เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 34 - การเล่นลิ้นและการพิพากษา

บทที่ 34 - การเล่นลิ้นและการพิพากษา

บทที่ 34 - การเล่นลิ้นและการพิพากษา


บทที่ 34 - การเล่นลิ้นและการพิพากษา

"เดี๋ยว เดี๋ยวก่อน" จู่ๆ เสียงของโอเวนก็แหลมปรี๊ดขึ้นมา เขาก้าวฉับๆ มาหยุดตรงหน้าซูเหยียนแล้วจ้องมองด้วยสายตาดุร้าย

"ถึงยังไงนี่ก็เป็นแค่ข้อสันนิษฐานของผู้ช่วยอย่างแก พวกแกมีหลักฐานอะไรมาพิสูจน์ว่าเป็นฝีมือของพวกเราสองคนฮะ!"

"ถ้าพูดถึงหลักฐานล่ะก็..."

ซูเหยียนทำหน้าพิลึกพิลั่นพลางชี้นิ้วไปทางหน้าประตูห้องครัว

"นั่นไงล่ะหลักฐาน"

นายหญิงของบ้านที่เหลือร่างกายเพียงครึ่งซีกกำลังลอยออกมาจากห้องครัวพอดี ในมือประคองชามสตูร้อนฉ่าเอาไว้

สตูสีเลือดแดงฉานยังมีควันกรุ่นลอยฟุ้ง มองเผินๆ ยังพอมองออกว่าเศษเนื้อเป็นก้อนๆ ในชามคือเศษตับที่ถูกหั่นมา

"คุณตำรวจทั้งสองคะ ตับผีสดๆ ใหม่ๆ สนใจชิมสักหน่อยไหมคะ"

ภรรยาของโอเวนถามด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่สองมือของเธอเต็มไปด้วยเลือด

"หลักฐาน ผู้ช่วย นายหมายความว่ายังไง"

เมื่อเห็นเจ้าหมีโง่ขาวดำสองตัวยังตามสถานการณ์ไม่ทัน ซูเหยียนก็ถอนหายใจยาว ก่อนจะเดินไปข้างนายหญิงของบ้าน

เขาใช้ช้อนตักตับสีเลือดขึ้นมาทีละช้อน

"นี่มัน?!"

"มีวิธีการลงมือแบบนี้อยู่ด้วยเหรอเนี่ย!!"

นักสืบหมีดำกับสารวัตรหมีขาวอุทานขึ้นมาพร้อมกัน

ภายในห้องนั่งเล่น หัวของเมดคาเรนยังคงลอยเท้งเต้งอยู่กลางอากาศ เธอมองดูเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยแววตาเลื่อนลอย

ส่วนซูเหยียนได้แต่กระตุกมุมปากยิกๆ

"เอาล่ะคุณผู้ชาย ตอนนี้คุณยังมีอะไรจะแก้ตัวอีกไหม" สารวัตรหมีขาวหันไปมองนายท่านของบ้านด้วยสายตาดุดัน

ดวงตาที่เกลียดชังความชั่วร้ายราวกับมองทะลุปรุโปร่งไปถึงแก่นแท้!

ทว่าซูเหยียนกลับประเมินอีกฝ่ายสูงเกินไป

"ไม่ ไม่ ไม่ครับคุณตำรวจ"

หลังจากที่โอเวนตั้งสติจากความตื่นตระหนกได้ เขาก็แสยะยิ้มเย็นชาออกมา

"ถอยคนละก้าวเลยนะ คุณทำได้แค่ตั้งข้อหาว่าเรากินตับเท่านั้น คุณไม่มีหลักฐานพิสูจน์สักหน่อยว่าพวกเราเป็นคนฆ่าผีตัวนี้"

"ตามกฎหมายข้อหา 'แบ่งกันกินศพผี' คุณมีสิทธิ์ถ่มน้ำลายใส่หน้าผมได้สามที"

"แต่สำหรับข้อหาอื่น ผมไม่ขอรับหรอกนะ"

โอเวนกอดอก ท่าทางเย่อหยิ่งจองหองหนักกว่าเดิม

ดวงตาของนักสืบหมีดำหรี่แคบลง

นี่คืออาชญากรที่รับมือยากที่สุดเท่าที่เขาเคยเจอมา หมอนี่คำนวณทุกอย่างเอาไว้แบบไร้ที่ติจริงๆ!

