เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 55 : ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สาม!

บทที่ 55 : ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สาม!

บทที่ 55 : ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สาม!


บทที่ 55 : ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สาม!

หลังจากหารือกันอย่างถี่ถ้วน

ในที่สุด แผนการเดินทางของคณะเย่ฉางเฟิงก็ได้รับการสรุป

เย่ฉางเฟิง, ลู่เสวี่ยฉี, เจิงซูซู, จิ้งจอกหกหาง และจิ้งจอกสามหาง ทั้งห้าจะมุ่งหน้าไปยัง 'เขาหลิวปัว' แห่งทะเลตะวันออก ส่วนฉีฮ่าวนั้นจะรับหน้าที่เฝ้าระวังอยู่ที่เมืองเสี่ยวฉือ เพื่อรอคอยให้ 'ห้วงอเวจีสีชาด' ดาบคู่ชีวิตของเย่ฉางเฟิงบ่มเพาะพลังจนเสร็จสมบูรณ์

อันที่จริงแล้ว...

ดาบห้วงอเวจีสีชาดไม่จำเป็นต้องมีใครเฝ้าก็ได้

เพราะ...เย่ฉางเฟิงได้ใช้โลหิตบริสุทธิ์ของตนทำพิธีหลอมสร้างและผูกจิตวิญญาณไปเรียบร้อยแล้ว นับจากนี้ไป มีเพียงเขาผู้เดียวเท่านั้นที่จะสามารถใช้งานดาบบินเล่มนี้ได้

เหตุผลที่แท้จริงที่เขาขอให้ฉีฮ่าวรั้งรออยู่ที่นี่ ก็เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการอำพรางตัวตนของเขาต่อไปอีกสักระยะ...

เขายังไม่คิดจะเปิดเผยตัวตนที่แท้จริงต่อสายตาชาวโลกในเร็ววัน

เพราะ...เขาวางแผนจะจัดการนิกายมารให้เจ็บแสบสักครั้ง

หากเป็นไปได้ ก็อยากจะกวาดล้างพวกมันให้สิ้นซากในคราวเดียว

คณะของเย่ฉางเฟิงรีบเดินทางออกจากเมืองเสี่ยวฉือและมุ่งหน้าสู่เขาหลิวปัวในทันทีโดยไม่หยุดพัก เพื่อไม่ให้เสียเวลาแม้แต่น้อย...

เนื่องจาก...ระยะทางระหว่างเมืองเสี่ยวฉือกับเขาหลิวปัวนั้นค่อนข้างไกล

ต่อให้เร่งเดินทางข้ามวันข้ามคืนด้วยการเหินดาบ ก็ยังต้องใช้เวลานานพอสมควร

...

สองเดือนต่อมา

ณ ทะเลตะวันออก

เขาหลิวปัว

ผู้คนจากทั้งฝ่ายธรรมะและฝ่ายอธรรมเริ่มทยอยมารวมตัวกันที่นี่มากขึ้นเรื่อยๆ

นิกายราชันย์ภูตแทบจะยกมาทั้งนิกาย

ไล่ตั้งแต่ประมุขนิกาย ทูตซ้ายขวาทั้งสี่ ไปจนถึงยอดฝีมือระดับสูง ต่างตบเท้าเข้าร่วมงานชุมนุมครั้งนี้อย่างพร้อมเพรียง

ทางด้านนิกายหมื่นพิษก็ส่งผู้อาวุโสระดับซ่างชิงมาถึงสามคน

ได้แก่ ตวนมู่เหลาไกว้ (ปีศาจเฒ่าตวนมู่), ไป๋ตู๋จื่อ (ร้อยพิษ), และซีเสวี่ยเหลาเยา (ปีศาจเฒ่าดูดเลือด)

นอกจากนี้

ยังมีกองกำลังยอดฝีมือของนิกายหมื่นพิษติดตามมาอีกจำนวนมาก

ทางฝั่งฝ่ายธรรมะก็ไม่น้อยหน้า นิกายชิงหยุนส่งยอดฝีมือระดับประมุขยอดเขามาถึงสี่ท่าน ได้แก่ เถียนปู้อี้, ซูหรู, ชางซง, และสุ่ยเยว่ พร้อมด้วยศิษย์เอกฝีมือดีจากทั้งสามยอดเขา

ฝ่ายพุทธก็ส่งยอดฝีมือระดับซ่างชิงมาร่วมด้วยหนึ่งท่าน

นั่นคือ ต้าลี่จุนเจอะ ประมุขแห่งนิกายวัชระ ผู้มีชื่อเสียงโด่งดังในวงการพุทธศาสนา และนับเป็นเสาหลักต้นหนึ่งของฝ่ายธรรมะ

นอกจากนี้

ยังมีฝ่าเซียงและฝ่าซ่านจากวัดเสียงสวรรค์ รวมถึงเยี่ยนหงและหลี่สวินจากหุบเขาธูปสวรรค์มาร่วมด้วย

สรุปก็คือ ยอดฝีมือจากทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรมต่างหลั่งไหลมารวมตัวกันที่เขาหลิวปัวอย่างเนืองแน่น

