- หน้าแรก
- วันสิ้นโลกทั้งที ไปแหยมกับพวกตัวเป้งสักหน่อยจะเป็นไรไป
- ตอนที่ 20 เขาจะโกรธถ้าไม่ยอมให้จับ
ตอนที่ 20 เขาจะโกรธถ้าไม่ยอมให้จับ
ตอนที่ 20 เขาจะโกรธถ้าไม่ยอมให้จับ
"อ๊ะ... พายุทรายนี่นา" เฉินเหยาเหยาที่กำลังวางแผนอะไรบางอย่างในใจ จู่ๆ ก็สะดุ้งตกใจกับทรายสีเหลืองที่พัดปลิวอยู่ไม่ไกล เธอไม่อยากเจอภัยพิบัติทางธรรมชาติอีกแล้ว ที่รอดมาได้จนถึงทุกวันนี้ก็เพราะเพื่อนร่วมทีมคอยปกป้องเธอทั้งนั้น
สถานการณ์ปัจจุบันของเธอไม่ค่อยสู้ดีนัก
ถ้าต้องเผชิญกับอันตราย พวกเขาก็คงไม่สนสี่สนแปดอะไรเธอแน่ๆ
สือหมิงขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ย "เงียบแล้วขับรถไปเถอะ ไม่ต้องไปสนอย่างอื่น"
เขาแผ่พลังจิตสัมผัสไปรอบๆ บริเวณ ทำให้รู้ทิศทางลม จึงสามารถหลีกเลี่ยงพายุทรายได้อย่างเป็นธรรมชาติ
สือเย่เหยียบคันเร่งโดยไม่ลังเลแม้แต่น้อย
เห็นได้ชัดว่าเฉินเหยาเหยาไม่พอใจที่ถูกเมิน เธอแอบคิดในใจว่าถ้าทำให้เขาตกหลุมรักได้เมื่อไหร่ เธอจะจิกหัวใช้เขาเป็นทาส ให้เขาคุกเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาจากเธอเลยคอยดู
แต่ตอนนี้เธอต้องอดทนไปก่อน จะปล่อยให้ความพยายามทั้งหมดที่ผ่านมาสูญเปล่าไม่ได้เด็ดขาด
มู่กั่วกั่วอยากจะหัวเราะออกมาดังๆ การได้เห็นหล่อนหน้าแตกนี่มันตลกดีจริงๆ เสียงโวยวายของหล่อนก็น่ารำคาญซะไม่มี
เธอจงใจพูดขึ้นมา "สือหมิง คุณนี่ใจร้ายจังเลย ฉันไม่อยากซุกอกคุณแล้ว ปล่อยฉันนะ"
ติ๊ง! การแจ้งเตือนจากระบบ: แต้มความมืดมน +2
แต้มสะสมทั้งหมดที่ได้รับ: 18
เขาโกรธแค่เพราะฉันไม่ยอมให้เขากอดเนี่ยนะ
ในที่สุดเธอก็หาข้ออ้างขยับหนีจากเขาได้เสียที
ถ้าสะสมครบ 20 แต้ม เธอจะสามารถอัปเกรดพลังสายอัญเชิญได้ หลังจากอัปเกรดแล้ว สมรรถภาพทางกายของเธอก็จะดีขึ้นด้วย ค่อยๆ เปลี่ยนจากสายแทงค์กระดาษกลายเป็นสายถึกทน ทำให้ความสามารถในการป้องกันตัวของเธออยู่ในระดับท็อปฟอร์ม
แม้ว่าชายหนุ่มจะรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อย แต่เขาก็ยังคงมีเหตุผล สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่สถานการณ์ภายนอก แต่มือที่โอบเอวเธออยู่กลับไม่มีทีท่าว่าจะยอมปล่อย ไม่ว่าเธอจะดิ้นรนแค่ไหนก็ตาม
มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่กล้าทำตัวหน้าด้านขนาดนี้
มุมปากของเฉินเหยาเหยากระตุก เธอแอบทึ่งกับแม่จอมดราม่าคนนี้อยู่เหมือนกัน ถูกตามใจซะขนาดนั้นทำไมถึงได้เนรคุณแบบนี้นะ กล้าไปยั่วโมโหคนอื่น—หล่อนเสียสติไปแล้วหรือไง
ไม่กลัวจะไปทำให้พวกนั้นโกรธแล้วโดนโยนทิ้งเหรอเนี่ย!
