เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 36 ค่ายกลฮวงจุ้ย

บทที่ 36 ค่ายกลฮวงจุ้ย

บทที่ 36 ค่ายกลฮวงจุ้ย


บทที่ 36 ค่ายกลฮวงจุ้ย

ลายเส้นของค่ายกลนั้นซับซ้อนมาก ในความทรงจำทั้งสองชาติภพของเตี่ยนหัวเขาไม่เคยเรียนวาดรูปหรือการเขียนแบบมาก่อนเลย

แม้ในสภาวะ "ชั่วพริบตาปานหมื่นปี" เตี่ยนหัวจะได้ฝึกวาดแผนผังค่ายกลฮวงจุ้ยมานับครั้งไม่ถ้วนแล้ว แต่ในความเป็นจริงนี่คือการวาดครั้งแรกของเขา

เตี่ยนหัวรู้สึกประหม่ามากเขากังวลว่าจะทำผิดพลาด เพื่อลดความยากในการวาดแผนผังเตี่ยนหัวจึงใช้สมองคิดหาวิธีพลิกแพลงด้วยการใช้ความเฉลียวฉลาดของจิตวิญญาณกระบี่ เขาจึงสื่อสารผ่านจิตสำนึกส่งรายละเอียดวิธีการวาดและแบบแปลนของค่ายกลฮวงจุ้ยไปให้จิตวิญญาณกระบี่ เพื่อให้กระบี่เซียนช่วยเขาวาดแผนผังค่ายกล

ก่อนจะเริ่มวาดแผนผังเขามองไปยังชิงเหอ ชิงจู๋ และพวกคนรับใช้ชายที่ยืนจ้องเขาด้วยแววตาอยากรู้อยากเห็น การที่พวกเขายืนอยู่ในลานอารามทำให้กีดขวางการวาดแผนผังค่ายกลของเขา

คนพวกนี้เพิ่งจะช่วยงานเขาเสร็จ จะให้ไล่ตะเพิดไปทันทีเขาก็รู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง เหมือนกับสำนวนที่ว่าเสร็จนาฆ่าโคถึก

"เต้าจาง พวกบ่าวกีดขวางท่านหรือเจ้าคะ? ต้องการให้พวกบ่าวหลบไปก่อนไหมเจ้าคะ? พวกบ่าวจะไปเดี๋ยวนี้..." เมื่อเห็นสายตาของเตี่ยนหัว ชิงเหอจึงถามขึ้นอย่างรู้ใจ

เตี่ยนหัวกวาดตามองรอบๆ พลันเกิดความคิดที่จะทำให้ออกมาดีทั้งสองฝ่าย เขาจึงกล่าวว่า: "ไม่ต้องไปหรอก พวกเจ้าเข้าไปรอในห้องโถงเถอะ ขอแค่ไม่ออกมาจากห้องโถงก็จะไม่กีดขวางข้าแล้ว"

ห้องโถงนั้นเป็นจุดบอดของแนวเส้นค่ายกลพอดี ลายเส้นจะวาดไปไม่ถึงจุดนั้น ในขณะที่เตี่ยนหัววาดแผนผังค่ายกลพวกเขาสามารถรออยู่ในห้องโถงได้อย่างปลอดภัย

คนเขาอุตส่าห์เหนื่อยแรงมาตั้งนาน จะไม่ยอมให้เขาเห็นผลงานจากหยาดเหงื่อแรงกายตัวเองมันก็ดูกระไรอยู่!

อีกอย่างสิ่งที่เตี่ยนหัวทำก็ไม่ใช่ความลับที่ต้องปิดบังอะไร? มีอะไรต้องหลบๆ ซ่อนๆ เล่า?

