- หน้าแรก
- ลงชื่อเข้าใช้หนึ่งล้านปี ออกมาอีกทีพี่คือพระเจ้า
- บทที่ 21 - ชัยชนะของตระกูลซู อาจารย์ของซูเฉินเทพขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 21 - ชัยชนะของตระกูลซู อาจารย์ของซูเฉินเทพขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 21 - ชัยชนะของตระกูลซู อาจารย์ของซูเฉินเทพขนาดนี้เลยเหรอ?
บทที่ 21 - ชัยชนะของตระกูลซู อาจารย์ของซูเฉินเทพขนาดนี้เลยเหรอ?
ซูชิงอวิ๋นตะโกนลั่น "ไม่ได้ พี่ต้องไปกับข้า"
"ไม่มีใครหนีไปไหนได้ทั้งนั้น!"
ลู่หมิงยิ้มเยาะ มองซูหงหยวนด้วยสายตาดูแคลน "เพิ่งจะขึ้นระดับหลอมรวมความว่างเปล่า ยังอ่อนหัดนัก"
สิ้นเสียง พลังของเขาก็ระเบิดออก ราวกับอำนาจสวรรค์กดทับลงมาทั่วทั้งเมือง ผู้คนมากมายรู้สึกหนังหัวชาหนึบ แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
ในโลกใบนี้ ไม่มีพลังก็มีค่าเท่านี้ เจอคนเก่งกว่าทำได้แค่ภาวนาให้เขาเมตตา นอกนั้นทำอะไรไม่ได้เลย
ที่นี่ผู้แข็งแกร่งคือราชา การที่คนเก่งฆ่าคนอ่อนแอ ต่อให้อีกฝ่ายบริสุทธิ์ ทุกคนก็มองว่าเป็นเรื่องปกติ
"ข้าจะจัดการซูหงหยวน พวกเจ้าสองคนไปฆ่าเป้าหมายอีกหกคนที่เหลือ อย่าให้หนีรอดไปได้แม้แต่คนเดียว"
ลั่วซิงเย่หัวเราะอำมหิต "ลูกพี่วางใจ หนีไม่รอดหรอก"
ไกลออกไป ซูเฉินมองสามคนที่จู่ๆ ก็โผล่มาแล้วส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
นึกว่าปู่ออกมาแล้วจะเคลียร์จบ ดันมีตัวละครลับโผล่มาอีก
"สุดท้ายข้าก็ต้องลงมือสินะ"
เขายกมือขึ้นเล็กน้อย แสงแห่งจิตวิญญาณสายหนึ่งสว่างวาบ ฉีกกระชากมิติพุ่งตรงเข้าใส่ลั่วซิงเย่
"ผัวะ!"
ศีรษะของลั่วซิงเย่ระเบิดกระจาย เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว ภาพตรงหน้าชวนสยดสยอง
อะไรกัน!
ลู่หมิงและพันหวนต่างเป็นพวกเดนตายที่ผ่านความเป็นความตายมาโชกโชน ประสบการณ์ต่อสู้สูงลิ่ว พวกเขาไหวตัวทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลงเตรียมโกยแน่บ
การที่ลั่วซิงเย่โดนฆ่าตายในพริบตาโดยไม่รู้ตัว แสดงว่าคนที่ลงมือต้องแข็งแกร่งมหาศาล ระดับที่พวกเขาเทียบไม่ติดฝุ่น
"ผัวะ!"
"ผัวะ!"
แสงสังหารแล่นผ่านอีกสองครั้ง หัวของทั้งคู่ก็ระเบิดตามกันไป ตายสนิทไร้ลมหายใจ
สามยอดฝีมือระดับหลอมรวมความว่างเปล่า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าซูเฉินกลับไร้ทางสู้ การฆ่าพวกมันง่ายดายเหมือนบี้มด
สามศพระดับหลอมรวมความว่างเปล่า ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งลมหายใจ
ทั่วทั้งบริเวณเงียบกริบ ทุกคนมองด้วยสายตาว่างเปล่า
เกิด... อะไร... ขึ้น?
แต่คนที่อยู่ที่นี่ไม่ใช่คนโง่ แม้จะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่พอยอดฝีมือสามคนตาย คนของสี่ตระกูลใหญ่ก็เริ่มถอยกรูดอย่างบ้าคลั่ง
ซูหงหยวนลงมือคนแรก เขาซัดหมัดตูมเดียว หวังหมิงร่างแหลกเหลวตายคาที่
ระดับแปลงจิตขั้นปลายเมื่ออยู่ต่อหน้าระดับหลอมรวมความว่างเปล่า ช่างห่างชั้นกันเกินไป
ซูหงหยวนตะโกนก้อง "ฆ่าพวกมันให้หมด!"
คนของสี่ตระกูลใหญ่แทบกระอักเลือด แววตาเต็มไปด้วยความหวาดผวา
เหตุการณ์วันนี้ไม่ว่าจะออกหน้าไหน พวกเขาก็ซวยทั้งขึ้นทั้งล่อง
ตระกูลซูชนะ สี่ตระกูลก็ถูกล้างบาง ตระกูลซูแพ้ สามคนนั้นก็ต้องฆ่าปิดปากพวกเขาอยู่ดี
โดยเฉพาะเหอหงหยวน ตอนนี้เขาเสียใจจนไส้จะขาด รู้งี้ไม่น่ากระโดดขึ้นเรือโจรตระกูลหวังเลย
ตอนแรกนึกว่าจะชนะใสๆ ตอนนี้ใสเจีย เสียใจด้วย
ตามตระกูลหวัง มีแต่ตายกับตาย!
ไม่นานนัก ระดับแปลงจิตของสี่ตระกูลใหญ่ก็ถูกสังหารจนเกลี้ยง เหลือเพียงคนตระกูลซูยืนหยัดอยู่
ซูหงหยวนประสานมือคารวะไปทางท้องฟ้าอย่างนอบน้อม "ขอบพระคุณท่านผู้อาวุโสที่ยื่นมือเข้าช่วยเหลือ"
ฟ้าดินเงียบสงัด ไร้ซึ่งการตอบรับ ซูหงหยวนแววตาสงสัย ใครกันที่มาช่วย?
ซูเฉินก้าวออกมาพูดบ้าง "ท่านอาจารย์ เป็นท่านหรือขอรับ?"
ทันใดนั้น ลมปราณก็ก่อตัวเป็นพายุหมุนกลางอากาศวูบหนึ่ง แล้วจางหายไป
คนตระกูลซูรูม่านตาหดเกร็ง เมื่อกี้คือฝีมืออาจารย์ของซูเฉินจริงๆ เหรอ?
แม้จะเคยได้ยินว่าซูเฉินมีอาจารย์ แต่ไม่เคยเห็นตัวจริง ก็เลยรู้สึกเหมือนเป็นเรื่องเล่าขาน แต่เหตุการณ์วันนี้มันจริงยิ่งกว่าจริง
ฆ่าระดับหลอมรวมความว่างเปล่าสามคนได้ในพริบตา แถมหนึ่งในนั้นยังเป็นขั้นปลาย พลังระดับนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว
ซูเฉินเห็นปฏิกิริยาตอบรับ ก็พูดต่อ "ศิษย์ขอบพระคุณท่านอาจารย์"
แต่คราวนี้ ฟ้าดินเงียบกริบ ไม่มีสัญญาณตอบรับใดๆ อีก
ซูหงหยวนมองซูเฉินด้วยสายตาซับซ้อน นึกไม่ถึงว่าคนที่ช่วยกู้ตระกูลซูซ้ำแล้วซ้ำเล่า จะเป็นแค่หลานชายตัวน้อยคนนี้
"ชิงเทียน หรือว่าเจ้าจะสละตำแหน่ง ให้เฉินเอ๋ยขึ้นเป็นประมุขแทน เขาเหมาะสมกว่าเจ้า ถึงตอนนั้นเจ้าก็คอยเป็นผู้ช่วยเขาไป"
ซูชิงเทียน "......"
ท่านพ่อ ท่านถามข้าก่อนไหม?
แต่ซูชิงเทียนไม่ถือสา เขาหันไปมองซูเฉิน "เฉินเอ๋ย ว่าไง? อยากเป็นประมุขตระกูลซูไหม"
"วางใจได้ เดี๋ยวพ่อกับพวกอาๆ จะจัดการงานบริหารให้เรียบร้อย ลูกแค่คอยตัดสินใจทิศทางหลักๆ ก็พอ"
พลังที่ซูเฉินแสดงออกมามันน่าทึ่งเกินไป พักเรื่องอาจารย์สุดโหดไว้ก่อน ลำพังแค่ระดับวิญญาณแรกเริ่มแต่ซัดสองระดับแปลงจิตจนอยู่หมัด ก็เพียงพอจะให้คนยอมรับทั้งตระกูลแล้ว
ประมุขตระกูลส่วนใหญ่ก็แค่เป็นสัญลักษณ์ของความแข็งแกร่ง ไม่จำเป็นต้องลงมาทำงานเองทุกอย่าง
ซูเฉินตอนนี้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นผู้นำตระกูลซู
ซูเฉินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ปฏิเสธ
"พ่อครับ ตำแหน่งประมุขพ่อเป็นต่อไปก่อนเถอะ อีกสักหลายๆ ปีค่อยว่ากัน"
ซูชิงเทียนนิ่งคิดสักพัก แล้วยิ้มพยักหน้า "งั้นพ่อจะรักษาเก้าอี้นี้ไว้ให้ลูก ลูกอยากได้เมื่อไหร่ก็บอก"
พูดจบ ซูชิงเทียนหันไปมองซูหงหยวนด้วยแววตาจริงจัง
ซูหงหยวนรู้ว่าลูกชายจะถามอะไร เลยชิงพูดก่อน
"ทั้งหมดเป็นเพราะเฉินเอ๋ย ข้าถึงหายดีและทะลวงด่านได้"
จริงด้วยสินะ! ซูชิงเทียนแววตาตื่นตะลึง มองไปที่ลูกชาย ความลับของลูกคนนี้ชักจะเยอะขึ้นเรื่อยๆ แล้ว
แต่เขาไม่ถาม ซูเฉินก็ต้องมีความลับของตัวเอง
ซูหงหยวนสั่งการ "เจ้ารอง เจ้าไปจัดการพวกที่แอบดูอยู่เงียบๆ เมื่อกี้ ส่วนชิงเทียน เจ้าพากองกำลังตระกูลซูไปยึดทรัพย์สินและจัดการสี่ตระกูลใหญ่ซะ"
"แล้วก็... ถอนรากถอนโคน!"
แววตาซูหงหยวนเต็มไปด้วยจิตสังหาร พวกเขาเกิดมาจากกองโจร ย่อมไม่ใช่คนใจบุญสุนทาน
สี่ตระกูลใหญ่ต้องถูกกวาดล้างให้สิ้นซาก เพื่อไม่ให้เหลือภัยในภายภาคหน้า
ซูชิงเทียนแววตาอำมหิต ประสานมือรับคำ "ขอรับ"
พูดจบเขาก็หันหลังเดินจากไป
ไม่นานเมืองจันทราก็เกิดพายุเลือด สี่ตระกูลใหญ่ถูกล้างบางภายในวันเดียว ฆ่าล้างโคตรไม่เหลือแม้แต่ไก่หรือหมา ไข่ไก่ยังต้องเขย่าให้แดง มดในรังยังต้องโดนน้ำร้อนลวก
ทุกคนรู้ดีว่าสงครามระหว่างสี่ตระกูลกับตระกูลซู ตระกูลซูเป็นฝ่ายชนะ
ราชันองค์ใหม่ขึ้นครองบัลลังก์ ขุมกำลังต่างๆ ในเมืองต่างหวาดกลัวจนหัวหด ปิดประตูเงียบไม่กล้าโผล่หัวออกมา ถนนหนทางแทบร้างผู้คน
อย่างน้อยจนกว่าฝุ่นจะจาง ก็ไม่มีใครกล้าออกมาเพ่นพ่าน
โดยเฉพาะพวกที่เป็นลูกสมุนของสี่ตระกูลใหญ่ ยิ่งกลัวจนตัวสั่น กลัวตระกูลซูจะพาลมาลงที่พวกตนด้วย
ตอนนี้ในเมืองจันทรา นอกจากตระกูลซู ก็ไม่มีผู้ฝึกตนระดับแปลงจิตเหลืออยู่อีกแล้ว
และในวันเดียวกันนั้น ซูชิงอวิ๋นก็ใช้น้ำทิพย์หยกวิญญาณ ทะลวงเข้าสู่ระดับแปลงจิตสำเร็จ
ตระกูลซู
ซูชิงเทียนเพิ่งกลับมาถึงตระกูล ก็ได้รับรายงานบางอย่าง แววตาเขามืดมนลง พูดด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ "ไปเรียกผู้อาวุโสสายรอง ซูอี้ มาพบข้า"
......
[จบแล้ว]