เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 43 - หลิวเทียนเสวียนบุกแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว!

บทที่ 43 - หลิวเทียนเสวียนบุกแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว!

บทที่ 43 - หลิวเทียนเสวียนบุกแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว!


บทที่ 43 - หลิวเทียนเสวียนบุกแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว!

ภายในแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว

ณ ยอดเขาแห่งหนึ่ง หลิงอวิ๋น บุตรศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบันกำลังนั่งขัดสมาธิบำเพ็ญเพียร กลิ่นอายของเขาดูเหนือชั้นหลุดพ้นจากโลกโลกีย์ รอบกายมีแสงประกายหลากสีสันไหลเวียนอยู่ตลอดเวลา

เพียงแค่เขานั่งอยู่ตรงนั้น ก็ราวกับเป็นศูนย์กลางของโลกใบนี้

หว่างคิ้วของเขาแฝงไว้ด้วยความเย่อหยิ่งทระนงที่ติดตัวมาแต่กำเนิด

เขาคืออัจฉริยะที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว อายุเพียงร้อยปีก็สามารถบรรลุถึงระดับครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์ได้แล้ว ถือเป็นตัวตนที่แข็งแกร่งหาตัวจับยาก

เขาได้รับการยกย่องให้เป็นผู้นำในอนาคตของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว

ผู้ที่จะสามารถนำพาแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวให้ก้าวไปสู่จุดสูงสุดที่เหนือล้ำยิ่งกว่าเดิม!

แต่ทว่าในช่วงเวลานี้ เขากลับไม่สามารถตั้งสมาธิบำเพ็ญเพียรได้เลย และสาเหตุก็มาจากคนเพียงคนเดียว... หลี่เสวียนแห่งสำนักสู่เซียน!

ไอ้หมอนี่ ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีใครรู้จักชื่อเสียงเรียงนามมาก่อนแท้ๆ

แต่กลับผงาดขึ้นมาอย่างรวดเร็วภายในเวลาเพียงไม่กี่วัน กลายเป็นอัจฉริยะที่โดดเด่นและเป็นที่จับตามองมากที่สุดในดินแดนตะวันออก ถึงขั้นขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในทำเนียบยอดยุทธ์แห่งดินแดนตะวันออก!

แถมบุตรศักดิ์สิทธิ์อีกคนของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวก็ยังมาตายด้วยน้ำมือของอีกฝ่ายอีก

ยิ่งไปกว่านั้น

อีกฝ่ายยังทะลวงขั้นกลายเป็นจอมราชันย์ไปแล้วด้วย!

ต้องรู้ก่อนนะว่า ตัวเขาเองยังไม่บรรลุขั้นจอมราชันย์เลยด้วยซ้ำ

แต่อัจฉริยะที่โผล่มาจากไหนก็ไม่รู้ กลับทะลวงเข้าสู่ขอบเขตนั้นไปหน้าตาเฉย แถมตอนนี้ทุกคนต่างก็พากันพูดถึงแต่ชื่อของหลี่เสวียน

มันทำให้เขาที่เป็นถึงบุตรศักดิ์สิทธิ์แห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวดูหมองลงไปถนัดตา

เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกทนไม่ได้

เขาจึงส่งสาส์นท้าประลองไปหาหลี่เสวียน

เขาอยากจะเห็นหน้าค่าตาของจอมราชันย์หนุ่มคนนี้สักหน่อย และถือโอกาสใช้การต่อสู้กับอีกฝ่าย เพื่อสัมผัสถึงพลังของจอมราชันย์ไปด้วยเลย

ซึ่งมันอาจจะเป็นประโยชน์ต่อการบำเพ็ญเพียรของเขา

แต่ทว่าเวลาผ่านไปหลายวันแล้ว ก็ยังไม่มีวี่แววการตอบกลับใดๆ

นี่อีกฝ่ายไม่เห็นสาส์นท้าประลอง หรือว่าแค่ขี้เกียจตอบรับกันแน่

แต่ไม่ว่าจะเป็นเหตุผลไหน มันก็ยิ่งทำให้เขารู้สึกไม่สบอารมณ์กับหลี่เสวียนที่ยังไม่เคยเห็นหน้าค่าตากันมากยิ่งขึ้น เขาหันไปมองนกกระเรียนเซียนที่อยู่ข้างๆ แล้วเอ่ยถามเสียงเรียบ

"เจ้าแน่ใจนะ ว่าเอาสาส์นท้าประลองไปส่งที่สำนักสู่เซียนแล้วจริงๆ"

นกกระเรียนเซียนเอ่ยตอบเป็นภาษามนุษย์ "ส่งถึงมือแน่นอน! ข้าเห็นกับตาเลยว่าเจ้าสำนักสู่เซียนเป็นคนรับสาส์นท้าประลองไป เขาต้องเอาไปให้หลี่เสวียนแน่ๆ"

"แล้วทำไมจนป่านนี้หลี่เสวียนถึงยังไม่มีความเคลื่อนไหวอะไรเลยล่ะ"

"บางทีอีกฝ่ายอาจจะกลัวท่านบุตรศักดิ์สิทธิ์ก็ได้นะขอรับ"

นกกระเรียนเซียนเอ่ยประจบเอาใจไปทีหนึ่ง

แต่หลิงอวิ๋นกลับไม่ได้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด "เขาเป็นถึงจอมราชันย์ จะมากลัวอะไรกับราชันย์สงครามอย่างข้าล่ะ เขาจงใจ... ดูถูกข้าต่างหาก!"

ในตอนนั้นเอง

เสียงเอะอะโวยวายก็ดังแว่วมาจากเชิงเขา

"แย่แล้ว แย่แล้ว คนของสำนักสู่เซียนบุกมาหาเรื่องพวกเราแล้ว!"

ศิษย์คนหนึ่งร้องตะโกนเสียงหลง

เมื่อหลิงอวิ๋นได้ยินดังนั้น ดวงตาของเขาก็เป็นประกายวูบวาบ "ในที่สุดก็มาแล้วสินะ"

เขาทึกทักเอาเองว่า หลี่เสวียนคงจะมารับคำท้าประลองแล้วแน่ๆ

แต่หลังจากนั้นเพียงไม่นาน

คลื่นพลังอำนาจอันมหาศาลก็กวาดพุ่งขึ้นมาจากเชิงเขา อานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวปกคลุมไปทั่วทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวราวกับฟ้าถล่ม

ในจังหวะที่หลิงอวิ๋นกำลังลุกขึ้นยืน เตรียมตัวจะลงไปประลองกับหลี่เสวียนนั้นเอง อานุภาพอันมหาศาลนั้นก็กดทับลงมาจนเขาล้มพับไปกองกับพื้น!

บุตรศักดิ์สิทธิ์ผู้สูงส่ง ถึงกับหน้าคะมำจูบดิน!

เขาจ้องมองลงไปที่เชิงเขาด้วยความไม่อยากจะเชื่อ "นี่หลี่เสวียน แข่งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

แล้วแบบนี้เขาจะเอาอะไรไปสู้ด้วยล่ะเนี่ย

ไม่สิ

ต่อให้หลี่เสวียนจะทะลวงขั้นจอมราชันย์ได้แล้ว ก็ไม่น่าจะมีอานุภาพขนาดนี้สิ!

พูดให้ถูกก็คือ นี่มันไม่ใช่พลังของระดับจอมราชันย์แล้ว!

คลื่นพลังอานุภาพนี้...

มันต้องอยู่เหนือระดับจอมราชันย์ขึ้นไปอีกแน่ๆ!

ขอบเขตอริยะงั้นรึ

ในสำนักสู่เซียน มีตัวตนระดับอริยะอยู่ด้วยเหรอเนี่ย...

ถ้าเป็นแบบนั้น สำนักสู่เซียนก็มีฐานะเทียบเท่ากับแดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเขาเลยน่ะสิ?!

ทั่วทั้งแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว ผู้ฝึกตนที่อยู่ต่ำกว่าระดับจอมราชันย์ลงมา ล้วนถูกอานุภาพอันมหาศาลนี้กดทับจนต้องหมอบกราบอยู่กับพื้น ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้เลย

แม้แต่ผู้ฝึกตนระดับจอมราชันย์เองก็ยังสัมผัสได้ถึงแรงกดดันอันหนักอึ้ง

ร่างกายของพวกเขาถึงกับสั่นสะท้าน

เมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้าของอานุภาพนี้ พวกเขาไม่สามารถรวบรวมความกล้าที่จะต่อสู้ได้เลย!

เห็นเพียงหญิงสาวร่างสูงโปร่งที่มีเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์และดวงตาสีแดงก่ำ กำลังเดินถือทวนยาวที่พันรัดด้วยผ้าแถบหลายชั้น ก้าวเท้าเข้ามาในตำหนักใหญ่ของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว

บรรดาจอมราชันย์ที่จ้องมองนางต่างก็กลืนน้ำลายเอื๊อก

กลิ่นอายช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก!

"เจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบัน คือคนไหน"

หลิวเทียนเสวียนกวาดสายตามองทุกคนพลางหาววอดๆ แล้วเอ่ยถาม

"ขะ ข้าเอง"

ชายวัยกลางคนที่ดูอายุราวๆ สี่สิบต้นๆ เอ่ยตอบ

เขาคือเจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวคนปัจจุบัน และยังเป็นตัวตนระดับมหาจอมราชันย์สวรรค์ไร้ขอบเขต ซึ่งอยู่ห่างจากขอบเขตอริยะเพียงแค่ครึ่งก้าวเท่านั้น

มีเพียงเขาคนเดียวเท่านั้นที่ยังพอจะขยับตัวได้เมื่อต้องเผชิญกับอานุภาพของหลิวเทียนเสวียน

หลิวเทียนเสวียนมองเขาแล้วเบ้ปาก "แดนศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้านี่นับวันยิ่งตกต่ำลงเรื่อยๆ เลยนะเนี่ย สมัยนี้แค่ขั้นจอมราชันย์ก็ขึ้นเป็นเจ้าดินแดนได้แล้วเหรอ"

"ข้าไม่ใช่จอมราชันย์ธรรมดาๆ นะ แต่เป็นถึงมหาจอมราชันย์สวรรค์ไร้ขอบเขตเชียวนะ"

"ก็ยังเป็นแค่จอมราชันย์อยู่ดีนั่นแหละ ไม่เห็นจะต่างกันตรงไหนเลย"

มันต่างกันราวฟ้ากับเหวเลยโว้ย!

มหาจอมราชันย์สวรรค์ไร้ขอบเขต สามารถตบจอมราชันย์ธรรมดาๆ ตายเป็นเบือได้ด้วยมือเดียวเลยนะ!

หลิวเทียนเสวียนจ้องมองเขาแล้วเอ่ยว่า "ที่ข้ามาที่นี่ ก็เพื่อจะมาเตือนพวกเจ้า ว่าอย่าคิดจะเล่นงานหลี่เสวียน ไม่งั้นผลที่ตามมา พวกเจ้ารับไม่ไหวแน่!"

เมื่อเจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวได้ยินดังนั้น เขาก็แค่นเสียงเย็น "ไม่มีใครหน้าไหนมาข่มขู่แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวได้หรอก ต่อให้ท่านจะเป็นถึงระดับอริยะก็เถอะ!"

พูดจบ เขาก็หยิบอาวุธชิ้นหนึ่งออกมา

มันคือกระจกบานหนึ่งที่เปล่งประกายแสงสีขาวเจิดจ้า!

เมื่อทุกคนเห็นกระจกบานนั้น ดวงตาของพวกเขาก็เป็นประกายขึ้นมาทันที

"นั่นมัน ศาสตราอริยะ กระจกแสงสวรรค์!"

"เยี่ยมไปเลย มีศาสตราอริยะชิ้นนี้อยู่ ต่อให้ท่านเจ้าดินแดนจะยังไม่บรรลุขอบเขตอริยะ ก็สามารถต่อสู้กับระดับอริยะได้แน่!"

"ถูกต้อง แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวของพวกเรา จะยอมให้ใครมาข่มขู่ได้ยังไง"

เห็นเพียงเจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวชูกระจกแสงสวรรค์ขึ้น เล็งเป้าไปที่หลิวเทียนเสวียน

พลังปราณวิญญาณอันมหาศาลเริ่มควบแน่นอยู่ภายในกระจก!

แต่ทว่าหลิวเทียนเสวียนกลับแทงทวนสวนกลับไป

เสียงแตกร้าวไพเราะเสนาะหู

กระจกแสงสวรรค์ที่แผ่ซ่านอานุภาพอันน่าเกรงขามเมื่อวินาทีก่อน กลับถูกทวนแทงทะลุจนเป็นรูโบ๋ในวินาทีถัดมา แสงสว่างดับวูบลง ก่อนที่มันจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้น กลายเป็นเพียงเศษขยะที่ไร้ประกายแสง!

ทุกคนที่เห็นภาพนั้นต่างก็อ้าปากค้าง

นี่มันศาสตราอริยะเชียวนะ!

โดนทำลายง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอเนี่ย?!

เป็นไปได้ยังไงกัน?!

