เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 12 การตัดสินใจของหน่วยยุทธศาสตร์สำรองทางวิทยาศาสตร์

บทที่ 12 การตัดสินใจของหน่วยยุทธศาสตร์สำรองทางวิทยาศาสตร์

บทที่ 12 การตัดสินใจของหน่วยยุทธศาสตร์สำรองทางวิทยาศาสตร์


ที่ค่ายทหารแห่งหนึ่งในนิวยอร์ก

ในห้องประชุม เจ้าหน้าที่หญิงผู้กล้าหาญกำลังรายงานสถานการณ์กับผู้บังคับบัญชาของเธอ

“—ผู้พันฟิลลิปส์ ฉันคิดว่ามีบางอย่างผิดปกติกับผู้ชายลุค คาวิลล์คนนั้น!”

คาร์เตอร์เล่าเหตุการณ์โจมตีที่ดร.เออร์สกินเผชิญหน้าใกล้กับงานเวิลด์เอ็กซ์โปให้ฟังคร่าวๆ จากนั้นก็พูดถึงลุค ที่อยู่ในรายชื่อต้องสงสัย

“ฉันเห็นบาดแผลบนร่างพวกสายลับเยอรมันแล้วค่ะ ตายยิงนัดเดียวทั้งหมดเลย! คนธรรมดาทำแบบนี้ไม่ได้แน่! คาวิลล์ต้องฝึกซ้อมการยิงปืนและต้องเก่งมากเลยด้วย!”

เจ้าหน้าที่หญิงพูดสรุปด้วยน้ำเสียงหนักแน่น

หลังจากเธอออกจากจุดเกณฑ์ทหาร ความสงสัยก็ยังไม่หายไปจากใจ

ชายหนุ่มคนนั้นจากบรู๊คลินคนเดียวฆ่าสายลับที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างมืออาชีพมากกว่าหนึ่งคน มันรู้สึกเหลือเชื่อเกินไป

มีจุดที่ไม่สมเหตุสมผลมากเกินไป!

ดังนั้นคาร์เตอร์เชื่อว่าสิ่งนี้น่าจะเป็นแผนซ้อนแผนของไฮดร้า

ไฮดร้าใช้พวกกสายลับเยอรมันเหล่านั้นเป็นเหยื่อล่อ เพื่อหาโอกาสเข้าใกล้ ดร. เออร์สกิน!

จากนั้น ก็จะลงมือปฏิบัติการแผนร้ายของพวกมัน!

เยอรมันอยากลักพาตัวมากกว่าที่จะสังหารดร.เออร์สกิน

คุณค่าของเซรุ่มซูเปอร์โซลเยอร์นั้นไม่ควรมองข้าม

ใครก็ตามที่ครอบครองสิ่งนี้ได้จะสร้างอิทธิพลต่อสงครามโลกครั้งนี้มาก

นี่เป็นภัยคุกคามขนาดใหญ่และมีศักยภาพสูงเกินจะเพิกเฉย

ผู้พันฟิลลิปส์ที่นั่งอยู่เก้าอี้ของตนส่ายหัวเบาๆ แล้วกระซิบ "เขาไม่ใช่ปัญหาหรอก"

“ฉันส่งคนไปสืบประวัติ ลุค คาวิลล์แล้ว พ่อแม่ของเขาเป็นผู้อพยพชาวไอริช และเสียชีวิตตั้งแต่เขายังเล็กมาก หน่วยงานราชการสงสารเห็นใจเลยเข้าส่งที่สถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า แถมผลการเรียนดีมาก เรียกว่าอัจฉริยะเลยดีกว่า ได้ทุนการศึกษาต่อเนื่องทุกปีเลยด้วยซ้ำ แต่น่าเสียดายตอนอายุครบ 17 เขาลาออกจากโรงเรียน!”

“ทำไมถึงออกจากโรงเรียนล่ะคะ?”

