- หน้าแรก
- สัตว์เลี้ยงผีระดับเทพ นี่น่ะเหรอนักเรียนห้องบ๊วย
- บทที่ 271: หวังโหย่วเถียน, หนิวอ้ายฮวา
บทที่ 271: หวังโหย่วเถียน, หนิวอ้ายฮวา
บทที่ 271: หวังโหย่วเถียน, หนิวอ้ายฮวา
"เชี่ย... ที่เฮงซวยนี่ แม่งโคตรเฮี้ยน!"
ลมพัดใบไม้แห้งดังแซกๆ โคมแดงเก่าๆ ในลานบ้านแกว่งไกวน่าขนลุก โจวหมั่งสบถเบาๆ สายตาเหลือบไปมองปมผ้าแพรแดงที่ห้อยลงมาจากระเบียงอย่างควบคุมไม่ได้ กลืนน้ำลายเอื๊อก
เจียงฉานก้าวไปก่อน ฝีเท้าเงียบกริบข้ามธรณีประตูที่เต็มไปด้วยฝุ่น
กลิ่นธูปเทียน ฝุ่น และความเก่าเก็บเน่าเปื่อยโชยมาปะทะจมูก ภายในบ้านเย็นยะเยือกยิ่งกว่าลานบ้าน อาศัยแสงสลัวจากประตูและหน้าต่างพังๆ ภาพภายในบ้านค่อยๆ ปรากฏต่อสายตา
ตรงข้ามประตูใหญ่ คือห้องโถงกลาง
กลางห้องโถง โต๊ะแปดเซียนทาชาดสีแดง ปูผ้าแพรแดงที่มีฝุ่นจับหนาเตอะ บนโต๊ะมีเชิงเทียนมังกรหงส์ที่ดับแล้วสองอัน กับผลไม้เซ่นไหว้สองจานที่เหี่ยวแห้งดำคล้ำจนดูไม่ออกว่าเป็นผลไม้อะไร
เก้าอี้ไท่ซือวางขนาบซ้ายขวา พนักเก้าอี้พาดด้วยผ้าคลุมไหมปักลายที่ฝุ่นเกาะหนา สีแดงจนคล้ำ
บนผนังตรงข้ามประตู แขวนภาพอักษร "ซังฮี้" (มงคลสมรส) ขนาดใหญ่ที่สีซีดจางอย่างหนัก ด้านล่างภาพ ตรงที่ควรวางป้ายบรรพบุรุษ เหลือเพียงรอยสี่เหลี่ยมสีจางๆ
นี่มันการจัดฉาก "กราบไหว้ฟ้าดิน" ในพิธีแต่งงานสมัยก่อนชัดๆ แต่ตำแหน่งที่นั่งบุพการี กลับว่างเปล่าและเงียบงัน... ท่ามกลางบรรยากาศมงคลที่ตายซากนี้ สิ่งเดียวที่ดูมีชีวิตชีวา... กลับเป็นรูปถ่ายหน้าศพใบนั้น
มันแขวนอยู่บนผนังด้านขวาของภาพอักษร "ซังฮี้" กรอบไม้สีดำกึ่งเก่ากึ่งใหม่ กระจกมัวฝุ่น พอมองเห็นคนในรูปได้ลางๆ
เป็นหญิงชราสวมเสื้อคลุมผ้าไหมสีแดงเข้ม สาบเสื้อเฉียงติดกระดุมจีน ผมบางหงอกขาว มวยผมเล็กๆ แน่นเปรี๊ยะไว้ท้ายทอย ปักปิ่นเงินที่ขัดจนมันวาว
ใบหน้าเหี่ยวย่นเหมือนเปลือกไม้ เบ้าตาลึกโหล ลูกตาขุ่นมัวจ้องเขม็งไปที่ประตู แฝงความเย็นยะเยือกน่ากลัวที่สลัดไม่หลุด ราวกับกำลังจ้องมองผู้บุกรุกอยู่อย่างเงียบเชียบ...