พวกชิงเหอพากันเดินเข้าห้องโถงไป ชิงเหอและชิงจู๋ยืนอยู่หน้าประตูห้องโถงคอยมองมาที่อาจารย์เตี่ยนหัว ส่วนพวกคนรับใช้ชายพากันไปออกันอยู่ข้างหลังแอบมองลอดช่องว่างพลางกระซิบกระซาบคุยกัน

"ข้าตาไม่ฝาดใช่ไหม? กระบี่ไม้ท้อของเต้าจางส่องแสงสีเหลืองอ่อนๆ ด้วยล่ะ"

"ไม่ฝาดหรอก ข้าก็เห็น บนตัวกระบี่เหมือนมีของเหลวสีแดงไหลเวียนอยู่ด้วย แถมไม่หยดลงพื้นเลยสักนิด มหัศจรรย์จริงๆ!"

"ได้ยินมาว่าเต้าจางท่านนี้คือเซียนซือผู้มีอิทธิฤทธิ์มหาศาล ขนาดท่านเจ้าบ้านของเรายังยกย่องเป็นแขกผู้มีเกียรติสูงสุดเลยนะ!"

"เซียนซือรึ? งั้นพวกเราก็กำลังทำงานให้เซียนซืออยู่น่ะสิ? ช่างเป็นวาสนาจริงๆ ได้รับไอเซียนจากท่านบ้าง ต่อไปคงจะแข็งแรงไม่มีโรคภัยเบียดเบียนแน่ๆ"

ชิงเหอและชิงจู๋จดจ่ออยู่กับทุกย่างก้าวของเต้าจางเตี่ยนหัว จึงไม่ได้สนใจเสียงซุบซิบของพวกคนรับใช้เหล่านี้

เตี่ยนหัวไม่ได้สนใจคนที่อยู่ในห้องโถง เขาถือกระบี่ไม้ท้อด้วยมือขวาเดินไปที่ใต้ต้นขี้เหล็ก ใช้กระบี่แทนพู่กันเริ่มวาดลายเส้นลงบนพื้นอย่างระมัดระวัง ในตอนแรกเตี่ยนหัวก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติ ดูเหมือนไม่ใช่เขาที่เป็นคนคุมกระบี่ แต่กระบี่ต่างหากที่กำลังนำทางเขาอยู่

หรือว่า...

เมื่อนึกถึงความเป็นไปได้นี้ เตี่ยนหัวจึงค่อยๆ คลายมือที่กำด้ามกระบี่ไม้ออก ทันทีที่เขาปล่อยมือ กระบี่ไม้ท้อก็ตั้งตรงอยู่กับที่โดยที่ปลายกระบี่ไม่ขยับ แต่ตัวกระบี่ส่วนบนกลับสั่นไหวไปมา ในขณะเดียวกันจิตสำนึกของเตี่ยนหัวก็ได้รับกระแสความรู้สึกสงสัยจากจิตวิญญาณกระบี่

เพื่อพิสูจน์ข้อสันนิษฐานของตน เตี่ยนหัวจึงออกคำสั่งผ่านจิตสำนึกโดยตรง ให้กระบี่เซียนวาดแผนผังค่ายกลด้วยตัวเองตามที่เขาต้องการ

กระบี่เซียนขยับตัวเหมือนเป็นการพยักหน้า จากนั้นมันก็เริ่มเคลื่อนที่ไปเองอย่างช้าๆ ลายเส้นค่ายกลสีแดงบนพื้นค่อยๆ ทอดยาวออกไปตามการเคลื่อนไหวของมัน

เตี่ยนหัวยืนนิ่งอยู่กับที่ ในใจคำนวณอย่างรวดเร็ว มือขวาก็ขยับคำนวณตามไปด้วย เขาพบว่าแผนผังค่ายกลที่กระบี่เซียนวาดเองนั้นมีความเป็นมาตรฐานยิ่งกว่าส่วนเล็กๆ ที่เขาวาดไว้ตอนแรกเสียอีก ไม่มีความผิดเพี้ยนแม้แต่นิดเดียว

"ถูกกระบี่เซียนเล่มหนึ่งแซงหน้าไปเสียแล้ว" เตี่ยนหัวแอบหัวเราะเยาะตัวเองหนึ่งประโยค แต่ในใจกลับมีความสุขมาก

หลังจากรับข้อเสนอของชิงเหอมาแล้ว เตี่ยนหัวก็ได้วางตำแหน่งตัวเองเป็น "ผู้ออกแบบ" อย่างชัดเจน งานที่ต้องลงมือทำซ้ำๆ และน่าเบื่อแต่ต้องอาศัยความชำนาญเช่นนี้ ปล่อยให้คนอื่นทำแทนย่อมดีที่สุด

หน้าที่ของกระบี่เซียนในตอนนี้คือการทำงานซ้ำซากที่พวกชิงเหอซึ่งเป็นคนธรรมดาทำไม่ได้ให้สำเร็จลง ซึ่งมันช่วยให้เตี่ยนหัวหลุดพ้นจากงานที่น่าเบื่อเหล่านั้นได้อย่างสมบูรณ์

ดูเหมือนกระบี่เซียนจะมีความสามารถในการเรียนรู้ด้วย เมื่อเวลาผ่านไปและประสบการณ์มากขึ้น ความเร็วในการวาดแผนผังค่ายกลก็ยิ่งรวดเร็วขึ้นเรื่อยๆ จนการตรวจสอบของเตี่ยนหัวแทบจะตามมันไม่ทัน

ผ่านไปหนึ่งเค่อกว่าๆ กระบี่เซียนก็หมุนรอบลานอารามไปหลายตลบ จนสุดท้ายมันก็หยุดลงตรงจุดเริ่มต้นใต้ต้นขี้เหล็ก จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุดบรรจบกันเป็นหนึ่งเดียว ซึ่งในวิชาฮวงจุ้ยเร้นลับเรียกว่า "จุดกำเนิด" (หยวนเตี่ยน) งานวาดแผนผังค่ายกลฮวงจุ้ยจึงเป็นอันเสร็จสมบูรณ์

ปลายกระบี่เซียนปักลงที่จุดกำเนิด ตัวกระบี่สั่นไหวไม่หยุด จิตวิญญาณกระบี่ส่งกระแสความรู้สึกโอ้อวดมาทางจิตสำนึกจนเตี่ยนหัวทั้งขำทั้งเอ็นดู เขาอดไม่ได้ที่จะยื่นมือขวาไปลูบด้ามกระบี่เบาๆ แล้วกล่าวว่า: "รู้แล้วว่าเจ้าเก่งที่สุด กลับมาเถอะ"

กระบี่เซียนลอยขึ้นจากพื้นแล้วพุ่งกลับเข้าสู่ฝักกระบี่ที่หลังของเตี่ยนหัวอย่างรวดเร็วและมั่นคง

"เสร็จงานแล้ว! เมื่อมีกระบี่เซียนช่วยงาน ทุกอย่างก็เสร็จเร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้ถึงครึ่งชั่วยาม"

เตี่ยนหัวเดินไปทางห้องโถง เห็นทุกคนยืนอ้าปากค้างและจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เหม่อลอย

"พวกเจ้าเป็นอะไรไป..."

ชิงเหอเป็นคนที่อยู่กับเตี่ยนหัวนานที่สุดและได้เห็นอะไรมามากที่สุด เมื่อได้ยินคำถามของเตี่ยนหัวเธอก็ได้สติกลับมาเป็นคนแรกและตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงความตกใจว่า: "เซียนซือ ท่านวาดค่ายกลฮวงจุ้ยด้วยวิธีแบบนี้หรือเจ้าคะ? ช่างเหลือเชื่อจริงๆ!"

เตี่ยนหัวมองดูคนธรรมดาที่ยืนล้อมดูอยู่ในห้องโถง ถึงเพิ่งจะตระหนักได้ว่าตนเองเผลอโชว์ศักยภาพเหนือธรรมชาติออกมาจนทำให้คนธรรมดาที่ไม่เคยเห็นเรื่องพวกนี้ตกใจเสียแล้ว

ความจริงตอนแรกเตี่ยนหัวตั้งใจจะถือด้ามกระบี่แล้วค่อยๆ วาดด้วยตัวเอง ไม่ได้คิดจะทำอะไรให้มันดูสะท้านโลกขนาดนี้ แต่ก็นึกไม่ถึงว่าจะค้นพบฟังก์ชันใหม่ของกระบี่เซียนโดยบังเอิญ และเพราะจดจ่อเกินไปจึงลืมไปว่าในอารามยังมีกลุ่มคนยืนมุงดูอยู่ด้วย

เรื่องมันเกิดขึ้นแล้ว จะแก้ไขอย่างไรดีนะ?

เตี่ยนหัวลองคิดดูแล้วก็พบว่าตนเองไม่มีวิธีแก้ปัญหาที่ดีเลย อีกอย่างเขามีมีนิ้วทองคำที่สามารถรู้แจ้งได้อย่างต่อเนื่อง ในอนาคตพลังเหนือธรรมชาติที่มีในครอบครองย่อมจะมากขึ้นเรื่อยๆ การจะหลบๆ ซ่อนๆ ตลอดไปคงไม่ใช่เรื่องดี สู้แสดงออกมาให้เห็นเป็นธรรมชาติไปเลยจะดีกว่า

ตอนนี้เขาไม่ใช่คนที่เพิ่งทะลุมิติมาและยังไม่ค้นพบนิ้วทองคำเหมือนตอนแรก เมื่อมีเสื้อคลุมเซียนคุ้มกายและมีกระบี่เซียนป้องกันตัว ตอนนี้เขาจึงไม่มีเรื่องให้ต้องกังวลมากมายอีกแล้ว

ทุกอย่างให้เป็นไปตามธรรมชาติดีกว่า!

เมื่อเตี่ยนหัวคิดตก เขาก็ไม่เสียเวลาปวดหัวกับเรื่องพวกนี้อีก แต่ชิงเหอกลับคิดไปไกลกว่านั้น เพื่อเห็นแก่อาจารย์เตี่ยนหัวและเพื่อเห็นแก่ท่านเจ้าบ้านนางจึงรับอาสาจัดการเรื่องนี้เอง นางจึงสั่งกำชับพวกคนรับใช้ชายอย่างเข้มงวดว่า: "เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ห้ามเอาไปพูดส่งเดชเด็ดขาด กฎของจวนตระกูลฉีเคร่งครัดเพียงใดพวกเจ้าก็รู้ดี หากไม่อยากถูกโบยก็จงเก็บปากไว้ให้ดี"

เตี่ยนหัวที่คิดตกแล้วและตั้งใจจะปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เมื่อเห็นสิ่งที่ชิงเหอทำเขาก็ไม่ได้เข้าไปแทรกแซง การกระทำของชิงเหอก็ถูกเตี่ยนหัวจัดให้อยู่ในขอบเขตของความเป็นไปตามธรรมชาติเช่นกัน

ตอนนี้ชิงเหอป้องกันไว้ได้ก็ปล่อยให้นางทำไป หากวันข้างหน้าป้องกันไม่อยู่แล้วคนจะลือกันไปเองก็ปล่อยไป อย่างไรเสียเตี่ยนหัวที่มีจุดยืนในใจแล้วก็พร้อมจะปล่อยวางเรื่องนี้และไม่คิดจะเอามาใส่ใจให้เหนื่อยแรง

แม้เตี่ยนหัวจะคิดเช่นนั้น แต่คนอื่นกลับไม่ได้คิดเหมือนเขา

ชิงเหอเห็นเซียนซือไม่ได้คัดค้านอะไร นางจึงทึกทักเอาว่าท่านเจ้าบ้านเห็นพ้องกับสิ่งที่นางเพิ่งพูดไป

และเห็นได้ชัดว่าคนอื่นก็คิดแบบเดียวกัน

พวกคนรับใช้ชายเพราะความยำเกรงต่อกฎของจวนตระกูลฉี ผนวกกับท่าทีนิ่งเฉยของเซียนซือ พวกเขาจึงพากันพยักหน้ายืนยันว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ส่งเดชและจะปิดปากให้เงียบที่สุด

จบบทที่ บทที่ 36 ค่ายกลฮวงจุ้ย

คัดลอกลิงก์แล้ว