- หน้าแรก
- ราชันย์ไร้พ่าย ซ่อนคมสยบใต้หล้า
- บทที่ 17 - เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า คุณสวี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
บทที่ 17 - เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า คุณสวี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
บทที่ 17 - เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า คุณสวี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
บทที่ 17 - เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า คุณสวี่ทำให้ทุกคนตกตะลึงอีกครั้ง
"เสแสร้งแกล้งทำ ราชินีเพลงไปเอาดีด้านการแสดงได้เลยนะเนี่ย ฝีมือการแสดงยอดเยี่ยมจริงๆ" ปรมาจารย์ด้านดนตรีคนหนึ่งเอ่ยปาก ก็เหน็บแนมแบบเจ็บแสบสไตล์คนหน้าไหว้หลังหลอกทันที
ปรมาจารย์คนอื่นๆ มีสีหน้าเรียบเฉย
ในสายตาพวกเขา บุญคุณเล็กน้อยของตระกูลโอวหยาง จะเอาไปเทียบกับเงิน 1,600 ล้านของหลี่บ่านเฉิงได้ยังไง
"จบกัน" เมื่อสัมผัสได้ถึงท่าทีเย็นชาของปรมาจารย์ทั้ง 8 โอวหยางอวิ๋นอี้ก็รู้ทันทีว่า การจะขอร้องปรมาจารย์ทั้ง 8 อีกครั้ง เป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้แล้ว
เขาถอนหายใจยาว
เมื่อนึกถึงผลพวงที่น่ากลัว หากเสียตำแหน่งราชินีเพลง วงการบันเทิงก็จะต้องล้างไพ่ใหม่ ตระกูลโอวหยางอาจต้องเผชิญกับความเสียหายอย่างใหญ่หลวง
โอวหยางอวิ๋นอี้หน้าซีดเผือด พลังกายพลังใจหดหายไปในพริบตา
"พ่อคะ หนูจะพาพ่อไปพบยอดฝีมือที่เก่งกาจท่านนั้น คุณสวี่เองค่ะ" โอวหยางชิงเกอลุกขึ้นยืน แล้วพูด
โอวหยางอวิ๋นอี้มีสีหน้าสิ้นหวัง เขาไม่เชื่อเด็ดขาดว่าลูกสาวจะไปเจอยอดฝีมืออะไรที่ไหน
เขาคิดแค่ว่า ลูกสาวต้องโดนสิบแปดมงกุฎหลอกแน่ๆ
ที่มุมปากของปรมาจารย์ด้านดนตรีทั้ง 8 ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันและแววตาเยาะเย้ย
ยอดฝีมือระดับปรมาจารย์งั้นเหรอ น่าขำ พวกเขาทั้ง 8 คนต่างหาก ที่เป็นตัวแทนระดับความสามารถสูงสุดในวงการดนตรีของประเทศมังกรในปัจจุบัน
ตีให้ตายพวกเขาก็ไม่เชื่อหรอกว่า ในที่กันดารอย่างหมู่บ้านไฉ่อวิ๋น จะมียอดฝีมืออะไรซ่อนอยู่
โอวหยางหว่านเอ๋อร์รู้สึกคับแค้นใจ แต่ภายในใจกลับคาดหวังเป็นอย่างมาก
