- หน้าแรก
- เข้าร่วมกองทัพขณะตั้งครรภ์โดยได้รับพร ตัวละครหญิงสมทบที่เกิดใหม่กลายเป็นที่ชื่นชอบของทุกคน
- บทที่ 29 ปล่อยให้มันเป็นไป
บทที่ 29 ปล่อยให้มันเป็นไป
บทที่ 29 ปล่อยให้มันเป็นไป
บทที่ 29 ปล่อยให้มันเป็นไป
บรรยากาศเริ่มอึดอัดขึ้นทุกขณะ
จี้เยี่ยนซูสัมผัสได้ถึงไอเย็นที่แผ่ออกมาจากชายหนุ่ม ราวกับว่ามันสามารถแช่แข็งคนให้ตายได้
หล่อนเอ่ยถามเสียงเบา "ไอ้ตัวนั้น... ยังอยู่ไหมคะ?"
"ลงไป"
น้ำเสียงของชายหนุ่มเย็นเยียบถึงขีดสุด
หากก่อนหน้านี้เขาเพียงแค่ดูไร้ความโรแมนติก ตอนนี้กลับแฝงไปด้วยน้ำเสียงเหมือนคนกำลังกัดฟันกรอด
จี้เยี่ยนซูรีบตะเกียกตะกายลงจากตัวเขาพลางกล่าวขอโทษขอโพย "ฉันไม่ได้ตั้งใจนะค่ะ"
หล่อนถอยหลังกรูดไปสองก้าว แต่แล้วขากลับอ่อนแรงจนทรุดเข่าลงกับพื้น
แม้ชายหนุ่มจะรีบดึงตัวหล่อนขึ้นมา แต่เข่าของหล่อนก็ถลอกจนได้
จี้เยี่ยนซูรู้สึกอยากจะร้องไห้ขึ้นมาครามครัน
ทำไมหล่อนถึงดวงกุดขนาดนี้?
ทันใดนั้นหล่อนก็อดสงสัยไม่ได้ว่า นี่คือบทลงโทษจากระบบที่นำพาความโชคร้ายมาให้หล่อนหรือเปล่า? พอคิดได้ดังนั้นจี้เยี่ยนซูก็ยิ่งอยากจะร้องไห้หนักกว่าเดิม
"สหายฉินคะ พวกเราอาจจะไม่ค่อยเหมาะกันสักเท่าไหร่..."
สีหน้าของเจียงอวิ๋นเซินชะงักค้าง ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นแปลกประหลาด "คุณเรียกผมว่าอะไรนะ?"
"สหายฉินไงคะ..." จี้เยี่ยนซูทวนคำอย่างแผ่วเบา
ดูเหมือนพี่สะใภ้จะเคยเอ่ยชื่อเขาให้ฟังอยู่บ้าง แต่ตอนนั้นหล่อนมัวแต่ยุ่งอยู่กับเรื่องอื่นเลยไม่ได้ตั้งใจฟัง ตอนนี้จึงจำได้เพียงเลือนลาง
สันกรามของเจียงอวิ๋นเซินขบเข้าหากันแน่น ยิ่งทำให้เขาดูเย็นชาและห่างเหินมากขึ้นไปอีก
"ผมไม่ได้นามสกุลฉิน"
"เอ๋?"
จี้เยี่ยนซูมั่นใจว่าหล่อนจำนามสกุลไม่ผิด หัวใจของหล่อนพลันเต้นผิดจังหวะ
หล่อนคงไม่ได้... จำคนผิดหรอกใช่ไหม?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา จี้เยี่ยนซูก็ไม่อาจทนอยู่ตรงนั้นได้แม้แต่วินาทีเดียว
น่าอายเหลือเกิน
หล่อนอยากจะแทรกแผ่นดินหนีไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด!
