- หน้าแรก
- แสร้งทำเป็นโง่เพื่อหลอกลวงคนทั้งโลก
- บทที่ 33 ทุกอย่างพร้อมสรรพ
บทที่ 33 ทุกอย่างพร้อมสรรพ
บทที่ 33 ทุกอย่างพร้อมสรรพ
ภายในหอบัญชี
ฉินซูเหยียนยังคงนั่งตรวจบัญชีอยู่จริงๆเมื่อเห็นหลินเฉินเดินเข้ามานางจึงยื่นสมุดเล่มหนึ่งให้เขา
“นี่คือสรุปบัญชีธุรกิจทั้งหมดที่เปิดเผยของตระกูลชุยในช่วงสามปีที่ผ่านมาเจ้าค่ะ”ฉินซูเหยียนกล่าว
“ข้าใช้เส้นสายของน้องหกซื้อข้อมูลนี้มาจากสำนักเทียนจีเจ้าลองดูตรงนี้สิ...”
นางชี้ไปที่หน้าหนึ่ง:
“เมื่อสามปีก่อนตระกูลชุยจู่ๆก็กว้านซื้ออสังหาริมทรัพย์ในเจียงหนานถึงสามสิบแห่งโดยไม่ทราบที่มาของเงินทุน
ในช่วงเวลาเดียวกันกรมคลังมีเงินงบประมาณซ่อมแซมค่ายกลป้องกันชายแดนจำนวนห้าล้านตำลึงหายไปอย่างไร้ร่องรอย”
ดวงตาของหลินเฉินเย็นเยียบลง“ยักยอกงบประมาณกองทัพรึ”
“มากกว่านั้นอีกเจ้าค่ะ”ฉินซูเหยียนเปิดไปอีกหน้า
“อสังหาริมทรัพย์เหล่านี้ต่อมาถูกขายต่อให้องค์กรที่ชื่อว่าสมาคมการค้าเจียงหนานทั้งหมด
และผู้บงการเบื้องหลังสมาคมการค้าเจียงหนานจากการสืบค้นพบว่าเป็นตระกูลฝ่ายมารดาขององค์ชายรอง—ตระกูลเจิ้งนั่นเอง”
“ที่แท้ตระกูลชุยก็ช่วยองค์ชายรองฟอกเงินนี่เอง”หลินเฉินเข้าใจในทันที“มิน่าเล่าพวกมันถึงได้เกี่ยวกวัดกันแน่นแฟ้นนัก”
“และยังมีนี่อีกเจ้าค่ะ”ฉินซูเหยียนหยิบจดหมายอีกฉบับออกมา“น้องหกเพิ่งส่งมาให้บอกว่าชิงมาจากพ่อบ้านคนหนึ่งของตระกูลชุยได้”
หลินเฉินคลี่จดหมายออกอ่านยิ่งอ่านสีหน้าก็ยิ่งเคร่งขรึม
จดหมายฉบับนั้นคือจดหมายลับจากชุยหย่งเหนียนถึงองค์ชายรอง
เนื้อหาข้างในระบุแผนการที่จะจัดฉากลอบสังหารขุนนางในราชสำนักหลายคนที่เห็นต่างกับองค์ชายรองในงานเลี้ยงวันเกิดจากนั้นจะโยนความผิดให้หลินเฉิน!