"เอากระจกพังๆ บานเดียวมาทำอวดเก่ง แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวของพวกเจ้านี่มันอนาถาขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย" หลิวเทียนเสวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน

เจ้าดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวถูกข่มขวัญจนหนังหัวชาหนึบ "ทะ ท่านเป็นใครกันแน่"

"ข้าก็คืออาจารย์ของหลี่เสวียนยังไงล่ะ!"

หลิวเทียนเสวียนยืนถือทวนอย่างสง่างาม พลังอานุภาพพุ่งทะยานเสียดฟ้า

พื้นดินใต้ฝ่าเท้าของนางแตกร้าว ทั่วทั้งตำหนักสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น ราวกับจะพังทลายลงมาได้ทุกเมื่อ

"หึ ท่านชักจะกำเริบเสิบสานเกินไปแล้วนะ!"

ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงเย็นเยียบก็ดังก้องมาจากส่วนลึกของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว

เงาร่างผมขาวสายหนึ่งพุ่งทะยานออกมา

ชายชราผมขาวสวมชุดขาว ดูอายุราวๆ เจ็ดแปดสิบปี ในมือแบกดาบใหญ่เก้าห่วง กลิ่นอายพลังม้วนตัวถาโถมราวกับมหาสมุทร!

เขาคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว... บรรพชนเพียวเหมี่ยว!

และยังเป็นเสาหลักที่แท้จริงของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวอีกด้วย!

ตัวตนระดับอริยะที่แท้จริง!

เขาจ้องมองหลิวเทียนเสวียนที่มาหาเรื่องถึงถิ่น โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาก็ตวัดดาบใหญ่เก้าห่วงในมือฟันออกไป ปราณดาบถาโถมดุดันราวกับเกลียวคลื่นในมหาสมุทร พุ่งกระหน่ำไม่ขาดสาย!

เจตจำนงแห่งดาบถักทอประสานกัน กลายเป็นพลังฟ้าดินอันมหาศาล!

ดาบที่ฟาดฟันลงมานี้ ไม่ใช่แค่ดาบเพียงเล่มเดียว แต่มันราวกับเป็นพลังของฟ้าดินทั้งใบ!

และท่ามกลางฟ้าดินนี้ จะมีสักกี่คนกันเชียวที่สามารถต่อกรกับพลังแห่งฟ้าดินได้!

แต่น่าเสียดาย

ที่วันนี้บรรพชนเพียวเหมี่ยวดันมาเจอเข้ากับคนคนนั้นเสียแล้ว

หลิวเทียนเสวียนแทงทวนออกไปอีกครั้ง เสียงโลหะปะทะกันดังลั่น พลังฟ้าดินที่แฝงอยู่ในปราณดาบนั้นแตกกระจายราวกับฟองสบู่ในพริบตา

ดาบเล่มนั้นถูกทวนกระแทกเข้าอย่างจัง จนหักสะบั้นเป็นสองท่อนส่งเสียงดังกังวาน

บรรพชนเพียวเหมี่ยวกำด้ามดาบที่หักครึ่งไว้ในมือ ด้วยความตกตะลึงจนแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง

"ทะ ท่านคือ... มหาอริยะ?! ไม่สิ ท่านคือราชันย์อริยะงั้นรึ?!"

ราชันย์อริยะ...

ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในหมู่ระดับอริยะ!

ทรงพลังกว่าอริยะธรรมดาๆ อย่างเขาไม่รู้ตั้งกี่เท่าต่อกี่เท่า!

"กล้าลงมือกับข้างั้นรึ เจ้าใจกล้าไม่เบาเลยนี่!"

หลิวเทียนเสวียนถือทวนแล้วเอ่ยเสียงเย็น เตรียมจะแทงทวนปลิดชีพบรรพชนเพียวเหมี่ยว

แต่ทว่าบรรพชนผู้เลื่องชื่อกลับทิ้งดาบหักในมือ แล้วคุกเข่าดังตุบลงตรงหน้าหลิวเทียนเสวียน "ท่านย่าทวดไว้ชีวิตด้วย!! แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวของข้า นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ยินดีจะรับใช้และทำตามคำสั่งของท่านย่าทวดทุกอย่าง! ต่อให้ต้องบุกน้ำลุยไฟ ข้าก็ไม่ปริปากบ่นเลยสักคำ!"

หลิวเทียนเสวียนถึงกับชะงักไปเล็กน้อย

ให้ตายเถอะ

นี่มันยอมคุกเข่าอ้อนวอนเร็วกว่าทวนของนางอีกเหรอเนี่ย?!

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 43 - หลิวเทียนเสวียนบุกแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว!

คัดลอกลิงก์แล้ว