เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 22 ด้านนอกของสถาบัน 4

ตอนที่ 22 ด้านนอกของสถาบัน 4

ตอนที่ 22 ด้านนอกของสถาบัน 4


สามวันต่อมา ในตอนเช้า ธีโอดอร์ได้ยืนอยู่ข้างหน้าประตูของ สถาบัน เบอร์เก้น

เขาสวมชุดลำลองและสะพายเป้เดินทางขนาดใหญ่ไว้บนหลังของเขา ถ้าเขาไม่ได้ออกกำลังกายมา เขาคงสะพายเป้ใบนี้ไม่ไหวเลย

 

‘หนะ-หนัก! ฉันเอาของมาแค่สิ่งที่จำเป็น แต่มันก็ยังคง…’

 

ธีโอได้นำเสื้อผ้าและของใช้ประจำวันมาเท่านั้น แม้กระนั้นเป้ของเขาก็ยังหนาและโป่งพอง

เพื่อที่จะไป Mana-vil จาก เบอร์เก้น ต้องใช้เวลาเดินทางถึง14วัน แต่ถ้าไปแบบเร่งรีบจะใช้เวลา 10 วัน ในเวลานั้นเขาต้องใช้หนังสือ15-30เล่มเลยทีเดียว เพื่อให้อาหารแก่ ความตะกละ ถ้าเขารู้เรื่องนี้ก่อน เขาจะเรียนรู้เวทย์ลดน้ำหนัก แต่อย่างไรก็ตามเขาไม่สามารถทำได้เนื่องจากขาดความเข้าใจ

 

‘ฉันต้องถามศาสตราจารย์อีกครั้ง?’

ธีโอวางกระเป๋าลงพื้นและนวดหัวไหล่ที่แข็งของเขา

“ขอโทษที่ทำให้รอ มีอะไรที่ฉันต้องทำมากกว่าที่คิด”

 

ศาสตราจารย์วินซ์ปรากฏตัวในชุดคลุมที่เขาไม่ค่อยสวมใส่ ดูเหมือนขั้นตอนในการเข้าร่วมงานประลองเวทมนต์นั้นค่อนข้างยุ่งยาก ในช่วงเวลาที่ผ่านมาแม้แต่ ธีโอดอร์ ยังพบตัวเขาได้ยาก

วินซ์ปาดเหงื่อบนหน้าผากของเขาและมองไปที่กระเป๋าของธีโอ

 

“ฉันลืมบอกอะไรเธอบางอย่าง”

“คุณหมายถึงอะไร?”

“มันดีกว่าที่จะแสดงให้ดูเลยแทนที่จะพูด”

 

จากนั้นวินซ์ก็ได้หยิบบางอย่างออกมา

‘กระเป๋า….?’

มันดูเหมือนกระเป๋าที่ทำจากหนังโทรมๆ วินซ์นั้นเล็งไปที่กระเป๋าของธีโอก่อนจะเปิดกระเป๋าของเขาและพูดว่า“เก็บ!”

พร้อมๆกันกระเป๋ามันเปิดกว้างขึ้นพร้อมกับมีแรงดึงดูด

มันน่าแปลกการดูดนั้นไม่ได้ดูดอากาศหรือวัตถุอื่นๆเข้าไปมันดูดแค่เป้าหมายที่เล็งไว้เท่านั้น ซึ่งก็คือกระเป๋าของธีโอ กระเป๋าเป้ขนาดใหญ่ที่ใหญ่กว่าเป้ปกติถึง10เท่า กำลังถุกดูดเข้าไป ...ดูเหมือนไม่ใช่ความจริง

 

ธีโอนั้นรู้สึกทึ่งขณะที่หยิบคว้ากระเป๋าใบนั้นมา “กระเป๋ามิติ!”

