เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 คำถามและคำตอบ

ตอนที่ 38 คำถามและคำตอบ

ตอนที่ 38 คำถามและคำตอบ


ธีโอได้เลือกหนังสือมาสองเล่มและวางไว้บนเตียงและเล็งมือซ้ายไปที่หนังสือ จากนั้นลิ้นที่หิวโหยก็ได้พุ่งไปพันรอบหนังสือดูดเข้ามาในฝ่ามือของเขาทันที

[‘อำนาจแห่งสายลมและทราย’ได้ถูกกินแล้ว ความเข้าใจของคุณสูงมาก]

[เวทย๋ขั้น4 ‘พายุทะเลทราย’ได้เรียนรู้แล้ว]

[‘การเอาตัวรอดในอากาศที่หนาวเย็น’ได้ถูกกินแล้ว ความเข้าใจของคุณสูงมาก]

[เวทย์ขั้น3 ‘ความต้านทานความเย็น’ได้เรียนรู้แล้ว]

หนังสือที่ความตะกละได้กินไปวันนี้คือหนังสือเวทย์ พายุทะเลทราย และความต้านทานความหนาวเย็น ซึ่งจำเป็นอย่างยิ่งในอากาศที่หนาวเย็น ความตะกละได้กินหนังสือไปสองเล่มและส่งความรู้ไปยังธีโอดอร์ทันที

“อึก....”

ความรู้เกี่ยวกับเวทมนต์ทั้งสองบทได้ไหลเข้าสู่สมองของเขาอย่างรวดเร็ว และข้อมูลของเวทย์ขั้น4นั้นค่อนข้างมาก ธีโอสูดหายใจลึกๆเพื่อสงบสติจากความเจ็บปวดและลืมตาขึ้น

ในเวลานั้นความตะกละก็ได้พูดขึ้น

-สองเล่ม ดูเหมือนว่าเจ้าจะมีคำถามในวันนี้

‘ทำไมถึงรู้สึกแปลกๆ?’ ธีโอดอร์สงสัยก่อนที่จะคิดได้ว่าเสียงของความตะกละนั้นเปลี่ยนไป

คำพูดที่ดูขาดๆหายๆของมันตอนนี้กลายเป็นเหมือนคนปกติ ธีโอจึงถามไปว่าทำไมมันถึงได้เปลี่ยนแปลงไป“แก...ทำไมถึงได้เปลี่ยนไป?”

-หืม?

“ก่อนหน้านี้.....แกยังพูดขาดๆหายๆอยู่เลย”

ความตะกละตอบกลับมาว่า

-เพราะเจ้าได้ให้อาหารแก่ข้าเป็นจำนวนมาก แม้มันจะไม่ได้มากพอที่จะปลดผนึกขั้นต่อไป แต่มันก็ได้ฟื้นฟูการพูดของข้ามา

“…มันเป็นฟังก์ชั่นของนายสินะ”

-มันเป็นเพียงสิ่งที่ข้ามีอยู่แล้ว หรือเจ้าคิดว่าข้านั้นพูดได้แค่นั้นในตอนแรก?

ตอนนี้เสียงของความตะกละได้กลับมาแล้ว ดังนั้นมันจึงพูดด้วยความภาคภูมิใจกว่าเดิม การให้หนังสือมันกินจะช่วยให้มันพัฒนาการได้เร็วขึ้นกว่าการให้กินอุปกรณ์เวทย์ราคาถูกๆ ถ้าเขายังคงฟังมันโม้ด้วยความภูมิใจต่อไปมันอาจจะใช้เวลาหลายวัน เขาจึงพูดขัดจังวะความตะกละ “เดี๋ยวก่อน ฉันมีอะไรอยากจะถามนายเรื่องหนึ่ง”

ความตะกละหยุดโม้แล้วถามขึ้น

-ช้าไปแล้ว

“หืม?”

-ข้าได้ตอบคำถามของเจ้าไปแล้ว ก็เจ้าได้ถามข้าว่าทำไมข้าถึงเปลี่ยนไปไม่ใช่หรอ?

ธีโอถึงกับเหวอ เขารอมาทั้งวัน เขาจึงรู้สึกหงุดหงิดเนื่องจากได้เตรียมการมาทั้งวัน

-มันคือเรื่องล้อเล่นหนะ

“….อะไร?”

-เจ้าไม่รู้จักงั้นหรอ?เรื่องล้อเล่น หมายถึงการทำให้เกิดความบันเทิง….