แต่พอเธอหันไปมองใบหน้าสวยงามราวกับดอกไม้และผิวพรรณขาวเนียนของหล่อน มันก็ชวนให้รู้สึกอยากจะรังแกหล่อนให้หนักๆ แล้วฆ่าทิ้งซะ คงจะสะใจน่าดู
เธอถึงกับสะดุ้งกับความโรคจิตของตัวเอง
ด้วยแรงกระแทกกระทั้นของรถ ในที่สุดพวกเขาก็รอดพ้นจากความเสี่ยงที่จะถูกพายุทรายกลืนกินและปลอดภัยในชั่วคราว
เฉินเหยาเหยาเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง "ขอโทษนะคะ เมื่อกี้ฉันผิดเอง ฉันจะควบคุมอารมณ์ให้ดีกว่านี้ จะไม่ทำให้พวกคุณต้องเดือดร้อนอีกแล้วค่ะ"
มาด้วยน้ำเสียงแบบนั้น ใครจะไปตำหนิเธอลง
ก่อนที่ฟ้าจะมืด รถออฟโรดก็แล่นเข้าไปในถ้ำหินแห่งหนึ่ง ถ้ำทรงกลมนี้มีขนาดเพียง 20 ตารางเมตรเท่านั้น กว้างพอที่จะกันลมและทรายรอบๆ ได้แบบฉิวเฉียด
มู่กั่วกั่วมองดูพวกเขาลงจากรถไปกางเต็นท์
เพื่อรักษาความบริสุทธิ์ของตัวเอง เธอตั้งใจว่าจะนอนในรถคืนนี้ ในพื้นที่แคบๆ แบบนี้ คงไม่มีเรื่องบ้าๆ อะไรเกิดขึ้นหรอก หมอนั่นคงไม่หื่นกระหายขนาดนั้นมั้ง
เฉินเหยาเหยาลงจากรถไปแล้วและเสนอตัวอย่างกระตือรือร้น "มีอะไรให้ฉันช่วยอีกไหมคะ บอกมาได้เลยนะ ฉันเรียนรู้งานจากทีมเก่ามาเยอะ งานลอจิสติกส์นี่ฉันถนัดสุดๆ ไปเลยล่ะ"
ไม่มีใครเกลียดผู้หญิงที่ขยันและกระตือรือร้นหรอก
บังเอิญว่า EQ ของสองพี่น้องคู่นี้บางทีก็ติดลบ พวกเขาไม่รู้เลยสักนิดว่าหล่อนพยายามจะสื่ออะไร
สือเย่พูดอย่างตรงไปตรงมา "งั้นก็ไปจุดไฟตรงนู้นซะ มีฟืนแห้งอยู่ท้ายรถน่ะ"
แน่นอนว่าเขาจะไม่ยอมให้เธอมากินอยู่ฟรีๆ หรอก เธอต้องทำงานแลกข้าว เพียงแต่มีบางคนที่เขาทำใจสั่งไม่ลง และพี่ชายของเขาก็ไม่ได้พูดห้ามอะไรด้วย
เฉินเหยาเหยาพยักหน้ารับพร้อมกับส่งยิ้มอย่างเชื่อฟัง
แต่ทันทีที่หันหลังกลับ สีหน้าของเธอก็ดำทะมึนลง เธอเดินไปที่รถและเห็นมู่กั่วกั่วกำลังนั่งกินขนมสบายใจเฉิบอยู่ข้างใน ซึ่งนั่นยิ่งทำให้เธอโกรธจัด เธอจิกเล็บเข้าหากันแน่น ไม่กล้าแม้แต่จะระบายความโกรธออกมา
มู่กั่วกั่วยังมีหน้ามาโบกมือให้เธออีก "เหยาเหยา หิวหรือเปล่า ทำไมไม่กินอะไรก่อนเริ่มงานล่ะ"
ใครจะไปชอบทำงานใช้แรงงานแบบนี้กันล่ะ
คนหนึ่งเป็นผู้หญิงที่เสนอตัวมาให้พวกเขาเอง ส่วนอีกคนคือผู้หญิงที่พวกเขาวางแผนแย่งชิงมาอย่างยากลำบาก สถานะของพวกเธอช่างแตกต่างกันราวฟ้ากับเหว
ถ้าตัวละครสมทบหญิงคนนี้ได้เจอพวกเขาก่อน ผลลัพธ์จะออกมาต่างไปจากนี้ไหมนะ บางทีหล่อนอาจจะมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีกว่านี้ก็ได้
เฉินเหยาเหยาฝืนยิ้ม "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ฉันต้องรีบจุดไฟก่อน เธอมาช่วยฉันหน่อยได้ไหมคะ"
เธอคิดหาวิธีที่จะลากนังผู้หญิงจองหองคนนี้ลงมาคลุกฝุ่นด้วยกันแล้ว หวังว่าหล่อนจะไม่ปฏิเสธนะ
188 เอ่ยเตือนเธอ "โฮสต์ อย่าไปสนใจหล่อนเลย"
ตอนแรกมู่กั่วกั่วก็ไม่อยากจะตอบรับหรอก แต่เธอไม่เชื่อว่าเธอจะเอาชนะเล่ห์เหลี่ยมของตัวละครสมทบหญิงคนนี้ไม่ได้
เธอลังเลเล็กน้อยก่อนจะพูดว่า "จะให้ฉันช่วยยังไงล่ะ ฉันทำเรื่องพวกนี้ไม่ค่อยเก่งซะด้วยสิ"
ไม่ว่าจะในอดีตหรือตอนนี้ เธอไม่เคยทำงานใช้แรงงานเลยสักนิด เธอถูกประคบประหงมมาตลอด
เฉินเหยาเหยายังคงตะล่อมเธอต่อไป "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ช่วยฉันแบกฟืนสองสามท่อนก็พอ ที่เหลือเดี๋ยวฉันจัดการเอง ฉันหวังพึ่งเธออยู่นะกั่วกั่ว ลงมาเถอะค่ะ"