"ดูเหมือนว่า คืนนี้พวกเราคงต้องยอมแพ้แล้วล่ะผู้ช่วย"

นักสืบหมีดำกัดริมฝีปากด้วยความเจ็บใจ

ซูเหยียนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะหันไปมองหัวเมดที่ลอยอยู่ข้างๆ

"ขอโทษนะครับ คุณรู้ไหมว่าใครเป็นคนฆ่าคุณ"

หัวเมดชะงักไปนิดนึง ก่อนจะหันไปมองโอเวน "เขาเป็นคนทำค่ะ"

สีหน้าของโอเวนเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง!

นักสืบหมีดำเบิกตากว้าง หันขวับมามองซูเหยียนทันที "เป็นการสืบสวนที่ยอดเยี่ยมอะไรขนาดนี้! ผู้ช่วย ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าพรสวรรค์ของนายจะโดดเด่นถึงขั้นนี้!"

เหอะๆ

นี่แกเรียกสิ่งนี้ว่าการสืบสวนเหรอ

ซูเหยียนรู้สึกเหมือนมีตัวอัลปาก้าหมื่นตัววิ่งควบเหยียบย่ำไปมาอยู่ในหัว

เขาสัมผัสได้ถึงความมุ่งร้ายที่แผ่ซ่านมาจากเกมสยองขวัญ

เกมที่เขียนไว้ว่าเอาชีวิตรอด สุดท้ายก็บีบให้ต้องไปฆ่าบอสลับถึงจะผ่านด่าน เกมที่เขียนไว้ว่าให้ร่วมมือกัน กลับเต็มไปด้วยการหักหลังและมีคนตายไปครึ่งหนึ่ง

แล้วตอนนี้ไอ้เกมสืบสวนนี่ ดูทรงแล้วก็คงไม่ได้มาแบบปกติเหมือนกัน

สรุปแล้วเขาเข้ามาทำอะไรที่นี่กันแน่วะเนี่ย

สิ่งที่ทำให้ซูเหยียนคาใจมากที่สุดก็คือ จนถึงป่านนี้ ภารกิจหลักก็ยังไม่เด้งขึ้นมาเลย

"ทั้งสองคน มีอะไรก็ไปคุยกันที่โรงพักเถอะ" อีกด้านหนึ่ง สารวัตรหมีขาวหยิบกุญแจมือออกมา

สีหน้าของโอเวนเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้ายอยู่นาน

จู่ๆ เขาก็ส่ายหน้า แสยะยิ้มพลางยกมือยอมแพ้แล้วถอยหลังไปสองสามก้าว "ผมยอมรับ"

"คนที่ทำให้คาเรนสลบคือผมเอง แต่คนที่ลงมือฆ่าคาเรนอย่างโหดเหี้ยมคือภรรยาของผม ผมไม่ได้มีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ และไม่รู้เรื่องอะไรด้วยเลย"

"หึหึ สารวัตรหมีขาว คุณก็ยังจับผมไม่ได้อยู่ดี"

ทุกคนหันไปมองนายหญิงของบ้าน เธอยังคงยิ้มโง่ๆ โดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ

"เฮ้ย นี่แกหลอกคนบ้าหรือไงฟะ!"

ซูเหยียนสบถอย่างไม่พอใจ

"ช่างเถอะ ผู้ช่วย" นักสืบหมีดำห้ามซูเหยียนเอาไว้ ก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงลึกล้ำ "ในเมืองนี้ มักจะมีอาชญากรที่กฎหมายเอาผิดไม่ได้อยู่เสมอแหละ"

"แบบนี้ ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดแล้ว"

เมื่อมาอยู่ในที่ที่คนแปลกหน้าและไม่คุ้นเคย พอเห็นหมีดำพูดแบบนี้ ซูเหยียนก็ทำได้แค่ยักไหล่ เตรียมตัวยอมแพ้

