- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 32 - นักสืบหมีดำ
บทที่ 32 - นักสืบหมีดำ
บทที่ 32 - นักสืบหมีดำ
บทที่ 32 - นักสืบหมีดำ
สี่สิบวันต่อมา
หลังจากแยกย้ายกันที่ห้องพยาบาล ซูเหยียนก็ใช้เวลาที่เหลือทั้งหมดไปกับการศึกษาข้อมูลต่างๆ ที่สถาบันมอบให้
โดยเฉพาะข้อมูลของกลุ่ม 'นอกกฎหมาย' ที่เขาใส่ใจเป็นพิเศษ
ยิ่งอ่านก็ยิ่งรู้สึกเสียวสันหลังวาบ
จะบอกว่านี่คือองค์กรก่อการร้ายที่ครอบคลุมไปทั่วประเทศก็คงไม่เกินจริงนัก ความมืดมิดที่ถูกกดทับไว้ในโลกความเป็นจริง ถูกคนพวกนี้ปลดปล่อยออกมาในเกม
แต่เมื่อเทียบกับความไร้ระเบียบของสมาชิกระดับล่างแล้ว ความบ้าคลั่งของสมาชิกระดับแกนนำต่างหากที่เป็นสิ่งที่น่ากลัวที่สุด
สมาชิกระดับแกนนำแทบทุกคนล้วนมีค่าหัวอยู่ในดาร์กเว็บ จุดเด่นที่เหมือนกันมากที่สุดคือพวกมันจะใช้ตัวเลขเป็นชื่อ
ไป๋สือชีที่ซูเหยียนจัดการไปก็คือหนึ่งในนั้น
ยิ่งอันดับสูงมากเท่าไหร่
ความแข็งแกร่งก็ยิ่งน่าสะพรึงกลัวมากขึ้นเท่านั้น
ว่ากันว่าในหมู่ตัวท็อปห้าอันดับแรก เคยมีคนก่อคดีสยองขวัญด้วยการไล่ฆ่าล้างบางดันเจี้ยนหลายคนขนาดหลักร้อยคนมาแล้ว
ส่วนสาเหตุที่กลุ่ม 'นอกกฎหมาย' คอยก่อการร้ายในเกมสยองขวัญมาอย่างยาวนาน ทางสถาบันเองก็ไม่ทราบแน่ชัด หรือแน่นอนว่าข้อมูลอาจจะถูกลดทอนลงไปบ้าง
สถาบันเจียงเฉิงก็เป็นเพียงหนึ่งในเจ็ดสถาบันทั่วประเทศ ซึ่งสถาบันเหล่านี้ตั้งกระจายอยู่ทั่วทุกหนแห่งอย่างสมดุล
หลังจากทำความเข้าใจข้อมูลของกลุ่มนอกกฎหมายและขั้วอำนาจอื่นๆ แล้ว ซูเหยียนก็เริ่มอ่านข้อมูลดันเจี้ยนหลายคนและดันเจี้ยนเกมที่ซับซ้อนยิ่งขึ้นซึ่งสถาบันจัดเตรียมไว้ให้
ต่อให้รอบหน้าเขาจะไม่ได้เข้าดันเจี้ยนหลายคน ข้อมูลพวกนี้ก็ยังเป็นประโยชน์ในการอ้างอิงอยู่ดี
เวลาผ่านไปอย่างคุ้มค่าโดยไม่รู้ตัว
ในระหว่างนี้เขาหาเวลาว่างออกไปนอกสถาบัน เพื่อผลาญเครดิตสี่แสนแต้มในมือจนเกลี้ยง
ในที่สุดเมื่อถึงวันที่สี่สิบเอ็ด ซูเหยียนก็ถูกดึงตัวเข้าไปในเกมสยองขวัญอีกครั้ง
[กำลังโหลดดันเจี้ยนเกม 'เมืองมายาจิต']
[ประเภทดันเจี้ยน: สืบสวนสอบสวน]
[จำนวนทักษะที่สุ่มได้: 3 จำนวนครั้งที่รีเฟรชได้: 0 ต้องการสุ่มทันทีหรือไม่]
ยังคงเป็นมิติพระจันทร์สีเลือดที่คุ้นเคย ซูเหยียนมองดูจำนวนทักษะของเกมรอบนี้ด้วยแววตาเคร่งเครียดเล็กน้อย
เกมรอบนี้ถึงกับให้สุ่มทักษะได้ตั้งสามอย่าง
นี่ไม่ใช่ข่าวดีสักเท่าไหร่หรอกนะ ของฟรีไม่มีในโลก การให้ทักษะมาเยอะแบบนี้ ในอีกมุมหนึ่งมันก็คือการบอกใบ้ถึงความซับซ้อนของเกม
ซูเหยียนตบกระเป๋าตัวเองเพื่อเช็กให้แน่ใจว่าของยังอยู่ครบ ก่อนจะไม่ลังเลอีกต่อไป
"สุ่มทักษะ"
หน้าต่างตัวเลือกเด้งขึ้นมา รอบนี้เป็นการเลือกสามจากห้า
ซูเหยียนคัดสองทักษะที่ใช้งานได้ไม่ครอบคลุมและมีผลข้างเคียงค่อนข้างรุนแรงทิ้งไปก่อนเป็นอันดับแรก
ทักษะที่ 1: ลูกบ้านอื่น (ระดับ E)
ผลลัพธ์: คุณสามารถสร้างภาพหลอนของเด็กรุ่นราวคราวเดียวกันที่สมบูรณ์แบบ เจิดจรัส เสียสละ และยอดเยี่ยม เพื่อสร้างปมด้อยในวัยเด็กให้อีกฝ่าย เพิ่มความรู้สึกพ่ายแพ้ย่อยยับ เป็นเวลาสิบนาที
หมายเหตุ: ฉันเชื่อมาตลอดว่า 'คู่แข่งฟ้าประทาน' คนนั้นมีอยู่จริง จนกระทั่งวันหนึ่ง ฉันเอาหินไปปาใส่หน้าต่างบ้านข้างๆ หลังจากนั้น พ่อก็เอาความรักจากเข็มขัดหนังมาฟาดฉันแบบจัดเต็มสิบนาทีถ้วน...
