดดลงจากเนินเขาที่5ทันที ถ้าธีโอไม่ได้ใช้เวทยยึดเกาะเขาคงตกจากหลังคารถไปแล้ว

อย่างไรก็ตามธีโอไม่สนใจเรื่องนี้ขณะที่จ้องมองไปข้างหน้า สายตาของเขาจ้องมองไปอยู่ที่ทิศทางเดียว เขาตั้งใจว่าเขาจะไม่อ่อนไหวแม้จะเห็นฉากไม่คาดฝันแค่ไหนก็ตาม ในที่สุดเมื่อพวกเขาข้ามเนินเขามา ธีโอก็ได้เห็นการสู้รบเกิดขึ้นบนที่ราบ

ว้ากกก-!

กลุ่มคนกำลังสู้กับเหล่าอันเดท พวกเขาอยู่ห่างออกไปไกล แต่ความร้อนจากสนามก็ยังทำให้เขาแสบผิวหนัง มันไม่ใช่การป้องกันอยู่ฝ่ายเดียว

‘กำลังสู้อยู่?ได้อย่างไร?’

ในฐานะที่เป็นคนที่เกิดและเติบโตในมิลเลอร์ บารอนี่  ธีโอดอร์ มิลเลอร์ ไม่สามารถที่จะเข้าใจสถานการณ์ตอนนี้ได้เลย เขารู้ว่าไม่มีทหารในบ้านเกิดของเขา บางครั้งจะมีพวกชาวนาที่แต่งตัวเป็นทหารเดินไปรอบๆเมือง แต่แน่นอนว่าไม่มีใครถูกฝึกฝนมาเลย

เป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะสร้างรูบแบบการต่อสู้เช่นนี้ ในตอนนี้พวกเขาสามารถที่จะจัดการพวกอันเดทได้อย่างเป็นระบบ นอกจากนี้คนที่กำลังต่อสู้ส่วนใหญ่มีใบหน้าที่ดูห้าวหาญอย่างยิ่ง

“…ทหารรับจ้าง” ธีโอพึมพำขณะที่เขาเห็นลักษณะท่าทางของคนกลุ่มนี้ “นอกจากนี้ยังเป็นทหารรับจ้างที่มีทักษะที่ดี?”

มันเป็นเช่นเดียวกับที่ธีโอพูด

ทักษะของทหารรับจ้างกลุ่มนี้ที่กำลังจัดการกับเหล่าอันเดท นั้นค่อนข้างดีเลยทีเดียว พวกเขาตัดขาพวกมันด้วยอาวุธโจมตีระยะปานกลาง และปิดฉากพวกมันด้วยการทุบ

ธีโอไม่คุ้นเคยกับยุทธวิธีการต่อสู้ระยะประชิด แต่การเคลื่อนไหวของทหารรับจ้างนั้นเป็นระบบมาก

เขาไม่รู้ว่าทำไมเหล่าทหารรับจ้างระดับต่ำพวกนี้ถึงปกป้อง มิลเลอร์ บารอนี่ แต่นี่เป็นโอกาสที่ดี พวกอันเดทมัวแต่ต่อสู้อยู่กับทหารรับจ้างและไม่มีความสนใจที่จะไปยังหมู่บ้านของเขา

ธีโอตะโกนให้คนขับรถที่นั่งตัวสั่นว่า “คนขับรถ มุ่งไปข้างหน้าก่อนเลย!”

“ตะ-แต่ ท่านจอมเวทย์.....”

“ไม่ต้องกังวล!ไปเร็ว!”

ขณะที่คนขับรถหยุดรถธีโอก็กระทืบหลังคารถสามครั้ง แล้วธีโอก็กระโดดลงมาจากหลังคารถและตามมาด้วยซิลเวีย หลังจากที่ทั้งสองคนลงมาจากรถก็รีบวิ่งไปทันที คนขับรถม้าก็รีบไปทันที ถ้าคนขับรถไม่ทำเช่นนี้ ชีวิตของเขาจะตกอยู่ในอันตราย

ทั้งสองคนมองไปที่รถม้าที่วิ่งเข้าหมู่บ้านไป ก่อนจะหันไปที่สนามรบ ทหารรับจ้างยังคงบดขยี้เหล่าอันเดท แต่พวกเขานั้นยังคงมีขีดจำกัด ถ้าเป็นเช่นนี้ต่อไปไม่เกินหนึ่งชั่วโมงพวกเขาจะเหนื่อยและหมดแรงในที่สุด

“เราจะเริ่มต้นยังไงดี?”