ขณะที่วินซ์เก็บกระเป๋ามิติเขาก็พุดว่า “ของชิ้นนี้มันมีประโยชน์ในหลายๆด้าน นอกจากนี้ยังสะดวกอีกด้วย”

แน่นอนถ้ามีกระเป๋ามิติละก็ เขาไม่จำเป็นที่ต้องแบกสัมภาระหนักๆของเขา มันเป็นอุปกรณ์เวทย์ระดับสูง

‘ระดับของกระเป๋ามิตินี่คือระดับใด?’ ธีโออยากที่จะถามวินซ์ แต่ก็อดเมื่อวินซ์นั้นเริ่มเดินไปข้างหน้าแล้ว

 

“เวลาไม่ค่อยมีแล้ว เราสามารถคุยกันได้ขณะเดินทาง”

“ผมเข้าใจ”

 

ทั้งสองเดินผ่านประตูหลักของสถาบันและมุ่งหน้าไปยังตัวเมืองอย่างเร็ว ตอนแรกพวกเขาเดินอย่างเงียบๆ แต่แล้ววินซ์ก็หันกลับมาถามเขาว่า “ธีโอดอร์ เธอสามารถแสดงให้ฉันดูเกี่ยวกับธาตุที่เธอทำสัญญาด้วยได้ไหม?”

ธาตุโบราณ...วินซ์นั้นชอบศึกษาโบราณวัตถุต่างๆดังนั้นเขาจึงสนใจมันอย่างมาก เขาไม่สามารถซ่อนความอยากรู้อยากเห็นที่ปรากฏในดวงตาของเขาได้ นี่เป็นโรคที่รักษาไม่หายสำหรับจอมเวทย์ ความเย็นชาได้หายไปจากตาของเขากลายเป็นดวงตาที่เปล่งประกายระยิบระยับราวกับเด็ก

ธีโอดอร์หัวเราะเบาๆและพูดคุยกับเด็กสาวที่อยู่ในตัวของเขา ‘มิตรา’ ที่กำลังนอนหลับได้ลืมตาขึ้นเมื่อได้ยินเสียงเรียก

 

“โอ้...!” เสียงวินซ์ร้องออกมาด้วยความยินดี

 

เป็นเพราะคราบดินสกปรกบนเท้าของธีโอ ได้เปลี่ยนเป็นรูปร่างของเด็กหญิงตัวเล็กๆ ตาและจมูกของเธอดูไม่ชัดเจนคลุมเครือ แต่อย่างไรก็ตามจิตวิญญาณธาตุทั่วไปนั้นจะอยู่ในรูปลักษณ์ของสัตว์ไม่สามารถทำให้เหมือนมนุษย์ได้ นี่เป็นไปได้ว่าเธอเป็นจิตวิญญาณธาตุที่อยู่ในระดับสูงสุดเท่านั้น

จิตวิญญาณธาตุ มิตรา มีรูปร่างเป็นมนุษย์ทันทีที่เธอทำสัญญากับธีโอ

 

“มันเป็นไปได้ไหมที่จะคุยกับเธอ?” วินซ์ถามด้วยน้ำเสียงสั่นๆด้วยความตื่นเต้น

 

ถ้ามันเป็นไปได้ที่จะสื่อสารละก็ ความสามารถของมิตรานั้นเกือบจะใกล้เคียงกับราชาแห่งธาตุเลยก็ว่าได้ อย่างไรก็ตามธีโอส่ายหัวด้วยความรู้สึกเศร้าๆ “ผมพยายามคุยกับเธอแล้ว”

 

มิตรามองเห็นท่าทางของธีโอจึงร้องออกมาว่า [เอ๋ง?]

เสียงนั้นดูเหมือนเสียงร้องของลูกสุนัข

 

“ผมได้ยินเสียงนี้เท่านั้น”

“เธอรู้รึเปล่าว่ามันหมายถึงอะไร?”

“ก็.....เข้าใจได้เพียงนิดหน่อย”

 

ธีโอนั้นหลับตามุ่งความสนใจไปที่ความรู้สึกที่มิตราส่งมาให้เขา สัญญากับจิตวิญญาณธาตุนั้นเป็นการเชื่อมต่อดวงวิญญาณไว้ด้วยกัน การอ่านความคิดของกันและกันเป็นเรื่องธรรมดา แต่มันจะเข้าใจได้มากกว่านี้ถ้าจิตวิญญาณธาตุได้โตขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธีโอดอร์ก็ได้ลืมตาของเขาขึ้นในไม่ช้าและเดาะลิ้นของเขา

 