คาร์เตอร์รู้สึกสับสน

“อย่างที่รู้กันว่าผู้อพยพชาวไอริชไม่ได้รับการต้อนรับที่ดีนัก การถูกรังแกและเลือกปฏิบัติเป็นเรื่องปกติ ด้วยเหตุนี้คาวิลล์จึงมีเรื่องชกต่อยกับนักเรียนคนอื่นๆ บ่อยครั้ง พอคุณครูเจอเข้า ก็จะโทรรายงานไปที่บ้านปกติแต่.. ก็อย่างที่ว่าเขารับเด็กมาเลี้ยงไว้...…”

ผู้พันฟิลลิปส์ยักไหล่และพูดอย่างช่วยไม่ได้ว่า

“นอกจากสู้กับพวกอันธพาลแล้ว ยังต้องรับมือกับผู้ใหญ่ที่หาเรื่องเขาด้วยอีก สำหรับเด็กหนุ่มวัย 17 ที่ต้องคอยแก้ไขปํญหาทั้งหมดด้วยตัวเอง ไม่ใช่เรื่องง่ายซักนิด”

คาร์เตอร์เงียบไป

เธอสามารถจินตนาการได้ว่าช่วงหลายปีที่ผ่านมานั้นยากแค่ไหนสำหรับลุค คาวิลล์ ที่เป็นเด็กกำพร้า

“แต่ ... เขาเอาปืนมาจากไหนคะ แล้วไปหัดยิงปืนมาจากไหน?”

คาร์เตอร์ถามอย่างลังเล

เมื่อได้รับคำบอกเล่าจากผู้พัน เธอคลายความสงสัยในใจตัวเองลง

อย่างไรก็ตาม คาร์เตอร์ไม่เข้าใจว่าทำไมชายหนุ่มคนธรรมดาในบรู๊คลินถึงยิงปืนได้แม่นยำขนาดนี้!

“ลุงของคาวิลล์ แฟรงค์ เป็นอดีตทหารผ่านศึก ประเภทที่เอาชีวิตรอดมาจากสนามรบได้จริงๆ เขาเข้าร่วมแก๊งไอริชหลังออกจากกองทัพและทำงานสกปรกบ้าง ตอนนี้ใกล้เกษียณจากตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของสหภาพคนขับรถบรรทุกสาขาหนึ่ง”

ผู้พันฟิลลิปส์แจ้งเธอเกี่ยวกับผลการสอบสวน

เขารู้ดีว่าคาร์เตอร์เป็นคนทุ่มเทและมีความสามารถ

เป็นเพียงว่าเธอค่อนข้างดื้อรั้นอยากแสดงให้เห็นว่าเธอไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ชายเลยแม้แต่น้อย

บางครั้งผู้พันฟิลลิปส์ก็ปวดหัวเพราะเหตุนี้

เขายอมรับได้อยู่หรอก หากเธอไม่ใช่ทั้งชาวอังกฤษและอีกทั้งยังแฝงอยู่ในกลุ่มทหารอเมริกัน

'หน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เชิงกลยุทธ์' นี้ประกอบด้วยบุคลากรที่มีความสามารถมากหน้าหลายตา จากทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าชาติใด เพศใด

และคาร์เตอร์ก็เป็นหนึ่งในยอดฝีมือเหล่านั้น

“ลุค คาวิลล์ไม่ใช่สายลับชาวเยอรมัน เขาไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับพวกนาซี ฉันไม่คิดว่าแม้แต่ฮิตเลอร์ผู้เชี่ยวชาญในการปลุกระดมขนาดไหน จะสามารถทำให้ชายหนุ่มจากบรู๊คลินคนนี้เป็นสายลับให้กับเยอรมันได้”

“แน่นอนว่าคาวิลล์ได้ทำสิ่งที่ไม่สมควรทำ อาจจะทำเรื่องไม่ขาวสะอาดไปบ้าง แต่พวกเรา 'หน่วยปฏิบัติการวิทยาศาสตร์เชิงกลยุทธ์' ไม่ได้สนใจจะคุมพวกแก๊งข้างถนน นั่นไม่ใช่งานของเรา เป้าหมายเราชัด! เราจัดตั้งขึ้นเพื่อล้มล้างไฮดร้า และที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือ...ชนะสงครามนี้ด้วยการปราบฝ่ายอักษะให้สิ้นซาก!”

