- หน้าแรก
- ครูใหญ่ที่ยากจนที่สุดชาวเน็ตทั้งประเทศกำลังขอร้องให้ฉันหยุดใช้เงิน
- บทที่ 134 ลูกชายผมอายุห้าขวบ ถ่ายไว้ในห้องหนังสือ ขอให้ความรักในหนังสือสืบทอดต่อไป!
บทที่ 134 ลูกชายผมอายุห้าขวบ ถ่ายไว้ในห้องหนังสือ ขอให้ความรักในหนังสือสืบทอดต่อไป!
บทที่ 134 ลูกชายผมอายุห้าขวบ ถ่ายไว้ในห้องหนังสือ ขอให้ความรักในหนังสือสืบทอดต่อไป!
ทางตะวันออกของเมือง ณ โรงรับซื้อของเก่า
เครื่องอัดไฮดรอลิกขนาดมหึมากำลังคำรามและกระแทกตัวลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า
มันเหมือนกับสัตว์ร้ายเหล็กกล้าที่กำลังหิวกระหาย อ้าปากกว้างกลืนกินกระดาษที่ถูกลำเลียงมาตามสายพานในฐานะ "เศษกระดาษ" อย่างไม่ปรานี
เศษกระดาษนับไม่ถ้วนปลิวว่อนไปในอากาศ
บางส่วนถูกดูดเข้าไปในเฟืองเหล็กโดยตรง ถูกบดขยี้ ฉีกขาด และอัดแน่นรวมกันเป็นก้อนกระดาษ
บางส่วนที่กระเด็นออกมา ตกลงไปในแอ่งน้ำโคลนสีดำข้างๆ และถูกคนงานที่เดินผ่านไปมาเหยียบย่ำจนจมดิน
เมื่อหลู่หยวนซิ่งรถมายบัคสีดำมาถึงที่นี่ด้วยความเร็วสูง
ภาพที่ปรากฏเบื้องหน้าคือความพินาศย่อยยับ... มันคือโศกนาฏกรรมของอารยธรรมอย่างแท้จริง!
หลู่หยวนเหยียบเบรกจนรถไถลไปจอดนิ่งที่หน้าโรงรับซื้อ เขาไม่แม้แต่จะดับเครื่องหรือปิดประตูรถด้วยซ้ำ แต่กลับรีบพุ่งตัวออกไปทันที!
"หยุดเครื่องเดี๋ยวนี้! พวกคุณหยุดเครื่องเดี๋ยวนี้โว้ย!"
เขาตะโกนใส่คนควบคุมเครื่องจักรที่นั่งสูบบุหรี่อยู่ข้างๆ
ทว่าเสียงของเขากลับถูกกลืนหายไปกับเสียงคำรามกึกก้องของเครื่องจักร คนงานคนนั้นไม่ได้ยินอะไรเลย
จังหวะนั้นเอง ชายวัยกลางคนในชุดทำงานท่าทางเหมือนเถ้าแก่เดินเข้ามาอย่างไม่สบอารมณ์
เขาจ้องมองชายหนุ่มในชุดสูทเนี้ยบที่ดูขัดกับบรรยากาศของโรงขยะอย่างสิ้นเชิง
"คุณเป็นใคร?" เขาถามอย่างหงุดหงิด บุหรี่ยังคาอยู่ที่ริมฝีปาก "ไม่รู้หรือไงว่านี่มันโรงขยะ? สั่งหยุดเครื่อง... รู้ไหมว่าถ้าเครื่องหยุดแค่หนึ่งนาทีผมเสียเงินไปเท่าไหร่? พ่อหนุ่ม ถ้าไม่มีธุระอะไรก็อย่ามาเกะกะการทำงานของคนอื่นได้ไหม?"
หลู่หยวนไม่เสียเวลาเถียง
เขาหยิบปึกเงินสดออกมาจากกระเป๋า เป็นเงินที่เขาเตรียมไว้สำหรับซื้อหนังสือเก่า
เสียงดัง ปัง!
ปึกเงินสดมูลค่าหนึ่งหมื่นหยวนถูกฟาดลงบนโต๊ะตรงหน้าเถ้าแก่
“หยุดเครื่อง!”
“แค่นี้พอไหม?”
“ถ้าไม่พอ ผมเพิ่มให้ได้อีก!”
ดวงตาของเถ้าแก่เบิกโพลงทันทีเมื่อเห็น "ก้อนอิฐสีแดง" ที่วางเด่นหราอยู่บนโต๊ะ
สีหน้าที่เคยหงุดหงิดหายวับไปในพริบตา แทนที่ด้วยรอยยิ้มประจบประแจงสุดขีด
เขาพุ่งตัวไปที่เครื่องจักรแล้วตะโกนใส่ลูกน้องที่ยังยืนเอ๋ออยู่
“หยุด! หยุด! หยุดสิวะไอ้พวกเวร!”
