บทที่ 15 ครีมหิมะ
บทที่ 15 ครีมหิมะ
บทที่ 15 ครีมหิมะ
การอาบน้ำของผู้ชายนั้นเรียบง่ายกว่าผู้หญิงมากนัก
เพียงแค่ตักน้ำเย็นมาสองถัง ราดรดตัวให้ทั่วก็เป็นอันเสร็จสิ้น
หากใครที่เป็นคนพิถีพิถันขึ้นมาหน่อย ก็อาจจะใช้สบู่ถูตัวเสียบ้าง
อย่างเช่นกู้เย่ หลังจากราดน้ำเสร็จ เขาก็ไม่ได้เช็ดหยดน้ำตามร่างกายให้แห้ง แต่กลับปล่อยให้มันแห้งไปเองตามธรรมชาติ
โดยปกติแล้ว หลังจากฝึกซ้อมมาทั้งวัน การได้ราดน้ำเย็นสักสองถังจะช่วยชะล้างความเหนื่อยล้าให้มลายหายไป และทำให้เขารู้สึกสบายตัวอย่างยิ่ง
ทว่าวันนี้กลับมีบางอย่างผิดปกติ
เขาอาบน้ำไปสองถังแล้ว แต่ยิ่งอาบก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่ม
ยิ่งไปกว่านั้น ในหัวของเขากลับเอาแต่คิดถึงภาพของสหายหญิงที่นั่งอยู่ในห้องหอ
ชายหนุ่มหลับตาลง
เขาพิงถังน้ำไว้ข้างกำแพงแล้วเดินกลับเข้าไปในห้อง
เสิ่นจือโหยวได้ยินเสียงฝีเท้าจึงเงยหน้าขึ้นมอง เห็นชายหนุ่มสวมเพียงกางเกงขาสั้นตัวใหญ่ตัวเดียว เผยให้เห็นแผงอกและกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งอย่างโจ่งแจ้ง
ยามที่เขาเดิน หน้าท้องและเอวที่ทรงพลังดูเหมือนจะเคลื่อนไหวและขยับขึ้นลงตามจังหวะการหายใจและการก้าวเดิน
เสิ่นจือโหยวพลันรู้สึกประหม่าขึ้นมา เธอรีบถดตัวหนีไปชิดผนังด้านในเตียง "คุณนั่นแหละตัวดี! ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อย!"
กู้เย่ก้มลงมองตัวเอง "ใส่เสื้ออะไรกัน ร้อนจะตาย!"
เสิ่นจือโหยวเบิกตากว้างด้วยความโมโห "ฉันเองก็ร้อนเหมือนกันนั่นแหละ!"
ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น "นั่นก็ยังไม่ได้อยู่ดี แต่งตัวแบบนั้น เจ้าให้ข้าดูได้เพียงคนเดียวเท่านั้น!"
ไม่ว่าทั้งคู่จะแต่งงานกันด้วยเหตุผลกลใด
ยามนี้เธอคือภรรยาของเขา และนั่นหมายความว่าร่างกายของเธอมีไว้ให้เขามองได้เพียงผู้เดียว
เมื่อได้ยินคำพูดที่ไม่มีเหตุผลของเขา ใบหน้าของเสิ่นจือโหยูก็พลันเห่อแดง เธอถลึงตาใส่เขา "เพ้ย! คุณเองก็ดูไม่ได้เหมือนกันนั่นแหละ"
สายตาที่ถลึงใส่นั้นไม่ได้มีความน่าเกรงขามเลยแม้แต่น้อย
แม้แต่เสียง "เพ้ย" ก็ฟังดูเหมือนการตัดพ้อต่อว่าอย่างแง่งอนเสียมากกว่า
มันไม่ได้เหมือนการด่าทอ แต่เหมือนถูกขนหางนุ่มๆ ของลูกแมวปัดผ่านเบาๆ เสียมากกว่า
กู้เย่ส่งเสียงตอบรับในลำคอ เขาลงกลอนประตู เป่าตะเกียงจนดับ แล้วเดินตรงมายังเตียงนอน
ค่ำคืนในชนบทนั้นเงียบสงบอย่างยิ่ง และคืนนี้ก็เงียบสงัดจนน่ากลัว เสิ่นจือโหยวได้ยินเสียงลมหายใจที่หนักหน่วงของเขา เธอเลียริมฝีปากด้วยความประหม่า เสียงเริ่มสั่นเครือ "คุณเป่าตะเกียงทำไมจ๊ะ?"