“แผนการชั่วร้ายนัก”หลินเฉินแค่นเสียง“คิดจะยิงธนูทีเดียวได้นกสองตัวกำจัดศัตรูทางการเมืองพร้อมกับใส่กับดักข้าไปในตัว”
“หลินเฉินงานเลี้ยงวันเกิดพรุ่งนี้พวกมันต้องวางหลุมพรางไว้แน่นอน”ฉินซูเหยียนเอ่ยอย่างกังวล
“พวกเรา...ไม่ไปได้ไหมเจ้าคะ”
“ไม่ไปยิ่งแย่”หลินเฉินส่ายหน้า“พวกมันจะหาว่าข้ามีความผิดจริงจนทำให้ข้อกล่าวหานั้นแน่นหนาขึ้นเราต้องไปและต้องไปอย่างสง่าผ่าเผยด้วย”
เขาม้วนจดหมายเก็บไว้“ไม่ต้องห่วงข้าเตรียมการไว้แล้ว”
ฉินซูเหยียนจ้องมองหลินเฉินอย่างเงียบเชียบความรู้สึกซับซ้อนวูบไหวในดวงตาคู่งาม
ในที่สุดนางก็เอ่ยเบาๆว่า:
“หลินเฉินเจ้าเปลี่ยนไปมากจริงๆ
เมื่อก่อนข้าเคยคิดเสมอว่าเจ้าค้ำจุนภาระหนักอึ้งของจวนกงไม่ได้
แต่ตอนนี้...บางทีท่านย่าอาจจะพูดถูกพวกข้าทุกคน...ตระกูลหลินขาดเจ้าไม่ได้จริงๆ”
หัวใจของหลินเฉินกระตุกเล็กน้อยเขาเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อนว่า:
“ซูเหยียน...”
ฉินซูเหยียนเม้มริมฝีปากพลางถอนหายใจแผ่วเบา
“เอาเถอะพรุ่งนี้เจ้าต้องกลับมาอย่างปลอดภัยนะ...ข้า...พวกเราจะรอเจ้าอยู่ที่บ้าน”
พูดจบนาาก็รีบเดินออกจากหอบัญชีไปฝีเท้าดูเร่งรีบอยู่บ้าง
หลินเฉินมองตามหลังฉินซูเหยียนไปพลางครุ่นคิด
เมื่อก้าวพ้นหอบัญชีลมราตรีพัดมาเย็นเยือกเล็กน้อย
หลินเฉินแหงนมองดวงจันทร์ใบหน้าของภรรยาทั้งเจ็ดแวบผ่านเข้ามาในหัว
ครอบครัวนี้เขาต้องปกป้องไว้ให้ได้
...
วันต่อมาจวนตระกูลชุยประดับประดาอย่างหรูหราแขกเหรื่อหลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
วันนี้คืองานฉลองอายุครบแปดสิบปีของผู้เฒ่าชุยสงผู้มีบารมีเกือบครึ่งหนึ่งของเมืองหลวงต่างมารวมตัวกันที่นี่
ขบวนรถม้าทอดยาวอยู่หน้าประตูของกำนัลกองสูงเป็นภูเขา
หลินเฉินพาคนมาเพียงสองคนคือชิงหลวนในคราบสาวใช้และหยวนเทียนกังที่แต่งกายเป็นพ่อบ้าน
ส่วนหลี่ชุนเฟิงเร้นกายอยู่ในเงามืดพร้อมสนับสนุนได้ทุกเมื่อ
วันนี้เป็นวาระพิเศษหลินเฉินไม่อยากพามู่รงเสวี่ยมาด้วยเมื่อเห็นท่าทีเด็ดเดี่ยวของเขาพรรยาคนที่เจ็ดจึงไม่ได้เซ้าซี้
“คุณชายแปดหลินแห่งจวนเจิ้นกั๋วกงมาถึงแล้ว”
ท่ามกลางเสียงประกาศหลินเฉินก้าวเข้าสู่จวนตระกูลชุย
เขาสวมชุดคลุมไหมสีดำมีเงื่อนมงคลผูกอยู่ที่เอวรูปลักษณ์หล่อเหลาสง่างามดึงดูดสายตาผู้คนได้ในทันที
“นั่นน่ะรึเจ้าเด็กเสเพลดูไม่เหมือนเลยนะ...”
“ได้ยินว่าวันก่อนเขาไปสร้างชื่อที่สำนักเทียนจีจนอาวุโสเสวียนจีออกปากชมเชียวล่ะ”
“ชู่วเบาเสียงหน่อยคนตระกูลชุยจับตาดูอยู่นะ...”