หล่อนฝืนยิ้มแห้งๆ แล้วเอ่ยว่า "พอดีฉันมีธุระอื่นน่ะค่ะ ต้องขอตัวก่อน"
ชายหนุ่มขยับกายไปด้านข้างเพื่อขวางทางหล่อนไว้
ไม่ว่าจี้เยี่ยนซูจะพยายามเบี่ยงไปทางไหน เขาก็จะตามมาขวางทางหล่อนไว้ได้อย่างแม่นยำเสมอ
เมื่อพิจารณาว่าเขาเคยช่วยเหลือหล่อนไว้ก่อนหน้านี้ จี้เยี่ยนซูจึงตัดสินใจอดทนต่อเขาเป็นครั้งสุดท้าย
อีกอย่าง หล่อนเองที่เป็นฝ่ายจำคนผิดก่อน
หล่อนเป็นฝ่ายผิดเอง
หล่อนกะพริบตาปริบๆ แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วถามว่า "สหาย มีธุระอะไรอีกหรือเปล่าคะ?"
เจียงอวิ๋นเซินหลุบตามองลึกลงไปในดวงตาของจี้เยี่ยนซู "คุณมาที่นี่เพื่อดูตัวใช่ไหม?"
แม้จะเป็นประโยคคำถาม แต่สีหน้าของเขากลับดูมั่นใจอย่างยิ่ง
เรื่องที่จี้เยี่ยนซูมายังเกาะแห่งนี้เพื่อดูตัวไม่ใช่ความลับอะไร และไม่มีอะไรต้องปิดบัง
หล่อนพยักหน้ายอมรับอย่างเปิดเผย "ใช่ค่ะ มาดูตัว"
เจียงอวิ๋นเซินรู้สึกแน่นหน้าอกอย่างประหลาด เดิมทีเขาคิดว่าจี้เยี่ยนซูตั้งใจมาตามหาเขา
ที่ไหนได้ มันเป็นเพียงเรื่องตลกเรื่องหนึ่ง
จี้เยี่ยนซูไม่ได้มาหาเขา
แถมหล่อนยังจำเขาผิดเป็นคนอื่นอีกต่างหาก!
ชายหนุ่มเงียบงันไป จนจี้เยี่ยนซูเริ่มใจคอไม่ดี "งั้น... ฉันขอตัวก่อนนะคะ?"
"ผมชื่อเจียงอวิ๋นเซิน"
จู่ๆ เขาก็โพล่งขึ้นมา
จี้เยี่ยนซูรีบพยักหน้าหงึกๆ "สหายเจียง ขอโทษด้วยนะคะที่เมื่อกี้ฉันจำคนผิด หวังว่าคงไม่ได้ไปขัดจังหวะธุระสำคัญของคุณนะคะ?"
เจียงอวิ๋นเซินกล่าวว่า "ไม่ต้องย้ำก็ได้"
เขารู้อยู่แล้วว่าจี้เยี่ยนซูจำคนผิด หล่อนไม่จำเป็นต้องย้ำเตือนซ้ำแล้วซ้ำเล่า
จี้เยี่ยนซู "..."
คนคนนี้ช่างรับมือยากเหลือเกิน
ต่อให้เขาจะหล่อมากแค่ไหน แต่มันก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงข้อนี้เลยสักนิด!
หล่อนค่อยๆ ขยับตัวไปด้านข้างอย่างระมัดระวังสองก้าว และครั้งนี้เจียงอวิ๋นเซินไม่ได้ตามมา
จี้เยี่ยนซูคว้ากระเป๋าผ้าใบเก่งเตรียมจะเดินจากไป
ทว่าเขากลับเรียกหล่อนไว้อีกครั้ง "เข่าของคุณ ไปทำแผลที่ห้องพยาบาลเสีย"
"ไม่เป็นไรค่ะ ไม่เป็นไร" จี้เยี่ยนซูโบกมือพัลวัน "แผลเล็กน้อยแค่นี้ เดี๋ยวก็หายค่ะ"
ใครๆ ต่างก็บอกว่าหล่อนบอบบาง แต่ในเมื่อเติบโตมาในชนบทและวิ่งเล่นตามท้องนาอยู่ทุกเมื่อเชื่อวัน หล่อนจะบอบบางขนาดนั้นได้อย่างไร?
