- หน้าแรก
- ครูใหญ่ที่ยากจนที่สุดชาวเน็ตทั้งประเทศกำลังขอร้องให้ฉันหยุดใช้เงิน
- บทที่ 165 ปากก็บอกว่าไม่ไปเทียนหยวน แต่พอส่งเรซูเม่ล่ะไวกว่าใครเพื่อน!
บทที่ 165 ปากก็บอกว่าไม่ไปเทียนหยวน แต่พอส่งเรซูเม่ล่ะไวกว่าใครเพื่อน!
บทที่ 165 ปากก็บอกว่าไม่ไปเทียนหยวน แต่พอส่งเรซูเม่ล่ะไวกว่าใครเพื่อน!
เทศกาลตรุษจีนผ่านพ้นไปอย่างเงียบเชียบ
ในขณะที่ผู้คนยังคงดื่มด่ำกับกลิ่นอายของบรรยากาศรื่นเริง หลู่หยวนไม่ปล่อยเวลาให้เสียเปล่า เขารีบกระโจนเข้าสู่งานทันที เขาถึงขั้นโพสต์ข้อความลงบนเว็บไซต์รับสมัครงานด้วยหัวข้อที่ดู "ลิเก" สุดๆ!
【คอนเสิร์ตฮอลล์กลางป่าเทียนหยวน ประกาศรวมพลผู้กล้าแห่งเสียงดนตรี!】
【วีรบุรุษไม่ถามที่มา! ไม่ว่าคุณจะเป็นนักดนตรีอาชีพหรือมือสมัครเล่นผู้คลั่งไคล้! ไม่ว่าคุณจะเชี่ยวชาญซิมโฟนีคลาสสิกหรือร็อกสมัยใหม่!】
【ขอเพียงแววตาคุณยังมีไฟ! และมีใจรักในดนตรีที่บริสุทธิ์ที่สุด!】
【คอนเสิร์ตฮอลล์กลางป่าเทียนหยวนเปิดประตูรับคุณแล้ว!】
【ที่นี่มีเวทีที่ดีที่สุดในโลก! มีเปียโนสไตน์เวย์ระดับท็อป! มีอุปกรณ์บันทึกเสียงที่เป็นมืออาชีพที่สุด!】
【เราไม่คุยเรื่องเงิน เราคุยกันเรื่องอุดมการณ์!】
【เหล่าผู้กล้า รออะไรอยู่? หิ้วเครื่องดนตรีของคุณมาจอยกับเราได้เลย!】
...
จางเหว่ย นักศึกษาปี 3 จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์เทียนไห่ นอนไถโทรศัพท์อยู่บนโซฟาที่บ้านพลางกลัดกลุ้มเรื่องอนาคตการทำงาน ก็นะ... สายดนตรีเนี่ย คนในจะรู้ดีว่าตลาดงานมันไม่ได้แคบหรอก แต่มันแทบไม่มีที่ว่างให้ยืนเลยต่างหาก พอเขาเหลือบไปเห็นโพสต์นี้เขาก็หลุดขำออกมา
“รวมพลเหรอ? นึกว่านัดไปซื้อของลดราคา!”
“คอนเสิร์ตฮอลล์กลางป่า? เมืองเทียนไห่เราน่ะโรงละครใหญ่ๆ ยังไม่มีเลย โรงเรียนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้กล้าเรียกตัวเองว่ามีคอนเสิร์ตฮอลล์เนี่ยนะ?”
“ตลกชะมัด!”
จังหวะนั้นเขานึกถึงเรื่องที่น้องชายวัยประถมเคยมาโม้ให้ฟังเมื่อวันก่อน ว่าโรงเรียนเพิ่งซื้อเปียโนสไตน์เวย์ที่ดีที่สุดในโลกมา
"สไตน์เวย์เนี่ยนะ?" จางเหว่ยหัวเราะกึก "ทั้งวิทยาลัยดนตรีของฉันยังมีแค่เครื่องเดียวเอง! แถมยังหวงยังกับไข่ในหิน!"
"สไตน์เวย์ในห้องดนตรีโรงเรียนประถม? ถ้าเป็นงั้นจริง ฉันคงเรียนจบจากสแตนฟอร์ดแล้วล่ะ!"
ยิ่งคิดก็ยิ่งไร้สาระ บนโต๊ะอาหารเขาเลยเล่าเรื่องนี้ให้พ่อแม่ฟังต่อหน้าน้องชาย ทว่าเขากลับคาดไม่ถึง พ่อแม่แทนที่จะขำไปกับเขา กลับมองเขาด้วยสายตาเวทนาเหมือนมองคนสติไม่ดี
"ลูกรัก ลูกต้องเชื่อเรื่องนี้จริงๆ นะ"
"ลูกไปเรียนต่างเมืองทั้งปีเลยไม่รู้สถานการณ์ โรงเรียนเทียนหยวนของน้องน่ะ ตอนนี้เขาสุดยอดมากจริงๆ!"