“ไม่ฉันรู้ว่าเรื่องตลกล้อเล่นคืออะไร!”

เมื่อคิดว่าความตะกละสามารถพูดได้เหมือนคนปกติเช่นนี้...มันเป็นสิ่งมีชีวิตที่แปลกจริงๆ  เรื่องสำคัญยังไม่ได้เริ่มขึ้นแต่ธีโอก็รู้สึกเหนื่อยใจแล้ว เขาถอนหายใจหลายครั้งก่อนจะเปิดปากขึ้น โชคดีที่คำถามก่อนหน้านี้ความตะกละไม่ถือว่ามันเป็นคำถามที่ต้องตอบ

“ฉันสามารถที่จะให้ผู้อื่นถามคำถามแทนฉันได้หรือไม่?”

ความตะกละพูดด้วยเสียงที่สนใจ

-ฮ่าๆ น่าสนใจมาก

ดวงตา ได้ปรากฏขึ้นบนหลุดในฝ่ามือของธีโอแทนลิ้น มันจ้องมองไปที่วินซ์ที่ยินข้างๆธีโอดอร์ แม้มันจะตอบว่าไม่ แต่ธีโอก็จะถามคำถามที่วินซ์จะถามและมาถามที่มัน

-ไม่มีปัญหา

“….ถามเลยครับ ศาสตราจารย์”

“ขอบคุณ”

วินซ์นั้นแตกต่างไปจากปกติเล็กน้อยเนื่องจากความตื่นเต้นที่จะได้สื่อสารกับหนังสือแห่งความโลภเล่มนี้ มันเป็นความรู้สึกของจอมเวทย์ที่บ้าในการวิจัย

วินซ์ถามด้วยเสียงสั่นๆว่า “ฉันสามารถเรียกคุณว่า ความตะกละ ได้หรือไม่?”

-เป็นชื่อที่ดี

วินซ์สูดหายใจเข้าลึกๆและทวนคำถามของเขาหลายครั้งและพูดว่า “ ฉันต้องการให้คุณสอนฉันเกี่ยวกัยความสัมพันธ์ระหว่างภาษาและเวทมนต์”

***

ในอดีตที่แสนยาวนานนั้นเวทมนต์มีอยู่มาตั้งแต่แรกก่อนที่มนุษย์จะใช้มันและตั้งชื่อให้แก่มัน

มังกรที่มีอายุเป็นพันปี เหล่าปีศาจที่ตกอยู่ในความมืดมิดอันเป็นนิรันดร์ และเผ่าพันธ์อื่นๆนับไม่ถ้วนต่างใช้พลังเวทย์ในชื่อเรียกที่ต่างกัน

และนอกจากนี้ เวทมนต์ของแต่ละเผ่าพันธ์นั้นยังแตกต่างกันอีกด้วย

เอลฟ์ผู้ที่เป็นมิตรกับธรรมชาติ คนแคระผู้ตีเหล็กด้วยไฟและดิน ปีศาจผู้ใช้พิธีกรรมแห่งความมืด และมังกรที่ทำให้โลกต้องสั่นสะเทือนด้วยการคำรามเพียงครั้งเดียว

มนุษย์นั้นเป็นเผ่าพันธ์เดียวที่เกิดมาโดยไม่มีพลังอำนาจเช่นนี้ พวกเขาขโมยเสียงเพลงของเอลฟ์ ฝึกตีอาวุธเช่นคนแคระ และบางครั้งก็เลียนแบบพิธีกรรมของเหล่าปีศาจ

จากนั้นมานับล้านปีก็ได้กำเนิดโลกของเหล่าผู้วิเศษขึ้นในเผ่าพันธ์มนุษย์

หลายพันปีผ่านไปตั้งแต่การวางรากฐานของเหล่าบรรพบุรุษ เผ่าพันธ์มนุษย์ก็ได้มีจอมเวทย์เกิดขึ้นมากมาย

-คำถามนั้นกว้างเกินไป เพื่อที่จะอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างภาษาแล้วเวทมนต์นั้นต่อให้ใช้เวลาทั้งชีวิตของเจ้าก็ไม่สามารถเข้าใจมันได้หมด

“งั้น จะเป็นยังไงถ้ากำจัดมันแค่ให้อยู่ในภาษามนุษย์เท่านั้น?”

