เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 82 ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง

ตอนที่ 82 ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง

ตอนที่ 82 ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง


ตอนที่ 82 ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง

"ศิษย์พี่!" เล่อเจิ้งเยี่ยนก้มมองมือที่ถือกระบี่ของตนเองด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เขาขยับเข้าไปใกล้และเคาะลงบนพื้นผิวกระจก ทว่ามิติที่เขาและลู่ซิงเหยียนอยู่กลับถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนด้วยกระจกผลึกบานนี้

แม้แต่กระจกผลึกก็ยังแสดงภาพพื้นที่ของลู่ซิงเหยียนให้เห็นเพียงแค่ครึ่งบนเท่านั้น

ส่วนครึ่งล่างยังคงสะท้อนภาพสภาพแวดล้อมในมิติที่เขายืนอยู่

ด้วยเหตุนี้ เล่อเจิ้งเยี่ยนจึงไม่อาจมองเห็นเลยว่าลู่ซิงเหยียนที่ล้มลงไปกองกับพื้นนั้นเป็นตายร้ายดีอย่างไร

มือที่สั่นเทาของเล่อเจิ้งเยี่ยนพยายามทำลายค่ายกลผนึกบนกระจกผลึก

สิ่งเดียวที่ปรากฏขึ้นในหัวของเขาคือภาพของลู่ซิงเหยียนที่อาบโชกไปด้วยเลือดตั้งแต่ฝ่ามือไปจนถึงใบหน้า

ต่อให้ความดีทั้งหมดที่ลู่ซิงเหยียนมีต่อเขานั้นจะไม่ใช่ความจริงใจ และเป็นเพียงแค่การทำเพื่อลดค่าความมืดมิดและสะสมคะแนนของนางก็ตาม

ต่อให้ในฐานะจอมมาร เขาจะโปรดปรานรสชาติของการเข่นฆ่าสังหารมากเพียงใด แต่เขาก็ไม่เคยคิดที่จะลงมือฆ่าลู่ซิงเหยียนเลย

ความรู้สึกปวดแปลบจุกแน่นขึ้นมาในอกของเล่อเจิ้งเยี่ยน ขอบตาของเขาเริ่มแดงก่ำและเอ่อคลอไปด้วยหยาดน้ำตาอย่างไม่อาจควบคุม

ในช่วงเวลา 10 กว่าวันสั้นๆ นับตั้งแต่เขาได้กลับมาเกิดใหม่ การมีอยู่ของลู่ซิงเหยียนได้ครอบครองพื้นที่ในความทรงจำของเขาไปเสียสิ้น

แม้ในความทรงจำของเขา นางจะทำตัวไม่ค่อยเหมือนคนปกติ ชอบหาเรื่องใส่ตัวแล้วยังลากเขาเข้าไปเอี่ยวด้วย การอยู่กับลู่ซิงเหยียนเพียงแค่วันเดียว เขากลับต้องเจอเรื่องซวยๆ มากกว่าที่เคยเจอมาตลอด 10 ปีเสียอีก

แต่เขาไม่ได้ตั้งใจจะฆ่านางจริงๆ

เล่อเจิ้งเยี่ยนทลายผนึกอย่างร้อนใจ พร้อมกับตะโกนเรียกชื่อลู่ซิงเหยียนไปด้วย โดยหวังว่าจะมีการตอบรับกลับมา

"ศิษย์พี่ ข้าไม่ได้ตั้งใจ ข้าไม่ได้เจตนาจะฆ่าท่านนะ"

"ถึงแม้วันแรกที่เราพบกัน ท่านจะฝังข้าทั้งเป็น เผาผมข้าจนไหม้เกรียม แถมยังปั้นข้าเป็นตุ๊กตาหิมะ แต่ข้าก็ไม่เคยเก็บมาผูกใจเจ็บเลย"

"ถึงท่านจะสั่งการบ้านข้าตั้งมากมายจนไม่ได้หลับไม่ได้นอน ข้าก็ยังยอมทำตาม"

"ตอนที่โรงประมูลระเบิด ท่านก็หนีเอาตัวรอดไปคนเดียว ตอนที่เซี่ยจื้อโจมตีใส่ข้า ท่านก็ทิ้งข้าไว้อีก แต่ข้าก็ไม่เคยคิดจะเกลียดชังท่านเลย"

"ข้าไม่รู้จริงๆ ว่าตอนนั้นท่านยืนอยู่อีกฝั่งของกระจก..."

ในฐานะที่เป็นถึงจอมมาร ย่อมมีข้อพิพาทมากมายในดินแดนมาร ทั้งยังเป็นที่เคียดแค้นชิงชังของผู้บำเพ็ญเพียรทั่วไป

ดังนั้น เล่อเจิ้งเยี่ยนจึงติดนิสัยลงมือชิงจังหวะก่อนเสมอเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตราย

ทว่าใครจะไปคาดคิดล่ะว่า นิสัยที่ติดตัวมาจนถึงตอนที่เกิดใหม่นี้ จะนำไปสู่การลงมือครั้งแรกของเขา และยังเป็นการพลั้งมือทำร้ายคนครั้งแรกอีกด้วย

"ศิษย์พี่ ท่านได้ยินข้าหรือไม่? ตอบข้าที ข้ากำลังจะพังผนึกเข้าไปช่วยท่านแล้ว"