"หึ เดี๋ยวพอพวกคุณได้ยินเพลงของคุณสวี่ ก็จะรู้เองว่า จุดสูงสุดของวงการดนตรีที่แท้จริงมันเป็นยังไง"
เมื่อเห็นท่าทางดูถูกของปรมาจารย์ทั้ง 8 เธอก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก
"เฮ้อ ช่างเถอะ"
โอวหยางอวิ๋นอี้ถอนหายใจยาวอีกครั้ง แววตาดูอิดโรยขึ้น แต่ก็แฝงไปด้วยความโกรธ เขากัดฟันพูดว่า "พ่อก็อยากจะเห็นเหมือนกันว่า เป็นใครมาจากไหน ถึงทำให้พวกแกลุ่มหลงได้ขนาดนี้"
"ถ้าเขามีความสามารถจริง ตระกูลโอวหยางก็ยินดีจ่ายทุกราคา"
"แต่ถ้าเป็นแค่พวกสิบแปดมงกุฎล่ะก็ อย่าหาว่าพ่อไม่เกรงใจก็แล้วกัน"
เมื่อพูดถึงประโยคสุดท้าย แววตาของโอวหยางอวิ๋นอี้ก็ฉายแววอำมหิต
"พอดีเลย พวกเราคนแก่กำลังเบื่อๆ อยู่ ขอตามไปดูหน้ายอดฝีมือจอมปลอมของพวกคุณหน่อยก็แล้วกัน"
"ใช่ ฝีมือด้านดนตรีของพวกเรา แม้จะไม่ได้เก่งกาจที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่การจะแยกแยะว่าเพลงไหนดีหรือไม่ดี พวกเราก็พอทำได้"
"ถือซะว่าช่วยตระกูลโอวหยางเป็นครั้งสุดท้าย ช่วยแฉพวกต้มตุ๋นให้ก็แล้วกัน"
โอวหยางชิงเกอโค้งคำนับปรมาจารย์ทั้ง 8 อย่างเป็นทางการ แต่สีหน้ากลับเรียบเฉย "ขอบคุณท่านผู้อาวุโสทั้งแปดมากค่ะ บุญคุณความแค้นระหว่างตระกูลโอวหยางกับพวกท่าน ถือว่าจบสิ้นกันแค่นี้"
"นังหนูตระกูลโอวหยาง นี่เธอเป็นคนพูดเองนะ" ปรมาจารย์คนหนึ่งแค่นเสียงเย็น
ในเมื่อฉีกหน้ากากกันแล้ว ก็ไม่มีอะไรต้องเกรงใจอีกต่อไป
ยิ่งไปกว่านั้น พวกเขามั่นใจว่าจะช่วยดาราในสังกัดของหลี่บ่านเฉิง แย่งตำแหน่งราชินีเพลงคนใหม่ของประเทศมังกรมาจากโอวหยางชิงเกอได้แน่นอน
ถึงตอนนั้น ตระกูลโอวหยางก็คงใกล้จะล่มสลายแล้ว จะไปกลัวพวกมันทำไม
"พ่อคะ เชื่อหนูเถอะค่ะ ครั้งนี้ตระกูลโอวหยางอาจจะได้ก้าวหน้าขึ้นไปอีกขั้น" แววตาของโอวหยางชิงเกอแน่วแน่
เธอตัดสินใจแล้วว่า จะไปขอร้องคุณสวี่อีกครั้ง
ต่อให้ชาตินี้ต้องยอมเป็นวัวเป็นม้าเพื่อตอบแทนบุญคุณคุณสวี่ ก็จะไม่ยอมให้พ่อต้องคุกเข่ารับความอัปยศเด็ดขาด
ลูกหลานอย่างพวกเรา ต้องมีศักดิ์ศรี ยอมตายดีกว่ายอมถูกหยามเกียรติ
"ช่างเถอะ เฮ้อ" โอวหยางอวิ๋นอี้ถอนหายใจยาว
เขาเริ่มคิดหาวิธีเตรียมทางหนีทีไล่ให้ตระกูลโอวหยางแล้ว
คณะคนกลุ่มใหญ่ เดินขบวนมุ่งหน้าไปยังร้านเล็ก