-ก็เป็นเช่นเดิม  ภาษาของมนุษย์นั้นมีมากกว่า 526 ภาษา ดังนั้นมันจึงเกินขีดจำกัด ที่อนุญาติสำหรับคำถาม1ข้อ

“อืม” เป็นสถานการณ์ที่ลำบากดังนั้นวินซ์จึงลูบคางขณะที่ขบคิด

ในหอคอยเวทมนต์ที่จอมเวทย์ทั้งทวีปได้มารวมตัวกันนั้น มีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ศึกษาเกี่ยวกับโบราณคดี มีโบราณสถานหลายพันแห่งถูกทำลายในช่วงสองศตวรรษที่ผ่านมาเนื่องจากสงครามที่ป่าเถื่อนก่อนหน้านี้

มันไม่ได้เป็นการพูดเกินจริงเลยที่จะบอกว่าไม่มีทางที่จะค้นคว้าสำรวจภาษาโบราณที่ถูกลืมในอดีตได้เลยเว้นแต่จะพบบางสิ่งที่โบราณเช่นหนังสือเล่มนี้ วินซ์ครุ่นคิดสักครู่ก่อนที่จะเปิดปากขึ้น “งั้นโปรดบอกฉันว่าทำไมการร่ายเวทย์ด้วยภาษาโบราณและภาษาสมัยนี้จึงก่อให้เกิดผลที่แตกต่างกัน”

เขาละทิ้งความโลภในการอยากรู้ของเขา และได้ถามคำถามที่เขาเผชิญหน้ามาเมื่อเร็วๆนี้ คำที่มีความหมายเหมือนกันมักถูกใช้แทนกัน เขาอยากจะรู้ว่าทำไมบางครั้งมันก็มีพลังมากขึ้นและบางครั้งก็อ่อนแอลง

-โอเคร

ความตะกละยอมรับคำถาม

-ข้าจะบอกไว้ก่อน ข้าไม่รู้ว่ามนุษย์คนใดเป็นผู้คิด แต่เวทมนต์คือการชักนำพลังเวทย์ในโลกให้มารวมกัน

“การชักนำ....นั้นฟังดูน่ามีเหตุผลมาก”

-ข้าจะพูดต่อนะ แนวคิด’ภาษา’ที่เจ้าถามนั้นเกี่ยวกับการชักนำ อธิบายๆง่ายๆก็คือโลกนั้นฟังเสียงของเหล่าจอมเวทย์

ทท่าทางของวินซ์เปลี่ยนไปเมื่อใดยินคำพูดนี้ แน่นอนว่าการร่ายเวทย์ด้วยภาษาโบราณนั้นมีพลังและมีประสิทธิภาพมากกว่าภาษาสมัยใหม่ นั่นคือจุดเริ่มต้นของการวิจัยของวินซ์

อย่างไรก็ตามเขาสามารถค้นพบมันได้เพียงน้อยนิด ดังนั้นมันจึงเป็นความท้าทายที่ยิ่งใหญ่สำหรับวินซ์ โชคดีที่ความตะกละได้อธิบายวินซ์อย่างละเอียด

-ภาษานั้นเป็นสื่อกลางที่ขัดแย้งกัน การลดจำนวนของผู้ใช้จะเพิ่มพลังของมันขึ้น แต่ในทางตรงกันข้าม ถ้ามีผู้ใช้มากขึ้นการดำรงอยู่ของมันจะกลายเป็นมั่นคงขึ้น หากมีผู้ใช้ลดน้อยหรือไม่มีเลยความหมายของภาษาโบราณก็จะกลายเป็นกำกวม

“ฉันคิดว่าฉันเข้าใจภาษาโบราณในฉบับของฉัน”

-นั่นไม่เพียงพอเมื่อเทียบกับเหล่าคนจากยุคโบราณที่แท้จริง ถ้าไม่สามารถที่จะเปลี่ยนชีวิตประจำวันของเจ้าด้วยภาษาโบราณ มันก็จะยากที่จะใช้ประโยชน์จากมันได้

แม้ว่าทักษะการวิจัยของวินซ์จะสมบูรณ์แบบแต่ทักษะด้านภาษาของเขานั้นต่ำกว่าคนที่อยู่ในสมัยนั้นมาก การร่ายเวทย์ง่ายๆด้วยภาษาโบราณนั้นเขาทำได้เนื่องจากมันพูดเพียงคำเดียวและผลที่ได้นั้นทำให้เวทย์นั้นรุนแรงมากขึ้น แต่หากเขาใช้เวทย์ระดับสูงๆนั้นหมายถึงเขาต้องพูดเป็นประโยคยาวๆ นั้นเป็นเหตุผลที่ทำให้เขาไม่สามารถร่ายเวทย์ขั้นสูงได้ด้วยภาษาโบราณ

วินซ์รู้สึกปวดใจและยอมรับมัน

-ชื่อของภาษาโบราณที่เจ้ากำลังวิจัยคืออะไร?