เนื่องจากไม่อาจมองเห็นภาพอีกฝั่งจากครึ่งล่างของกระจกผลึก สิ่งเดียวที่เล่อเจิ้งเยี่ยนยึดเหนี่ยวไว้ได้ก็คือลู่ซิงเหยียนที่เพิ่งถูกกระบี่แทง

เขาตะโกนเรียกอย่างร้อนรน แต่ก็ยังคงไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากอีกฝั่ง

[โฮสต์ ท่านนี่เล่นละครเก่งเสียจริง วายร้ายน้อยจะขาดใจตายเพราะความร้อนรนอยู่แล้ว]

หลังจากรับชมงิ้วฉากนี้มาได้สักพัก ในที่สุดระบบเหล่าลิ่วก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปาก

[เลิกเล่นละครได้แล้ว เห็นวายร้ายน้อยร้อนใจขนาดนั้น ถ้าเขาคิดว่าท่านตายไปแล้วจริงๆ เกิดเดี๋ยวค่าความมืดมิดของเขาพุ่งขึ้นมาเป็นสิบล้านแต้มล่ะก็ คงได้สนุกกันแน่]

"อย่ามาเร่งข้าสิ ข้าก็แค่แกล้งล้มแล้วข้อเท้าพลิกเฉยๆ เอง"

ลู่ซิงเหยียนเพิ่งจะใช้พลังวิญญาณรักษาแผลถูกฟันที่มือขวาเสร็จ และกำลังนำผ้าเช็ดหน้ามาเช็ดคราบเลือดออกจากฝ่ามือ

นางร่ายเวทชำระล้างเพื่อทำความสะอาดรอยเลือดบนเรือนร่าง ก่อนจะก้มหน้าลงจับเท้าขวาเพื่อตรวจดูข้อเท้าของตน

"รู้อย่างนี้ข้าไม่น่าเลือกล้มแบบโซเซเพื่อให้ดูสมจริงเลย ข้าเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียร จะมาข้อเท้าพลิกได้ยังไง? น่าขันชะมัด"

เล่อเจิ้งเยี่ยนที่กำลังจมดิ่งอยู่กับความเจ็บปวดจากการพลั้งมือฆ่าคน จู่ๆ ก็ได้ยินบทสนทนาระหว่างนางกับระบบ เขาจึงเงยหน้าขึ้นขวับ

เมื่อตระหนักได้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็หันไปมองกระบี่ยาวที่ยังคงปักคาอยู่บนกระจกโดยไม่มีสิ่งใดค้ำยัน แล้วดึงมันออกมา

ตัวกระบี่เย็นเฉียบ ไร้ซึ่งร่องรอยของคราบเลือดใดๆ

มือที่กำด้ามกระบี่แน่นขึ้นจนเส้นเลือดปูดโปนขึ้นมาบนท่อนแขน

แววตาของเล่อเจิ้งเยี่ยนมืดครึ้มลง เขาโกรธจัดจนอยากจะสบถด่าออกมา แต่ก็พยายามสะกดกลั้นเอาไว้อย่างสุดความสามารถ

ดี! ดีมาก! เล่นกันแบบนี้ใช่ไหม!

เป็นถึงศิษย์พี่ แค่ปกติทำตัวพึ่งพาไม่ได้ก็แย่พอแล้ว นี่ถึงขั้นหัดแกล้งตายมาหลอกให้คนอื่นตกใจเล่นอีก!

เล่อเจิ้งเยี่ยนไม่รู้จะไปลงระบายความโกรธที่ไหน จึงใช้กระบี่ฟันใส่สาหร่ายน้ำที่ลอยอยู่แทบเท้าอย่างเดือดดาล

เขาก้มมองกระบี่ยาวในมือ หูยังคงได้ยินบทสนทนาและความคิดที่ดังมาจากอีกฝั่งของกระจก

เขานึกขึ้นได้ว่าทั้งลู่ซิงเหยียนและสัตว์วิญญาณเหล่าลิ่วนั่น ต่างก็ให้ความสำคัญกับค่าความมืดมิดของเขาเป็นอย่างมาก

เขาจำได้ว่าเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ว่า หากตัวร้ายตายด้วยอุบัติเหตุ ก็สามารถหาคนมาแทนที่ได้

แต่ถ้าตัวร้ายปลิดชีพตัวเองล่ะ?

เขายกกระบี่ขึ้นพาดคอตัวเองอย่างไม่ลังเล เล่อเจิ้งเยี่ยนบิลด์อารมณ์อยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะร้องไห้คร่ำครวญอย่างน่าเวทนา "ศิษย์พี่ ข้าขอโทษ ท่านดีกับข้าถึงเพียงนี้ แต่ข้ากลับพลั้งมือฆ่าท่านไปเสียได้ ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ข้าก็จะขอชดใช้ด้วยชีวิต ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง"

มือของลู่ซิงเหยียนที่กำลังนวดข้อเท้าอยู่ถึงกับชะงักกึก "!!?"

[ฉิบหายแล้ว! โฮสต์ แย่แล้ว วายร้ายน้อยกำลังจะฆ่าตัวตาย!]

ระบบเหล่าลิ่วถึงกับตกตะลึงพรึงเพริด

จบบทที่ ตอนที่ 82 ข้าจะลงไปปรโลกเป็นเพื่อนท่านเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว