เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 4 ความสุขสองเท่า

บทที่ 4 ความสุขสองเท่า

บทที่ 4 ความสุขสองเท่า


บทที่ 4 ความสุขสองเท่า

ในยามนี้ เฟิ่งซือหานกำลังยืนอยู่บนถนนสายหนึ่งที่ดูไม่สู้จะคึกคักนัก

นับตั้งแต่เขาก้าวออกมาจากประตูมิติสีดำ เขาก็ได้แต่เฝ้าสำรวจสภาพแวดล้อมโดยรอบด้วยความระมัดระวัง เพราะต้องการรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่ที่ตนอาศัยอยู่ในตอนนี้เป็นอันดับแรก

ประการแรก เขาไม่ได้อยู่ร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ ในกลุ่มจอมมาร ดูเหมือนว่าทุกคนจะถูกส่งไปแบบกระจัดกระจายไปทั่วทวีปแห่งนี้

หากเป็นเช่นนั้น อย่างน้อยในตอนนี้เขาก็ยังไม่ต้องกังวลว่าพวกสมาชิกกลุ่มผู้กล้าจะรวมตัวกันได้ติด

เรื่องนี้ช่วยซื้อเวลาให้เขาได้ซ่อนตัวเพื่อพัฒนาตนเองในช่วงเริ่มต้นได้บ้าง

ประการที่สอง โลกของเทพโครงกระดูกแห่งนี้ดูเหมือนจะยังอยู่ในยุคกลางที่ค่อนข้างล้าหลังและป่าเถื่อน

อย่างน้อยเขาก็อนุมานเอาจากลักษณะสถาปัตยกรรม ถนนหนทาง เสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของผู้คนที่เดินผ่านไปมา รวมไปถึงสินค้าที่วางขายตามแผงลอยริมทาง

เพียงแต่... เหตุใดผู้คนเหล่านี้ถึงได้มองเขาด้วยสายตาแปลกๆ เช่นนั้นเล่า

ตอนนั้นเองที่เฟิ่งซือหานก้มลงมองสำรวจตัวเองแล้วพบว่า ขาของเขาได้กลายเป็นหางงูไปเสียแล้ว ส่วนเสื้อผ้าที่เคยสวมใส่ก็ขาดวิ่นจนดูแทบไม่ได้

สภาพของเขาในตอนนี้ไม่ต่างอะไรกับผู้อพยพหรือคนพเนจรเลยสักนิด

แต่ถึงกระนั้นก็ไม่เห็นจำเป็นต้องมองด้วยสายตาประหลาดขนาดนั้นเลยนี่นา

ข้าก็ไม่ได้โป๊เปลือยเสียหน่อย... อ๊ะ... ราวกับเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ เฟิ่งซือหานรีบยื่นมือไปดึงขอบกางเกงแล้วก้มลงไปตรวจสอบในทันที

"เฮ้อ..."

เส้นประสาทที่เคยกังวลจนตึงเครียดผ่อนคลายลงในพริบตา

การไม่ได้เป็นมนุษย์นั้นไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร

ตัวเฟิ่งซือหานเองก็ไม่ได้รู้สึกเป็นภาระหรือต่อต้านเรื่องนี้มากนัก

อย่างไรเสียมันก็เกี่ยวข้องกับกระบวนการวิวัฒนาการของเขาอยู่แล้ว

แต่ปัญหาสำคัญคือ เมื่อคนเราเลือกที่จะไม่เป็นมนุษย์แล้ว ในฐานะผู้ชายคนหนึ่ง ย่อมมีข้อเท็จจริงอย่างหนึ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

นั่นก็คือวิกฤตการณ์ ความเป็นชาย ที่อาจสูญหายไป!

ลองคิดถึงเรื่องราชาโครงกระดูก หรือไม่ก็เรื่องสไลม์ดูสิ พวกเขาล้วนต้องเผชิญกับชะตากรรมที่ไร้แก่นสารเช่นนั้นไม่ใช่หรือ

แค่คิดตามก็รู้สึกเจ็บปวดแทนแล้ว

ดังนั้น ทันทีที่ความคิดนี้แวบเข้ามา เฟิ่งซือหานจึงรีบตรวจสอบในทันที

และผลลัพธ์ที่ได้ก็น่าพึงพอใจยิ่งนัก

เขาเคยคิดว่าตนเองอาจจะสูญเสียความเป็นชายไป แต่ที่ไหนได้ มันกลับกลายเป็นความสุขแบบคูณสองเสียอย่างนั้น!

จากนั้น เฟิ่งซือหานก็นึกถึงความรู้เรื่องสัตว์อันน้อยนิดที่มีอยู่ในหัว

ซี้ด...!!!

หลังจากหวนนึกถึงสารคดี โลกของสัตว์ ที่เคยดูในชาติปางก่อน เฟิ่งซือหานก็ถึงกับสูดปากด้วยความหนาวสั่น!

