- หน้าแรก
- เกมสยองขวัญแล้วไง พอดีตรรกะผมมันโกง
- บทที่ 29 - ของรางวัลที่ได้มา
บทที่ 29 - ของรางวัลที่ได้มา
บทที่ 29 - ของรางวัลที่ได้มา
บทที่ 29 - ของรางวัลที่ได้มา
ฝุ่นควันฟุ้งกระจาย
เมื่อก่อนซูเหยียนไม่ค่อยเข้าใจคอนเซปต์ของระเบิดมนุษย์เท่าไหร่นัก จนกระทั่งวันนี้เขาถึงได้ตาสว่าง
พลังทำลายล้างอาจจะขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล แต่ความน่าตกใจนี่มันระดับต้องอุทานว่าเชี่ยแน่นอน
พลังระเบิดจากการพลีชีพของไป๋สือชีแผดเผาอยู่นานนับสิบวินาที
ในระหว่างนั้น โชคดีที่ซูเหยียนทิ้งระยะห่างออกมาได้เร็ว เลยไม่ได้รับบาดเจ็บสาหัสอะไรเพิ่ม เพียงแต่ความรู้สึกที่โดนเศษกระดูกสาดกระเด็นใส่เต็มน้านี่มันไม่น่าอภิรมย์เอาซะเลย
ไม่ใช่แค่เรื่องของสภาพจิตใจนะ แต่บนใบหน้าของเขาก็มีรอยขีดข่วนเล็กๆ เต็มไปหมด
แต่ถ้าเทียบกับการรอดตายมาได้ แค่นี้ก็ถือว่าจิ๊บจ๊อยมากแล้วล่ะ
"ดีนะที่ก่อนหน้านี้ปั่นค่าความโชคดีไว้เยอะ" ซูเหยียนยังรู้สึกเสียวสันหลังไม่หาย
เสาไฟรอบด้านในที่สุดก็สว่างขึ้นมาแล้ว
[เกม 'การต่อสู้ในเงามืด' สิ้นสุดลง]
เสียงประกาศจากระบบที่ดังขึ้นอีกครั้ง ทำให้ซูเหยียนมั่นใจว่าคราวนี้ไป๋สือชีตายสนิทจริงๆ แล้ว
แหงล่ะ เล่นระเบิดซะไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกแบบนั้น
"พวก 'นอกกฎหมาย' อย่างพวกเธอนี่ฮิตตายแบบเท่ๆ กันหรือไงเนี่ย"
เจ็บตัวก็ส่วนเจ็บตัว ซูเหยียนทำได้แค่ปฐมพยาบาลบาดแผลเบื้องต้นตรงนั้นไปก่อน
โชคดีที่ผลของทักษะตุ๊กตาล้มลุกของจางชิงหลินยังอยู่ บวกกับบัฟจากยาเวทมนตร์ก่อนหน้านี้ ทำให้บาดแผลของเขาฟื้นตัวได้ค่อนข้างเร็ว
ซูเหยียนก้าวข้ามกองเศษซากสีขาวแดงที่ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้ง เดินตรงไปยังจุดศูนย์กลางของเศษเนื้อพวกนั้น
ตรงจุดที่เกิดระเบิดเมื่อกี้ มีของหลงเหลืออยู่สองสามอย่าง
ในเกมสยองขวัญ เมื่อผู้เล่นตาย ทักษะกับพรสวรรค์จะสลายหายไปพร้อมกับเจ้าตัว แต่อุปกรณ์สวมใส่จะยังคงอยู่
นี่แหละคือเหตุผลที่ว่าทำไมต้องระวังคนรอบข้างให้ดีตอนที่อยู่ในเกม เพราะอุปกรณ์ที่ผู้เล่นจะหามาได้ มักจะได้มาจากการประเมินผลหลังจบเกมเท่านั้น
ดังนั้นอุปกรณ์จึงเป็นของหายากมากๆ ในเกม