“ไม่เห็นหรือไง?! บอสใหญ่มาแล้ว! ไม่เห็นหรือไงว่าท่านมีเรื่องจะสั่ง?”
คำที่ว่า "เงินจ้างผีโม่แป้งได้" มันเป็นอย่างนี้นี่เอง
เครื่องจักรที่เคยคำรามอย่างบ้าคลั่งเมื่อครู่หยุดกึกในทันที
หลู่หยวนมองดูตั้งกระดาษที่ถูกอัดไปแล้วครึ่งหนึ่งแล้วถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก
โชคดี... โชคดีที่เขายังมาไม่สายเกินไป
เขาเดินไปหาเถ้าแก่แล้วเข้าประเด็นทันที
"เถ้าแก่ ผมถามหน่อย หนังสือพวกนี้คุณเพิ่งไปขนมาจากบ้านของศาสตราจารย์หยานเมื่อคืนใช่ไหม?"
"ใช่ครับ ใช่ครับ" เถ้าแก่พยักหน้าพลางทำหน้างง "มีอะไรหรือเปล่าครับบอส? ทำไมถึงถามเรื่องนี้?"
"หนังสือล็อตนี้กำลังจะเข้าเครื่องอัดพอดี วันนี้มีของมาส่งเยอะมาก หนังสือเก่าพวกนี้เลยยังไม่ถึงคิว โชคดีที่ท่านมาเร็วครับ เมื่อกี้เราเพิ่งอัดพวกลังกระดาษกับหนังสือเก่าชุดอื่นไป ถ้าท่านมาช้ากว่านี้อีกสิบนาที ชุดนี้คงกลายเป็นก้อนกระดาษอัดไปแล้ว"
ไม่นานนัก เถ้าแก่ก็นำทางหลู่หยวนฝ่ากองเศษวัสดุต่างๆ จนไปพบกับ "ภูเขาหนังสือ"
มองด้วยสายตาคร่าวๆ มีอย่างน้อยหลายหมื่นเล่ม
เขาสุ่มหยิบสมุดบันทึกเล่มหนึ่งขึ้นมา หน้ากระดาษเหลืองนวลแต่การเย็บเล่มยังสมบูรณ์
เขาเปิดออกดู
บนหน้ากระดาษเหล่านั้น มีลายมือที่เขียนไว้อย่างเป็นระเบียบและทรงพลัง มันคือบันทึกด้วยลายมือของศาสตราจารย์กู้... กู้ซิงจือ
นอกจากนี้ยังมีตำราฟิสิกส์ต้นฉบับภาษาอังกฤษที่ตีพิมพ์ในช่วงทศวรรษ 1960
จินตนาการได้เลยว่าในยุคที่ทรัพยากรขาดแคลน หนังสือเล่มนี้มีค่าเพียงใด
นี่คือลายมือที่ศาสตราจารย์เฒ่าเขียนไว้ทีละตัวอักษรเพื่อคัดลอกและทำความเข้าใจจากตำราต้นฉบับด้วยวิธีที่บริสุทธิ์ที่สุด!
จังหวะนั้นเอง ภาพถ่ายขาวดำที่ซีดจางใบหนึ่งก็ร่วงหล่นลงมาจากระหว่างหน้าหนังสือ
หลู่หยวนก้มลงหยิบมันขึ้นมา
ในภาพถ่าย ชายหนุ่มท่าทางคงแก่เรียนสวมแว่นกรอบดำ กำลังอุ้มเด็กชายตัวน้อยอายุประมาณสี่หรือห้าขวบ ใบหน้าของทั้งคู่เปี่ยมไปด้วยความสุข
ด้านหลังของพวกเขาคือผนังหนังสือที่เรียงรายตั้งแต่พื้นจรดเพดาน
ที่ด้านหลังภาพ มีตัวอักษรเขียนด้วยปากกา เป็นประโยคสั้นๆ ที่เต็มไปด้วยความรักและความคาดหวังของคนเป็นพ่อ
"ลูกชายผมอายุห้าขวบ ถ่ายไว้ในห้องหนังสือ ขอให้ความรักในหนังสือของครอบครัวเราสืบทอดต่อไป"
หลู่หยวนหยิบภาพถ่ายที่เปื้อนฝุ่นนั้นขึ้นมา และใช้ปลายนิ้วปัดฝุ่นออกอย่างเบามือ
เขาเหลือบมองไปรอบๆ โรงรับซื้อของเก่าแห่งนี้ แล้วมองกลับไปที่หนังสือเก่าๆ ที่ควรจะอยู่บนหอสมุด
ในที่สุดเขาก็ถอนหายใจยาวออกมา
...
“เถ้าแก่”
เขาหันกลับไปมองเจ้าของโรงขยะที่กำลังยืนถูมือไปมาอยู่ข้างหลัง
“คุณซื้อหนังสือพวกนี้มาเท่าไหร่?”