ในร้านเล็กยามเช้า
สวี่ไท่ผิงลืมตาที่ยังคงงัวเงียด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ ค่อยๆ พยุงร่างลุกขึ้น
เมื่อคืน หลังจากอาการบาดเจ็บที่หัวใจกำเริบ เขาก็กระดกเหล้าแรงเข้าไปอย่างบ้าคลั่ง ดื่มไปมากกว่าปกติหลายสิบเท่า
เวลานี้ ทั่วทั้งร่างของเขาอบอวลไปด้วยกลิ่นเหล้า
"หงโค่ว เมื่อคืน อาการบาดเจ็บที่หัวใจ ทำให้พลังของฉันลดลงไปอย่างน้อยสองส่วน ดีใจมากเลย"
"แบบนี้ ฉันก็ยิ่งมั่นใจว่าจะลากพวกยอดฝีมือจากต่างแดนไปลงนรกพร้อมกันได้ ไม่อย่างนั้น ฉันกลัวว่าพวกมันจะอ่อนแอเกินไปจนฆ่าฉันไม่ได้"
"รอจนถึงวันสุดท้ายของปีที่สิบ ฉันจะไปหาคนรู้จักเก่าๆ ตามสัญญาที่ให้ไว้สิบปี จากนั้น ก็จะลากศัตรูทั้งหมดไปตายด้วยกัน ลงไปอยู่เป็นเพื่อนเธอ"
"จำไว้นะ ต้องรอฉันนะ ขอร้องล่ะ"
ระหว่างที่สวี่ไท่ผิงพร่ำรำพัน เขาก็กระดกเหล้าแรงเข้าปากไปอีกอึก รอยยิ้มขมขื่นปรากฏที่มุมปาก
เขาใช้ชีวิตแบบนี้มาแปดปีเต็มแล้ว
และตอนนี้ เวลาก็ใกล้เข้ามาทุกที
รอจนครบสิบปี ไปเจอกับคนรู้จักเก่าๆ ทำตามสัญญาที่ให้ไว้ให้สำเร็จ จากนั้นก็จะได้... หลุดพ้นเสียที
เขาค่อยๆ หยิบเครื่องดนตรีดินเผาซวินขึ้นมา แตะที่ริมฝีปากหนา สวี่ไท่ผิงหลับตาลง เป่าเพลงเบาๆ
เสียงเพลงอันไพเราะดังกังวานไปทั่วร้านเล็ก
ในเวลาเดียวกัน
กลุ่มของโอวหยางชิงเกอ ก็มาถึงบริเวณใกล้เคียงกับร้านเล็กแล้ว
เมื่อมองดูร้านเล็กที่แม้จะมีสไตล์เป็นเอกลักษณ์ แต่กลับดูทรุดโทรมและเรียบง่าย
ที่มุมปากของปรมาจารย์ทั้ง 8 ก็ยิ่งปรากฏรอยยิ้มดูแคลน
ปรมาจารย์ที่อายุมากที่สุดซึ่งเป็นผู้นำ แค่นเสียงฮึดฮัด ชี้ไปที่ร้านเล็ก แล้วถามอย่างเหยียดหยามว่า "นี่น่ะเหรอที่ซ่อนตัวของยอดฝีมือ ก็แค่ร้านเหล้าซอมซ่อไม่ใช่หรือไง"
"หึ ฉันก็นึกว่าจะเป็นดินแดนสุขาวดีที่สวยงามและเงียบสงบอะไรซะอีก ที่แท้ก็แค่นี้เอง" ปรมาจารย์อีกคนพูดเยาะเย้ย
"ที่แบบนี้จะมียอดฝีมือได้ยังไง ฉันว่าน่าจะเป็นพวกสิบแปดมงกุฎมากกว่า"
"นังหนูตระกูลโอวหยาง เล่นละครก็ให้มันพอดีๆ หน่อย พวกเราคนแก่ขี้เกียจเล่นเป็นเพื่อนเธอแล้ว"
"ใช่ ไอ้คนที่อยู่ในร้านน่ะ ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าต้องเป็นสิบแปดมงกุฎแน่ๆ"