ทักษะที่ 2: พวกเราได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพ (ระดับ F)
ผลลัพธ์: คุณจะไม่สามารถฉีกยิ้มต่อหน้าคนอื่นได้ แต่เสียงหัวเราะของคุณจะมีความสามารถในการกวนตีนขั้นสุดยอด
หมายเหตุ: เทคนิคที่เจ้าหน้าที่ตำรวจมืออาชีพสองนายค้นคว้ามาทั้งชีวิต หวังว่ามันจะเป็นประโยชน์กับคุณนะ
ส่วนอีกสองทักษะที่เหลือดูจะใช้งานได้จริงมากกว่า
ทักษะที่ 3: ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง (ระดับ E)
ผลลัพธ์: คุณสามารถสร้างร่างแยกของเพื่อนขึ้นมาได้หนึ่งคน เขาจะไม่มีใบหน้า แต่จะเคลื่อนไหวตามความต้องการของคุณ ในทางกลับกัน คนส่วนใหญ่จะสงสัยว่าเพื่อนของคุณก็คือตัวคุณเองนั่นแหละ
หมายเหตุ: นั่นไม่ใช่เพื่อน นั่นคือฮีโร่ที่ยอมหน้าด้านไปขออาหารเสบียงกรังทางใจมาให้ฉันต่างหาก!
ทักษะที่ 4: ทักษะการแสดงโฆษณาเถื่อน (ระดับ E)
ผลลัพธ์: คุณสามารถควบคุมสีหน้าได้อย่างอิสระ สร้างท่าทางที่น่าเชื่อถือได้อย่างแนบเนียน
หมายเหตุ: ตื่นเถอะ เดี๋ยวนี้ในซีรีส์มีนักแสดงมืออาชีพที่ไหนกันล่ะ ถ้าพูดถึงเรื่องแอ็กติ้งล่ะก็ ฉันยอมรับแค่นักแสดงในโฆษณาเถื่อนเท่านั้นแหละ เล่นเป็นอะไรก็เหมือนไปหมด มืออาชีพตัวจริง!
ซูเหยียนสังเกตเห็นว่า
ทักษะที่สี่น่าจะเป็นทักษะที่เอนเอียงไปทาง 'สายความเป็นจริง'
ดังนั้นต่อให้มันจะขัดแย้งกับทักษะที่ห้าอยู่บ้าง เขาก็ยังตัดสินใจเก็บมันไว้
สุดท้าย เขามองไปที่ทักษะสุดท้ายด้วยดวงตาที่เป็นประกาย
"ในที่สุด ในที่สุดก็ได้ทักษะระดับ D สักทีโว้ย!"
เมื่อจำนวนครั้งในการลงดันเจี้ยนเพิ่มขึ้น คุณภาพของทักษะก็เริ่มขยับสูงขึ้นตามไปด้วยจริงๆ
ที่ซูเหยียนตื่นเต้นขนาดนี้ สาเหตุหลักเป็นเพราะทักษะที่สุ่มได้ในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะไม่ไร้ประโยชน์เหมือน [พี่สาวคนสวยครับ ผมหิว ขอข้าวหน่อย] แต่มันกลับใช้งานได้จริงแบบสุดๆ ไปเลย!
ทักษะที่ 5: ค่ายฝึกฮาวาย (ระดับ D)
ผลลัพธ์: คุณสามารถระบุทักษะใดก็ได้หนึ่งอย่าง ภายในเวลาสิบนาที คุณจะได้รับเทคนิคระดับผู้เชี่ยวชาญของทักษะการกระทำนั้น ทักษะนี้ใช้งานได้เพียงหนึ่งครั้งในหนึ่งชั่วโมง
หมายเหตุ: ไม่ต้องถาม ถ้าถามก็จะบอกว่าพ่อฉันสอนให้ที่ฮาวาย
ซูเหยียนลากทั้งสามทักษะใส่ช่องทักษะด้วยความพึงพอใจ เตรียมตัวเข้าสู่เกม
ตัวเขาในตอนนี้
ช่องทักษะ: มื้อนี้ซัดตัวร้ายไปกี่คน (ระดับ F) / มือแห่งคำใบ้ (ระดับ F) / ดากะ โคโตวารุ! (ระดับ E) / ฉันมีเพื่อนอยู่คนหนึ่ง (ระดับ E) / ทักษะการแสดงโฆษณาเถื่อน (ระดับ E) / ค่ายฝึกฮาวาย (ระดับ D)
ช่องอุปกรณ์: อุปกรณ์เคลื่อนย้ายสามมิติ (73%) (ระดับ D) / ข้าวปั้นโมโมทาโร่ (ระดับ E) / ปืนลูกโม่ผู้ศรัทธา (ระดับ D) / ตราสัญลักษณ์วิญญาณ
ถือว่าผ่านช่วงมือใหม่มาได้อย่างเป็นทางการ รู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะ
ต้องขอขอบคุณมิตรภาพอันแสนอบอุ่นจากพวกพี่ๆ แก๊งนอกกฎหมายที่ช่วยสปอนเซอร์ให้
[เกมสยองขวัญเริ่มต้นขึ้น——]
[เผชิญทัณฑ์ทรมาน เมืองมายาจิต]
"ผู้ช่วย ตื่นสิ ผู้ช่วย!"
ทันทีที่เข้าสู่ดันเจี้ยน เสียงทุ้มต่ำอู้อี้ก็ดังขึ้นข้างหู
ซูเหยียนหันขวับไปมองอย่างงัวเงีย ก่อนจะสะดุ้งเฮือกตกใจสุดขีด
"เฮ้ย ปีศาจอะไรวะเนี่ย!"
ซูเหยียนก็ไม่อยากจะโวยวายหรอกนะ แต่พอมีหมีดำตัวใหญ่เท่าคนมายืนจ่อหน้าพูดด้วยแบบนี้ เป็นใครก็ต้องตกใจกันทั้งนั้นแหละ
"ปีศาจเหรอ นายอย่าเอาฉันไปเหมารวมกับพวกสวะมือเท้าไม่สะอาดพวกนั้นสิ" ใบหน้าหมีดำกลอกตาบนแบบมนุษย์เด๊ะๆ
ซูเหยียนถึงเพิ่งได้มองลักษณะของหมีดำชัดๆ
สรุปสั้นๆ
นี่คือหมีที่เหมือนคนมากๆ หรือจะบอกว่าเป็นคนที่เหมือนหมีมากๆ ก็ได้
ทุกท่วงท่าของอีกฝ่ายดูมีความเป็นมนุษย์สูงมาก ที่สำคัญคือหมีดำตัวนี้สวมชุดสูทสุดเนี้ยบแบบสุภาพบุรุษ แถมยังมีไม้เท้าเข้าชุดกันอีกต่างหาก
ให้ความรู้สึกภูมิฐานและเปี่ยมไปด้วยสติปัญญา
"อะไรวะเนี่ย ซูโทเปียเหรอ ให้ฉันช่วยนายไปจับนายกเทศมนตรีเอาไหมล่ะ"
"นายพูดเพ้อเจ้ออะไรเนี่ย"
หมีดำทำหน้าฉงน ก่อนจะโบกมืออย่างรำคาญนิดๆ
"เอาเถอะๆ อย่ามัวเสียเวลาเลยผู้ช่วย คืนนี้สำนักงานนักสืบของเรามีงานเข้าแล้ว"
นักสืบหมีดำล้วงกล้องยาสูบออกมาจากใต้ขนหนาฟู จุดไฟอย่างใจเย็น แล้วเดินส่ายอาดๆ ตรงไปยังถนนสายหนึ่งโดยไม่รอให้ซูเหยียนตอบกลับ
ซูเหยียนอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบเดินตามไป
เขาลอบสังเกตสภาพแวดล้อมรอบตัว
ในค่ำคืนอันมืดมิด แสงไฟนีออนสาดส่องกระทบเงาของเมืองนี้ ตึกสูงระฟ้าสไตล์โมเดิร์นตั้งตระหง่านอยู่เรียงรายนับไม่ถ้วน
เขากับนักสืบหมีดำเดินไปตามถนนสายเปลี่ยวไร้ผู้คน
หลังจากเลี้ยวไปสองสามโค้ง ในที่สุดก็มาถึงจุดหมาย
มันเป็นบ้านพักที่ตกแต่งอย่างหรูหราเอาเรื่อง ทาสีขาวทั้งหลัง ดูเหมือนคฤหาสน์ของพวกเศรษฐี
บริเวณหน้าประตูไม้ที่ดูวังเวง ซูเหยียนเผลอก้าวถอยหลังไปสองสามก้าวโดยสัญชาตญาณ
ลอดผ่านช่องประตูออกมา เลือดสีแดงคล้ำไหลทะลักราวกับน้ำตก
[จบแล้ว]