อย่าเข้าใจเขาผิดไป

นี่ไม่ใช่การแสดงออกถึงความปีติยินดีจนเกินเหตุ

แม้ว่าผู้ชายคนไหนก็ตามที่เจอเรื่องแบบนี้คงจะมีความสุขลึกๆ ในใจอย่างปิดไม่มิด และอันที่จริงเฟิ่งซือหานเองก็รู้สึกเช่นนั้น

แต่เขากลับให้ความสำคัญกับคำว่า วิวัฒนาการ มากกว่า

ในอนาคตมันอาจจะมีเพิ่มเป็นสามเท่า... สี่เท่า... เอิ่ม... ดูเหมือนนั่นจะมากเกินไปหน่อย

หลังจากคิดฟุ้งซ่านอยู่พักหนึ่ง เฟิ่งซือหานก็สะบัดศีรษะไล่ความกังวลเหล่านั้นออกไป

ตอนนี้ไม่ใช่เวลาจะมามัวคิดเรื่องพรรค์นี้ เขาควรจะหาที่พักผ่อนก่อน แล้วค่อยคิดว่าจะทำอย่างไรต่อไป

ในขณะเดียวกัน เขาจะได้ลองดูด้วยว่าโทรศัพท์ลายมะเขือเทศที่เทพโครงกระดูกมอบให้มานั้นทำอะไรได้บ้าง

"เจ้าระบบเฮงซวย ก่อนหน้านี้เจ้าบอกว่าการวิวัฒนาการต้องใช้พลังงาน แล้วมันคือพลังงานประเภทไหนกันแน่ อย่างน้อยก็ช่วยบอกใบ้ข้าหน่อยเถิด"

เฟิ่งซือหานขยับหางของเขา พลาง เลื้อย ไปตามถนนอย่างไม่ค่อยถนัดนัก

เป็นการเลื้อยไปตามความหมายโดยตรงเลยทีเดียว

ในมุมมองของเขา ใครก็ตามที่มีของวิเศษติดตัวแต่ไม่รู้จักใช้ คนผู้นั้นย่อมเป็นคนโง่

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้คือต้องรู้ให้ได้ว่าพลังงานที่จำเป็นต่อการวิวัฒนาการคืออะไร เขาถึงจะสามารถวางแผนพัฒนาตนเองได้อย่างตรงจุด

สัญญาณ... ขัดข้อง...

"หือ? เมื่อกี้ว่าอะไรนะ พูดให้มันชัดๆ หน่อยสิ"

เมื่อได้ยินเสียงที่ขาดๆ หายๆ ของระบบ เฟิ่งซือหานก็รู้สึกสับสน

สัญ... ไม่ดี... โปรด... สำรวจ... เอง...

อา... สัญญาณ ขัดข้อง ไม่ดี โปรด สำรวจ เอง... ในชั่วพริบตา เฟิ่งซือหานก็สามารถเรียบเรียงคำตอบที่ถูกต้องจากการผสมคำเหล่านั้นได้ทันที

สรุปสั้นๆ ก็คือ สัญญาณมันไม่ดี ระบบจึงไม่สามารถสื่อสารกับเขาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทิ้งให้เขาต้องไปงมหาความลับเรื่องการวิวัฒนาการเอาเองตามยถากรรม

"เฮ้อ..."

เฟิ่งซือหานเอามือเท้าสะเอว พลางเงยหน้ามองฟ้าด้วยความรู้สึกหดหู่และถอนหายใจยาว

โลกเดิมก็ไร้ค่า พอได้เกิดใหม่ทั้งทีดันมาสื่อสารกันไม่ได้เพราะ ปัญหาสัญญาณ เสียอย่างนั้น

"เป็นระบบที่ไม่ได้เรื่องจริงๆ..." เฟิ่งซือหานตัดพ้ออยู่ในส่วนลึกของหัวใจ

"เฮ้! เจ้าเผ่ากึ่งมนุษย์ตรงนั้นน่ะ!"

ในขณะที่เฟิ่งซือหานกำลังจมอยู่กับความเศร้าสร้อย เสียงที่ห้าวระคายหูและไม่เป็นมิตรอย่างยิ่งก็ดังขัดจังหวะขึ้น

"หือ!"

เฟิ่งซือหานซึ่งอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว รีบหันขวับไปมองมนุษย์ตรงหน้าด้วยสีหน้าที่แสดงออกชัดเจนว่าเขากำลังหาเรื่องผิดคนแล้ว

เขาเห็นชายหนุ่มคนหนึ่งแต่งกายด้วยชุดผ้าป่าน มือข้างหนึ่งถือปลอกคอ อีกข้างหนึ่งถือโซ่ตรวน เขากำลังมองมาที่เฟิ่งซือหานด้วยท่าทางจองหอง

"ยืนบื้ออยู่ทำไมล่ะ เข้ามานี่เร็วเข้า!"