“ใช่”

จอมเวทย์ทั้งสองคนเรียกพลังเวทย์ออกมาทันทีโดยไม่มีการขัดจังหวะ ตามที่ได้กล่าวมาหลายครั้งแล้ว จอมเวทย์จะทรงพลังมากที่สุดก็ต่อเมื่อพวกเขามีระยะห่างที่ปลอดภัยจากเป้าหมาย

และนอกจากนี้ถ้าธีโอมีเวลา เขาสามารถที่จะเตรียมตัวได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าคนอื่น

‘จดจำ

‘เปิดช่อง3ช่อง

‘ศรเพลิงสามครั้ง’

มีแสงไฟส่องสว่างไปบนท้องฟ้า! การเกิดขึ้นโดยฉับพลันเช่นนี้ทำให้ทหารรับจ้างรู้สึกงุนงง

“นะ-นั่นมันอะไรกัน?ศรเพลิง?”

“ศรเพลิง?! จอมเวทย์!”

“มิตรหรือศัตรู?บอกพวกเราที!”

“ถ้านั่นเป็นศัตรู พวกเราคงตายไปแล้ว ไอโง่!”

ทหารรับจ้างยังคงพูดอยู่แม้จะอยู่ท่ามกลางการสู้รบ พวกเขายังคงตัดหัวของพวกมันด้วยขวาน ขณะที่ปากยังคงพูดไม่หยุด ไม่มีใครที่กลัวเลยแม้จะเห็นศรเพลิงบนท้องฟ้า

1ลมหายใจต่อมาซิลเวียก็ได้ร่ายเวทย์เสร็จสมบูรณ์

“ศรน้ำแข็ง”

การร่ายเวทย์ขั้น2 นั้นเป็นเรื่องง่าย มันใช้เวลาเพียง1ชั่วอึดใจในการรวบรวมความชื้น อย่างไรก็ตามขนาดของพลังเวทย์นั้นมีขนาดใหญ่กว่าเมื่อเทียบกับตอนที่เธอใช้ในสนามประลอง

พลังเวทย์ของซิลเวียมาถึงวงกลมที่5แล้ว และสัมผัสเวทย์ของเธอนั้นมากกว่าธีโอหลายเท่า นอกเหนือจากศรเพลิงแล้วยังมีศรน้ำแข็งปรากฏอยู่บนท้องฟ้าอีกมากกว่า200ดอก

“….”

“….”

“….”

มีลูกศรอย่างน้อย500ดอกบนท้องฟ้า จำนวนลูกศรนั้นเพียงพอที่จะทำลายกลุ่มทหารรับจ้างได้สองรอบ เหล่าทหารรับจ้างต่างพากันอ้าปากข้างเมี่อเห็นศรเวทย์จำนวนมหาศาล พวกเขาไม่เคยคิดเลยว่าการสู้รบครั้งยิ่งใหญ่จะปรากฏในหมู่บ้านเล็กๆแห่งนี้

หลังจากนั้น ศรเวทย์ก็ได้พุ่งไปที่เป้าหมายอย่างรวดเร็ว

ฟิ้ว!ฉึกๆ!ฟุบ!

มันเหมือนกับฝนที่ตกหนัก ศรน้ำแข็งนั้นแข็งราวกับก้อนหิน เนื้อที่เน่าของอันเดทถูกศรน้ำแข็งกระแทกจนกระดูกบดละเอียด จนไม่สามารถที่จะเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกต่อไป

ไม่จำเป็นต้องพูดถึงศพที่ถูกเผาไหม้จากศรเพลิง เมื่อการโจมตีของพวกเขาทำลายพวกอันเดทไปมากกว่าครึ่ง เหล่าทหารรับจ้างก็ตระหนักได้ว่าพวกเขาไม่ใช่ศัตรูและตะโกนปลุกขวัญกำลังใจ

“เอาละ พวกเขาเป็นพันธมิตร!”

“ขอบคุณท่านจอมเวทย์!”

“เฮ้!ฉันจะซื้อเครื่องดื่มให้คุณ เมื่อมันจบลง ดังนั้นอย่าไปไหนเลยนะ

สนามรบที่เริ่มเสียเปรียบมากขึ้นเรื่อยๆได้แปรเปลี่ยนไปในทิศทางตรงกันข้ามโดยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียวของทั้งสองคน ธีโอและซิลเวีย ทหารรับจ้างต่างพากันถาโถมโจมตีใส่อันเดท และธีโอกับซิลเวียสามารถร่ายเวทย์ได้โดยไม่ต้องกังวลว่าจะมีอันเดทเข้ามาใกล้พวกเขาเลย

นี่เหมาะสำหรับจอมเวทย์สงครามอย่างมาก มันเป็นตำแหน่งที่มั่นคงอย่างยิ่ง

“บอลเพลิง!”