เถ้าแก่ชูนิ้วขึ้นมาเจ็ดนิ้ว เขาดูเป็นคนซื่อๆ และบอกความจริง
“เจ็ดเหมาต่อหนึ่งกิโลครับ (0.7 หยวน)”
“ล็อตนี้หนักประมาณสี่ตันครับ”
หลู่หยวนไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย พูดออกไปตรงๆ ว่า
“เอาอย่างนี้ ผมให้คุณสองหมื่นหยวน”
“รวมกับเงินหมื่นหยวนที่ผมให้ไปเมื่อกี้เป็นค่าหยุดเครื่อง”
“ตอนนี้ให้คนงานของคุณช่วยผมขนหนังสือพวกนี้ขึ้นรถให้หมด”
“ส่วนที่เหลือที่ขึ้นรถไม่พอ คุณช่วยหารถบรรทุกอีกคันขนกลับไปส่งที่โรงเรียนให้ผมด้วย เงินที่เหลือถือเป็นค่าขนส่ง โอเคไหม?”
“ไม่มีปัญหาครับบอส! ไม่มีปัญหาเลย! ท่านใจป้ำจริงๆ!”
เถ้าแก่ยิ้มจนเห็นเหงือกและตกลงทันที
เขาจ่ายเงินซื้อหนังสือพวกนี้มาไม่ถึงหมื่นหยวน แต่ตอนนี้มีคนมาเสนอให้ถึงสามหมื่น? มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะปฏิเสธ
พวกเขาทำธุรกิจขยะ สนใจแค่การรีไซเคิล ไม่ได้สนใจคุณค่าเดิมของมันหรอก
หลังจากได้รับเงิน เถ้าแก่ก็สั่งให้คนงานทุกคนเริ่มขนหนังสืออย่างกระตือรือร้น
ทว่า เมื่อพวกเขาขนหนังสือหนักๆ ล็อตแรกมาถึงริมถนน ทุกคนถึงกับอึ้ง
ตอนแรกทุกคนนึกว่าตาฝาด จนกระทั่งเห็นหลู่หยวนเปิดท้ายรถมายบัค S500 สีดำ
ทุกคนหันมาสบตากันด้วยความตกตะลึง
บุหรี่ในมือเถ้าแก่ร่วงลงพื้นเสียงดัง แหมะ
"บอสครับ... นี่รถท่านจริงๆ เหรอ? ท่านเอารถคันนี้มาขนหนังสือเก่าเนี่ยนะ?"
"ผมเห็นหนังสือพวกนี้หลายเล่มมีราขึ้นด้วยนะ ท่านแน่ใจเหรอว่าจะเอาพวกมันวางลงบนเบาะหนังพวกนี้?"
หลู่หยวนไม่สนใจ
เขาถอดชุดสูทราคาแพงออกแล้วโยนมันไปที่เบาะผู้โดยสารอย่างไม่ใส่ใจ
"หนังสือมีราไม่เป็นไรหรอก เดี๋ยวค่อยเอาไปซ่อมแล้วตากแห้งก็ได้ไม่ใช่เหรอ? ไม่อย่างนั้นพวกของโบราณเขาจะซ่อมกันได้ยังไง?"
"รถมันก็แค่เครื่องมือไว้ขับไม่ใช่หรือไง?"
เขาหันไปกวักมือเรียกหลินซีที่ยังยืนอึ้งอยู่ตรงนั้น
"ซีซี อย่ามัวแต่ยืนบื้ออยู่ตรงนั้น! เร็ว! เอาพวกลังกระดาษออกจากท้ายรถแล้วเอามาปูรองไว้!"
"ขนขึ้นมาเลย!"
พวกคนงานราวกับตื่นจากฝัน พวกเขาเข้าใจแล้วในวินาทีนั้น
ทุกคนมองหลู่หยวนด้วยสายตาที่เหมือนมองพระเจ้า
จากนั้น พวกเขาก็ค่อยๆ วางปึกหนังสือเก่าลงในท้ายรถหรูมูลค่าหลายล้านอย่างระมัดระวัง
พื้นที่เก็บของท้ายรถถูกเติมเต็มอย่างรวดเร็ว
แม้แต่เบาะหลังก็ถูกอัดจนแน่นขนัด
ภาพที่เห็นมันดูเหนือจริงและบ้าคลั่งมาก
ขณะที่หลู่หยวนขับรถมายบัคค่อยๆ เคลื่อนตัวออกจากโรงขยะ
มีรถบรรทุกคันใหญ่ที่บรรทุกหนังสือเก่ามาเต็มคันวิ่งตามหลังมาด้วย
เถ้าแก่เจ้าของโรงรับซื้อ มองตามไฟท้ายรถที่ค่อยๆ ลับตาไปพลางพ่นควันบุหรี่ออกมาแล้วอุทานว่า
"เชี่ย! นี่แหละที่เขาเรียกว่าคนมีความรู้!"
"ครูใหญ่คนนี้ แม่งโครตเจ๋งเลยว่ะ!"