"ผู้นำตระกูลโอวหยาง อย่าลืมหักขาไอ้พวกต้มตุ๋น แล้วพังร้านมันทิ้งซะล่ะ พวกเราขอตัวก่อน"
ปรมาจารย์คนสุดท้ายพูดจบ ก็ทำท่าจะเดินหนี
สถานที่แห่งนี้ น่าเบื่อสำหรับพวกเขา สู้รีบไปหาคุณหลี่บ่านเฉิง เพื่อรับเงิน 1,600 ล้านดีกว่า
"เฮ้อ จบกัน" ความหวังริบหรี่สุดท้ายในใจของโอวหยางอวิ๋นอี้พังทลายลง
ผู้จัดการส่วนตัวก็มีสีหน้าสิ้นหวัง ถ้าราชินีเพลงหมดอนาคต แล้วตัวเองจะเอาไงต่อดี
มีเพียงโอวหยางชิงเกอและโอวหยางหว่านเอ๋อร์เท่านั้น ที่มีสีหน้าคาดหวัง จ้องมองไปที่ประตูร้านอย่างใจจดใจจ่อ
"คุณสวี่คะ วันนี้คุณต้องเป่าเพลงนะคะ" โอวหยางชิงเกอรู้สึกกังวลในใจ
"คุณสวี่คะ คุณต้องรักษาพฤติกรรมประจำวันไว้นะคะ ตบหน้าไอ้แก่พวกนี้ให้หน้าหงายไปเลย" โอวหยางหว่านเอ๋อร์กำหมัดแน่น
เวลาผ่านไปวินาทีแล้ววินาทีเล่า
แต่สำหรับสองพี่น้องตระกูลโอวหยาง กลับรู้สึกเหมือนยาวนานเป็นศตวรรษ
พวกเธอกลัวว่าวันนี้คุณสวี่จะไม่เป่าเพลง
หมัดน้อยๆ ที่กำแน่นของหญิงสาวทั้งสองเริ่มมีเหงื่อซึมออกมา
ทันใดนั้น
ในจังหวะที่ปรมาจารย์ทั้ง 8 กำลังจะหันหลังกลับ
ในร้านเล็ก
ก็มีเสียงเพลงอันไพเราะดังแว่วออกมา
เพลงในวันนี้ ดูเหมือนจะแตกต่างจากวันก่อนๆ
เสียงเพลง ดังกังวานสะท้านใจ
ตามมาด้วยบรรยากาศของการสู้รบอันดุเดือด
ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ จิตใจถูกดึงดูดเข้าไปในทันที ราวกับหลุดเข้าไปอยู่ในสนามรบที่อันตรายและกำลังถูกขนาบข้างจากทั้งสองกองทัพ
ความรู้สึกกดดันอันมหาศาล ทำให้รู้สึกอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
ในพริบตานั้น กองทัพทั้งสองฝั่งก็เริ่มเคลื่อนไหว
ฆ่า
เหล่าทหารกล้าพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไร้ความหวาดกลัว
ทุกคนในที่นั้น รู้สึกราวกับว่ามีทหารนับหมื่นนับแสนกำลังพุ่งตรงเข้ามาหาพวกเขาด้วยจิตสังหารอันรุนแรง
"ซี๊ด เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า"
"เหนือล้ำกว่าระดับปรมาจารย์ผู้ยิ่งใหญ่ไปแล้ว"
"นี่ นี่ นี่"
"นี่มันเป็นไปไม่ได้ เพลงบรรเลงแห่งการเข่นฆ่า มีเพียงผู้ที่บรรลุถึงจุดสูงสุดของวงการดนตรีเท่านั้น ถึงจะทำได้"
"บนโลกใบนี้ มีคนเป่าเพลงแบบนี้ได้จริงๆ เหรอ"
ปรมาจารย์ทั้ง 8 ต่างก็เบิกตากว้าง ตาแทบจะถลนออกมาจากเบ้า