- หน้าแรก
- ราชันย์ไร้พ่าย ซ่อนคมสยบใต้หล้า
- บทที่ 31 - ประมุขวิหารเทพสังหารมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นทันที
บทที่ 31 - ประมุขวิหารเทพสังหารมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นทันที
บทที่ 31 - ประมุขวิหารเทพสังหารมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นทันที
บทที่ 31 - ประมุขวิหารเทพสังหารมุ่งหน้าสู่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นทันที
"หมู่บ้านไฉ่อวิ๋น แดนใต้แห่งเมฆาสีรุ้ง"
เซวียนหยวนฉิงเดินไปที่หน้าต่างกระจกบานใหญ่ ทอดสายตามองไปทางชายแดนทิศใต้พร้อมพึมพำกับตัวเอง
"ปีนั้นเขาอยู่สนามรบแดนเหนือ สังหารกองทัพต่างชาติจนเลือดไหลเป็นสายน้ำ ทั้งยังประกาศวางดาบ ทำให้ศัตรูต่างชาติขวัญหนีดีฝ่อ ศัตรูแดนเหนือไม่กล้ารุกรานแม้แต่น้อยตลอดหลายปีที่ผ่านมา"
"แดนตะวันออกมีคนของทำเนียบพิทักษ์มังกรและตระกูลตงหลงคอยคุ้มกันอยู่ สงบสุขมาตลอดหลายปี"
"แดนตะวันตกมีประมุขวิหารเทพมรณะหลินเหรินหวังที่เขาเคยปลุกปั้นมากับมือ นำพายมทูตทั้ง 10 คุมแนวป้องกันอย่างแน่นหนา"
"มีเพียงแดนใต้ กองกำลังอ่อนแอ"
แนวป้องกันแดนใต้มีกองกำลังอ่อนแอมาโดยตลอด แต่เป็นเพราะพื้นที่โดยรอบติดกับทะเล มีเพียงถนนสายเดียวในมณฑลเฟิงที่เชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน
ดังนั้นตลอดเวลาที่ผ่านมา แดนใต้จึงไม่จำเป็นต้องมีกองทหารประจำการมากนัก เพียงแค่ปิดกั้นถนนทางบกให้ดีก็สามารถรักษาความปลอดภัยชายแดนได้แล้ว
แต่ด้วยเหตุนี้ ถนนเส้นทางจราจรทางบกจึงกลายเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
"เท่าที่ฉันรู้ หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นเป็นพื้นที่ห่างไกลมาก แต่ถ้าข้ามเทือกเขาตรงนั้นไป เดินต่ออีกสิบกว่าลี้ก็สามารถออกจากประเทศมังกรได้แล้ว"
"ภูมิประเทศที่นั่นซับซ้อน แม้กองทัพใหญ่จะไม่สามารถเข้าออกได้โดยตรง แต่หากมีผู้แข็งแกร่งบุกโจมตี ก็สามารถเข้ามาในเขตประเทศมังกรได้เร็วที่สุด"
สมองอันชาญฉลาดของเซวียนหยวนฉิงกำลังคิดวิเคราะห์อย่างรวดเร็ว
"ต้องเป็นเขาแน่ ต้องเป็นเขาแน่นอน"
"ผ่านมาหลายปีขนาดนี้ ต่อให้เขาหายตัวไปจากโลก เขาก็ยังคงเป็นห่วงความปลอดภัยของประเทศมังกรอยู่ดี"
"เขาต้องเร้นกายอยู่ที่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นแน่"
"ต่อให้เขาหายตัวไปถึง 8 ปี ก็ยังลืมความปลอดภัยของประเทศมังกรไม่ได้เลยเหรอ"
เซวียนหยวนฉิงพึมพำกับตัวเอง