"จะบอกให้นะ สิ่งอำนวยความสะดวกในโรงเรียนเขาน่ะ เผลอๆ จะดีกว่ามหาวิทยาลัยของลูกเสียอีก อย่าว่าแต่เทียบกับโรงเรียนประถมทั่วไปเลย!"
จางเหว่ยอึ้งกิมกี่ไปกับคำพูดของพ่อแม่
ดีกว่ามหาวิทยาลัยฉันเนี่ยนะ?
ล้อเล่นหรือเปล่า!
"ฉันเรียนอยู่วิทยาลัยดนตรี ท็อป 3 ของประเทศนะ โบราณสถานแห่งปัญญาเชียวนะนั่น! โรงเรียนประถมกระจอกๆ จะมาเทียบอะไรกับฉันได้?"
เขาหัวเราะแก้เก้อ
"ได้ๆๆ ในเมื่อทุกคนอวยกันขนาดนี้ พรุ่งนี้ฉันจะไปดูด้วยตาตัวเอง!"
"อยากจะเห็นนักว่าไอ้คอนเสิร์ตฮอลล์กลางป่าเนี่ยมันจะแน่แค่ไหน!"
"ฉันไม่เชื่อหรอก!"
พูดไปมือก็คลิกลิงก์สมัครงานแล้วกรอกข้อมูลลงไปทันที
......
เทศกาลตรุษจีนเพิ่งผ่านพ้น และเทศกาลโคมไฟยังมาไม่ถึง
หลังตรุษจีนเหล่าคนงานก็กลับมาประจำการ ไซต์ก่อสร้างของโรงเรียนเทียนหยวนกลับมาคึกคักอีกครั้ง เสียงเครื่องจักรคำรามลั่น ข้างอาคารเรียนบนพื้นที่ว่างขนาดใหญ่ รถขุดหลายคันกำลังขุดฐานรากสำหรับโรงยิมอเนกประสงค์แห่งใหม่ที่กำลังจะผุดขึ้นจากดิน
จางเจี้ยนกั๋วสวมหมวกนิรภัยเดินวุ่นไปทั่วเขตก่อสร้างเพื่อสั่งการ ทุกตารางนิ้วในโรงเรียนเต็มไปด้วยพลังชีวิตที่พุ่งพล่าน หลู่หยวนและซ่งอวี่เชี่ยนยืนคุมงานอยู่ข้างๆ
หลู่หยวนมองหลุมลึกที่ขุดเสร็จแล้วพยักหน้าพอใจ "ครูจาง คุณทำงานไวมากจริงๆ!"
เขาหันไปถามซ่งอวี่เชี่ยน "อ้อ แล้วเรื่องที่ผมให้ประกาศปรับฐานเงินเดือนขึ้น 20% สำหรับบุคลากรทุกคนเนี่ย ดำเนินการเรียบร้อยไหมครับ?"
"เรียบร้อยค่ะ" ซ่งอวี่เชี่ยนชำเลืองมองเขา "ทุกคนดีใจจนเนื้อเต้นเลยล่ะตอนได้รับประกาศ" เธอนิ่งไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างขัดเขิน "แต่... ของฉันไม่ต้องก็ได้มั้งคะ ทุกวันนี้ฉันรับเงินเดือนตำแหน่งรองครูใหญ่ พ่วงฝ่ายการเงินด้วย ปรับขึ้นอีก... ฉันจะรู้สึกผิดเอา"
หลู่หยวนหัวเราะ "จะรู้สึกผิดทำไมล่ะครับ? ทุกวันนี้คุณนอกจากจะคุมวิชาดนตรีแล้วยังต้องคุมบัญชีโรงเรียนด้วย ตามหลักแล้วผมควรจ่ายให้คุณสองตำแหน่งเลยนะ"
"ไม่เอาค่ะ!" ซ่งอวี่เชี่ยนรีบโบกมือ "ฉันรับไว้ไม่ลงจริงๆ!"
ท่ามกลางบรรยากาศการลงเสาเอกของโรงยิม หลู่หยวนมีไอเดียใหม่ผุดขึ้นมา ในเมื่อฮาร์ดแวร์อัปเกรดไม่หยุด ซอฟต์แวร์อย่างทีมครูก็ต้องอัปเกรดตาม
เขาหันไปหาซ่งอวี่เชี่ยน “อวี่เชี่ยน ดูนะ โรงยิมใหม่กำลังจะเสร็จ ฝ่ายมัธยมต้นก็จะเริ่มรับนักเรียนเพิ่มอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้ จำนวนครูที่เรามีตอนนี้ไม่พอแน่ๆ”
ซ่งอวี่เชี่ยนพยักหน้าเห็นด้วยอย่างยิ่ง “ใช่ค่ะ โดยเฉพาะครูพละ ตอนนี้ฝั่งประถมมีแค่ครูหลินฟังคนเดียวก็แทบจะไม่ไหวแล้ว ส่วนครูวิชาการในแต่ละวิชาของมัธยมก็ยังขาดอีกเยอะ”
“ถูกต้อง” หลู่หยวนกล่าว “ดังนั้น ผมแพลนจะรับสมัครครูอีกล็อตใหญ่ และครั้งนี้เราจะไม่รับแค่ครูวิชาการทั่วไป แต่จะรับครูพละเฉพาะทางอย่างที่ผมเคยบอกไว้ด้วย”
[ประกาศรับสมัครงาน โรงเรียนเทียนหยวน — รายได้สูงพิเศษ]
ครูแกนนำทุกรายวิชา (ประถม-มัธยมต้น) (พิจารณาเป็นพิเศษสำหรับผู้มีผลงานรางวัลระดับเมืองขึ้นไป)
ค่าตอบแทน: เริ่มต้น 12,000 หยวน/เดือน, ประกัน 6 อย่าง กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ, มีแฟลตพักครูให้, สวัสดิการดีเยี่ยมไม่มีเพดาน!
