- หน้าแรก
- จุติเทพสงครามหลังโดนไล่ออกผมก็ไปอาละวาดที่แนวหน้า
- บทที่ 21 ไอ้ลิงลงมือ!
บทที่ 21 ไอ้ลิงลงมือ!
บทที่ 21 ไอ้ลิงลงมือ!
ใจกลางลานพลาซ่าที่ถูกทิ้งร้าง ซึ่งครั้งหนึ่งเคยเป็นสระน้ำพุ
บัดนี้มีเงาทมิฬขนาดมหึมานอนพาดอยู่ตรงนั้น
กลิ่นคาวฉุนกึกอบอวลไปในอากาศมันคือกลิ่นสาบเฉพาะตัวของสัตว์เลื้อยคลานผสมกับกลิ่นเนื้อเน่า
“นั่นคือกิ้งก่าหุ้มเกราะ”
ตาเดียวลดเสียงต่ำลง ประกายความโลภวาบผ่านดวงตา
“ดูจากขนาดแล้ว แผ่นเกราะบนหลังมันกลายเป็นสีดำสนิท ของดีเลยล่ะ ชุดเกราะนี่ขายได้ไม่ต่ำกว่าห้าแสนแน่นอน”
ห้าแสนหยวน
สำหรับนักล่าที่เอาชีวิตมาเสี่ยงในเขตรกร้าง นี่คือเงินก้อนโตที่ทำให้คนคลั่งได้
ไอ้หัวโล้นกลืนน้ำลายดังอึก ฝ่ามือที่กำกระบองเหล็กเต็มไปด้วยเหงื่อ
ส่วนไอ้ลิงที่หมอบอยู่รั้งท้ายสุด ดวงตาของมันกรอกไปมาอย่างใช้ความคิด
เฉินเทียนยืนอยู่ในเงามืด พลังจิตของเขาแผ่ซ่านออกไปราวกับคลื่นยักษ์
ในประสาทสัมผัสของเขา สัตว์ร้ายที่ดูเหมือนกำลังหลับใหลอยู่ตัวนี้กลับมีพลังงานที่ป่าเถื่อนพลุ่งพล่านอยู่ภายใน ราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะระเบิดได้ทุกเมื่อ
ยิ่งไปกว่านั้น...
กลิ่นอายของมันแข็งแกร่งกว่า "ระดับ 1 ขั้นปลาย" ที่ระบุไว้ในข้อมูลมากนัก
"เตรียมจู่โจม"
ตาเดียวส่งสัญญาณมือ
"เหมือนเดิม ฉันกับเฉินเทียนจะรับหน้ามันไว้ ไอ้โล้นบุกทางซ้าย ไอ้ลิงบุกทางขวา หาโอกาสแทงจุดอ่อนมัน"
"จำไว้ อย่าละโมบจู่โจมต่อเนื่อง เจ้านี่พลังป้องกันสูง เราจะค่อยๆ ตอดให้มันหมดแรง"
ทุกคนพยักหน้า
ตาเดียวสูดลมหายใจเข้าลึก ชักดาบยักษ์สันหนาออกมาจากหลังแล้วพุ่งตัวออกไปเหมือนลูกปืนใหญ่
"ฆ่า!"
เสียงคำรามทำลายความเงียบ
กิ้งก่าหุ้มเกราะที่กำลังหลับใหลเบิกตาขึ้นกะทันหัน รูม่านตาแนวตั้งทอแสงสีเหลืองหม่นที่เย็นชา
มันไม่มีอาการงัวเงียเลยสักนิด มีเพียงความโกรธเกรี้ยวที่ถูกเหยื่อล่วงล้ำอาณาเขต
โฮก!
สัตว์ยักษ์ยันตัวขึ้น พื้นดินสั่นสะเทือน
หางหนาที่เต็มไปด้วยเกล็ดตวัดฟาดออกมาพร้อมเสียงลมหวีดหวิว
ตาเดียวสีหน้าเปลี่ยนไป รีบยกดาบยักษ์ขึ้นต้านทาน
เคร้ง!
