- หน้าแรก
- ระบบเจ้าเมือง พรสวรรค์คริติคอลร้อยเท่าสะท้านโลก
- บทที่ 39 - วัตถุอัญเชิญสีส้ม
บทที่ 39 - วัตถุอัญเชิญสีส้ม
บทที่ 39 - วัตถุอัญเชิญสีส้ม
บทที่ 39 - วัตถุอัญเชิญสีส้ม
"นายกอง!"
หัวหน้าหมู่ทหารม้าเหล็กมองโกลคุกเข่าลงข้างหนึ่งเพื่อรายงาน
แม้เตมูจินจะได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งนายกองเสบียง แต่บรรดาทหารก็ยังคงชินกับการเรียกขุนพลที่คุมทัพว่านายกองอยู่ดี
"สืบมาแน่ชัดแล้วขอรับ ตั๊กแตนเงาสังหารพวกนี้มีระยะเวลาในการใช้สกิลล่องหนแต่ละครั้งอยู่ที่ 20 วินาทีขอรับ"
เมื่อหยั่งรู้ถึงไพ่ตายของศัตรูแล้ว
เตมูจินก็ปรับเปลี่ยนแผนการรบในทันที
"ถ่ายทอดคำสั่งลงไป แบ่งการโจมตีออกเป็นสองระลอก การโจมตีระลอกแรกให้เก็บหน้าไม้ไว้ แสร้งทำเป็นบุกเข้าไปโจมตีระยะประชิด พอศัตรูใช้สกิลล่องหนปุ๊บ ให้ถอยทัพทันที อย่าฝืนสู้ยืดเยื้อเด็ดขาด"
"เมื่อศัตรูเผยร่างออกมาอีกครั้ง ให้งัดสกิลทั้งหมดเข้าโจมตีปลิดชีพเป็นครั้งสุดท้าย เน้นการยิงจากระยะไกล พลังป้องกันของพวกมันต่ำมาก พยายามสังหารให้ได้ในคราวเดียว อย่าเปิดโอกาสให้พวกมันได้ใช้สกิลเป็นครั้งที่สอง"
"และตอนที่ล่าถอย ให้จับกลุ่มกันสามถึงห้าคน กระจายกำลังออกไปจากทั้งสองปีก โอบล้อมรังอสูรเอาไว้ อย่าให้มีอสูรกายเล็ดลอดหนีไปได้แม้แต่ตัวเดียว"
"ขอรับ!"
.......
[กองทหารม้าเหล็กมองโกลของคุณทลายรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง!]
[ขอแสดงความยินดี คุณเปลี่ยนรังอสูรสำเร็จหนึ่งแห่ง ผลิตแต้มทรัพยากรได้ 200000 แต้มต่อวัน!]
รายงานการรบสองฉบับที่ส่งมาติดๆ กัน
ทำให้เซี่ยอวี่อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นและคาดหวัง
ตั๊กแตนเงาสังหารพวกนี้ถือเป็นตัวปัญหาที่ทำให้เจ้าเมืองหลายคนต้องปวดหัว
องค์กรที่เต็มไปด้วยนักฆ่า เลเวลก็สูง พลังโจมตีก็สูงลิบลิ่ว แถมยังมีสกิลล่องหนอีก
ถ้าส่งพวกนักรบคลุ้มคลั่งไป ต่อให้พวกเขาจะเลื่อนขั้นเป็นกองกำลังระดับสีม่วงเลเวลสามแล้วก็ตาม
แต่โอกาสชนะก็ยังลูกผีลูกคนอยู่ดี
น่าเสียดายที่พวกมันดันมาเจอกับขุนพลระดับสีทองที่ร้อยปีจะมีสักคน แถมยังนำทัพทหารระดับหกดาวมาอีกต่างหาก!
ทั้งอึด ถึก ทน แถมดาเมจก็แรงทะลุหลอด
รับการโจมตีก็ได้ โจมตีกลับก็หนักหน่วง แถมยังใช้เทคนิคยิงแล้วถอยได้อีก
"จะได้วัตถุอัญเชิญระดับไหนมาน้า?"
รังอสูรที่ผลิตแต้มทรัพยากรได้วันละ 200000 แต้ม ก็บ่งบอกถึงความไม่ธรรมดาของมันแล้ว
เลเวลของพวกมันน่าจะสูงกว่าเลเวล 5 แน่นอน
เสียงฝีเท้าม้าที่คุ้นเคยดังแว่วมา
ทหารม้าเหล็กมองโกลขนซากตั๊กแตนเงาสังหารกลับมาที่อาณาเขต
โชคดีที่ค่ายทหารกับเขตที่พักอาศัยของชาวเมืองถูกแบ่งแยกออกจากกันอย่างชัดเจน
ไม่อย่างนั้นถ้ามีขบวนพ่อค้ากลุ่มอื่นมาเห็นเข้า อาจจะช็อกตายเอาง่ายๆ
ซากตั๊กแตนเงาสังหารที่ถูกขนกลับมาเป็นกองพะเนิน
เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในอาณาเขตเลเวลสี่ ใครมาเห็นก็ต้องบอกว่าเป็นไปไม่ได้ทั้งนั้นแหละ
"ท่านเจ้าเมือง กองทหารม้าเหล็กมองโกลกลับมาแล้วขอรับ ได้รับชัยชนะอย่างงดงาม"
"นายกองเตมูจิน ฝีมือของพวกนายฉันรู้อยู่เต็มอก ไม่งั้นคงไม่ส่งไปหรอก"
หลังจากพูดคุยทักทายกับเตมูจินพอหอมปากหอมคอ
เซี่ยอวี่ก็เอ่ยถามถึงเรื่องวัตถุอัญเชิญ
เตมูจินตอบด้วยสีหน้าจริงจังว่า
"ท่านเจ้าเมือง ว่ากันตามตรงแล้ว พวกตั๊กแตนเงาสังหารไม่ได้ดรอปวัตถุอัญเชิญออกมาเลยขอรับ"
"อ้าว ทำไมเป็นอย่างนั้นล่ะ?"
เซี่ยอวี่รู้สึกแปลกใจ อสูรกายที่แข็งแกร่งขนาดนี้ จะไม่ดรอปวัตถุอัญเชิญออกมาเลยได้ยังไง
เมื่อเห็นเซี่ยอวี่ขมวดคิ้วแน่น เตมูจินก็แอบยิ้มอย่างมีเลศนัย
เขาหยิบถุงใบหนึ่งออกมา แล้วล้วงเอาวัตถุอัญเชิญที่อยู่ข้างในออกมาให้ดู
"สี... สีส้มงั้นเรอะ?"
ชีวิตคนเรามีขึ้นมีลงเร็วจริงๆ เซี่ยอวี่คิดไว้อยู่แล้วว่าคงได้วัตถุอัญเชิญระดับสูง
แต่ไม่คิดเลยว่าจะสูงลิบลิ่วขนาดนี้ เขาตบไหล่เตมูจินเบาๆ พลางพูดว่า
"นายกอง นายนี่ชักจะนิสัยเสียแล้วนะ เมื่อก่อนเห็นทำหน้าขรึมๆ ไม่ค่อยยิ้มแย้ม เดี๋ยวนี้หัดมาล้อฉันเล่นแล้วเรอะ"
เตมูจินเพียงแค่ยิ้มแต่ไม่พูดอะไร
ช่วงเวลาที่อยู่ในแดนบรรพชน เขาได้สัมผัสถึงความรู้สึกที่ไม่เคยมีมาก่อนในชีวิตจริงๆ
เขาเติบโตมาในทุ่งหญ้า ถูกไล่ล่าฆ่าฟันมาตั้งแต่เด็ก
ชาวทุ่งหญ้าเชิดชูความแข็งแกร่งทางทหารเหนือสิ่งอื่นใด
ชีวิตของเขาตั้งแต่เด็กจนโตเต็มไปด้วยการเข่นฆ่าและกลิ่นคาวเลือด
แต่ในแดนบรรพชนแห่งนี้ ทุกคนมีหนังสือให้เรียน มีข้าวให้กินอิ่มท้อง มีงานให้ทำ
เซี่ยอวี่ในฐานะเจ้าเมือง ใช้มาตรการเด็ดขาดเหี้ยมโหดกับศัตรู แต่กลับเป็นกันเองและใส่ใจชาวเมืองของตน
เขายอมรับเลยว่าตัวเองเริ่มเปลี่ยนไปบ้างแล้วจริงๆ
แต่ก็ยังไม่ถึงขั้นจะมาล้อเล่นเรื่องแบบนี้หรอก
"ท่านเจ้าเมือง พวกตั๊กแตนเงาสังหารไม่ได้ดรอปวัตถุอัญเชิญออกมาเลยจริงๆ ขอรับ วัตถุอัญเชิญสีส้มชิ้นนี้ เราค้นเจอในรังของพวกมันขอรับ"
"เป็นอย่างนี้นี่เองงั้นเหรอ?"
เซี่ยอวี่ลูบคลำวัตถุอัญเชิญสีส้มรูปสามเหลี่ยมชิ้นนี้อย่างเบามือ
"ไม่ว่าตั๊กแตนเงาสังหารจะดรอปของออกมาหรือไม่ แต่การที่ได้วัตถุอัญเชิญสีส้มมาในครั้งนี้ ก็ถือเป็นข่าวดีที่สุดแล้วล่ะ"
วัตถุอัญเชิญสีส้ม ในมหาทวีปทั้งเก้าแห่งนี้ที่แทบจะไม่ได้ยินข่าวคราวความเคลื่อนไหวของขุนพลสีทองมานานหลายปีแล้ว
วัตถุอัญเชิญสีส้มก็ถือเป็นจุดสูงสุดของวัตถุอัญเชิญแล้ว
เป็นสิ่งที่แม้แต่เจ้าเมืองระดับท็อปก็ยังต้องแย่งชิงกัน
แต่ตอนนี้มันกลับมาอยู่ในมือของเซี่ยอวี่อย่างง่ายดาย
ถ้าเจ้าเมืองคนอื่น ไม่เว้นแม้แต่เจ้าเมืองระดับท็อปได้ยินเรื่องนี้เข้า คงต้องอุทานออกมาว่า "ลูกรักสวรรค์ชัดๆ!"
ในยามที่กำลังขาดแคลนกำลังคนอย่างหนัก แถมยังมีวัตถุอัญเชิญสีส้มอยู่ในมือ
เซี่ยอวี่แทบรอไม่ไหวที่จะเอามันไปวางบนแท่นบูชาวีรบุรุษแล้ว
วัตถุอัญเชิญสีส้มสามารถสุ่มได้ขุนพลตั้งแต่ระดับต่ำสุดไปจนถึงระดับสูงรวม 5 ระดับ
แม้โอกาสที่จะได้ขุนพลสีส้มจะน้อยที่สุด แต่เซี่ยอวี่ก็ยังอยากจะขอลองเสี่ยงดูสักตั้ง
ตอนที่เดินไปที่แท่นบูชา เขาได้ลากตัวเตมูจินไปด้วย
เพื่อขอยืมบารมีของขุนพลสีทองมาช่วยเสริมดวงสักหน่อย
......
เขาใช้สองมือประคองวัตถุอัญเชิญสีส้มวางลงบนแท่นบูชาอย่างระมัดระวัง
ปากของเซี่ยอวี่ก็พึมพำท่องคาถาไม่หยุด
"พวกเราพี่น้องใจสู้ทะลุฟ้า สิ่งศักดิ์สิทธิ์จงคุ้มครอง!"
"สวดมนต์ก็ไม่ช่วยคนซวย เติมเงินก็ไม่ช่วยเปลี่ยนชะตากรรม"
"เทพแห่งโชคจงประทับร่าง ความเกลือจงถอยไป!"
"ทุ่มสุดตัวเพื่อปาฏิหาริย์!"
"ฉันขอสังเวยให้ครอบครัวเฉินฟ่างตายโหงยกครัว เพื่อแลกกับขุนพลสีส้มสักคน"
"นี่มันวัตถุอัญเชิญสีส้มเชียวนะเว้ย อย่าส่งพวกขุนพลสีขาวสีฟ้ามาให้ฉันเด็ดขาดล่ะ!"
ท่องคาถาเสร็จ
เขาก็กดปุ่ม "อัญเชิญ" อย่างแรง
แท่นบูชาวีรบุรุษสาดแสงสว่างเจิดจ้าบาดตา
วินาทีนี้ หัวใจของเซี่ยอวี่เต้นรัวจนแทบจะกระดอนออกมานอกอก
และในตอนนั้นเอง เสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ไม่ได้ยินมาพักใหญ่ก็ดังก้องขึ้นที่ข้างหู!
"ติ๊ง ขอแสดงความยินดี คุณใช้งานวัตถุอัญเชิญสำเร็จ ได้รับขุนพลระดับสี่ดาวสีแดง!"
"เปิดใช้งานพรสวรรค์เฉพาะตัวคริติคอลร้อยเท่า ได้รับขุนพลระดับห้าดาวสีส้ม!"
[จบแล้ว]