ประมุขวิหารเทพสังหารเย่ตู๋จุนได้ยินดังนั้น หัวใจก็เต้นรัวอย่างรุนแรง
ในใจของเขามีข้อสันนิษฐานที่กล้าหาญเกิดขึ้น
"ป้ายคำสั่งชิ้นนี้ได้มาจากหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นเป็นที่แรก ปัจจุบันผู้ถือเหรียญเกียรติยศวีรบุรุษสงครามระดับพิเศษที่ยังมีชีวิตอยู่มีเพียงสิบคน ในจำนวนนั้นมีห้าคน"
"เจ้านายเร้นกายดูแลแดนใต้เพื่อปกป้องประเทศมังกรหรือเปล่า"
"ใช่แล้ว ต้องใช่แน่ เจ้านายเป็นคนคิดการไกลและรอบคอบเสมอ ต่อให้หายตัวไปก็จะไม่เลือกที่พักพิงแบบสุ่มสี่สุ่มห้า การเลือกหมู่บ้านไฉ่อวิ๋น นอกจากจะเป็นชายแดนแล้วยังสามารถป้องกันชายแดนใต้ได้ด้วย"
เมื่อคิดได้ดังนั้น ประมุขวิหารเทพสังหารเย่ตู๋จุนก็หายใจหอบถี่จนถึงขีดสุด เขาหันขวับไปมองเซวียนหยวนฉิง
"นายก็เดาออกแล้วใช่ไหม" เซวียนหยวนฉิงสบตาด้วย
เมื่อได้ยินคำพูดของท่านฉิง เย่ตู๋จุนก็ยิ่งมั่นใจในข้อสันนิษฐานของตัวเองมากขึ้น เลือดลมในกายสูบฉีดจนแทบควบคุมความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่
"ท่านฉิง ตู๋จุนขออาสาไปหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นด้วยตัวเองเพื่อตามหาร่องรอยของเจ้านาย ขอท่านฉิงโปรดอนุญาต" เย่ตู๋จุนพูดทีละคำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แววตาเด็ดเดี่ยวแฝงแววเว้าวอน
เขาร้อนรนเหลือเกิน
อยากจะไปถึงหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นให้เร็วที่สุด
เพื่อไปดูว่าเจ้านายของตัวเอง ท่านหลงจุนสวี่จวินหลิน อยู่ที่นั่นหรือไม่
8 ปีแล้ว เต็มๆ 8 ปีแล้ว
เขาตามหาอย่างบ้าคลั่งมาตลอด 8 ปีเต็ม
วันนี้ในที่สุดก็มีเบาะแสเพียงเล็กน้อยปรากฏขึ้น
ต่อให้เป็นเพียงเบาะแสและข้อสันนิษฐานเล็กๆ น้อยๆ แต่ในใจของเย่ตู๋จุน มันคือความหวังอันยิ่งใหญ่
"อนุญาต" เซวียนหยวนฉิงสะบัดมือเรียวงาม
"ขอบคุณท่านฉิง" เย่ตู๋จุนดีใจจนเนื้อเต้น
"ก่อนไปหมู่บ้านไฉ่อวิ๋น ฉันต้องการให้นายทำอีกเรื่องหนึ่ง" เซวียนหยวนฉิงเอ่ยปากอีกครั้ง แววตาลึกล้ำกำลังครุ่นคิด "ภายในหนึ่งวัน ฉันต้องรู้ว่าผู้ถือเหรียญเกียรติยศวีรบุรุษสงครามระดับพิเศษอีกเก้าชิ้นที่เหลือคือใคร ตอนนี้มีชีวิตอยู่ที่ไหน มีสถานะอะไร และได้ขายเหรียญไปแล้วหรือไม่"
"รับทราบ ตู๋จุนเข้าใจแล้ว"
เย่ตู๋จุนพูดจบก็ก้มหน้าลงด้วยความละอายใจ
ตัวเองเป็นถึงผู้แข็งแกร่งระดับเทพสงครามในยุคปัจจุบัน เป็นผู้กุมอำนาจวิหารเทพสังหาร มีกองทหารวิหารเทพสังหารใต้บังคับบัญชาสามแสนนาย แต่วันนี้กลับทำตัววู่วามบุ่มบ่ามไปหน่อย
ใช่แล้ว
ควรตรวจสอบสถานะของคนอีกเก้าคนที่เหลือที่มีเหรียญเกียรติยศวีรบุรุษสงครามระดับพิเศษให้แน่ชัดเสียก่อน
หากตรวจสอบแล้วไม่ใช่เจ้านายทั้งหมด โอกาสที่ท่านหลงจุนสวี่จวินหลินจะอยู่ที่หมู่บ้านไฉ่อวิ๋นก็จะมีสูงมาก
สมแล้วที่เจ้านายตาแหลมคม เลือกสนับสนุนท่านฉิงให้กุมอำนาจตระกูลเซวียนหยวน ความเยือกเย็นและชาญฉลาดนี้ไม่ใช่สิ่งที่เย่ตู๋จุนจะเทียบได้เลย
นี่ก็เป็นหนึ่งในเหตุผลที่เย่ตู๋จุนยอมเชื่อฟังผู้หญิงคนนี้มาตลอดหลายปี
"8 ปีแล้ว มีคนนับไม่ถ้วนกำลังตามหาเขา การตรวจสอบอีกเก้าคนนอกจากจะตัดปัจจัยอื่นออกไปได้แล้วยังสามารถสับขาหลอกได้ด้วย ฉันต้องหาเขาให้เจอก่อนใคร แล้วถามเขาต่อหน้าเลยว่าทำไมเขาถึงต้องหายตัวไป"
เซวียนหยวนฉิงเหมือนพึมพำกับตัวเองและเหมือนพูดกับขอบฟ้าทิศใต้
เย่ตู๋จุนสะดุ้งอีกครั้ง ที่แท้ก็มีความหมายแฝงแบบนี้อยู่ด้วย สับขาหลอก
ตัวเองเมื่อกี้ตื่นเต้นเกินไปจนเสียอาการ
เขาลอบถอนหายใจและยอมรับว่าตัวเองสู้ไม่ได้จริงๆ
"สวี่จวินหลิน นายหายตัวไป 8 ปีโดยไม่ให้ใครรู้เพราะอะไรกันแน่"
"ได้รับความไม่เป็นธรรมอะไรมา ถึงยอมเงียบหายไปตลอดกาลแบบนี้"
"แต่นายรู้ไหมว่าเซวียนหยวนฉิงคนนี้ยอมทิ้งทุกอย่างได้เพื่อนายน่ะ"
"ถ้านายได้รับความไม่เป็นธรรมที่ยิ่งใหญ่จริงๆ ฉันยอมทุ่มเททุกอย่างที่ตระกูลเซวียนหยวนสะสมมานับพันปีเพื่อทวงความยุติธรรมให้นาย ถ้าคนทั้งโลกทำให้ขุ่นเคือง ฉันก็จะจัดการคนทั้งโลกให้หมด"
เซวียนหยวนฉิงพึมพำไม่หยุด นัยน์ตาส่องประกายความดื้อรั้นและบ้าคลั่ง
"ตู๋จุน ถอยไปเถอะ จำไว้ว่าต้องหาเขาให้เจอก่อนใคร"
"โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ห้ามให้นังแพศยาตระกูลเซียวหาเจอก่อนพวกเราเด็ดขาด ต้องเร็ว"
พูดจบ เซวียนหยวนฉิงก็มีกลิ่นอายที่ปั่นป่วน สภาพจิตใจราวกับดื้อรั้นและบ้าคลั่งถึงขีดสุด
"รับทราบ พรุ่งนี้หลังจากตรวจสอบอีกเก้าคนเสร็จ ฉันจะไปหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นทันที"
เย่ตู๋จุนทำความเคารพแล้วถอยออกไปทันที
แสงจันทร์สาดส่อง ประมุขวิหารเทพสังหารก้าวออกจากหน้าต่างชั้น 23 ของอาคารเซวียนหยวน เหยียบแสงจันทร์ร่วงหล่นลงสู่เมืองใหญ่ที่เต็มไปด้วยตึกระฟ้าคอนกรีตเสริมเหล็กเบื้องล่าง
เขาไม่อยากขึ้นลิฟต์ ไม่อยากเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียว
มณฑลเฟิง
คฤหาสน์ตระกูลเจี่ยง ตระกูลอันดับหนึ่งแห่งเมืองอวี่เฉิง
เจี่ยงเจียงเพิ่งช่วยหลี่เยว่จิ้งบรรเลงเพลงรักเสร็จ อาบน้ำเปลี่ยนเป็นชุดนอนสุดหรูแล้วเดินมาที่ห้องนั่งเล่น
ในห้องนั่งเล่น ชายคนหนึ่งแม้จะใส่สูทสีดำก็ปิดบังกลิ่นอายนักเลงไว้ไม่มิด เขากำลังคีบซิการ์และรอคอยด้วยรอยยิ้มมานานแล้ว
"ขอโทษทีลูกพี่หลินเสวียน ปล่อยให้รอซะนานเลย" เจี่ยงเจียงเผชิญหน้ากับชายตรงหน้า เขารีบเก็บท่าทีเสเพลของลูกเศรษฐีทันที
คนที่อยู่ตรงหน้าทำให้เขาไม่กล้าทำตัวเหลาะแหละ
หลินเสวียน ผู้มีอิทธิพลอันดับหนึ่งแห่งโลกมืดของเมืองอวี่เฉิง
เบื้องหลังเขายังมีขั้วอำนาจใหญ่ที่ถูกขนานนามว่าเป็นหนึ่งในสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งมณฑลเฟิงแดนใต้คอยหนุนหลังอยู่
หลินเสวียนยิ้มอย่างไม่ใส่ใจ ยกแก้วไวน์แดงขึ้นมาแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม "คุณชายเจี่ยง เรื่องที่คุณสั่งผมจัดการให้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้รถแบ็กโฮ 10 คันพร้อมลูกน้อง 30 คนจะไปเกลี่ยหลุมศพเกะกะลูกตานั่นให้ราบเป็นหน้ากลอง รวมทั้งป่าผืนนั้นด้วย"
"คุณวางใจได้เลย รับรองว่าพวกชาวบ้านในหมู่บ้านไฉ่อวิ๋นจะไม่กล้าหือแม้แต่คำเดียว"
"ฮ่าฮ่า ลูกพี่หลินเสวียนลงมือเองผมก็ต้องวางใจอยู่แล้ว ร่วมมือกันครั้งนี้มีเงินก็ต้องแบ่งกันรวยสิ"
เจี่ยงเจียงโล่งใจ
เขาไม่ได้ใส่ใจหลุมศพบ้าบออะไรนั่นหรอก เขากังวลว่าชาวบ้านจะก่อเรื่องต่างหาก
แต่พอมีชื่อของหลินเสวียนบวกกับชื่อเสียงของตระกูลเจี่ยง ต่อให้ชาวบ้านจะมีความแค้นก็คงไม่กล้าส่งเสียงแน่
"มา ร่วมมือกันอย่างราบรื่น"
"ชนแก้ว"
หมู่บ้านไฉ่อวิ๋น ในร้านค้าเล็กๆ
วันนี้สวี่ไท่ผิงมีท่าทีผิดปกติ
เขาไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้ปล่อยให้ตัวเองเมามาย แต่กำลังเตรียมของบางอย่างอย่างตั้งใจ
พรุ่งนี้เป็นวันเกิดของหงโค่ว
เขาเตรียมจะออกจากร้านไปเยี่ยมหงโค่ว
เขามีเรื่องอยากจะเล่าให้หงโค่วฟังมากมาย
"หงโค่วนะ ซูจิ่นถังภรรยาผม พรุ่งนี้ผมจะไปตลาดซื้อหมากฝรั่งบับเบิ้ลกัมกับเยลลี่ผลไม้ที่คุณชอบที่สุด แล้วไปหาคุณนะ"
"ผมจำได้ว่าตอนที่เราเร่ร่อน เราเก็บหมากฝรั่งครึ่งชิ้นได้จากถังขยะ คุณกินไปแค่ครึ่งเดียว ส่วนที่เหลือก็คะยั้นคะยอให้ผมกินให้ได้"
"คุณไม่รู้หรอกว่าความจริงวันนั้นเป็นวันเกิดของผม สำหรับผมแล้วนั่นคือของขวัญวันเกิดที่ดีที่สุด"
"รอผมนะ วันนี้ผมทำตัวดีแล้ว ไม่ดื่มเหล้าแล้ว พรุ่งนี้เช้าผมจะไปหาคุณ"
สวี่ไท่ผิงกอดป้ายวิญญาณของหงโค่วพึมพำกับตัวเอง แววตาอ่อนโยนถึงขีดสุด