เสียงปะทะดังสนั่น
ตาเดียวถูกกระแทกจนไถลถอยหลังไปเจ็ดแปดเมตร เท้าทั้งสองข้างลากเป็นทางยาวบนพื้นคอนกรีต
"บ้าเอ๊ย!"
ง่ามมือของตาเดียวปริแตก เลือดไหลซึมออกมา ใบหน้าเต็มไปด้วยความตระหนก "ข้อมูลผิดพลาด! พลังขนาดนี้... นี่มันระดับ 1 ขั้นสูงสุด!"
ระดับ 1 ขั้นสูงสุด!
ใบหน้าของไอ้หัวโล้นและไอ้ลิงซีดเผือดราวกับคนตาย
ระดับ 1 ขั้นปลาย กับขั้นสูงสุด แม้จะต่างกันเพียงช่วงย่อย แต่มันคือความห่างชั้นของพละกำลังคนละเรื่องเลย
ขั้นปลายพวกเขายังพอลาได้
แต่ขั้นสูงสุด... เจ้านี่ฆ่าพวกเขายกทีมได้สบายๆ!
"ข้อมูลแม่มหลอกกันนี่หว่า! ถอย... ไม่ทันแล้ว!"
ตาเดียวจ้องเขม็งไปที่กิ้งก่าหุ้มเกราะที่ล็อกเป้าพวกเขาไว้แล้ว เขาขบฟันกรอด "เจ้านี่เร็วกว่าเรา การวิ่งหนีคือการเปิดหลังให้มัน! ต้องสู้ตายเท่านั้น!"
"เฉินเทียน! ยันไว้!"
ตาเดียวคำรามแล้วพุ่งเข้าไปอีกครั้ง
หากในนาทีนี้ไม่มีคนคอยรับดาเมจ ทุกคนต้องตายหมดแน่
เฉินเทียนไม่ถอย
เขากลับก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์ร้ายระดับ 1 ขั้นสูงสุด นักรบมนุษย์เดินดินธรรมดาคงขวัญหนีดีฝ่อไปแล้ว แต่แววตาของเขากลับยิ่งทอประกายความตื่นเต้น
'พอดีเลย'
'ฉันจะใช้แกเป็นตัวทดสอบพลัง'
ชิ้ง!
มีดเลาะกระดูกถูกชักออกมา
เฉินเทียนรุกแทนถอย พุ่งเข้าหาอุ้งเท้าขนาดยักษ์ของกิ้งก่าหุ้มเกราะ
[พรสวรรค์: กระดูกดาบแต่กำเนิด] ทำงาน
ผลลัพธ์ [พละกำลังมหาศาล] ถูกกระตุ้น
กระดูกแขนของเฉินเทียนส่งเสียงลั่นเปรี๊ยะ แสงสีฟ้าจางๆ ไหลเวียนอยู่ใต้ผิวหนังอย่างลึกลับ
ในวินาทีนี้
กระดูกสันหลังของเขาราวกับมังกรยักษ์ที่เปลี่ยนร่างเป็นดาบชั้นเลิศที่ออกจากฝัก
แรงแขนเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
พลังโจมตีดาบเพิ่มขึ้นหนึ่งร้อยเปอร์เซ็นต์!
“ไสหัวไป!”
เฉินเทียนคำราม มีดเลาะกระดูกธรรมดาในมือพลันปลดปล่อยพลังถล่มขุนเขาออกมา
ตูม!
คมมีดปะทะอุ้งเท้า
ภาพที่ทุกคนคิดว่าเฉินเทียนจะถูกบดขยี้เป็นเศษเนื้อไม่เกิดขึ้น
ในทางกลับกัน
คลื่นกระแทกที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกจากใบมีด
【สั่นสะเทือน】!