“มันรู้สึกเหมือนฉันกำลังตกลงกับเด็กที่ยังไม่รู้วิธีพูด มีเพียงคำง่ายๆเท่านั้นที่เธอรู้เช่น ดี ไม่ ฉันไม่เข้าใจ เป็นต้น”

“แต่การสื่อสารก็เป็นไปได้ มันน่าสนใจมาก”

 

ดวงตาของวินซ์ราวกับเปล่งประกายออกมา วินซ์นั้นให้คำแนะนำแก่ธีโอว่า “พยายามเรียกหาเธอบ่อยๆ ธาตุโบราณนั้นเป็นจิตวิญญาณที่เป็นเอกเทศ ดังนั้นการแลกเปลี่ยนความรู้กับผู้ทำสัญญานั้นจะช่วยให้เธอเติบโตขึ้นได้เร็ว”

 

“เธอพึ่งบ่นเกี่ยวกับเรื่องที่เธอถูกเรียกบ่อยๆ”

“โอ้ว เธอมีจิตสำนึกอยู่แล้วด้วย!”

 

วินซ์นั้นแปลกประหลาดใจอย่างมากและในที่สุดเขาก็จดบันทึกเรื่องราวเกี่ยวกับมิตราในสมุดบันทึกของเขา

มีบางสิ่งที่เขาอยากจะถามอีก เขาจะได้รับสิ่งที่น่าสนใจมากขึ้นกว่านี้ที่ไหน?

การพูดคุยกับธีโอไม่กี่วันนั้นเป็นประโยชน์มากกว่าการวิจัยที่สถาบันเป็นปีเสียอีก เขายิ้มกว้าง ซึ่งเป็นรอยยิ้มที่ไม่เหมาะสมกับเขาเสียเลย

 

“ศาสตราจารย์จะเป็นอะไรไหมถ้าผมจะถามคุณเรื่องหนึ่ง?”

เวลานี้ ธีโอ มีคำถาม เขารอจนกว่าวินซ์จะจดบันทึกเสร็จและถามว่า“เราจะไป Mana-vil กันอย่างไร? ผมคิดว่าในตอนนี้น่าจะไม่มีรถม้าเหลือเลย”

ด้านตะวันตกของ เบอร์เก้นนั้น ถูกปกคลุมไปด้วยหุบเขาและทางเหนือคือ แม่น้ำโมย่า ด้วยเหตุนี้การหลีกเลี่ยงจากดินแดนอื่นจึงทำได้ง่าย อย่างไรก็ตาม การเดินทางไป Mana-vil นั้นไปทางตะวันตกเฉียงเหนือของเบอร์เก้น มันอาจจะถูกลอบโจมตีได้หลายทางจากทั้งสัตว์และมนุษย์

 

สมมติว่ารถม้านั้นไม่มี เขาอาจจะต้องใช้เวลาเดินทาง10-30วันเลยทีเดียว เพื่อที่จะเข้าร่วมงานประลองเวทมนต์นั้นเขาต้องไปถึงภายใน10วัน

 

“ไม่ต้องกังวลในเรื่องนี้ ฉันคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว”

 

อย่างไรก็ตามวินซ์ยิ้มอย่างสบายใจและเดินต่อไป

 

“มีหลายคนที่เดินทางไปเมืองหลวง Mana-vil ในช่วงนี้ไม่ว่าจะเป็น นักท่องเที่ยว จอมเวทย์ คนจากอาณาจักรอื่นๆ... เธอรู้หรือไม่ว่าใครนั้นชอบช่วงเวลานี้มากที่สุด”

 

ธีโอรู้สึกทางกับคำถามที่ไม่คาดคิด แต่เขาก็พูดออกไปว่า“…พ่อค้า?”