เจียงฉานจ้องรูปหน้าศพกลับอย่างไม่เกรงกลัว... มุมปากแห้งเหี่ยวที่เม้มแน่นโค้งตกดูเหมือนยิ้มเหมือนไม่ยิ้ม โครงหน้าในเบ้าตาลึกโหลนั้น ยังพอมองเห็นเค้าโครงความสวยหมดจดในวัยสาวได้ลางๆ
ราวกับว่าเมื่อนานมาแล้ว ดวงตาคู่นี้เคยสดใสเป็นประกาย แฝงกิริยาผู้ดีตกยาก เพียงแต่ร่องรอยนั้นถูกกาลเวลาอันโหดร้ายและความแค้นฝังกระดูกก่อนตายบิดเบือนจนหมดสิ้น เหลือเพียงความอาฆาตมาดร้ายที่ชวนขนลุกในปัจจุบัน
"แม่งเอ๊ย ยายแก่นี่ตอนสาวๆ ท่าจะสวยไม่เบา? ไหงกลายสภาพเป็นผีแบบนี้ มาผูกคอตายในที่เฮงซวยนี่..." โจวหมั่งตามเข้ามา มองรอบๆ พอเห็นรูปหน้าศพก็อดบ่นพึมพำไม่ได้ น้ำเสียงแฝงการทำใจดีสู้เสือที่เจ้าตัวไม่รู้ตัว
ถานจิ้งเหมือนเครื่องจักรเย็นชา ตรวจสอบข้าวของและร่องรอยในห้องเงียบๆ ปลายนิ้วปาดฝุ่นหนาบนโต๊ะ สายตากวาดมองรอยราที่ตีนผนัง บนพื้นฝุ่นมีรอยรองเท้าจางๆ เธอรีบเดินไปนั่งยองๆ ตรวจสอบละเอียด
"เร็วๆ นี้มีคนมา..." เสียงเธอยังคงราบเรียบ แต่พูดเร็วขึ้นนิดหน่อย เห็นได้ชัดว่าบรรยากาศนี้ทำให้เธอเครียดเหมือนกัน
ซูชิงกลับไม่รีบร้อนตรวจสอบวัตถุ ปลอยผมไหวเบาๆ ทั้งที่ไม่มีลม ราวกับกำลังจับคลื่นความเคลื่อนไหวที่มองไม่เห็นในอากาศ ดวงตาใสกระจ่างฉายแววเคร่งเครียดวูบหนึ่ง
" 'คนสะกดรอยตาม' เข้าหมู่บ้านมาแล้ว ไม่ใช่แค่คนเดียว" เธอเว้นช่วง หันมองเจียงฉาน "แถมเป้าหมายชัดเจน ตรงมาที่นี่เลย"
เจียงฉานเข้าใจสถานการณ์... พวกเซียนตกปลานี่ตามรังควานไม่เลิกจริงๆ อีกอย่าง เขาพอเดาได้ลางๆ แล้วว่าสัตว์เลี้ยงผีของซูชิงคือตัวอะไร... [ซีซวี] (ปีศาจลมหายใจ)!
สารานุกรมผีฉบับปรับปรุงใหม่ บันทึกว่า:
"ซีซวี เกิดจากไอศพหมอผี ในยุคโจวหมอผีทำศึกกับเผ่าเสี่ยนอวิ่น คว้านท้องหญิงมีครรภ์สิบเดือนบูชายัญลม ความแค้นจับตัวไม่สลาย กินไอชีวิตคนเป็น"
ผีตัวนี้รับรู้และควบคุมกระแสลมที่มองไม่เห็นได้ ใช้ลมต่างหูต่างตา เป็นผู้ช่วยชั้นยอดในการสะกดรอยและเตือนภัย แถมยังสร้างพายุหมุนดักศัตรูได้ด้วย
แซก...!
เสียงเบาหวิวแทรกอยู่ในเสียงใบไม้แห้งเสียดสี ซูชิงหันขวับโดยสัญชาตญาณ สายตาคมกริบพุ่งไปที่ความมืดนอกประตูรั้ว "มีคนเข้ามา!"
วูบ!
แทบจะพร้อมกับเสียงซูชิง ดาบยาวสีแดงคล้ำรูปทรงปราดเปรียวก็ปรากฏในมือเจียงฉาน... [ดาบผีหายนะโลหิต]!
ทันทีที่ดาบปรากฏ อุณหภูมิรอบข้างเหมือนลดฮวบ ไอสังหารอำมหิตแผ่ซ่าน... ร่างเจียงฉานพุ่งออกไปราวกับภูตผี!