แม้จะมีการกระทบกระทั่งกันบ้างประปรายระหว่างศิษย์ของทั้งสองฝ่าย แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีการปะทะกันครั้งใหญ่เกิดขึ้น

นั่นเป็นเพราะ...คนส่วนใหญ่ต่างกำลังรอคอยอะไรบางอย่าง

บัดนี้เวลาได้ล่วงเลยไปเกือบสามเดือนแล้วนับตั้งแต่การเปิดเผยของม่านสวรรค์ครั้งที่สอง การเปิดเผยครั้งที่สาม...กำลังจะเริ่มขึ้นในไม่ช้า

ในเวลานี้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายธรรมะหรืออธรรม

พวกเขาส่วนใหญ่ต่างเฝ้ารอคอยการเปิดเผยจากม่านสวรรค์ในรอบที่สามอย่างใจจดใจจ่อ หวังว่าจะได้รับข้อมูลที่เป็นประโยชน์จากมัน

...

เขาหลิวปัว

ริมชายฝั่ง

เกลียวคลื่นซัดสาดรุนแรง ฟองขาวโพลนแตกกระจายกระทบโขดหิน

ค่ายพักแรมของฝ่ายธรรมะตั้งมั่นอยู่ที่นี่

ในกระโจมหลักหลังหนึ่ง เหล่าผู้นำจากนิกายชิงหยุนมารวมตัวกันอย่างพร้อมหน้า

"ศิษย์สี่คนจากวัดเสียงสวรรค์และหุบเขาธูปสวรรค์มาถึงเขาหลิวปัวได้ครึ่งเดือนแล้ว แต่ทำไมพวกฉางเฟิงถึงยังไม่มีข่าวคราวเลย..." ซูหรูเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงกังวล

เถียนปู้อี้เองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดไม่ต่างกัน

ชางซงครุ่นคิดบางอย่างในใจเงียบๆ

"วางใจเถอะ พวกเขาไม่เป็นอะไรหรอก" สุ่ยเยว่กล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

ซูหรูชะงักไปเล็กน้อย

ศิษย์พี่หญิงไม่ห่วงความปลอดภัยของเสวี่ยฉีเลยหรือ?

ความจริงแล้วสุ่ยเยว่ย่อมเป็นห่วง...

แต่...นางมั่นใจว่าลู่เสวี่ยฉีจะปลอดภัย

เพราะก่อนที่จะออกจากนิกายชิงหยุน เจ้านิกายเต้าเสวียนได้แอบติดต่อกับนางเป็นการส่วนตัว และบอกเล่าข้อสันนิษฐานต่างๆให้ฟัง รวมถึงเรื่องที่สงสัยว่ามีหนอนบ่อนไส้ในนิกาย และเรื่องที่เย่ฉางเฟิงอาจจะเป็นว่าที่เจ้านิกายในอนาคต...

ในตอนแรก สุ่ยเยว่ไม่อยากจะเชื่อหูตัวเอง

แต่เมื่อได้ฟังเหตุผลประกอบจากเจ้านิกายเต้าเสวียน นางก็เริ่มคล้อยตาม

ด้วยเหตุนี้ นางจึงไม่ค่อยกังวลเรื่องความปลอดภัยของลู่เสวี่ยฉีมากนัก

หากเย่ฉางเฟิงคือเจ้านิกายชุดครามผู้นั้นจริงๆ ลู่เสวี่ยฉีย่อมปลอดภัยหายห่วง

สิ่งที่สุ่ยเยว่ต้องทำในตอนนี้ คือการจับตาดูชางซง เพื่อพิสูจน์ว่าเขาได้ทรยศไปเข้ากับฝ่ายมารจริงหรือไม่

เมื่อคิดได้ดังนั้น สุ่ยเยว่ก็หลุบตาลงต่ำ

หางตาของนางเหลือบมองชางซงเต้าเหรินอย่างแนบเนียน ยากจะจินตนาการได้เลยว่า ศิษย์พี่ผู้กุมกฎเหล็กแห่งนิกายชิงหยุน จะกลายเป็นผู้ต้องสงสัยว่าเป็นไส้ศึกของนิกายมาร...

'เฮ้อ'

สุ่ยเยว่ถอนหายใจในใจ

….

ชางซงเต้าเหรินไม่รู้ตัวเลยว่ากำลังถูกจับตามอง

เขาไม่คาดคิดว่าตนเองจะตกเป็นผู้ต้องสงสัย จึงยังคงวางมาดองอาจผ่าเผย เต็มไปด้วยรัศมีแห่งความเที่ยงธรรมเช่นเดิม

"ผ่านมาเกือบสามเดือนแล้วนับจากม่านสวรรค์รอบที่สอง การเปิดเผยรอบที่สามกำลังจะเริ่มขึ้น บางที..."

"พวกเราอาจจะได้รู้ข้อมูลสำคัญบางอย่างจากมัน"

ชางซงเต้าเหรินกล่าวขึ้น

แต่ในความเป็นจริง...ภายในใจของเขากำลังสั่นไหวด้วยความหวาดกลัว

เขากลัวเหลือเกินว่าม่านสวรรค์จะเปิดโปงสถานะคนทรยศของเขา

หากความลับรั่วไหล ทุกสิ่งที่เขาทุ่มเทมาก็จะสูญเปล่าทันที

"หวังว่าจะเป็นเช่นนั้น..." เถียนปู้อี้ถอนหายใจ

...