อุ้งเท้าที่แข็งปานเหล็กกล้าของกิ้งก่าหุ้มเกราะถึงกับชาหนึบจากแรงสั่นสะเทือน ร่างมหึมาของมันเอนไปข้างหลังโดยไม่อาจควบคุมได้
“โอกาสดี!”
ตาเดียวดีใจสุดขีด
เขาไม่คิดเลยว่าเฉินเทียนที่ดูบอบบางคนนี้จะมีพลังระเบิดที่น่ากลัวขนาดนี้ ถึงขั้นปะทะตรงๆ กับสัตว์ระดับ 1 ขั้นสูงสุดได้!
นี่มันพลังเทพเจ้าประทานชัดๆ!
"รุมมัน!"
ตาเดียวคำราม อาศัยจังหวะที่กิ้งก่าหุ้มเกราะชะงัก ฟันดาบยักษ์เข้าที่ลำคอของมันอย่างสุดแรง
ไอ้หัวโล้นก็ปฏิกิริยาไว กวัดแกว่งกระบองเหล็กพุ่งเข้าใส่ทางซ้าย กระแทกเข้าที่ข้อต่อเข่าของมัน
การต่อสู้เข้าสู่ช่วงดุเดือดทันที
เฉินเทียนและตาเดียวกลายเป็นกำลังหลัก
โดยเฉพาะเฉินเทียน
ด้วยความช่วยเหลือจากพลังจิต เขาชิงลงมือและหลบหลีกการโจมตีของกิ้งก่าหุ้มเกราะได้ล่วงหน้าเสมอ ท่วงท่าของเขาลื่นไหลเหมือนปลาไหล และทุกครั้งที่สวนกลับ มีดเลาะกระดูกจะกรีดเข้าที่ร่องเกล็ดอย่างแม่นยำจนเลือดสาดกระจาย
กิ้งก่าหุ้มเกราะคำรามโหยหวน แต่มันกลับสลัดมนุษย์ที่น่ารำคาญคนนี้ไม่หลุด
ความสนใจของมันถูกเฉินเทียนดึงไปจนหมดสิ้น
ในตอนนั้นเอง
ไอ้ลิงที่ซุ่มอยู่ทางริมฝั่งขวาก็เคลื่อนไหว
แต่มันไม่ได้พุ่งเข้าหากิ้งก่าหุ้มเกราะ
สายตาของมันจับจ้องอยู่ที่แผ่นหลังของเฉินเทียน
ในวินาทีนี้
เฉินเทียนเพิ่งจะฟันดาบออกไป ร่างกายอยู่ในสภาวะที่กำลังรวบรวมลมปราณใหม่ แรงเก่าเพิ่งหมดแรงใหม่ยังไม่มา
ยิ่งไปกว่านั้น กิ้งก่าหุ้มเกราะกำลังคำรามอย่างบ้าคลั่ง เสียงคำรามมหึมากลบเสียงความเคลื่อนไหวเล็กๆ น้อยๆ ไปจนหมด
นี่คือโอกาสทอง
โอกาสเดียวเท่านั้น
“ไปตายซะ!”
ใบหน้าของไอ้ลิงบิดเบี้ยว ดวงตาเต็มไปด้วยเจตนาฆ่าที่บ้าคลั่งซึ่งเกิดจากความอิจฉาและความหวาดกลัว
มีดสั้นในมือของมันทอประกายสีฟ้าหม่นของยาพิษ พุ่งเข้าหาแผ่นหลังของเฉินเทียนอย่างไร้เสียง
มีดนี้
เร็ว แม่น อำมหิต
ถ้าโดนเข้าไป ต่อให้เฉินเทียนจะมีฝีมือแค่ไหน ก็ต้องตายในทันที
“ไอ้ลิง! แกจะทำอะไรวะ?!”