ก็แน่ล่ะ

ตอนนี้อย่าว่าแต่ภารกิจหลักเลย แค่ภารกิจรองสักข้อยังไม่เด้งขึ้นมาให้เห็นเลย

มันไม่มีคำใบ้บอกเลยว่าการจับตัวฆาตกรตัวจริงคือเป้าหมายหลักของดันเจี้ยนในรอบนี้

ซูเหยียนเลยปล่อยเลยตามเลย

"ดันเจี้ยนรอบนี้ต้องการให้ฉันรับบทบาทอะไรกันแน่ หรือว่าจุดทริกเกอร์ภารกิจหลักมันอยู่ตรงไหนกัน" ซูเหยียนตกอยู่ในภวังค์ความคิด

เขาหันไปมองรอบๆ อย่างไม่ตั้งใจ แต่กลับเห็นว่าสารวัตรหมีขาวกับนายท่านของบ้านกำลังแอบส่งสายตาให้กันอย่างลับๆ

ซูเหยียนสะดุ้งเฮือก

ความรู้สึกแปลกประหลาดที่คุ้นเคยผุดขึ้นมาในหัว จนถึงตอนนี้ซูเหยียนก็ยังบอกไม่ได้ว่าความรู้สึกนี้มันคืออะไร แต่ในดันเจี้ยนก่อนหน้านี้ มันมักจะมีความสำคัญและชี้ขาดสถานการณ์ได้เสมอ

จะปล่อยนายท่านคนนี้ไปไม่ได้เด็ดขาด

"สารวัตรหมีขาว" ซูเหยียนรีบเดินเข้าไปหา

"มีอะไร" สารวัตรหมีขาวขมวดคิ้ว ยิ่งทำให้ซูเหยียนมั่นใจ

"แค่ทำให้ผู้ชายคนนี้ยอมรับสารภาพ ก็สามารถจับกุมเขาได้แล้วใช่ไหม" ซูเหยียนชี้ไปที่โอเวนที่กำลังยิ้มเยาะอย่างได้ใจ

"โอ้ หรือว่านายเจอเบาะแสสำคัญอะไรเข้าแล้ว"

"เปล่าครับ" ซูเหยียนส่ายหน้า

หรือจะพูดให้ถูกก็คือ เบาะแสที่แน่นหนาในสายตาของเขา

สำหรับคนในโลกนี้ แค่การเล่นลิ้นตรรกะวิบัติไม่กี่ประโยคก็หลุดพ้นข้อหาได้แล้ว

"ไอ้หนู พูดจาซี้ซั้วไม่ได้นะ ไม่งั้นฉันจะฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทแกแน่" โอเวนขู่ฟ่อด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก

"ข้อหาหมิ่นประมาทใช้กับที่นี่ไม่ได้ผลหรอก สิ่งที่ฉันจะทำ คือทำให้แกยอมรับสารภาพออกมาเองต่างหาก"

"รับสารภาพ รับสารภาพเนี่ยนะ"

โอเวนกุมท้องหัวเราะลั่น ราวกับได้ยินเรื่องตลกขบขันที่สุดในโลก

ซูเหยียนไม่ได้สนใจ เขาเสกปืนลูกโม่สีทองแดงโบราณออกมาไว้ในมือ

ปืนลูกโม่ผู้ศรัทธา - เมื่อเหนี่ยวไกจะสามารถสร้าง 'ความศรัทธา' ให้กับผู้ที่ถูกยิงได้ ความรุนแรงขึ้นอยู่กับกระสุนที่เหลืออยู่ในแมกกาซีน / หากยิงกระสุนไม่ออก ค่าความเกลียดชังของสิ่งมีชีวิตสายศาสนาที่มีต่อคุณจะเพิ่มขึ้น +20% ค่าความบ้าคลั่งเพิ่มขึ้น +20%

ซูเหยียนเปิดแมกกาซีนดู ตั้งแต่เข้าดันเจี้ยนมายังไม่ถึงสามชั่วโมง ในแมกกาซีนก็เลยมีกระสุนแค่สามนัดเหมือนเดิม

ถึงแม้ผีสามตัวตรงหน้าจะดูไม่เหมือนพวกสิ่งมีชีวิตสายศาสนาก็ตาม แต่ความเสี่ยงในการใช้ปืนลูกโม่ผู้ศรัทธาก็ยังประมาทไม่ได้อยู่ดี