การหกล้มถือเป็นเรื่องธรรมดามาก
พอหายเจ็บ เดี๋ยวทุกอย่างก็ดีขึ้นเอง
เจียงอวิ๋นเซินมองเห็นจี้เยี่ยนซูเดินกะเผลกก็รู้ว่าหล่อนคงจะเจ็บมาก
เขายื่นแขนออกไปตรงหน้าหล่อน "เกาะไว้"
"ไม่เป็นไรค่ะ"
สีหน้าของชายหนุ่มเย็นชาขึ้น "ผมควรต้องรับผิดชอบคุณ"
คำพูดของเจียงอวิ๋นเซินช่างน่าตกใจนัก
จี้เยี่ยนซูถึงกับสำลักน้ำลายตัวเองแล้วหันไปไอโขลกๆ สองสามที
ใบหน้านวลขาวแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่ออย่างรวดเร็ว
ลามไปจนถึงใบหูและลำคอ... เจียงอวิ๋นเซินแอบคิดในใจอย่างไม่ถูกกาลเทศะว่า หล่อนดูเหมือนกุ้งต้มไม่มีผิด
เขาเฝ้ารออย่างสงบจนกระทั่งจี้เยี่ยนซูเริ่มสงบลง
เจียงอวิ๋นเซินยืนกรานที่จะพาหล่อนไปทำแผลที่ห้องพยาบาล และยังต้องการให้หล่อนเกาะแขนเขาเดินไปด้วย
"ถ้าคุณไม่ถือสา ผมให้คุณขี่หลังก็ได้นะ"
แก้มของจี้เยี่ยนซูร้อนผ่าว
หากไม่ใช่เพราะสีหน้าของชายหนุ่มที่ดูจริงจังเกินเหตุ หล่อนคงคิดไปไกลกว่านี้แล้ว
เดิมทีจี้เยี่ยนซูตั้งใจจะปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นท่าทางเคร่งขรึมของเขา หล่อนก็นึกอยากจะแกล้งเขาขึ้นมาเสียดื้อๆ
ที่สำคัญที่สุดคือ ความประทับใจแรกที่หล่อนมีต่อเจียงอวิ๋นเซินนั้นค่อนข้างดี
บางที หล่อนควรจะลองปล่อยให้มันเป็นไปตามน้ำดูดีไหม?
ประกายตาพราวระยับวูบหนึ่งผ่านดวงตางามของจี้เยี่ยนซู
หล่อนก้มตัวลงแตะเข่าตัวเองพลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงตัดพ้อ "เจ็บอยู่เหมือนกันค่ะ"
สายตาของเจียงอวิ๋นเซินเลื่อนลงมองเข่าที่บวมแดง ผิวหนังถลอกจนมีเลือดซึมออกมาเล็กน้อย
มันช่างตัดกับผิวขาวเนียนรอบๆ จนดูน่ากลัว
สำหรับเจียงอวิ๋นเซิน แผลเพียงเท่านี้ถือเป็นเรื่องเล็กน้อย
แต่พอเห็นแผลนี้อยู่บนตัวจี้เยี่ยนซู เขากลับรู้สึกว่ามันรุนแรงเหลือเกิน
เขานั่งยันเข่าลงตรงหน้าหล่อน ตรวจดูบาดแผลอย่างละเอียดและปฐมพยาบาลเบื้องต้นอย่างง่ายๆ เศษทรายเล็กๆ ที่อยู่ข้างในต้องไปจัดการที่ห้องพยาบาล
หากล้างไม่สะอาดอาจเกิดการติดเชื้อ และอาจจะทิ้งรอยแผลเป็นไว้ได้
เจียงอวิ๋นเซินหันหลังให้จี้เยี่ยนซู "ขึ้นมา"
จี้เยี่ยนซูถามอย่างลังเล "มันจะดูไม่ดีหรือเปล่าคะ?"
เจียงอวิ๋นเซินหันหน้ากลับมามองหล่อนด้วยความฉงน "ก็คุณเจ็บอยู่ไม่ใช่หรือ? การพาสหายที่บาดเจ็บไปส่งห้องพยาบาลเป็นเรื่องปกติมาก"
จี้เยี่ยนซูแอบถอนหายใจในใจ
คนคนนี้ช่างเป็นท่อนไม้หัวรั้นจริงๆ!
ขณะที่หล่อนกำลังจะเอ่ยอะไรบางอย่าง ก็ได้ยินเจียงอวิ๋นเซินพูดขึ้นว่า "ผมไม่อยากให้เรื่องเมื่อครู่เกิดขึ้นเป็นครั้งที่สอง"
"เรื่องอะไรคะ?"