พลิกข้อมือ ดาบผีวาดโค้งสีเลือดน่ากลัวในความมืด ส่งเสียงหวีดหวิวบาดหู ฟันฉับไปที่โอ่งน้ำเก่าๆ สูงครึ่งคนตรงมุมลานบ้าน!
ตูม เพล้ง
โอ่งแตกกระจาย!
น้ำเน่าเหม็นคลุ้งผสมเศษโอ่งกระเด็นว่อน เผยให้เห็นร่างสองร่างที่ขดตัวสั่นงันงกอยู่ในเงามุมกำแพงด้วยความตกใจสุดขีด
เจียงฉานขมวดคิ้วเล็กน้อย
นั่นคือผัวเมียชาวนาคู่หนึ่ง...
ผู้ชายอายุราวห้าสิบ ผิวคล้ำหยาบกร้าน ใบหน้าเต็มไปด้วยร่องรอยความลำบาก สวมเสื้อผ้าดิบสีซีด ดูแวบแรกเหมือนชาวนาซื่อๆ ดวงตาเล็กๆ คู่นั้นตอนนี้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว และ... อะไรบางอย่าง
ผู้หญิงข้างๆ ผอมแห้งกว่ามาก โหนกแก้มสูง ริมฝีปากบาง หน้าตาดูร้ายลึกโดยธรรมชาติ สวมเสื้อผ้าดิบสีน้ำเงินที่มีรอยปะ กำลังเกาะแขนผู้ชายแน่น เล็บจิกเข้าเนื้อ มองดาบเลือดของเจียงฉานด้วยความกลัวสุดขีด
"ไว้ชีวิตด้วย! สหายไว้ชีวิตด้วย!"
ผู้ชายทิ้งตัวคุกเข่าลงในโคลนดังตุ้บ เสียงสั่นเครือ โขกหัวรัวๆ ผู้หญิงก็คุกเข่าตาม ตัวสั่นเป็นเจ้าเข้า ปากพร่ำขอชีวิตไม่เป็นภาษา "พวกเราไม่ใช่คนเลว พวกเราไม่ใช่คนเลวนะ...!"
ซูชิงและคนอื่นรีบล้อมเข้ามา สายตาระแวดระวังจับจ้องสองผัวเมียอย่างเย็นชา
"ลับๆ ล่อๆ มาแอบตรงนี้ทำไม?" โจวหมั่งก้าวไปข้างหน้า ตวาดเสียงดัง กำหมัดดังกรอบแกรบขู่
"สหาย! เข้าใจผิดแล้ว! ข้า... ข้าชื่อหวังโหย่วเถียน นี่เมียข้าหนิวอ้ายฮวา!" หวังโหย่วเถียนรีบตอบ ตัวสั่นงันงก เสียงยังสั่นไม่หาย "นี่... บ้านเก่าหลังนี้ เป็นสมบัติบรรพบุรุษข้า! พ่อข้า... พ่อข้าเคยอยู่ที่นี่!"
"พวกสหาย... มาจากในเมืองใช่ไหม? พวกข้า... พวกข้ารู้ว่าพวกท่านมาปราบผีในหมู่บ้าน! มืดค่ำแล้ว ที่เฮงซวยนี่อยู่ไม่ได้หรอก! เมียข้า... อุตส่าห์ทำกับข้าวร้อนๆ ไว้ ที่บ้านข้าข้างล่างนี่เอง อยากเชิญพวกสหายไปกินของร้อนๆ แก้หนาว... ถือ... ถือเป็นน้ำใจเล็กน้อย!"
เขาชี้ไปที่บ้านโทรมๆ อีกหลังที่อยู่ต่ำลงไป ปั้นหน้ายิ้มประจบ แต่สายตาอดไม่ได้ที่จะเหลือบมองเข้าไปในห้องโถง แฝงความกังวลที่ปิดไม่มิด
"บ้านนี้ของลุง?" เสียงเจียงฉานไร้อารมณ์ ดาบผีหายนะโลหิตชี้ลงพื้น ตัวดาบมีไอคำสาปสีดำน่ากลัวพันรอบ "แล้วยายแก่ชุดแดงในรูปนั่น เป็นอะไรกับลุง?"