(รับสมัครครูอนุบาลผู้มีใจรักเด็กเพิ่มเติมในเงื่อนไขเดียวกัน)
โค้ชกีฬาเฉพาะทาง (แบดมินตัน, ปิงปอง, บาสเกตบอล, ฟุตบอล ฯลฯ)
ค่าตอบแทน: เริ่มต้น 13,000 หยวน/เดือน, ทำงานเต็มเวลา, หากเป็นนักกีฬารีไทร์จะพิจารณาเป็นพิเศษ! ใครมีประสบการณ์ทีมจังหวัดหรือทีมชาติคุยเงินเดือนใหม่ได้เลย!
ประกาศรับสมัครงานที่ "อหังการ" ยิ่งกว่าเดิมนี้ถูกปล่อยออกมาทันที
และแน่นอน มันสร้างแรงสั่นสะเทือนในกลุ่มครูทั่วเมืองเทียนไห่อีกครั้ง!
"เชี่ย! ปรับขึ้นอีกแล้วเหรอ?! ครูใหม่สตาร์ท 12,000 เลยเหรอวะ?"
"รวมโบนัสปลางปีเข้าไป รายได้ต่อปีเกือบสองแสนหยวนเลยนะเนี่ย แถมกินอยู่ฟรีอีก โรงเรียนนี้เขาเอาจริงว่ะ!"
"ดูสิ! รับโค้ชกีฬาด้วย! แบดมินตัน ปิงปอง บาส ฟุตบอล... นี่กะจะเปลี่ยนโรงเรียนเป็นค่ายเก็บตัวทีมชาติหรือไง!"
คราวนี้กลุ่มแชทครูไม่สามารถรักษาความสงบจอมปลอมไว้ได้อีกต่อไป แม้ในกลุ่มใหญ่จะไม่มีใครกล้าพูดถึงเพราะเกรงใจผู้นำ แต่ในกลุ่มแชทลับของครูทั่วเมืองกลับระเบิดเป็นจลาจลทางคีย์บอร์ด
"เห็นหรือยัง? เทียนหยวนเปิดรับคน! 12,000! ฉันไปแน่!"
"ไปเหมือนกัน! ฉันเพิ่งส่งเรซูเม่ไปตะกี้เอง แล้วเธอล่ะ?"
"ส่งแล้วสิ! จะมัวรออะไรล่ะ ใครไม่ไปก็โง่แล้ว!"
"พวกเธอไม่ได้เป็นครูที่มัธยม 1 หรอกเหรอ? คิดดูดีๆ นะ นั่นงานรัฐข้าราชการมั่นคงเชียวนะ ถ้าวันหนึ่งเทียนหยวนเจ๊งขึ้นมาจะทำยังไง?"
มีคนสวนกลับทันควัน:
"มั่นคงเหรอ? ดูแรงส่งของเทียนหยวนสิ! สร้างโรงอาหาร โรงยิม คอนเสิร์ตฮอลล์! เธอคิดว่าเขาจะเจ๊งง่ายๆ หรือไง?"
"ฉันรู้จักครูที่ประถม 1 คนที่ย้ายไปที่นั่นตอนนี้ชีวิตดี๊ดี! ปัญหาน้องเข้าโรงเรียนก็จบ เพราะเทียนหยวนมีศูนย์รับเลี้ยงเด็กฟรี! เผลอๆ อนาคตจะมีอนุบาลด้วย!"
"อะไรนะ?! มีเรื่องดีขนาดนี้ด้วยเหรอ?!"
ข่าวลือเรื่องสวัสดิการกลายเป็นฟางเส้นสุดท้าย
ในชั่วพริบตา ครูที่มัธยม 1 และครูทั่วทั้งเมืองต่างนั่งไม่ติดที่ ปากก็บอกเพื่อนร่วมงานว่า "ไม่ไปหรอก งานรัฐน่ะดีที่สุดแล้ว" แต่พอลับหลังกลับก้มหน้าอัปเดตเรซูเม่แล้วกดส่งกันรัวๆ ชนิดที่ว่ากลัวคนอื่นจะแย่งตำแหน่งไปเสียก่อน!