จี้เยี่ยนซูรู้สึกงุนงงเล็กน้อย
ใบหูของเจียงอวิ๋นเซินร้อนผ่าว แต่สีหน้ายังคงเรียบเฉย "อย่ามาอ่อยผมอีก"
จี้เยี่ยนซู "..."
สวรรค์เป็นพยานเถอะ หล่อนไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ!
"อ้อ"
หล่อนตอบรับไปเพียงเท่านั้น
เจียงอวิ๋นเซินกลับยิ่งรู้สึกประหม่าขึ้นไปอีก จี้เยี่ยนซูยอมรับแล้วว่าหล่อนกำลังอ่อยเขาอยู่จริงๆ!
เขาส่งสายตาเย็นชาให้หล่อนครู่หนึ่ง ก่อนจะย่อตัวลงตรงหน้าจี้เยี่ยนซูอีกครั้ง
เขาย้ำคำเดิม "ขึ้นมา"
"ค่ะ"
จี้เยี่ยนซูพยายามกลั้นหัวเราะสุดความสามารถ
หล่อนเริ่มรู้สึกว่าเจียงอวิ๋นเซินเป็นคนที่น่าสนใจมาก เขาพูดจาเย็นชาที่สุดแต่กลับทำในสิ่งที่ใจดีที่สุด
นี่คือสิ่งที่เขาเรียกว่าปากร้ายใจดี หรือพวกเย็นชานอกแต่อบอุ่นในใช่ไหมนะ?
เมื่อเทียบกับพวกที่ทำตัวอบอุ่นแต่ใจคอโหดเหี้ยมแล้ว เขาดูน่ารักกว่ากันเยอะเลย!
จี้เยี่ยนซูวางมือลงบนบ่าของเจียงอวิ๋นเซินแล้วปีนขึ้นไปบนหลังของเขา
ร่างของหล่อนถูกยกขึ้นอย่างง่ายดาย
"ฉันจะไหลลงแล้วค่ะ" เพราะเจียงอวิ๋นเซินไม่ได้ช่วยพยุงไว้ จี้เยี่ยนซูจึงต้องวาดแขนโอบรอบคอของเขาไว้
หล่อนถึงจะไม่ไหลลงไปกองกับพื้น
เจียงอวิ๋นเซินขมวดคิ้ว สีหน้าดูสับสนกังวล
เขาขยับจัดท่าทางให้หล่อนอยู่สูงขึ้น โดยสอดมือไปใต้ข้อพับขาของหล่อน
เมื่อมีที่ยึดเหนี่ยว จี้เยี่ยนซูถึงได้รู้สึกสบายตัวขึ้น
หล่อนเอียงคอหันไปมองเจียงอวิ๋นเซิน
ในระยะที่ใกล้ชิดกันขนาดนี้ หล่อนมองเห็นได้แม้กระทั่งรูขุมขนบนผิวหนังของเขา
ผิวสีน้ำผึ้งของเขาดูสม่ำเสมอดี
ใบหน้าสะอาดสะอ้าน ปลายคางโกนหนวดเคราเกลี้ยงเกลา เสื้อผ้าก็มีกลิ่นหอมสะอาดของสบู่ ชัดเจนว่าเขาเป็นสหายที่เจ้าระเบียบและดูแลตัวเองดีมาก
จี้เยี่ยนซูยิ่งประทับใจในตัวเจียงอวิ๋นเซินมากขึ้นไปอีก
หล่อนจ้องมองเขาด้วยสายตาที่แน่วแน่ ลมหายใจอุ่นๆ รดใบหน้าของเขา พร้อมกับกลิ่นหอมจางๆ ของครีมบำรุงผิว
เจียงอวิ๋นเซินรู้สึกแน่นหน้าอกขึ้นมาอีกครั้ง "อย่าพิงผม"
"เอ๋?"
"ขยับออกไปหน่อย"
จี้เยี่ยนซูแกว่งขาไปมา "งั้นก็วางฉันลงเถอะค่ะ"
เจียงอวิ๋นเซินไม่ได้หมายความแบบนั้น
ใบหน้าของเขาแดงซ่าน และพูดด้วยน้ำเสียงเข้มขรึมว่า "ให้จับแค่ไหล่ของผมก็พอ"