ในบรรดาผู้เล่นสามคนที่ตายไปในรอบนี้ ก็มีแค่ไป๋สือชีคนเดียวที่ทิ้งไอเทมเอาไว้ให้ดูต่างหน้า
ซูเหยียนบีบจมูก เขี่ยเศษซากออก แล้วหยิบห่อบรรจุภัณฑ์ถุงหนึ่งขึ้นมาจากพื้นด้วยความอยากรู้อยากเห็น
มันเป็นถุงตาข่ายที่ใส่ลูกชิ้นสีเหลืองอ่อนเอาไว้ ตรงกลางแปะสติกเกอร์รูปลูกพีชสไตล์การ์ตูนเอาไว้ด้วย
[ไอเทม ข้าวปั้นโมโมทาโร่ (ระดับ E)]
[ผลลัพธ์ เมื่อโยนข้าวปั้นออกไป สัตว์ธรรมดาที่อยู่ใกล้เคียงจะเข้ามากิน และเมื่อกินเข้าไปแล้ว จะยอมเชื่อฟังคำสั่งของคนที่โยนข้าวปั้นให้ทุกอย่าง ผลลัพธ์นี้ไม่มีผลกับมนุษย์]
[หมายเหตุ ผลผลิตจากเทคโนโลยีสุดล้ำแห่งศตวรรษที่ยี่สิบสอง ดูเหมือนว่าคนในอนาคตก็มีปัญหาปวดหัวเรื่องการเลี้ยงสัตว์เหมือนกันนะเนี่ย]
"อุปกรณ์นี่ก็มีหลากหลายรูปแบบดีแฮะ" ซูเหยียนเขย่าถุงข้าวปั้นที่มีอยู่ประมาณครึ่งถุง น่าจะเหลือสักยี่สิบสามสิบลูกได้
จากนั้นเขาก็หยิบปืนพกสีทองแดงเก่าๆ ที่วางอยู่ข้างๆ ถุงข้าวปั้นขึ้นมา มันเป็นปืนลูกโม่รุ่นเก่าที่มีกระสุนบรรจุอยู่สามนัด
[อุปกรณ์ ปืนลูกโม่ผู้ศรัทธา (ระดับ D)]
[เอฟเฟกต์ 1 แมกกาซีนจะเริ่มต้นด้วยกระสุนสามนัดเสมอ และจะเติมกระสุนให้หนึ่งนัดทุกๆ สามชั่วโมง ผลลัพธ์คงอยู่ตลอดหนึ่งดันเจี้ยน]
[เอฟเฟกต์ 2 เมื่อเหนี่ยวไก หากยิงกระสุนออกไป จะสามารถสร้าง 'ความศรัทธา' ให้กับผู้ที่ถูกยิงได้ ความแข็งแกร่งของความศรัทธาขึ้นอยู่กับจำนวนกระสุนที่เหลืออยู่ในแมกกาซีน / หากยิงกระสุนไม่ออก สิ่งมีชีวิตทางศาสนาจะมีค่าความเกลียดชังต่อนายเพิ่มขึ้น 20% และระดับความคลุ้มคลั่งเพิ่มขึ้น 20%]
[หมายเหตุ บางครั้งการส่งต่อเปลวเพลิง ก็สามารถทำได้ด้วยวิธีการที่ทันสมัยขึ้นนะ]
"เป็นเครื่องบัฟที่ควบคุมความน่าจะเป็นได้ ก็ไม่เลวเลย" ซูเหยียนพยักหน้าอย่างพอใจ
ถึงเอฟเฟกต์แรกจะคูลดาวน์นานไปหน่อย แต่ถ้าใช้ในดันเจี้ยนที่ต้องใช้เวลาเล่นนานๆ ก็น่าจะสร้างผลตอบแทนได้ดีทีเดียว
หลังจากเก็บไอเทมสองชิ้นนี้เสร็จ บนพื้นก็เหลือของอีกชิ้นเดียวที่ไม่ได้แหลกไปกับแรงระเบิด มันคือตราสัญลักษณ์วิญญาณสีดำสนิทสุดสยองที่สลักตัวเลขสิบเจ็ดสีแดงเข้มเอาไว้
ซูเหยียนหรี่ตาลง
คนที่ถูกดึงเข้ามาในเกมสยองขวัญ เก้าในสิบส่วนคือคนธรรมดาที่ต้องดิ้นรนเอาชีวิตรอด แต่ในนั้นก็มีข้อยกเว้นอยู่บ้าง