ส่วนลึกของเขาหลิวปัว

กลุ่มคนของนิกายราชันย์ภูตซ่อนตัวอยู่ที่นี่

โยวจีและปี้เหยาเดินทางมาถึงที่นี่ทันทีหลังจากออกจากหุบเขาคงซาง และได้รายงานเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นในทะเลไร้รักให้ว่านเหรินหวังทราบ

"พวกเจ้าได้พบกับเจ้านิกายชุดครามผู้นั้น!?" ว่านเหรินหวังตกตะลึงมาก

"ใช่" แววตาของโยวจีดูซับซ้อน

นางหวนนึกถึงตอนที่ถูกเย่ฉางเฟิงเห็นใบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความรู้สึกอับอายระคนขุ่นเคืองก็ผุดขึ้นมาในใจ...

"ฝีมือของเขาเป็นอย่างไรบ้าง?"

"สืบรู้ตัวตนที่แท้จริงของเขาหรือไม่!?" ว่านเหรินหวังถามต่อ

"ฝีมือของเขาเหนือกว่าข้ามาก ส่วนตัวตน..." โยวจีส่ายหน้า "ข้าเองก็ไม่ทราบแน่ชัด"

ว่านเหรินหวังตาเป็นประกาย

ฝีมือเหนือกว่าโยวจี? นั่นหมายความว่าน่าจะอยู่ที่ระดับซ่างชิงขั้นปลาย!

ยังดี!

ที่ยังไม่เติบโตจนถึงขีดสุด!

ว่านเหรินหวังถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะสั่งการ "ช่างหัวเขาไปก่อน ม่านสวรรค์รอบที่สามกำลังจะเริ่มแล้ว อีกทั้ง 'ขุยหนิว' (วัวอัสนี) ก็ใกล้จะตื่นจากการจำศีล พวกเราต้องรีบเตรียมการให้พร้อม"

"รับทราบท่านประมุข"

...

เขาหลิวปัว

หุบเขาสราญรมย์

ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ฐานที่มั่นลับของนิกายเหอฮวนนั้นซ่อนตัวอยู่ที่เขาหลิวปัวแห่งนี้

ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ความเคลื่อนไหวของทั้งฝ่ายธรรมะและอธรรม ล้วนตกอยู่ในสายตาของนิกายเหอฮวนทั้งสิ้น

ที่ด้านหลังเขา

ภายในห้องศิลาลับที่ไม่มีใครรู้จัก ซานเมี่ยวเซียนจื่อ…ปรากฏกายขึ้นอย่างเงียบเชียบ

เเละผู้ที่ซ่อนตัวอยู่ภายในห้อง...คือจินผิงเอ๋อร์ ที่บัดนี้กำลังถูกทั่วทั้งฝ่ายมารตามล่าตัว

"ท่านอาจารย์?"

จินผิงเอ๋อร์ได้ยินเสียงฝีเท้าจากด้านนอก นางกระชับ 'ดาบประกายม่วง' ในมือแน่น ก่อนจะส่งเสียงถามออกไปอย่างระแวดระวัง

"ข้าเอง"

เสียงอ่อนโยนของซานเมี่ยวเซียนจื่อดังตอบกลับมา

จินผิงเอ๋อร์ถอนหายใจด้วยความโล่งอก

นางรีบเปิดประตูห้องลับออกด้วยความดีใจ แล้วชะโงกหน้าออกมา

ดรุณีน้อยในชุดขาวบริสุทธิ์ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สูงโปร่ง เรือนผมยาวสลวยทิ้งตัวลงคลอเคลียไหล่ หน้าอกหน้าใจเริ่มนูนเด่นบ่งบอกถึงความเป็นสาวสะพรั่ง ใบหน้าอ่อนเยาว์งดงามล่มเมือง

ซานเมี่ยวเซียนจื่อก้าวเข้ามาในห้อง

"ผิงเอ๋อร์ ตอนนี้คนของทั้งสองฝ่ายมารวมตัวกันที่เขาหลิวปัวกันหมดแล้ว รอดูกันว่าเจ้านิกายชุดครามผู้นั้นจะปรากฏตัวหรือไม่ หากเขามา...เจ้าจงปรากฏตัวต่อหน้าเขาเสีย"

"เมื่อถึงเวลานั้น หากมีเขาคอยปกป้อง และมีนิกายชิงหยุนหนุนหลัง คนของนิกายมารก็คงทำอะไรเจ้าไม่ได้"

ซานเมี่ยวเซียนจื่อกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน

บัดนี้...ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สามกำลังจะเริ่มขึ้น

ใต้หล้า...อาจกำลังก้าวเข้าสู่ความโกลาหลครั้งใหญ่ก็เป็นได้

……

จบบทที่ บทที่ 55 : ม่านสวรรค์เปิดเผยรอบที่สาม!

คัดลอกลิงก์แล้ว