หวังโหย่วเถียนตัวแข็งทื่อ สีหน้าซับซ้อน ปนเปทั้งความเจ็บปวด ความกลัว และความแค้นที่สังเกตยาก ริมฝีปากสั่นระริกอยู่ครู่หนึ่งกว่าจะเค้นคำพูดออกมาได้ "คือ... คือแม่ข้า... แม่เลี้ยง... แม่แท้ๆ ข้าตายไปนานแล้ว..."
"แม่เลี้ยง?" ซูชิงถามไล่ทันที สายตาคมกริบขึ้น "การตายของแกเป็นมายังไง?"
"เอ่อ... คือ..." หวังโหย่วเถียนเหงื่อแตกพลั่ก อึกอักพูดไม่ออก สายตาลอกแลก
"ถุย! แม่เลี้ยงบ้าบออะไร! ก็แค่อีแก่บ้าหนังเหนียว! ตัวซวย!" เมียแกหนิวอ้ายฮวาจู่ๆ ก็แว้ดขึ้นมา หน้าตาร้ายกาจยิ่งดูแหลมเปี๊ยบเพราะความโมโห
"อีแก่บ้านี่ไม่รู้มาจากรูไหนเมื่อหลายปีก่อน มาถึงหมู่บ้านเราเสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง หิวจนเหลือแต่ลมหายใจ! พ่อผัวข้าใจดี เห็นว่าน่าสงสารเลยรับเลี้ยง สร้างเพิงข้างคอกสัตว์ให้อยู่ ให้ข้าวให้น้ำ แถมให้งานทำ จ่ายค่าแรงไม่ขาด! แต่มันกลับเนรคุณ! อาศัยความสวยเก่าๆ ไม่รู้ใช้วิธีสกปรกอะไร ไม่ถึงครึ่งเดือนก็ปีนขึ้นเตียงพ่อผัวข้า! แก่จนจะลงโลงแล้ว ไม่อายผีสางบ้างเลย!!"
เธอยิ่งพูดยิ่งของขึ้น น้ำลายกระเด็น "พ่อผัวข้าก็แก่เลอะเลือน โดนมันเป่ามนต์ ยอมทนชาวบ้านนินทา รับมันเข้าบ้าน! พอมันเข้ามาได้ ก็ทำตัวใหญ่โต! นึกว่าตัวเองเป็นคุณนายเรอะ? ถุย! อีแก่ร่านไม่มีหัวนอนปลายเท้า! บ่นข้าวไม่อร่อย บ่นบ้านลมโกรก รังเกียจลูกติดเมียเก่าผัวข้าว่าขวางหูขวางตา! โดยเฉพาะ... โดยเฉพาะอีแก่ตัณหากลับนี่ดันท้องตอนแก่! คลอดลูกชายออกมา แต่เด็กนั่นเกิดมาก็ขี้โรค ไม่ทันขวบเดือนก็... ก็ตาย!"
พูดถึงเด็กที่ตาย น้ำเสียงหนิวอ้ายฮวาไม่มีความสงสารแม้แต่นิด มีแต่ความแค้นฝังลึก "พอลูกตาย อีแก่นั่นก็บ้าไปเลย! วันๆ อุ้มศพลูก ร้องห่มร้องไห้ในบ้าน เดินไปทั่วหมู่บ้าน เจอใครก็บอกว่าพวกเราฆ่าลูกมัน! อาละวาดไม่เลือกเวลา! พ่อผัวข้าก็แก่แล้ว โดนมันปั่นป่วนแบบนี้... ไม่ถึงสองเดือน ก็... ก็ตรอมใจตาย!"
"พวกเราเป็นลูกเป็นสะใภ้ เห็นแก่หน้าพ่อ ทนคำคนนินทา เลี้ยงดูปูเสื่อมันอย่างดี แต่มันล่ะ? ไม่รู้บุญคุณ คืนนึงเผลอหน่อยเดียว มันก็ไปที่หน้าประตู... โน่น! ผูกคอตายด้วยผ้าแดงนั่นแหละ!"
หนิวอ้ายฮวาชี้ไปที่ปมผ้าแดงใหม่เอี่ยมที่แกว่งไกวใต้ชายคาอย่างดุเดือด แววตาเต็มไปด้วยความเกลียดชัง "ตายแล้วยังไม่สงบ! เป็นผีร้ายออกมาอาละวาด! ทำเอาทั้งหมู่บ้านเดือดร้อน! พ่อผัวข้าก็ตายเพราะมัน! หมู่บ้านนี้ก็พังเพราะมัน! ตัวซวย! มันคือตัวซวยชัดๆ!!"