"นอนเปิดตะเกียงไว้หรือ? หากเกิดไฟไหม้จะทำอย่างไร"
เสิ่นจือโหยว "..."
เดิมทีเตียงของเธอมีความกว้างเพียงหนึ่งเมตรยี่สิบเซนติเมตรเท่านั้น
แต่เพราะการแต่งงาน เตียงจึงถูกเปลี่ยนเป็นเตียงคู่ขนาดหนึ่งเมตรห้าสิบเซนติเมตรแทน
ยามที่อยู่คนเดียว เสิ่นจือโหยวยังคิดว่าเตียงหลังนี้กว้างขวางดี
ทว่าทันทีที่กู้เย่ก้าวขึ้นมาบนเตียง เธอกลับรู้สึกเหมือนกำลังจะถูกเบียดจนตาย เตียงหลังนี้มันเล็กเกินไปแล้ว!
หลังจากชายหนุ่มนอนลงข้างๆ เขาเขาก็นอนนิ่งอยู่อย่างนั้นเป็นเวลานาน
เสิ่นจือโหยวกลั้นหายใจ ในหัวพลันนึกถึง "ความลับ" ที่เฉินชุ่ยเจวียนเพิ่งพร่ำสอนเธอมาเมื่อคืนก่อน
ยิ่งคิด ใบหน้าของเธอก็ยิ่งร้อนผ่าว รู้สึกราวกับว่าร่างกายทั้งร่างกำลังจะลุกเป็นไฟ
จู่ๆ เธอก็ลุกขึ้นนั่ง คลำหาของบนเตียงไปทั่ว จนกระทั่งมือไปสัมผัสเข้ากับบางสิ่งที่อุ่นจัดและมีขนปกคลุม นั่นคือขาของกู้เย่
ในวินาทีที่มือนุ่มนิ่มของเธอสัมผัสถูกตัว กู้เย่แทบจะกระโดดตัวลอย "เจ้าจะทำอะไร!"
"ฉันร้อนจ้ะ"
มือของเขาอุ่นราวกับเตาไฟ เสิ่นจือโหยวรีบหดมือตัวเองกลับ "ฉันกำลังหาพัด จะเอามาพัดลมเสียหน่อย"
"เมื่อกี้ฉันโดนขาคุณหรือจ๊ะ? ขนขาคุณหนาจัง แถมยังแข็งทิ่มมืออีกต่างหาก"
น้ำเสียงของเธอดูมีความรังเกียจแฝงอยู่ กู้เย่ "..."
พอถูกเขาสัมผัสตัว เสิ่นจือโหยูก็ยิ่งรู้สึกร้อนรุ่มมากขึ้น เธอจึงคลำหาพัดอย่างลนลาน "พัดของฉันอยู่ไหนเนี่ย?"
"อึก—!"
ชายหนุ่มข้างกายพลันเกร็งตัวขึ้นมาทั้งร่าง พร้อมกับส่งเสียงครางต่ำในลำคอ เสิ่นจือโหยวตกใจ "เป็นอะไรไปจ๊ะ? ฉันกดทับตรงไหนของคุณหรือเปล่า?"
กู้เย่หลับตาลง
เดิมทีเขาคิดว่าในเมื่อวันพรุ่งนี้เขาต้องเดินทางกลับหน่วยทหาร และเธอก็เหนื่อยล้ามาทั้งวัน คืนนี้ควรจะนอนหลับพักผ่อนกันไปอย่างเรียบง่ายและบริสุทธิ์ใจ
แต่แทนที่จะนอนหลับดีๆ เธอกลับรั้นจะหาพัดให้ได้
และแล้ว... "พัดอยู่ทางฝั่งข้านี่"
เสียงของชายหนุ่มแหบพร่าจนแทบจะมีควันพุ่งออกมา เสิ่นจือโหยว "งั้นก็รีบส่งมาให้ฉันเร็วๆ สิจะ"
"เจ้าเคยบอกไม่ใช่หรือว่า หากนอนแล้วร้อน เจ้าจะถอดเสื้อผ้าออกให้หมด?"