ชุยหย่งเหนียนออกมาต้อนรับด้วยตัวเองใบหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส:
“หลานชายหลินเจ้ามาได้ก็นับว่าให้เกียรติข้านัก!ให้เกียรติข้านัก!”
เขาอายุประมาณห้าสิบเศษใบหน้ากลมมนดูเจ้าเนื้อเล็กน้อยท่าทางดูเป็นมิตร
ทว่าประกายความเจ้าเล่ห์ที่พาดผ่านดวงตาเป็นพักๆบ่งบอกว่าชายผู่นี้ไม่ใช่คนธรรมดา
“คุณชายสามชุยเกรงใจไปแล้วขอรับ”หลินเฉินประสานมือคารวะ
“ท่านพ่อของข้ามักจะเอ่ยถึงคุณชายสามอยู่บ่อยครั้งว่าท่านเป็นคน'ใจกว้างและเที่ยงธรรม'ยิ่งนักวันนี้ข้าได้เตรียมของขวัญเล็กๆน้อยๆมาอวยพรผู้เฒ่าชุยด้วยขอรับ”
เขาโบกมือหยวนเทียนกังจึงยื่นกล่องไม้ให้
ชุยหย่งเหนียนรับไปเปิดออกข้างในเป็นชามเหล็กใบเล็กฝีมือหยาบกระด้างแถมยังมีสนิมเกาะอยู่บ้าง
ประกายเย็นเยียบวาบผ่านดวงตาชุยหย่งเหนียนทว่ารอยยิ้มยังคงเดิม:
“หลานชายช่างมีน้ำใจนักเชิญนั่งก่อนเถิด!”
หลินเฉินถูกนำไปนั่งที่นั่งตรงกลางงานไม่เด่นชัดและไม่ลับตาจนเกินไป
เห็นได้ชัดว่าตระกูลชุยไม่ได้เห็นเขาอยู่ในสายตาเลย
ชิงหลวนกระซิบเบาๆ“ชายชราชุดม่วงข้างหลังองค์ชายรองนั่นคือท่านหยิ่นพลังฝีมือลึกลับสุดหยั่งถึงเจ้าค่ะ”
หลินเฉินมองตามสายตานางไปดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย
ที่โต๊ะประธานองค์ชายรองจ้าวเฉิงกำลังสนทนาหัวเราะร่ากับขุนนางระดับสูงหลายคน
เบื้องหลังเขามีชายชราสวมชุดคลุมสีม่วงใบหน้าธรรมดาหลับตาทำสมาธิดูไม่เข้ากับความวุ่นวายรอบข้าง
ทว่าหลินเฉินสัมผัสได้กลิ่นอายของชายผู้นี้ลึกซึ้งดุจเหวไม่อาจวัดได้!
“เขามีกลิ่นอายของขอบเขตเทพเจ้าทว่ายังไม่สมบูรณ์น่าจะเป็นกึ่งขอบเขตเทพเจ้าขอรับ”หยวนเทียนกังส่งกระแสจิตรายงาน
“นายท่านคนผู้นี้ไม่น่ากังวลนักขอรับ”
“ดำเนินการตามแผน”หลินเฉินละสายตามา
งานเลี้ยงเริ่มต้นขึ้นมีการแสดงระบำรำฟ้อนอย่างรื่นเริง
ผู้เฒ่าชุยสงโดยมีลูกหลานพยุงออกมาเพื่อรับคำอวยพร
ชายชราผู้นี้ดูแข็งแรงกระฉับกระเฉงทว่าหลินเฉินสัมผัสได้ถึงลมหายใจที่ติดขัดแสดงว่ามีโรคเรื้อรังซ่อนอยู่ภายใน
หลังจากดื่มกันไปได้หลายรอบชุยหย่งเหนียนก็ลุกขึ้นชูจอกเหล้า:
“วันนี้เป็นวันเกิดท่านพ่อข้าข้ารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ทุกท่านมาร่วมงานข้าชุยหย่งเหนียนขอคารวะทุกท่านหนึ่งจอก!”