หวังโหย่วเถียนก้มหน้า ไหล่สั่น น้ำตาขุ่นมัวไหลลงมาตามร่องแก้ม เสียงสะอื้น "เฮ้อ... พ่อข้า... พ่อข้าใจดี... คิดว่าแก่แล้ว มีคนดูแลข้างกาย เป็นเพื่อนคู่คิด... ก็ดี... ใครจะคิด... ใครจะคิดว่าจะพาตัวซวยเข้าบ้าน... พ่อข้าตายตาไม่หลับ... ข้ามันอกตัญญู... ถ้าย้อนไปได้... ข้าจะขวางสุดชีวิต ไม่ให้ผู้หญิงคนนี้เข้าบ้าน... พ่อข้าอาจจะ... อาจจะอยู่ได้อีกหลายปี... มีความสุขบั้นปลาย... ตอนนี้สิ... เพราะมัน พ่อข้าตาย... ตัวมันก็ผูกคอตาย... ตายแล้วยังทำหมู่บ้านวุ่นวาย ชาวบ้านหวาดผวา..."
เขาสะอื้นจนพูดไม่ออก ได้แต่ใช้หลังมือหยาบๆ เช็ดน้ำตา ในน้ำตานั้นปนเปทั้งความกลัว ความเสียใจ และความหมดอาลัยตายอยาก
คำโทษตัวเองของเขา ฟังดูจริงใจ ประกอบกับน้ำตาและเสียงสั่นเครือ แทบจะทำให้คนคล้อยตาม หนิวอ้ายฮวาก็ช่วยเสริม ด่าทอยายแก่บ้าสารพัด
ทีมปฏิบัติการสี่คนมองหน้ากัน... ซูชิงขมวดคิ้วแน่น ถานจิ้งหน้านิ่ง โจวหมั่งทำหน้า "ยุ่งยาก" และ "ซวยชะมัด"
สายตาเฉยชาของเจียงฉานกวาดมองคู่ผัวเมียที่ร้องไห้คร่ำครวญด่าทอไปมา บอกไม่ถูกว่าตรงไหนผิดปกติ...
"สหาย... สหาย... เรื่องแม่เลี้ยงข้าพักไว้ก่อนเถอะ..." หวังโหย่วเถียนเช็ดน้ำตา เงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ปั้นยิ้มเจียมเจี้ยมเชิงขอร้อง "กับข้าว... กับข้าวจะเย็นหมดแล้ว... พวกสหาย... ให้เกียรติไปกินข้าวร้อนๆ ที่บ้านข้าหน่อยเถอะนะ?"
"พี่ชาย น้ำใจพวกเรารับไว้แล้ว" ซูชิงพูด เสียงอ่อนโยนแต่เว้นระยะห่างชัดเจน "เรามีเสบียงมาด้วย ไม่รบกวนดีกว่า พวกพี่กลับไปก่อนเถอะ ตรงนี้เราจัดการเอง"
"อย่าเลย! สหาย!" หวังโหย่วเถียนได้ยินก็ร้อนรน ตะเกียกตะกายลุกจากโคลน "บ้านผีสิงนี่เฮี้ยนมาก! กลางคืนอยู่ไม่ได้นะ! เมียข้าอุตส่าห์เชือดแม่ไก่แก่ต้มซุปไว้ อย่างน้อยไปซดซุปร้อนๆ ให้หายหนาวก่อนค่อยมาก็ยังไม่สายนะ!"
เขาพูดไปพลางเหลือบมองไปทางเรือนหลักที่ปิดสนิทโดยไม่รู้ตัว ความกังวลในแววตาทะลักล้นออกมา "เรื่องแม่เลี้ยง... ข้ากับเมียรู้ดีที่สุด กินข้าวไปคุยไปก็ได้... ข้ากับเมียยินดีให้ความร่วมมือเต็มที่..."
หนิวอ้ายฮวาก็รีบผสมโรง "ใช่ๆ! ต้มซุปไว้แล้ว หอมฉุยเลย! พวกสหาย..."