“ถูกต้อง จำนวนผู้คนนั้นจะมากกว่าปกติถึง10เท่า และจะมีจอมเวทย์บางคนที่กระเป๋าหนา พ่อค้าที่สามารถตามกลิ่นเงินได้นั้นไม่น่าจะพลาดโอกาสดังกล่าว พวกเขาจะพยายามหารายได้ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้”

 

ไม่มีข้อยกเว้นแม้แต่พ่อค้าที่เบอร์เก้นเช่นกัน พวกเขานั้นได้สร้างเส้นทางเพื่อเดินทางผ่านเทือกเขาเพื่อลดระยะเวลาเดินทางไว้แล้ว วินซ์นั้นกำลังคิดที่จะใช้สิ่งนั้น

 

“ฉันใช้มันมาสองสามครั้งแล้วในอดีต เป็นเรื่องยากสำหรับคนธรรมดาที่จะใช้เส้นทางนี้ และโดยปกติจะมีแต่กลุ่มระดับสูงเท่านั้น ที่จะสามารถใช้ได้ เนื่องจากมันมีสัตว์ประหลาดมากมายและยังมีวิญญาณอยู่อีกด้วย”

“ผมคิดว่ามันเสี่ยงแต่มันก็เร็วพอที่จะยอมรับได้” “ฉันจำได้ว่ามันใช้เวลาเดินทางประมาณ1สัปดาห์ มันเร็วกว่าการเดินทางธรรมดาถึง2เท่าเลยทีเดียว”

 

พ่อค้านั้นตระหนักถึงคำที่ว่าเวลาเป็นเงินเป็นทองนั้น ไม่สามารถละเลยเส้นทางนี้ได้เลย

การคำนวณง่ายๆคือการเพิ่มความเร็วเป็นสองเท่านั้น เขาก็ได้กำไรสองเท่าเช่นกัน ภัยคุกคามเช่นมอนสเตอร์และโจรนั้นขจัดไปได้โดยการจ้างทหารรับจ้าง เงินที่ได้รับนั้นเป็นจำนวนมาก มากกว่าที่พวกเขาจะจ่าย ดังนั้น กลุ่มระดับสูงนั้นจึงใช้เส้นทางนี้เกือบตลอดเวลา

ธีโอนั้นเห็นขบวนเดินทางจากระยะไกล ปลายทางของพวกเขาต้องเป็น Mana-vil แน่ๆเพราะเขานับเกวียนได้ถึง30เกวียน นอกจากนี้ยังมีทหารรับจ้างอย่างน้อย 100 คนเลยทีเดียว

จากนั้นเมื่อพวกเขาเข้าใกล้กับขบวนเดินทาง...

 

“โอ้!คุณมา!” ชายวัยกลางคนที่อยู่ในชุดคลุมได้โผล่ออกมาจากขบวนเดินทาง เขาเป็นคนสำคัญของกลุ่มระดับสูงนี้ แต่ทัศนคติของเขานั้นราวกับชาวนาที่ไม่เคยเห็นขุนนางมาก่อน ชายคนนั้นโค้งคำนับให้แก่วินซ์

 

“ไม่มีอะไรจะดีไปกว่ามีศาสตราจารย์ร่วมเดินทางไปกับเรา!”

“ฉันควรจะขอบคุณนาย หัวหน้ากอร์ดอน”

“ฮ่าๆคุณทำตัวตามสบายได้เลย! ตามหลักแล้วนี้คงเป็นลูกศิษย์ของคุณ?”

 

วินซ์นั้นพยักหน้าให้กอร์ดอน กอร์ดอนนั้นคว้าตัวพ่อค้าที่กำลังจะเดินผ่านพวกเขาไปและพุดกับเขาว่า

 

“เตรียมรถม้าและนำมาที่นี่ ทั้งสองคนนี้เป็นแขกคนสำคัญอย่างมากและไม่ควรทำตัวไม่สุภาพกับพวกเขา”

“เข้าใจแล้วครับ!”

 

ธีโอนั้นตระหนักได้ถึงความสำคัญของจอมเวทย์ขั้น5ระดับสูงสุด วินซ์ ไฮน์เดล

กล่าวอีกนัยนึงวินซ์นั้นมีค่าเทียบเท่ากับทหารรับจ้าง100คนหรือมากกว่านั้น การเป็นจอมเวทย์ที่ทรงพลังนั้นเป็นตัวตนที่สำคัญอย่างยิ่ง

 

และธีโอดอร์ มิลเลอร์ ก็จะเป็นเช่นนั้นสักวันนึง

 

 

ปล.ถ้าธีโอเผลอนี่ มิตรา คงโดนวินซ์จับไปวิจัย ฮ่าๆๆๆ

 

จบบทที่ ตอนที่ 22 ด้านนอกของสถาบัน 4

คัดลอกลิงก์แล้ว