ตามพล็อตในหนังสือ การที่ตัวละครสมทบหญิงมาหาคุณมักจะไม่มีเรื่องดีเกิดขึ้นหรอก เธอแค่สงสัยว่าหล่อนจะมาไม้ไหนก็เท่านั้น
มู่กั่วกั่วรีบเข้าไปช่วยหล่อนจัดเรียงฟืนอย่างรวดเร็ว
จากนั้น ขณะที่รอให้หล่อนจุดไฟ เธอก็เริ่มระแวดระวังการเล่นตุกติก โดยจงใจรักษาระยะห่างเอาไว้
หล่อนคงไม่พยายามจะจุดไฟเผาเธอหรอกใช่มั้ย
แต่กลายเป็นว่าเฉินเหยาเหยาดันเผาตัวเองซะงั้น หล่อนกรีดร้องลั่นและเริ่มร้องไห้ "ฮือๆๆ เจ็บมือจังเลย กั่วกั่ว ช่วยฉันด้วย เร็วเข้า"
มู่กั่วกั่วกลอกตาบน ที่แท้ก็แผนทำร้ายตัวเอง แล้วก็ป้ายสีให้เธอเป็นคนน่าสงสัยนี่เอง
เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ เฉินเหยาเหยาวิ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือ และทันทีที่สัมผัสตัวเธอ หล่อนก็ล้มฟุบลงไปกองกับพื้น
แววตาของตัวละครสมทบหญิงเต็มไปด้วยละครฉากใหญ่และความอ่อนแอ
ปฏิกิริยาแรกของสือเย่เมื่อเดินเข้ามาคือการช่วยพยุงเธอขึ้น เขาถามด้วยความงุนงง "เอ๊ะ จุดไฟแค่นี้ทำไมถึงได้เจ็บตัวล่ะ รอเดี๋ยวนะ... ฉันจะไปเอายาที่รถมาให้"
พลังสายพืชของเขาไม่มีฟังก์ชันในการรักษา
ในช่วงเสี้ยววินาที เขาแอบคิดว่ากั่วกั่วเป็นคนรังแกเธอ แต่ในเมื่อผู้หญิงคนนี้ไม่ได้พูดอะไร มันก็คงเป็นแค่อุบัติเหตุนั่นแหละ
อีกอย่าง ทำไมเขาต้องมาคอยใส่ใจผู้หญิงแปลกหน้าด้วยล่ะ สือเย่ก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน เขาไม่ใช่ผู้ชายที่เอาใจใส่ใครเป็นพิเศษ และเขาก็รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ
แต่เขาก็ยังไปเอายามาทาให้หล่อนอยู่ดี
สือหมิงเอนตัวเข้ามาใกล้ๆ มู่กั่วกั่วโดยไม่พูดอะไร นานๆ ทีแม่ตัวน้อยคนนี้จะยอมลงมาทำงานบ้าง ถือว่าเป็นเรื่องแปลกมาก
ส่วนเรื่องที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงอีกคน เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด ปล่อยให้น้องชายวุ่นวายอยู่กับหล่อนไปเถอะ
มู่กั่วกั่วรู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้โง่ขนาดนั้น การฟ้องตรงๆ มันจะดูจงใจเกินไป ปล่อยให้พวกนั้นสงสัยกันเอาเองจะดีกว่า ซึ่งนั่นจะยิ่งขับเน้นความใจกว้างของเธอให้ดูโดดเด่นขึ้นไปอีก
สือเย่รีบนำยามาให้และปล่อยให้เฉินเหยาเหยาทาด้วยตัวเอง เขาไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรหล่อนต่อ โดยถือว่ามันเป็นอุบัติเหตุ ท้ายที่สุดแล้ว ผู้หญิงคนนี้ก็ไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้น
หล่อนกำลังปูทางสร้างภาพลักษณ์ของตัวเองอยู่สินะ
มู่กั่วกั่วไม่ได้ใส่ใจแผนการของหล่อนเท่าไหร่นัก เธอยังคงเดินหน้าทำตามเป้าหมายหลักของตัวเอง นั่นคือการยั่วโมโหหล่อน เธอพึมพำเบาๆ "อาหมิง ฉันอยากกินผลไม้กระป๋อง ไปเอามาให้ฉันหน่อยสิ"
"อืม อยากกินผลไม้อะไรล่ะ"
สือหมิงมองเธอแล้วตอบรับ ทันทีที่หนุ่มหล่อเย็นชาเกิดอาการคลั่งรัก เขาก็กลายเป็นหนุ่มแสนหวานไปในพริบตา
มู่กั่วกั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ลูกพีช"
เมื่อได้ยินดังนั้น เขาก็หันหลังเดินไปหยิบมาให้ทันที
เฉินเหยาเหยามองดูขนมปังในมือด้วยความโกรธแค้น เธอคู่ควรกับการกินแค่ไอ้นี่งั้นเหรอ นังผู้หญิงคนนี้ต้องตาย
ความคิดนี้เริ่มทวีความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