ไอ้หัวโล้นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเห็นฉากนี้เข้าพอดี ดวงตาของเขาแทบจะถลนออกมาจากเบ้าพลางตะโกนออกมาสุดเสียง
“แกบ้าไปแล้วเหรอ?! เขาเป็นคนแบกมอนสเตอร์อยู่นะ! ถ้าเขาตายเราก็ตายกันหมด!!”
ไอ้หัวโล้นแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
ในนาทีวิกฤตของความเป็นความตาย ในตอนที่ทุกคนกำลังสู้ยิบตา
ไอ้ลิงกลับแทงข้างหลังตัวบุกหลักเนี่ยนะ?!
มันรนหาที่ตายชัดๆ!
เมื่อได้ยินเสียงตะโกน ตาเดียวก็หันกลับมามองตามสัญชาตญาณ รูม่านตาของเขาหดตัวลงอย่างรุนแรง
ไม่ทันแล้ว
มีดสั้นของไอ้ลิงอยู่ห่างจากแผ่นหลังของเฉินเทียนไม่ถึงครึ่งเมตร
ในระยะประชิดขนาดนี้
ต่อให้นักรบระดับ 2 มาเองก็ไม่มีทางหลบพ้นโดยไม่ได้ระวังตัว
'จบเหร่แล้ว'
ตาเดียวรู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง
ถ้าเฉินเทียนตาย ไม่มีใครต้านทานกิ้งก่าหุ้มเกราะระดับสูงสุดตัวนี้ได้ ทุกคนต้องตายตกไปตามกัน
รอยยิ้มเหี้ยมเกรียมพาดผ่านริมฝีปากของไอ้ลิง
มันแทบจะมองเห็นภาพที่ใบมีดเสียบทะลุเนื้อ มองเห็นภาพอัจฉริยะที่ทำให้มันหวาดกลัวต้องล้มลง
อย่างไรก็ตาม
ในวินาทีต่อมา
รอยยิ้มของไอ้ลิงก็แข็งทื่อ
เพราะสิ่งที่มันเห็นไม่ใช่ความตื่นตระหนกที่แผ่นหลังของเฉินเทียน
แม้แต่น้อย
แผ่นหลังนั้นไม่มีแม้แต่อาการสั่นไหว
ราวกับว่า... เขาจะรู้อยู่แล้วว่ามันต้องมา
วูบ!
คลื่นที่มองไม่เห็นขุมหนึ่งพลันกดทับลงมากะทันหัน
เวลาดูเหมือนจะเดินช้าลงในวินาทีนั้น
ไอ้ลิงพบด้วยความสยดสยองว่า มีดสั้นในมือของมันเหมือนจมลงไปในก้อนกาวที่เหนียวหนืด ไม่ว่ามันจะออกแรงแค่ไหน ก็ไม่สามารถขยับไปข้างหน้าได้แม้แต่นิ้วเดียว
'เกิดอะไรขึ้น?!'
ก่อนที่มันจะทันได้ตอบสนอง
ฉิว!
เสียงแหวกอากาศแผ่วเบาดังขึ้นหนึ่งครั้ง
มันคือน็อตขึ้นสนิมตัวหนึ่ง
ขนาดเท่าหัวแม่มือ เต็มไปด้วยคราบดินและคราบน้ำมัน ขยะที่หาได้ทั่วไปในซากปรักหักพัง
แต่วินาทีนี้
มันกลับลอยเด่นอยู่เหนือหน้าผากของไอ้ลิง หมุนคว้างอย่างรวดเร็วส่งเสียงหวีดหวิวแสบแก้วหู
รูม่านตาของไอ้ลิงสะท้อนภาพของน็อตตัวนั้น
และเบื้องหลังน็อตตัวนั้น ดวงตาของเฉินเทียนแม้จะไม่ได้หันกลับมา แต่มันกลับเหมือนกำลังจ้องมองมันอย่างเย็นชา...