ความกระตือรือร้นเกินเหตุและความกังวลที่ปิดไม่มิดของสองผัวเมีย ย่อมไม่รอดสายตาเจียงฉาน เขาพยักหน้าให้ซูชิง แล้วเดินตรงเข้าเรือนหลักทันที หวังโหย่วเถียนกับหนิวอ้ายฮวาตกใจแทบสิ้นสติ รีบพุ่งเข้าไปขวาง "สหายเดี๋ยวก่อน..."
"หลบไป!" โจวหมั่งรำคาญเต็มทน เห็นสองคนนี้ยังตื๊อไม่เลิก ก็ใช้ไหล่กระแทกหวังโหย่วเถียนที่ขวางหน้าออกไปอย่างแรง "อย่าเกะกะ! ข้าจะดูซิว่าในบ้านผีนี่มันซ่อนอะไรไว้!"
แรงกระแทกไม่ใช่น้อย หวังโหย่วเถียนร้อง "โอ๊ย" เซถลาล้มก้นจ้ำเบ้า เปื้อนโคลนเต็มตูด
"พี่!" หนิวอ้ายฮวากรีดร้องพุ่งเข้าไปประคอง แต่แกล้งทำ จังหวะที่ก้มตัว มีดผ่าฟืนที่ซ่อนในขากางเกงถูกชักออกมา... พอลุกขึ้น แววตาเปลี่ยนเป็นอำมหิตสุดขีด!
อารมณ์บนใบหน้าทั้งหมดเปลี่ยนเป็นจิตสังหารที่น่ากลัวที่สุด แขนล่ำสันง้างสุดแรง มีดผ่าฟืนวาววับฟันลงมาพร้อมลมแรง หมายเอาชีวิตถานจิ้งที่อยู่ใกล้ที่สุดจากด้านหลัง!
"ระวัง!" ซูชิงร้องเตือน!
ทว่า จิตสังหารอีกสายหนึ่งเร็วกว่าเสียงเตือนของเธอ...
ฉึก!
หน่อไม้ขนาดใหญ่ปลายแหลมเปี๊ยบ แทงทะลุดินขึ้นมาจากใต้เท้าหนิวอ้ายฮวาโดยไม่มีสัญญาณเตือน ความเร็วทิ้งไว้เพียงเงาจางๆ!
ปลายหน่อไม้แหลมคมหอบเศษดิน แทงสวนขึ้นจากหว่างขาของหนิวอ้ายฮวา ทะลุช่องท้อง ช่องอก ลำคอ... สุดท้ายพุ่งทะลุกระหม่อมออกมาพร้อมเลือดสดๆ และเศษอวัยวะภายใน เสียบร่างเธอตรึงไว้กลางอากาศเหมือนลูกชิ้นปิ้ง!
เสียงทุ้มต่ำดังขึ้น เลือดอุ่นๆ พุ่งกระฉูดเหมือนน้ำพุ สาดใส่หน้าหวังโหย่วเถียนที่กำลังตะเกียกตะกายลุกขึ้นจนชุ่มโชก ความกังวลบนหน้าเขาแข็งค้าง แทนที่ด้วยความกลัวสุดขีด!
เขานั่งแปะลงในกองเลือด ตาค้างมองภาพตรงหน้า อ้าปากค้าง ลำคอส่งเสียง "ฮือ... ฮือ..." เหมือนปลาขาดน้ำ ตัวสั่นเทา พูดไม่ออกสักคำ กลิ่นฉี่โชยออกมาจากกางเกง
ทีมปฏิบัติการเข้าสู่โหมดระวังภัยทันที ดาบผีหายนะโลหิตในมือเจียงฉานส่งเสียงหึ่งๆ กระแสลมสีเทาจางๆ แผ่ออกรอบตัวซูชิง ทั้งสองรีบเอาตัวบังถานจิ้งไว้ สายตาคมกริบพุ่งไปที่ประตูรั้ว ส่วนโจวหมั่งหน้าเครียดมองเจียงฉานและซูชิงที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กันอย่างรู้ใจ...
ตึก... ตึก... ตึก...
เสียงฝีเท้าหนักแน่นดังมา
ที่หน้าประตูรั้ว ร่างสวมหมวกฟาง เดินเข้ามาอย่างช้าๆ