“ฉันด้วย บอลเพลิง”

ตูมมม!บูมมม!ฟู่!

นี่คือวัฏจักรที่ดีของสนามรบ เหล่าอัศวินจะคอยปกป้องจอมเวทย์และลดการป้องกันของมัน ขณะที่จอมเวทย์จะเป็นผู้ทำลายล้าง นี่คือบทบาทของจอมเวทย์ผู้ครองสนามรบ

***

1ชั่วโมงผ่านไป

“แสงอาทิตย์!ดวงอาทิตย์กำลังขึ้น!”

“พวกมันกำลังจะหนีกลับ!อย่าให้มันรอดไปได้ จัดขบวน!”

เสียงตะโกนของทหารรับจ้างร้องลั่นไปทั่วสนาม

ขณะที่ทหารรับจ้างกล่าว ท้องฟ้าก็ค่อยๆสว่างขึ้น อันเดทนั้นสามารถเคลื่อนที่ได้ภายใต้แสงอาทิตย์ แต่พวกมันจะอ่อนแออย่างมากเว้นแต่จะเป็นพวกอันเดทชั้นสูง

เหล่าอันเดทเริ่มหันหลังและถอยกลับเข้าป่าไป

ธีโอจ้องมองเหล่าอันเดทที่กำลังถอยกลับไปที่ภูเขาแล้วพึมพำ“....ช่วงเวลาที่แล้วร้ายได้จบสิ้นแล้วในตอนนี้”

หลังจากที่เขายืนยันว่าอันเดทได้ถอยกลับไปแล้ว ธีโอก็ปาดเหงื่อของเขาและสงบสติลง พวกเขาใช้พลังเวทย์ไปจำนวนมากจนใกล้จะหมดแรง ใกล้ๆเขา ซิลเวียกำลังนั่งพิงต้นไม้และหอบหายใจอย่างแรง

พวกเขาทิ้งตัวลงกันอย่างหมดแรง

กรี้สสสส!

มีเสียงกรีดร้องที่น่าขนลุกดังเข้ามาในหูของพวกเขา ด้านบนของทหารรับจ้างที่คิดว่าการต่อสู้สิ้นสุดลงแล้วได้ปรากฏมอนสเตอร์ที่มีร่างกายเน่าเปื่อยกำลังบินอยู่

มันคือไวเวิร์นประเภท กูล!

ธีโอดอร์ร้องออกมาขณะที่ตระหนักได้ว่ามันคือตัวอะไร “ไวเวิร์น?!”

ไม่มีแหล่งที่อยู่อาศัยใดๆในบริเวณนี้ และเหล่าอันเดทไม่ได้ถูกสร้างจากมอนสเตอร์บริเวณแถบนี้ ถ้าเป็นเช่นนั้นหมายความว่าเนโครแมนเซอร์ได้ปล่อยเหล่าอันเดทจากที่อื่น แต่แปลกมากทำไมพวกเขาถึงทำเช่นนี้กับหมู่บ้านเล็กๆแบบนี้กัน?

อย่างไรก็ตามเขาไม่มีเวลาให้ขบคิด ไวเวิร์นกู่ร้องและพุ่งมาทางธีโอและซิลเวีย

‘มันเร็วมาก!’

มันเหมือนกับการดิ่งลงมามากกว่าการบิน

พลังการทำลายล้างของมันจะเพิ่มขึ้นตามน้ำหนักของมันเมื่อมันดิ่งลงมา และเห็นได้ชัดว่าถ้าพวกเขาทั้งสองพยายามที่จะหลบเลี่ยงมันก็จะขยับปีกเปลี่ยนทิศทางตามเช่นกัน

พลังที่ไม่สามารถจินตนาการได้ของ ไวเวิร์นกูล จะไม่เพียงแค่ฆ่าพวกเขาทั้งสองคน แต่จะบดขยี้ร่างกายพวกเขาจนละเอียด พวกเขาสามารถป้องกันหรือโจมตีกลับได้แต่พวกเขามีเวลาแค่3วินาทีเท่านั้นในตอนนี้

‘โจมตีมันด้วยBlaze Shell –ไม่ได้ มันช้าเกินไป!’