"จ้ะ"
ลูกกระเดือกของชายหนุ่มขยับขึ้นลง "ถ้าอย่างนั้นก็ถอดเสียตอนนี้เลย"
เสิ่นจือโหยวขนลุกซู่ขึ้นมาทันที "คุณก็นั่งอยู่ตรงนี้! จะให้ฉันถอดได้อย่างไรกัน คุณคนลามก!"
"พวกเราแต่งงานกันแล้ว เจ้าเป็นเมียข้า ข้าเป็นผัวเจ้า จะมาหาว่าลามกได้อย่างไร"
"คุณนั่นแหละลามก!"
เสิ่นจือโหยวมีนิสัยประหลาดอยู่อย่างหนึ่ง คือเมื่อใดที่เธอรู้สึกตื่นเต้นจัดหรือหวาดกลัวจัด เธอจะพูดจาจ้อไม่หยุดเหมือนนกแก้วนกขุนทอง
ทุกถ้อยคำที่เธอเอ่ยออกมาดูเหมือนจะจิกทึ้งเข้าไปในใจของกู้เย่ จิกจนเขารู้สึกกระวนกระวายไปทั้งตัว
"อื้อ!"
กู้เย่ยกมือขึ้นปิดปากเธอไว้โดยตรง ในความมืด ดวงตาของหญิงสาวเบิกกว้างด้วยความตกใจ
สัมผัสนี้ช่างนุ่มนวล บอบบาง และหอมกรุ่นยิ่งกว่าตอนที่เขาอุ้มเธอผ่านเนื้อผ้าในตอนกลางวันเสียอีก
กู้เย่เองก็ไม่รู้ว่าควรจะทำอย่างไรต่อไปดี เขารู้เพียงแต่ว่าต้องรั้งร่างของเธอเข้ามาแนบอกไว้ให้แน่น พร้อมกับบีบต้นแขนที่นุ่มนิ่มของเธอไว้
"คุณบีบแขนฉันทำไมจ๊ะ!"
"มันเจ็บนะ!"
หญิงสาวคนนี้ช่างบอบบางเหลือเกิน ฝ่ามือของเขาทั้งร้อนและหยาบกร้าน ยามที่ถูกเขาบีบแขนไว้เช่นนี้เธอจึงรู้สึกอึดอัดจนทนไม่ไหว
และแม้ว่าจะถูกบีบที่แขน แต่เธอกลับรู้สึกกระวนกระวายไปทั้งร่าง
ทั้งคู่ต่างชะงักไปพร้อมกันอย่างกะทันหัน
แต่แล้วกู้เย่กลับเริ่มลงมืออย่างเกอะกะและเงอะงะ ทว่ากลับหนักแน่นมั่นคงในการดึงเสื้อสายเดี่ยวตัวสั้นของเธอออก
"เจ้าทาตัวด้วยน้ำมันอะไร?"
เสิ่นจือโหยวสั่นสะท้านอย่างควบคุมไม่ได้ "น้ำมันตลับหอยสังข์จ้ะ..."
"ไม่ใช่ครีมหิมะหรือ? ทำไมถึงได้หอมขนาดนี้"
"ครีมหิมะหอมกว่านี้อีกจ้ะ แต่ว่ามันแพงเกินไป ฉันไม่มีเงินซื้อหรอก"
เสิ่นจือโหยาวร้องไห้จนเสียงแหบแห้ง แต่ด้วยนิสัยรักสวยรักงามที่มีอยู่เป็นทุนเดิม ทำให้เธอเผลอตอบคำถามเขาไปทั้งน้ำตา
"เดี๋ยวข้าซื้อให้"
หมาป่าสีเทาตัวใหญ่ที่กำลังขยุ้มต้นคอกระต่ายขาวตัวน้อยที่อวบอิ่ม ยามนี้ต่อให้เธออยากได้อะไรเขาก็พร้อมจะหามาประเคนให้ นับประสาอะไรกับแค่ครีมหิมะ!
"เอี๊ยด—"