ทุกคนต่างยกจอกขึ้นดื่มตาม
เมื่อวางจอกลงชุยหย่งเหนียนก็เปลี่ยนหัวข้อสนทนา:
“อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องอวยพรวันเกิดแล้วข้ายังมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากให้ทุกท่านช่วยเป็นพยาน”
มาแล้วสินะ
หลินเฉินแค่นยิ้มในใจใบหน้ายังคงเรียบเฉย
ชุยหย่งเหนียนตบมือองครักษ์สองคนก็คุมตัวชายวัยกลางคนคนหนึ่งที่ถูกมัดมือมัดเท้าเข้ามา
ชายผู้นั้นอยู่ในสภาพกระเซอะกระเซิงทว่าหลินเฉินจำได้ทันทีหนึ่งในองครักษ์สองคนที่ห้องลับเมื่อคืน!
“ชายผู่นี้คือหัวหน้าองครักษ์ตระกูลชุยของข้า!เมื่อคืนแอบลอบเข้าไปในห้องเก็บสมบัติหมายจะขโมยของมีค่า!”ชุยหย่งเหนียนกล่าวอย่างเดือดดาล
“ที่น่าแค้นใจยิ่งกว่าคือเขาสารภาพว่ามีคนจ้างวานให้มาป้ายสีตระกูลชุยของข้า!”
เขามองมาที่หลินเฉินแววตาอำมหิต“หลานชายหลินเจ้ารู้จักชายผู้นี้หรือไม่”
สายตาทุกคู่ในงานพลันจับจ้องมาที่หลินเฉินทันที
หลินเฉินวางจอกเหล้าลงแล้วยิ้มกล่าวว่า“คุณชายสามชุยล้อเล่นแล้วข้าจะไปรู้จักองครักษ์ในจวนของท่านได้อย่างไรกัน”
“อย่างนั้นรึ”ชุยหย่งเหนียนแค่นเสียง
“แต่เขาสารภาพว่าได้รับคำสั่งจากเจ้าให้มาขโมย'สิ่งของสำคัญ'จากตระกูลชุยเพื่อที่จะนำมาใส่ร้ายพวกเราในงานเลี้ยงวันนี้!”
เสียงฮือฮาดังขึ้นทั่วงาน
“หลินเฉินเป็นคนบงการรึ”
“เขาต้องการอะไรกันแน่”
“มิน่าเล่าวันนี้ถึงได้มาอวยพรวันเกิดที่แท้ก็แฝงเจตนาร้าย!”
องค์ชายรองเอ่ยขึ้นในจังหวะที่เหมาะสม“หลินเฉินเรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่”
หลินเฉินลุกขึ้นยืนอย่างไม่รีบร้อน:
“องค์ชายรองทรงพระปรีชาคนผู้นี้เมื่อคืนได้ไปยังสถานที่หนึ่งจริงๆขอรับ”
“ทว่ามิใช่ห้องเก็บสมบัติของตระกูลชุยแต่เป็นห้องลับใต้ภูเขาจำลองในสวนหลังบ้านตระกูลชุยต่างหาก”
เสียงของเขาดังกังวานก้องไปทั่วห้องโถง
“อีกทั้งเขาไม่ได้ไปเพื่อขโมยของมีค่าแต่ไปเพื่อทำลายหลักฐานของ...หินวิญญาณกัดกร่อนกระดูกและสมุดบัญชีที่ถูกแอบใส่มาในเสบียงทหารชายแดนภาคเหนือเมื่อสามปีก่อนต่างหาก!”
“อะไรนะ?!”ทุกคนในงานต่างตกตะลึงจนตัวแข็งทื่อ
ใบหน้าของชุยหย่งเหนียนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง“เจ้าพูดเหลวไหลอะไรกัน!”