ไม่มีเวลาให้คิด ธีโอได้ปลดปล่อยทักษะที่เขาได้รับมาเมื่อเร็วๆนี้ทันที

มันคือทักษะ บาเรียป้องกันสามชั้น จากอุปกรณ์เวทย์ ‘กำไลแห่งการป้องกัน’ที่เขาได้รับเป็นรางวัลจากการชนะเลิศ การป้องกันของมันนั้นกล่าวได้ว่าสามารถทนได้แม้กระทั่งเวทย์ขั้น5

อย่างไรก็ตามไม่มีใครรู้ว่ามันจะสามารถต้านทานการโจมตีทางกายภาพของ ไวเวิร์นตัวนี้ได้ไหม

โล่ของทั้งสองคนได้ถูกเรียกออกมาอย่างรวดเร็ว มันจึงมีรูปร่างที่บอบบางและอ่อนแอ เขาทั้งสองคนรู้สึกหมดหวังอย่างยิ่งเมื่อเห็นมันใกล้เข้ามาเรื่อยๆ

ขณะนั้นมีชายคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้นข้างหน้าพวกเขา

“อะไรกัน?พวกเธอยังเป็นเด็กอยู่เลย”

หลังมือทั้งสองข้างของเขามีรอยสักรูปเหยี่ยว ผู้ชายคนนี้มีผมสีทองและสวมชุดเกราะโทรมๆ นอกจากนี้เขายังมีเครื่องประดับสองชิ้นห้อยลงมาจากเอวของเขา

ชายคนนี้ดูไม่เหมือนกับทหารรับจ้างคนอื่นๆ ขณะนั้นเขาก็ได้ยกดาบขึ้นมา....

ฟุ้บ ฟุ้บ ฟุ้บ!

ไวเวิร์นถูกตัดออกเป็นชิ้นๆทันที

“…เอ๊ะ?” ธีโอดอร์และซิลเวียไม่สามารถแม้แต่จะเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้

มีประกายจากดาบเท่านั้น จากนั้นไวเวิร์นตัวนั้นกระขาดกระจุย สิ่งเดียวที่พวกเขาเห็นคือแขนทั้งสองของชายคนนั้นที่เคลื่อนไหว6ครั้ง สองข้างก็12ครั้ง

นี่เป็นเทคนิคของนักดาบชั้นหนึ่ง

“ในที่สุดฉันก็จัดการตัวน่ารำคาญนี้ได้” ชายคนนั้นกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ร่าเริง ขณะที่เตะหัวของไวเวิร์นเล่น จากนั้นเขาก็มองไปที่ธีโอและซิลเวีย “มันไม่เคยลงมาจากท้องฟ้าเลยดังนั้นฉันจึงไม่สามารถที่จะจัดการมันได้ ฉันไม่ทราบว่าพวกเธอเป็นใครหรือมาจากไหน แต่ฉันต้องขอบคุณพวกเธอจริงๆสำหรับความช่วยเหลือ”

ซิลเวียยังคงไม่ฟื้นตัว ดังนั้นธีโอจึงก้าวไปข้างหน้าก่อนที่จะพุดด้วยความสุภาพ “….เราแค่ทำในสิ่งที่จำเป็นเท่านั้น”

ชายที่อยู่ข้างหน้าธีโอนั้นไม่ใช่ทหารรับจ้างธรรมดาๆแน่นอน แม่แต่อัศวินก็ยังไม่สามารถที่จะทำได้เช่นเขา ถ้าธีโอต่อสู้กับชายคนนี้เขาจะกลายเป็นเศษเนื้อก่อนที่เขาจะร่ายเวทย์เสร็จ

ดังนั้นธีโอดอร์จึงตัดสินใจที่จะเปิดเผยตัวตนของพวกเขา “ผมธีโอดอร์ นักสืบที่ถูกส่งมาจาก Magic Society และนี่คือเพื่อนร่วมงานของผมซิลเวีย”

“อ่า สวัสดี” ซิลเวียมองไปที่ภาพนั้นราวกับเธอกลัวและโค้งคำนับเล็กน้อย

ชายคนนั้นยิ้มหั้บท่าทางของซิลเวียที่เขาคิดว่าน่ารักจากนั้นรอยยิ้มก็หายไปบนใบหน้าของเขาทันทีกลายเป็นใบหน้าที่จริงจัง

จากนี้ไปจะไม่มีความรู้สึกส่วนตัวในบทสนทนา

“เอาละฉันจะบอกชื่อของฉัน” ชายคนนั้นพูดขึ้น “พวกเราคือกลุ่มทหารรับจ้าง ‘หมาป่าพเนจร’ หัวหน้าหมู่บ้านแห่งนี้ได้ว่าจ้างพวกเรา ฉันแรนดอร์ฟ เป็นหัวหน้า ฉันขอโทษด้วย แต่ฉันจำเป็นต้องตรวจสอบตัวตนของพวกเธอก่อน”

ปล.เดือดทุกตอนเลย

จบบทที่ ตอนที่ 43 กลับบ้าน 4

คัดลอกลิงก์แล้ว