กาลครั้งหนึ่ง เคยมีผู้ถูกเลือกที่มีพรสวรรค์ทรงพลังคนหนึ่ง

พรสวรรค์ระดับ A ของเขาคือ 'พ่อพันธุ์' - หลังจากเสียบริสุทธิ์ สิ่งมีชีวิตทั้งหมดในดันเจี้ยนที่ไม่ใช่เพศเดียวกันจะมีค่าความประทับใจต่อเขาเพิ่มขึ้น +100% ค่าความหลงใหลเพิ่มขึ้น +100%

ด้วยพรสวรรค์นี้ เขาผ่านดันเจี้ยนเกมมาได้อย่างราบรื่น จนกระทั่งในภายหลัง เขาไปตกม้าตายในดันเจี้ยนแนวโรงเรียน

ตัวละครหญิงทุกคนมีความประทับใจในตัวเขาสูงเกินไป สุดท้ายพวกเธอก็กลายเป็นยันเดเระกันหมด และเพื่อที่จะได้อยู่กับเขาตลอดไป พวกเธอจึงสับเขาเป็นชิ้นๆ อย่างสมบูรณ์แบบ

ใครจะไปคิดว่า บัฟที่ดูเหมือนจะไม่มีข้อเสียอะไรเลย กลับคร่าชีวิตเขาไปอย่างควบคุมไม่ได้

กรณีศึกษานี้ที่เขาค้นมาจากสถาบันมันฝังลึกอยู่ในหัว

ไม่ว่าจะเป็นบัฟที่ดีหรือร้าย ก็ไม่ควรไปลองเสี่ยงสุ่มสี่สุ่มห้า

โชคดีที่ซูเหยียนหาวิธีแก้ปัญหาได้แล้ว

"คนอย่างแก ลำพังแค่กฎหมายที่เคร่งครัดมันทำให้แกเกรงกลัวไม่ได้หรอก สิ่งที่แกขาดไป ก็คือหลักศีลธรรมอันดีงามของมนุษย์ปกติ"

เขาล้วงหยิบกระสุนออกมาจากกระเป๋าสามนัด ท่ามกลางสายตาดูแคลนของโอเวน ซูเหยียนยัดกระสุนเข้าไปในแมกกาซีนทีละนัด ทีละนัดจนเต็ม

พวกนี้เป็นแค่กระสุนธรรมดา

ตอนที่ระบบเกมสยองขวัญดึงตัวผู้เล่นเข้ามา อนุญาตให้พกพาสิ่งของติดตัวได้ประมาณ 5 กิโลกรัม

นั่นหมายความว่า การพกปืนเข้ามาก็มีความเป็นไปได้

ดังนั้นหลังจากที่เกมสยองขวัญจุติลงมา ค่าใช้จ่ายสำหรับของใช้ในชีวิตประจำวันจึงถูกลงมาก สิ่งที่แพงหูฉี่ขึ้นมาแทนก็คืออุปกรณ์ป้องกันตัวพวกนี้นี่แหละ

แค่กระสุนพวกนี้ ซูเหยียนก็ซื้อมาในราคานัดละหนึ่งหมื่นเครดิตแล้ว

กระสุนสามนัดถูกยัดเข้าไปในแมกกาซีน เติมเต็มช่องว่างได้อย่างสมบูรณ์แบบ

"ก็ไม่มีใครตั้งกฎไว้นี่นา ว่าห้ามเติมกระสุนทางกายภาพ" ซูเหยียนโยนปืนลูกโม่ที่หนักอึ้งในมือเล่น ก่อนจะยิ้มพลางหมุนแมกกาซีน

แมกกาซีนหมุนติ้วอย่างรวดเร็ว บนตัวปืนค่อยๆ เปล่งแสงสีขาวศักดิ์สิทธิ์ออกมา เป็นสัญญาณบ่งบอกว่าสามารถใช้งานเอฟเฟกต์พิเศษได้แล้ว

เขาหันปากกระบอกปืนไปทางโอเวนที่ยังไม่รู้ชะตากรรมของตัวเอง ซูเหยียนยิ้มบางๆ

"ตอนนี้ ถึงเวลาที่แกจะต้องรับการชำระล้างด้วย 'ค่านิยมหลักของสังคมนิยม' แล้วล่ะ"

ซูเหยียนเหนี่ยวไกปืน

...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 34 - การเล่นลิ้นและการพิพากษา

คัดลอกลิงก์แล้ว