ชายหนุ่มคนนั้นยังคงแสดงท่าทางยโสโอหังราวกับไม่ได้สังเกตเห็นสีหน้าไม่พอใจของเฟิ่งซือหานเลยแม้แต่น้อย

เรื่องนี้ทำให้เฟิ่งซือหานรู้สึกงุนงงอยู่บ้าง

ใครกันที่มอบความกล้าหาญให้ไอ้โง่คนนี้มาทำท่าทางอวดดีต่อหน้ามนุษย์งูอย่างเขา ไม่ทราบว่าชื่อเหลียงจิ้งหรูหรืออย่างไร

"ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้าเป็นทาสของใคร แต่ในเมื่อเจ้าไม่ได้สวมปลอกคอ ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป เจ้าคือทาสของข้า สตาร์ค ผู้นี้ รีบเอาปลอกคอไปสวมใส่เองเสียดีๆ!"

เมื่อเห็นว่าเฟิ่งซือหานยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติง

ชายหนุ่มคนนั้นก็เริ่มหงุดหงิดและพยายามจะก้าวเข้ามาเพื่อสวมปลอกคอให้เฟิ่งซือหานด้วยตัวเอง

เฟิ่งซือหานไม่มีความจำเป็นต้องตามใจเด็กโข่งเช่นนี้ เขาจึงหันหลังเดินหนีไปเสีย

อย่างไรเสีย เขาก็ยังเป็นคนแปลกหน้าในดินแดนที่ไม่คุ้นเคย

หากหลีกเลี่ยงปัญหาได้ก็ควรจะหลีกเลี่ยง

"เหอะ! ดูสิ ไอ้ลูกชายบ้านสตาร์คมันโดนเผ่ากึ่งมนุษย์เมินใส่เสียแล้ว"

"ดูท่าทางเขาสิ ยืนบื้อไปเลย"

"พอก่อน อย่าไปหัวเราะเขานักเลย แบบนี้มันน่าขายหน้าจะตายไป"

"ก็มันอดไม่ได้นี่นา เพิ่งจะเคยเห็นเรื่องแบบนี้เป็นครั้งแรก ข้าขำจนแทบจะกลั้นไม่อยู่แล้ว"

เมื่อได้ยินเสียงซุบซิบจากผู้คนรอบข้าง

สตาร์คซึ่งยืนถือปลอกคอและโซ่ตรวนอยู่ก็ถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายและเคียดแค้นอย่างถึงที่สุด

"อ๊ากกก!!!"

สตาร์คแผดเสียงตะโกนพร้อมกับโยนข้าวของในมือทิ้ง ก่อนจะชัก มีดสั้น ออกมาจากชุดคลุม พุ่งตัวเข้าหาและแทงไปที่เอวของเฟิ่งซือหานอย่างแรง

ฉึบ!

"อึก..."

เฟิ่งซือหานที่เดิมทีตั้งใจจะรีบไปตรวจสอบโทรศัพท์ลายมะเขือเทศของเขา รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาที่บริเวณไต

เขาหันไปมองและพบว่าไอ้ ก๊อย เมื่อครู่มันกล้าใช้มีดแทงเข้าที่เอวของเขาจริงๆ!

นี่มันเกิดอะไรขึ้น? ขนบธรรมเนียมพื้นเมืองของโลกใบนี้มัน ช่างซื่อตรงและจริงใจ ขนาดนี้เชียวหรือ

คุยกันไม่ถูกคอแค่ประโยคเดียวถึงขั้นต้องชักมีดเลยรึ

"บ้าเอ๊ย... แกต้องเสียสติไปแล้วแน่ๆ..."

วืด!

ด้วยความโกรธแค้น เฟิ่งซือหานจึงฟาดหางงูออกไปอย่างรุนแรง เสียงหางแหว่งอากาศดังวืด พุ่งตรงไปยังหน้าผากของไอ้ก๊อยคนนั้นทันที

ตั้งแต่เกิดมาเขายังไม่เคยโดนแทงข้างหลังเลยสักครั้ง แต่ไอ้หมอนี่กลับมาแทงไตเขาตั้งแต่วันแรกที่มาถึง!

ใครจะไปทนไหว!

ดังนั้น ภายใต้แรงขับเคลื่อนของทั้งความโกรธและความเจ็บปวด ลูกฟาดของเฟิ่งซือหานจึงรุนแรงโดยไม่มีการออมมือ

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาคือ หลังจากที่หมุนคว้างราวกับลูกข่าง ดวงตาของไอ้ก๊อยคนนั้นก็หันไปมองในทิศทางที่แปลกประหลาด

ตัวอย่างเช่น มันกำลังมองไปที่แผ่นหลังของตัวเอง

"ว้าย! มีคนตาย!"

"เผ่ากึ่งมนุษย์ฆ่าคนตายแล้ว!"

"เร็วเข้า รีบไปตามหน่วยลาดตระเวนมาเร็ว!"

เมื่อเห็นสตาร์คถูกเฟิ่งซือหานสังหารภายในครั้งเดียว เหล่าไทยมุงที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่เมื่อครู่ต่างก็แตกตื่นกระเจิดกระเจิง พากันส่งเสียงกรีดร้องและวิ่งหนีเอาชีวิตรอดกันจลาจล

จบบทที่ บทที่ 4 ความสุขสองเท่า

คัดลอกลิงก์แล้ว