“มันชื่อวา บัลการ์ด”

-มันยังอยู่ในการบันทึกของข้า มันเป็นภาษาที่ใช้ในยุคของจักรวรรดิ บัลเคีย มันทรงพลังอย่างยิ่ง แต่นอกเหนือจากจักรวรรดินี้ไม่มีชนชาติใดที่สามารถออกเสียงได้สมบูรณ์แบบเช่นคนของบัลเคีย

วินซ์นั้นรู้สึกสับสนอย่างยิ่ง“…การออกเสียง?”

-เจ้าจะไม่สามารถรู้คุณค่าที่แท้จริงของภาษาบัลเคีย นอกจากจะออกเสียงได้อย่างสมบูรณ์แบบ

-มันเหมือนกับภาษาอื่นๆการออกเสียงให้ถูกต้องจะให้ผลที่ดีที่สุด

วินซ์นั้นไม่ได้ยินอะไรอีก

นี่เป็นปรากฏการณ์ที่เรียกว่าความรู้ความเข้าใจ วินซ์ได้ปิดกั้นการไหลของข้อมูลทั้งหมดเนื่องจากมันมากเกินกว่าที่เขาจะเข้าใจได้ เขารู้สึกว่าหัวของเขาในตอนนี้มันว่างเปล่า

วูบบบบ!

ทันใดนั้นเกิดคลื่นพลังเวทมนต์มหาศาลแผ่ออกมาจากตัวของวินซ์ มันกวาดสิ่งของในห้องกระจายไปหมด นี่เป็นปรากฏการณ์ที่ธีโอเคยเห็นมาก่อน ในระหว่างการประลองกับซิลเวีย และมันหมายถึงสิ่งนั้นเท่านั้น

“เขากำลังก้าวข้ามขอบเขต!” ธีโอรู้สึกตื่นเต้น เขามองดูวินซ์ด้วยความตื่นตระหนก

มันไม่มีอะไรอื่นเลยนอกจากสิ่งนี้ ดวงตาของธีโอจับจ้องไปที่วินซ์ที่กำลังก้าวข้ามไปขอบเขตของขั้น6 มีเพียงคนประมาณ100คนเท่านั้นที่สามารถก้าวสู่ขอบเขตของขั้นที่6ได้ในอาณาจักรเมลเทอร์ ดังนั้นเขาควรจะทำตัวกับวินซ์ยังไงดี?

อย่างไรก็ตามมีอยู่อย่างหนึ่งในห้องที่ไม่ได้เคลื่อนไหว

-เห้ ผู้ใช้

ธีโอมองตามไปที่เสียงนั้น

“อะไร? มันจบแล้วดังนั้นนายควรไปนอนได้แล้ว”

-ข้าเดาว่าเจ้ากำลังล้อเล่นอยู่ ปกติข้าจะนอนหลังตอบเสร็จ ดังนั้นข้าจึงเข้าใจ

“…แล้วมีอะไร?”

โดยปกติมันจะไม่พูดอะไรและหลับไป ธีโอได้ตระหนักถึงความแปลกประหลาดของมันในตอนนี้

ความตะกละนั้นกระอักกระอ่วนใจและลิ้นของมันได้โบไปมาราวกับมันเมา แต่อย่างไรก็ตามมันเกิดขึ้นเพียง1วินาทีเท่านั้น

-ข้ามีคำแนะนำสำหรับการพัฒนาที่รวดเร็ว ถ้าด้วยความเร็วเช่นนี้ เจ้าจะแก่ตายก่อนที่จะปลดล็อคผนึกของข้าหมด

“มันคืออะไร?”

-เจ้าอาจจะเดาได้ว่าข้ามีคุณสมบัติพิเศษซ่อนอยู่อีกนอกเหนือจาก การจดจำ มันแตกต่างจากการจดจำมันไม่ต้องปลดผนึกพวกมันด้วยเงื่อนไขที่พิเศษเช่นนั้น

ความตะกละพูดด้วยเสียงต่ำราวกับปีศาจที่กำลังล่อลวงเด็ก

-ข้าจะสอนเจ้าเกี่ยวกับคุณสมบัติที่ซ่อนอยู่ โดยไม่มีเงื่อนไขใดๆ

จบบทที่ ตอนที่ 38 คำถามและคำตอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว