เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 1

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 1

เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 1 


เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 1 

เคยมีคนพูดกันว่า หากทำความผิดก็ต้องถูกลงโทษอย่างแน่นอน แต่เรื่องแบบนั้นมันไม่เห็นจะมาถึงสักทีเลย

นั่นน่ะเป็นสิ่งที่ใครๆเขาพูดกัน

เช่นว่า ถ้าคุณทำผิดคุณก็ต้องไปใช้กรรมในนรกไม่ว่า จะผิดเล็กผิดน้อยสักแค่ไหน แหงล่ะ ผมเองก็ไม่เห็นด้วยกับคำพูดนั้นเหมือนกัน

แต่ก็ใช่ว่า ผมจะพูดแบบนั้นเพราะมีประสบการณ์ด้วยตัวเองเสียเมื่อไหร่

จะว่าไปหากเจอสถานการณ์ที่ยากจะเข้าใจ ในหัวคนๆนั้นก็จะคงแปลความง่ายๆ

ในออฟฟิศแห่งหนึ่ง ผมโดนผู้หญิงใส่สูทหน้าไม่รับแขกคนนึงบังคับให้ต้องเลือก

มันเป็นอะไรที่ซับซ้อนเข้าใจยาก เอาอย่างนี้พูดให้ง่ายๆเลยก็แล้วกัน

มันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เรียกว่า นรกนั่นแหละ และผมก็ตายแล้วมาอยู่ที่นี่

สาเหตุการตายของผมเหรอก็ไม่มีอะไรมากมายนัก

มันก็คือ 'ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันอันเนื่องมาจากความดันสูงเกินขนาด '

ที่ผมความดันขึ้นสูงขนาดนั้นก็เพราะผมดันไปอ่านคอมเม้นท์สุดท็อกซิก

จากข้อมูลที่ผมได้ยินมาอะนะ

ความดันผมขึ้นจนตายเพราะคอมเม้นท์แย่ๆแบบนั้นเนี่ยนะ? เอาจริงดิ? สาเหตุนั้นจริงๆเหรอเนี่ย?

แววตาผมเลื่อนลอยออกไป

เจ้านั่นมันควรจะเป็นภาพสุดท้ายของผมจริงๆเหรอเนี่ย ?

“รีบๆเซ็นตรงนี้ด้วยค่ะ”

เธอโยนแบบฟอร์มมาตรงหน้าผม มันมีอะไรต่อมิอะไรเขียนอยู่มากมาย แล้วก็มีช่องว่างด้านล่างเหมือนจะให้ผมเซ็นชื่อ

“……เอ่อคือ  , ผมตายแล้วเหรอ ? ผม , ผมอ่านคอมเม้นท์แย่ๆแล้วความดันก็ขึ้น แล้วผมก็ตายเนี่ยนะ ? คนเรามันจะตายแบบนั้นได้ด้วยเหรอ ?”

“จำเป็นที่คนจะต้องตายด้วยเหตุการณ์สำคัญเสมอไปหรือคะ ? มีคนมากมายที่ตายเพราะลื่นน้ำแข็งบนถนน  ช่างเถอะ ,รีบๆตัดสินใจได้แล้วค่ะ”

ถึงผมจะไม่อยากเชื่อแต่ผมก็ไม่ได้มีทางเลือกมากมายนั

………ถึงอย่างไรเสีย ,  ผมก็มาอยู่ในนรกแล้วนี่ตอนนี้

ดูเหมือนผมโดนจับเซ็นสัญญาอะไรสักอย่าง

ผมก็แค่เซ็นๆมันลงไป โดยการโดนบังคับให้เลือกตัดสินใจในสิ่งที่ไม่เคยคาดคิดมาก่อน

แล้วก็มีบรรทัดในแบบฟอร์มที่ผมรู้สึกคุ้นตา

[เมืองแห่งความตาย] [The City of the Dead]

[เอาชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลาย] [Surviving in the Ruined World]

[นักล่ากลายเป็นผู้จัดการ] [The Hunter became a Manager]

[การกลับมาของขยะ] [The Trash returned]

[ไม่รู้อีท่าไหน เกมดันกลายเป็นชีวิตจริงขึ้นมา แต่ผมก็ดั้นกลายเป็นภารโรงเสียนี่ [Somehow, the Game became Reality, but I'm just a Janitor]

[จอมมารตายแล้ว] [The Demon King is Dead]

ทั้งหมดนั่นมันชื่อ นิยายที่ผมเขียนทั้งนั้นเลย

ข้อหาของผมคือ ‘การกระทำผิดซ้ำซาก’ และ ‘ไม่มีการแก้ไขปรับตัว’

ดังนั้นผมจึงโดนส่งไปยังโลกนิยายที่ผมเขียนขึ้นเอง

“เอ่อ ผมจะโดนส่งไปยังโลกนิยายของผมเองเหรอครับ ?”

“ใช่ค่ะ จะกลายเป็นตัวละครในนิยายของคุณก็แล้วแต่ดวงเลยค่ะ”

ฉิบหายละ

อันที่จริงผมควรเขียนนิยายที่มันแบบ ชีวิตดี๊ดีสุขีสโมสรมากกว่านี้จริงๆ

จากคำอธิบายที่ผมเดาว่า เธอน่าจะเป็นยมทูตที่เป็นลูกจ้างอยู่ในนรก

ทุกคนต่างมีบาปด้วยกันทั้งนั้น

มีกรณีที่น้อยแบบ น้อยมากๆ ที่จะโดนส่งไปยังสวรรค์ทันที นั่นเลยเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมทุกคนต่างต้องผ่านกระบวนการพิพากษาความผิดบาปเล็กๆน้อยๆในชีวิตก่อน

แถมความผิดบาปแต่ละคนก็ยังมีระดับที่แตกต่างกันไปอีกด้วย กระบวนการตัดสินก็เลยต้องแยกเป็นรายคนไป

ผมเป็นนักเขียนนิยาย นักเขียนนิยายบนเว็บที่หาทางจบนิยายตัวเอง แล้วใครๆต่างก็เรียกว่า มันเป็นนิยายเกรดB เกรด C

บาปใหญ่ของผมคือ เทงานเขียนกลางทางทั้งที่เป็นงานเขียนเชิงพาณิชย์รับเงิน

ฉันบอกกับผู้อ่านที่กำลังรออ่านนิยายตอนต่อของฉันว่า มันเป็นอะไรที่แย่มากเลยนะที่จะปล่อยเรื่องค้างคาไว้แบบนั้น ก่อนที่ผมจะทำตัวชิลๆแล้วไปเอาแอคสำรองขายงานอื่นต่อ

“คุณไม่คิดบ้างหรือคะว่า , บาปที่คนๆหนึ่งทำอยู่บ่อยๆครั้งแม้มันจะเล็กน้อยแต่ถ้าสะสมไปเรื่อยๆ ขนาดของบาปนั้นมันจะใหญ่ขึ้นน่ะ?”

“อ่า , ครับ ….”

อะไรคือการที่ใช้การบวกแต้มบาปตรงๆง่ายๆแบบนั้นกันนะ ? แบบนั้นมันได้ด้วยเหรอ ?

แต่พอได้ยินเธอพูดแบบนั้นผมก็หนาววาบยันไขสันหลัง

น้ำเสียงอันขื่นขมที่ออกมาปากคุณยมทูตหญิงมันเสียดแทงทะลุถึงหัวใจผม มันเป็นขั้นสุดของความขมขื่นเหนือธรรมดา

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตอนนี้ความดันผมขึ้นพรวดขึ้นมาอีกล่ะ ? นี่ผมจะตายซ้ำตายซ้อนจากตอนที่ตายอยู่แล้วรึเปล่า  ?

บาปของผมมันสั่งสมมาตลอดชั่วชีวิตผม

ดังนั้นบทลงโทษที่ผมได้รับก็คือ ผมต้องอดทนกลายเป็นตัวละครแบบสุ่มในนิยายที่ผมเขียนขึ้นมา จนกว่ามันจะ 'จ บ'

หากผมทำแบบนั้นได้ ผมก็จะถูกส่งไปสวรรค์

แต่ก็เห็นๆกันอยู่ว่าโดยมากผู้คนมักจะโดนส่งตรงไปยังนรก ผมเข้าใจดีเรื่องที่คุณยมทูตมพยายามจะปลอบใจผมอยู่ แต่มันไม่ได้ผลหรอกนะ

“แต่ในนิยายที่คุณเขียน ,คุณรู้เรื่องราวทั้งหมดแล้วไม่ใช่หรือว่า เกิดอะไรขึ้นบ้าง ? แบบนั้นจะเรียกว่า การลงโทษยังไม่ได้เลยด้วยซ้ำ  ? อันที่จริงแล้วมันคงจะง่ายสำหรับคุณล่ะสิ ?”

คุณยมทูตพูดน้ำเสียงเรียบๆโดยไม่เหลือบมองผมด้วยซ้ำ

“ไม่หรอกครับ ,คือ มันก็แล้วแต่ว่าเป็นนิยายเรื่องไหน ….”

“ทำไมหรือ ?”

“ก็เอ่อ   ,ผมน่ะ , อ่า ……ผมเขียนแต่นิยายที่มีคนตายกันเยอะๆน่ะ……”

“ถ้าอย่างนั้นขอแสดงความยินดีด้วยค่ะ  คิดเสียว่าเป็นบทลงโทษเล็กๆน้อยๆสำหรับการไม่ให้ความสำคัญกับชีวิตนะคะ ”

บ้าเอ๊ยยย ใช่ว่า ผมไปฆ่าใครในชีวิตจริงที่ไหนกันเล่าา ?! มันก็แค่นิยายป้ะ !

ไม่สิ ถ้ารู้งี้ว่า วันหนึ่งผมต้องมาใช้ชีวิตในโลกที่ผมสร้างขึ้น ผมต้องสร้างดินแดนในฝันที่แบบ เต็มไปด้วยสวนสนุกสุดหรรษาเป็นเซตติ้งเรื่องอยู่แล้ว ?

ผมจะไปรู้ได้ไงล่ะ ว่าจะโดนลงโทษจากการเขียนนิยายแบบนั้นด้วย ใครมันจะไปเขียนนิยายด้วยการตั้งธงในใจแบบนั้นแต่แรกกันฟะ?

ใครมันจะไปเขียนเรื่องราวเกี่ยวกับสุดยอดมือปืนโดยไม่ใส่ปืนลงไปล่ะฟะ ?!

แต่ทั้งหมดมันก็แค่เรื่องในหัวผมไม่ใช่รึไง ! แค่ผมเขียนลงไปว่า ผมสามารถชกได้รวดเร็วปานสายฟ้าแลบ ก็ไม่ได้แปลว่า ผมทำได้แบบนั้นจริงเสียเมื่อไหร่

แถมผมยังป่วยเป็นโรคตอแหลอักเสบอีกด้วย ผมเลยเขียนเรื่องราวที่มีคนตายกันเยอะๆ ไม่พอผมยังเสพติดการเขียนแบดเอนด์อย่างที่ใครๆก็ไม่ชอบกัน นี่ถ้าผมเขียนตอนจบแฮปปี้เอนด์ผมต้องคลั่งตายแน่ๆ

หรือความผิดบาปจริงๆของผมคือ การไปทำให้พวกนักอ่านรู้สึกแย่เพราะตอนจบแบดเอนด์ของผม ตลอดหลายปีที่ผ่านมากันนะ

ไม่สิ มันใช่เรื่องแบบนั้นจริงๆเหรอ ?

นิยายที่ผมเขียนมันนับเป็นอะไรกันนะ?

แล้วจะเกิดอะไรขึ้นถ้าผมโดนส่งไปอยู่โลกพวกนั้นกันล่ะ ?

[เมืองแห่งความตาย] [City of the Dead]

นิยายแนวซอมบี้

ผมว่า ผมคงตายอนาถตั้งแต่วันแรกเลยล่ะ

[ใช้ชีวิตรอดในโลกที่ล่มสลาย] [Surviving in the Ruined World]

ยุคโลกาวินาศ

ตอนนี้ผมก็อยู่ในนรกตอนนี้ก็เพราะไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ในโลกที่แสนวุ่นวายอีกต่อไป ไม่เข้าใจรึไง ?อยากเห็นผมโดนฆ่าด้วยคอมเม้นท์ท็อกซิกอีกเรอะ ?

[จอมมารตายแล้ว] [The Demon King is Dead]

นิยายที่เรทติ้งคะแนนแย่ที่สุด แต่ในความคิดผม ผมว่าเรื่องนี้ดีที่สุดละ

เพราะมันเป็นนิยายแนวใช้ชีวิตสบายๆชิลๆ

เนื่องจากผมโดนนักอ่านด่าบ่อยแล้วเรื่องที่เขียนจบเลวร้าย ผมเลยเขียนเร่องนี้ออกมาโดยไม่มีสถานการณ์วิกฤตระดบโลกอะไรเลยตั้งแต่ต้นยันจบ ผมเขียนมันไม่จบด้วยซ้ำ ช่วงแรกก็เริ่มต้นด้วยชีวิตหลั่นล้าสีกุหลาบ ,ชีวิตอันแสนสวยสดงดงามและสันติสุข

นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นหลังจากที่เหล่าผู้กล้าทั้งหลายกำจัดบอสในฉากปฐมบทได้แล้ว

นั่นแหละ เหตุผลที่ว่า ทำไมชื่อเรื่องถึงได้เป็น ‘จอมมารตายแล้ว’  ยังไงล่ะ

เรื่องทั้งหมดมันเป็นเหตุการณ์หลังจากที่จอมมารตายไปแล้วไง

อย่างน้อยเรื่องนี้ก็ไม่เหมือนเรื่องอื่นๆนะที่ต้องกระเสือกกระสนดิ้นรนเอาตัวรอดตั้งแต่ต้นยันจบ

ไม่ว่ายังไง ผมก็ต้องเอาเรื่องนี้แหละ

ผมตัดสินใจเอาเรื่องนี้ !

แล้วผลลัพธ์ล่ะ มันก็เป็นไปตามที่ผมต้องการนั่นแหละ ผมได้ตั๋วสุ่มมา แล้วก็กลายเป็น

“ลูกชายของจอมมาร” จากเรื่อง [จอมมารตายแล้ว The Demon King is Dead]

ลูกชายของจอมมารที่ไม่เคยปรากฏหน้าปรากฏตามาในนิยายผมตั้งแต่แรก

เธอบอกว่า จะส่งผมไปสุ่มเป็นตัวละคร แต่เอ่อ สิ่งที่ผมได้เนี่ยมันไม่สามารถนับได้ว่าเป็นตัวละครด้วยซ้ำนะ

ถ้าคนมันจะโชคร้าย ล้มผงายหลังไปจมูกก็หักอยู่ดี

นั่นเป็นสิ่งที่เธอพูดกับผม

เอาจริงๆนี่ สรุปว่าผมตายเพราะโมโหคอมเม้นท็อกซิกจนความดันขึ้นจริงๆเหรอเนี่ย ?

พอผมโล่งใจจากการที่ได้ไปอยู่ในนิยายสุดปลอดภัยก็ดันเป็นว่า ผมจะไปอยู่ในจุดที่จะตายตั้งแต่ต้นเรื่องแล้ว  !

ผมไม่ได้เป็นแม้แต่จอมมารด้วยซ้ำ เป็นแค่เจ้าชายเอง

มันคงจะดีกว่านี้ด้วยซ้ำหากผมเป็นจอมมารเสียเอง ถ้าผมได้เป็นจอมมารนะผมจะได้อยู่ ณ จุดสูงสุดของเผ่าปีศาจก็จะได้สามารถเลือกได้ว่าจะอยู่สงบๆ, ยอมแพ้ หรือหนีไปเลยก็ได้

ถึงจอมมารจะตายตั้งแต่ต้นเรื่อง แต่มันก็ไม่ใช่ตัวละครประกอบไร้สาระนะ แต่ผมดันกลายเป็นเจ้าชายแห่งโลกปีศาจ ที่อายุย่าง  17 ปี

วาเลียร์ จูเนียร์ (Valier Jr)

อายุ  : 17

สเตตัส : [พลัง Force: 3.4(F)]

[ความเร็ว Agility 4.3(F+)]

[ความแม่นยำ Dexterity 5.2(D-)]

[พลังเวทย์ Magic power 9.9(C-)]

[ความแข็งแกร่ง Strength 5.7(D-)]

เผ่า : อาร์คเดม่อน Arcdemon

ทาเล้นท์  : ไม่มี

อบิลิตี้

[การปกครองปีศาจ D](สกิลเฉพาะของอาร์คเดม่อน )

ประเมินอบิลิตี้ (Comprehensive Ability Assessment) – ปีศาจระดับต่ำสุด

ประเมินความสามารถในการต่อสู้(Combat Level Assessment) – F

ถึงนิยายเรื่องนี้จะหลอกคนไปทั่วแต่ยังโชคดีที่ผมยังรู้ว่า ตัวเองเป็นใครจากหน้าจอเหมือนระบบเกมตรงหน้า

ผมไม่เคยใส่เซตติ้งแบบนี้ลงไปในนิยายตัวเองนะ หรือใครบางคนที่ส่งผมมาเกิดสงสารเห็นใจผมเหรอ ?

แต่ถ้าตามแนวนิยายนะ มันก็เป็นสถานการณ์ปกตินั่นแหละ ที่โดยมากนักเขียนจะชอบใส่ระบบเกมลงมาในนิยายตัวเอง

ถึงงั้นก็เถอะ ไม่มีจะเป็นแนวไหนมันก็ไม่มีทางรู้สึกว่า มันจะคุ้นชินขึ้นมาได้หรอก ถ้าอยู่ๆมันมามีอะไรแบบนี้ในชีวิตจริงน่ะ แล้วผมก็ไม่ซาบซึ้งกับอบิลิตี้แสนสะดวกนี้ด้วยหรอกนะ

อันที่จริงผมเป็นญาติของจอมมารก็ควรจะเก่งกว่านี้ไม่ใช่รึไง ?

อาร์คเดม่อนเป็นเผ่าพันธุ์ที่ตรงไปตรงมา แต่จากสถานการณ์ตอนนี้มันเลวร้ายในเลวร้ายที่สุดแล้วไม่ใช่เรอะ ?

เจ้าหมอเนี่ย มันไม่มีพลังในการต่อสู้เลยด้วยซ้ำไป

ถึงผมจะเห็นว่าตัวเองมีความสามารถในการบังคับบัญชาปีศาจก็เถอะ แต่รอบข้างผมก็มีแต่ศพปีศาจทั้งนั้น

นี่มันสถานการณ์นรกแตกชัดๆ

แล้วปฐมบทก็เริ่มขึ้น

[อีเว้นท์เควส : การล่มสลาย ]

[คำอธิบาย  : ความพ่ายแพ้ของกองทัพจอมมารใกล้เข้ามาแล้ว , แต่คุณไร้พลังไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งนั้น จงพยายามเต็มที่เพื่อเอาชีวิตรอด ]

[เป้าหมาย  :  ออกจากปราสาทจอมมาร ]

[รางวัล   : 100 แอคชีฟเม้นพ้อยท์]

ที่ผมทำได้ก็มีแต่วิ่ง วิ่งเท่านั้น

ผมแทบไม่ได้สนใจกับไอ่เจ้าระบบหน้าต่างลึกลับตรงหน้าด้วยซ้ำไป

-เกร้ง เป้ง ! บรึ้มมม !

“บ้าไปแล้วววว !”

ผมไม่สามารถทำอะไรเพื่อหยุดสงครามนี่ได้เลย

ดูเหมือนจอมมารกับปาร์ตี้ผู้กล้ากำลังต่อสู้กันอย่างดุเดือดในปราสาทจอมมาร

เกิดเสียงระเบิดรุนแรง และมีเสียงสายฟ้าคำรามก้อง ทำทำให้รู้เลยว่า เกิดการต่อสู้กันอย่างหนัก

ด้านนอกก็มีเสียงตะโกน กรีดร้องและมอนสเตอร์ร่ำไห้ขณะที่โดนปิดล้อมอยู่ ดูเหมือนเจ้าพวกนั้นจะวงแตกแล้ว

ห้องโถงทางเดินเต็มไปด้วยร่างของปีศาจล้มตายเต็มไปหมด

ผมไม่คิดฝันมาก่อนว่าจะได้เห็นคนตายอยู่ตรงหน้า แต่ที่เลวร้ายกว่าคือ การเห็นมอนสเตอร์ที่ควรจะมีแต่ในจินตนาการมากองตรงหน้า มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกเลยว่า ความตายใกล้เข้ามาแล้ว ผมยังคงวิ่งต่อไป

ผมเชื่อว่า ถ้าหยุดแวะอ้วกนี่ตัวเองได้ตายตรงนั้นแน่ๆ

หรือนี่ผมไม่ได้เป็นเจ้าชายแสนดีแห่งอาณาจักรปีศาจรึยังไงกันนะ ?

“บ้าเอ๊ยยยย !”

แต่เลวร้ายและอันตรายกว่านั้นคือ การที่ได้มาเป็นเจ้าชายในตอนที่อาณาจักรปีศาจกำลังล่มสลาย !

ผมอยากไปเป็น ทหารมนุษย์(1) มากกว่า !

ผมแน่ใจเลยว่า ถ้าก้มหัวย้ายฝั่งได้น่ะ ผมทำแน่ๆ !

จบบทที่ เจ้าชายปีศาจไปสถานศึกษา ตอนที่ 1

คัดลอกลิงก์แล้ว