พลังจิต
มุมมองรอบทิศทาง
"ชาติหน้า หัดใช้สมองบ้างนะ"
เสียงที่เย็นยะเยือกดังระเบิดขึ้นในหัวของไอ้ลิงโดยตรง
โผละ!
น็อตตัวนั้นเปลี่ยนเป็นสายแสง
พุ่งเจาะทะลุหน้าผากของไอ้ลิงในพริบตา ทะลุออกทางท้ายทอย พ่นเศษเนื้อสีแดงขาวกระจายออกไป แล้วพุ่งไปปักเข้ากับกำแพงที่อยู่ไกลออกไป
เคร้ง
มีดสั้นร่วงหล่นลงพื้น
ร่างกายของไอ้ลิงยืนแข็งทื่ออยู่ที่เดิม ดวงตาเบิกกว้าง ใบหน้ายังคงค้างอยู่ในท่าทางเจตนาฆ่าที่บิดเบี้ยวและความตกใจที่ยังไม่จางหาย
ตุ้บ
ศพของมันล้มคว่ำลงตรงๆ
จนถึงตอนนี้
เฉินเทียนก็ยังไม่ได้หันกลับมามองเลยแม้แต่น้อย
เขาตวัดมีดเลาะกระดูกอีกครั้ง กระตุ้น [สั่นสะเทือน] ฟาดฟันสวนกลับหางที่ตวัดเข้ามาของกิ้งก่าหุ้มเกราะอย่างดุดัน
กระบวนการทั้งหมดไหลลื่นและดูง่ายดาย
การฆ่าคนหนึ่งคน ง่ายพอๆ กับการตบยุง
ความเงียบ
เงียบสงัดจนน่ากลัว
นอกจากเสียงหอบหายใจหนักๆ ของกิ้งก่าหุ้มเกราะแล้ว ทั้งพื้นที่เงียบจนได้ยินเสียงเข็มตก
ไอ้หัวโล้นยืนแข็งเป็นหินกำกระบองเหล็กแน่น ปากอ้าค้างราวกับลืมไปแล้วว่าตัวเองอยู่ในสนามรบ
ตาเดียวสั่นสะท้าน ความเย็นเยือกแล่นจากฝ่าเท้าขึ้นสู่หนังหัว
'เมื่อกี้มันอะไรกัน?'
'อาวุธลับงั้นเหรอ?'
'ไม่สิ อาวุธลับของใครจะเลี้ยวโค้งได้? อาวุธลับของใครจะพุ่งออกไปได้โดยไม่ต้องใช้มือ?'
นั่นมันคือ...
"จอม... จอมพลังจิต?!"
เสียงของตาเดียวสั่นเครือราวกับเห็นผี
อาชีพในตำนานที่หนึ่งในหมื่นจะเจอสักคน ตัวตนที่ตื่นขึ้นมาแล้วจะไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน สังหารคนได้อย่างไร้ร่องรอย?!
เด็กนักเรียนมัธยมที่ดูไร้พิษสงคนนี้ที่เดินตามหลังเขามาตลอด...
แท้จริงแล้วคือจอมพลังจิตผู้สูงส่งงั้นเหรอ?!
ตาเดียวรู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลาย
เขานี่นะที่กะจะใช้จอมพลังจิตมาเป็นเหยื่อล่อ?
ในวินาทีนี้
ความหวาดกลัวที่มีต่อเฉินเทียนยังมากกว่ากิ้งก่าหุ้มเกราะระดับสูงสุดตรงหน้าเสียอีก
“มัวเหม่ออะไรอยู่ครับ?”
เสียงที่เรียบนิ่งของเฉินเทียนดังขึ้น ไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับเขาเพิ่งจะฆ่ามอนสเตอร์ไปตัวหนึ่ง ไม่ใช่เพื่อนร่วมทีม
“ถ้าไม่อยากตาย ก็เริ่มงานได้แล้ว”
“กิ้งก่าตัวนี้ ผมจองนะครับ”