ผู้พันฟิลลิปส์เน้นส่วนสุดท้าย โดยสั่งให้เธอหยุดจู้จี้เขาเกี่ยวกับลุค

เขาไม่อยากให้คาร์เตอร์ไปแหย่รังแตนอย่างแก๊งไอริช!

ตอนนี้พวกนั้นจับมือกับสหภาพแรงงาน ช่วยนักการเมืองหาเสียง แถมยังเข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งด้วย

อำนาจของพวกมันเติบโตอย่างรวดเร็วในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

แม้แต่ผู้พันฟิลลิปส์ก็ยังไม่อยากหาปัญหาเข้าตัวโดยไม่จำเป็น!

รู้ไหมว่ามีพวกทนายหัวใสแถวศาลากลางอยู่เบื้องหลังพวกนี่กี่คนกัน?

แทนที่จะยุ่งเรื่องนั้นต่อ ผู้พันฟิลิปส์เหมือนนึกอะไรบางอย่างออก

"เออร์สกินดูสนใจสองคนนั้นมากนะ ทั้งลุค คาวิลล์ และ...หมอนั่นชื่ออะไรนะ?"

“สตีฟ โรเจอร์ส” คาร์เตอร์ตอบ

“ใช่ๆ! เออร์สกินจะเอามาฝึกที่ค่ายลีไฮห์ทั้งคู่”

ผู้พันฟิลลิปส์ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า

"คาร์เตอร์ เธอคิดยังไงกับเรื่องนี้?"

โดยทั่วไปแล้ว แคมป์ลีไฮเป็นสถานที่ฝึกทหารเกณฑ์

อย่างไรก็ตาม จุดประสงค์ที่แท้จริงคือการเลือกตัวทดลองที่จะฉีดเซรุ่มซุปเปอร์โซลเยอร์

เออร์สกินเล็งลุค คาวิลล์ และสตีฟ โรเจอร์สไว้อย่างไม่ต้องสงสัย

ผู้พันฟิลลิปส์ไม่มีปัญหากับคาวิลล์เลย

ลุคนั้นตัวใหญ่ แข็งแรง ขนาดจัดการสายลับเยอรมันสามคนได้ด้วยตัวคนเดียว

แม้สุดท้ายจะไม่ถูกเลือก เขาก็ยังเป็นทหารที่ดีแน่ๆ

แต่กับ-

สตีฟ โรเจอร์สเนี่ย?

ชายร่างเล็กผอมแห้งนั้นท่าทางเหมือนจะถูกลมพัดปลิวตลอดเวลา

คงต้องตลกน่าดูถ้าพวกสัมพันธมิตรต้องฝากความหวังไว้กับผู้ชายแบบนั้น!

“ถ้าเป็นสิ่งที่ด็อกเตอร์เออร์สกินร้องขอ ฉันเห็นว่าเหมาะสมค่ะ ผู้พัน!” คาร์เตอร์คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วตอบ

“ถ้าอย่างนั้น ฉันจะฝากเรื่องนี้ไว้กับเธอก็แล้วกัน อยากเห็นสองคนนั้นบนรถบัสมุ่งหน้าไปนิวเจอร์ซีย์”

ผู้พันฟิลลิปส์พยักหน้า มอบหมายภารกิจนี้ให้

อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าด้วยร่างกายของโรเจอร์ส คงไม่ได้ผ่านแม้แต่ฝึกขั้นพื้นฐานด้วยซ้ำ

แล้วเรื่องการคัดเลือกเพื่อเป็นซุปเปอร์โซลเยอร์น่ะเหรอ? ไร้สาระสิ้นดี!

ถ้าชอบล่ะก็ไปกดติดตามที่เพจหน่อยนะฮับ Thebigcattrans แมวหยิบมาแปล 

คอมเม้นกันเยอะๆหน่อยน้า~~

จบบทที่ บทที่ 12 การตัดสินใจของหน่วยยุทธศาสตร์สำรองทางวิทยาศาสตร์

คัดลอกลิงก์แล้ว