'นอกกฎหมาย' ก็คือหนึ่งในองค์กรเหล่านั้น จากข้อมูลเล็กๆ น้อยๆ ที่ได้ฟังมาจากโจวหมิง นี่เป็นองค์กรที่บ้าคลั่งและกระหายเลือดแบบสุดโต่ง
แล้วคำพูดก่อนตายของไป๋สือชีล่ะ เขาจะเชื่อได้มากแค่ไหนกัน
ท่าทางของเธอ ดูเหมือนจะรู้จักพรสวรรค์ของเขาจริงๆ แถมยังลากเอาคนทั้งกลุ่มนอกกฎหมายเข้ามาเกี่ยวด้วยอีก นี่มันเรื่องอะไรกันเนี่ย
"ไม่ว่าจะยังไง ฉันก็ดันไปผูกความแค้นกับพวกนอกกฎหมายเข้าให้แล้ว ถ้าวันหน้าเจอพวกมันจริงๆ ฉันก็คงไม่ยอมอยู่นิ่งๆ ให้เชือดหรอก"
ซูเหยียนลูบคลำตราสัญลักษณ์ในมือ ไม่มีเสียงแจ้งเตือนจากระบบเด้งขึ้นมา แต่พอลองดูก็สามารถเก็บเข้าช่องเก็บของได้
คิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาก็ลองใช้ทักษะ 'มือแห่งคำใบ้' กับตราสัญลักษณ์ชิ้นนี้ดู
[ตราสัญลักษณ์วิญญาณ สิ่งประดิษฐ์ที่ถูกสร้างขึ้นด้วยฝีมือมนุษย์ ดูเหมือนจะสามารถใช้ติดต่อกับพื้นที่ที่กำหนดไว้ได้]
ไอเทมที่พกพาเข้าเกมได้ มนุษย์ก็สามารถสร้างขึ้นมาเองได้ด้วยเหรอเนี่ย
แววตาของซูเหยียนเป็นประกาย เขาได้ข้อมูลที่มีประโยชน์มาเพิ่มอีกแล้ว
แต่สำหรับไอ้พื้นที่ที่กำหนดไว้อะไรนั่น กับวิธีใช้ตราสัญลักษณ์นี่ เขาก็ยังมืดแปดด้านอยู่ดี
ข้อมูลที่เขามีเกี่ยวกับพวกนอกกฎหมายมันน้อยเกินไป ถ้าเป็นเมื่อก่อนซูเหยียนคงไม่เก็บมาใส่ใจเท่าไหร่ แต่ท่าทีประหลาดๆ ของไป๋สือชีก่อนตาย ก็ได้ฝังเมล็ดพันธุ์แห่งความสงสัยลงในใจเขาเข้าให้แล้ว
"มิน่าล่ะ เขาถึงบอกกันว่าในเกมสยองขวัญเนี่ย 'ความรู้' สำคัญกว่าสิ่งอื่นใด" ซูเหยียนถอนหายใจยาว
"จบเกม"
แสงสีขาวห่อหุ้มร่างของซูเหยียนเอาไว้
เพียงพริบตาเดียว เขาก็หายวับไปจากถนนสี่แยกแห่งนี้
และทุกสรรพสิ่งในถนนสายนี้ ก็กลับคืนสู่สภาพเดิมราวกับไม่เคยมีอะไรเกิดขึ้น
ภายในมิติของเกม แสงจันทร์สีเลือดสาดส่องลงมา
[ขอแสดงความยินดีกับผู้เล่นที่เคลียร์ดันเจี้ยน 'ยาเวทมนตร์กำหนดชะตา' สำเร็จ]
[สรุปผลดันเจี้ยนครั้งนี้ ภารกิจหลัก 1 โลกทัศน์ ไม่มี]
[ระดับการประเมินเกม ยอดเยี่ยม]
[ต้องการรับรางวัลหรือไม่]
ดันเจี้ยนรอบนี้ถือว่าค่อนข้างง่าย แถมยังไม่มีการกำหนดเรื่องราวปูมหลังของโลกด้วยซ้ำ ความยากหลักๆ ไปตกอยู่ที่การร่วมมือและการเอาชีวิตรอดของทีมต่างหาก
ในดันเจี้ยนมีคนตายไปสองคน คงส่งผลกระทบกับการประเมินผลระดับหนึ่งเลยล่ะ
ถ้าซูเหยียนไม่สามารถใช้การกำหนดชะตาให้สำเร็จได้ตั้งแต่รอบแรก การประเมินผลก็คงจะต่ำกว่านี้อีกแน่
เขาไม่ได้คิดอะไรมาก แล้วกดตกลงรับรางวัลไป
[โปรดเลือกรับรางวัลหนึ่งอย่างจากตัวเลือกต่อไปนี้]
[หนึ่ง ในดันเจี้ยนถัดไป สเตตัสทั้งหมดจะเพิ่มขึ้น 50%]
[สอง รับทราบข้อมูลบางส่วนของ 'ดันเจี้ยน' สามครั้งถัดไปล่วงหน้า]
[สาม เก็บรักษาทักษะที่ได้รับในเกมหนึ่งอย่าง]
มือของซูเหยียนชะงักไป
รางวัลของการเคลียร์เกมแต่ละครั้งจะมีสามตัวเลือกตายตัว แต่เนื้อหาจะสุ่มมาให้
การที่ครั้งนี้ไม่มีตัวเลือกเวลาปลอดภัยโผล่มาถือเป็นเรื่องดีสำหรับเขา เพราะมันทำให้เขามีทางเลือกที่หลากหลายขึ้น
แต่ซูเหยียนก็ไม่ได้ลังเลอะไรให้มากความ
เขากดเลือกรางวัลที่สามทันที เพื่อเก็บทักษะ 'ดากะ โคโตวารุ' เข้าไปไว้ในช่องทักษะ
บัฟจากรางวัลแรกก็ถือว่าดีอยู่หรอก แต่การบัฟแค่ช่วงต้นเกมมันแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรเลยในดันเจี้ยนเกมสยองขวัญ
ส่วนรางวัลที่สองนั้นกลับตรงกันข้าม การได้รู้ข้อมูลของดันเจี้ยนล่วงหน้า ในบางสถานการณ์มันมีมูลค่ามหาศาลยิ่งกว่ารางวัลไหนๆ เสียอีก
ตามที่ซูเหยียนรู้มา พวก 'ผู้ตรวจสอบ' ของ 'สถาบัน' ก็ยอมเสี่ยงตายเข้าไปในเกมสยองขวัญครั้งแล้วครั้งเล่า เพื่อจะกดรับรางวัลประเภทนี้นี่แหละ
แม้จะเสี่ยงตายสูง แต่ค่าตอบแทนที่ได้รับก็สูงลิ่วตามไปด้วย ถึงขั้นได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจำนวนมหาศาลจากสถาบันเพื่อรับประกันการรอดชีวิตของตัวเองเลยล่ะ
นี่ก็คือเหตุผลที่โจวหมิงพยายามชักชวนให้ซูเหยียนเข้าร่วมกับสถาบันนั่นเอง
ลึกๆ แล้ว ซูเหยียนรู้สึกว่ารางวัลสองข้อแรกมันมีความเชื่อมโยงกันอยู่
แต่สำหรับคนที่ถูกบังคับเข้าเกมอย่างเขา รางวัลสองข้อแรกมันถือเป็นผลประโยชน์ระยะสั้น ซึ่งตอนนี้เขายังไม่ขอเก็บมาพิจารณา
เขาเพิ่งจะเริ่มก้าวเข้าสู่โลกของเกมสยองขวัญ ในเมื่อมันมีความเกี่ยวข้องกับสถาบัน ไว้ค่อยไปหลอกถามข้อมูลวงในจากอาจารย์โจวหมิงทีหลังก็ยังไม่สาย
และถึงแม้ทักษะที่อยู่ในมือเขาตอนนี้จะอยู่แค่ระดับ E ก็ตาม
แต่แค่ผลลัพธ์แฝงที่ช่วยแยกแยะมิตรกับศัตรูได้ ก็คุ้มค่าจนปล่อยผ่านไปไม่ได้แล้วล่ะ
ระบบคำนวณรางวัลเสร็จสิ้นอย่างรวดเร็ว
จากนั้น ก็มีหน้าต่างเด้งขึ้นมาอีกบาน
[จบแล้ว]