เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 39 - หลิวเทียนเสวียนปรากฏตัว! พวกเรามาเพื่อขอบคุณต่างหาก!

บทที่ 39 - หลิวเทียนเสวียนปรากฏตัว! พวกเรามาเพื่อขอบคุณต่างหาก!

บทที่ 39 - หลิวเทียนเสวียนปรากฏตัว! พวกเรามาเพื่อขอบคุณต่างหาก!


บทที่ 39 - หลิวเทียนเสวียนปรากฏตัว! พวกเรามาเพื่อขอบคุณต่างหาก!

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคำถามของหลี่เสวียน ฉีเทียนอวิ๋นก็ถึงกับพูดไม่ออกไปชั่วขณะ

อานุภาพของจอมราชันย์ทำให้เขาหวาดหวั่นจนตับสั่นดิ้น

แต่ในตอนนั้นเอง เหนือท้องฟ้าเบื้องบน เมฆหมอกก็ปั่นป่วนอย่างรุนแรง พลังอำนาจอันดุดันอีกสายหนึ่งร่วงหล่นลงมาจากฟากฟ้า ม้วนตัวเข้าถาโถมใส่หลี่เสวียน

หลี่เสวียนหรี่ตาลงเล็กน้อย "โอ้ จอมราชันย์อีกคนงั้นรึ?!"

กลิ่นอายบนร่างของเขาไหลเวียน

พลังอำนาจระดับจอมราชันย์ทั้งสองสายเข้าปะทะกัน พริบตานั้นราวกับฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย

มิติโดยรอบสั่นสะเทือนอย่างบ้าคลั่ง

และในความว่างเปล่านั้น ชายชราคนหนึ่งที่ขี่นกกระเรียนเซียนก็ค่อยๆ ปรากฏตัวขึ้น เขาประดับด้วยผมและคิ้วสีขาวโพลน นั่งอยู่บนหลังนกกระเรียนเซียน ดูสง่างามราวกับเทพเซียนหลุดพ้นจากโลกโลกีย์

พลังอำนาจที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขา ไม่ได้ด้อยไปกว่าหลี่เสวียนเลยแม้แต่น้อย

เห็นได้ชัดเลยว่า

เขาคือจอมราชันย์ที่ลงมือเมื่อครู่นี้

เขาจ้องมองหลี่เสวียนด้วยสายตาเรียบเฉย ในดวงตาฉายแววประหลาดใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "สหายตัวน้อย อายุยังน้อยแต่กลับบรรลุขั้นจอมราชันย์ได้ พรสวรรค์ช่างล้ำเลิศนัก น่าเสียดายที่การกระทำของเจ้าออกจะโอหังไปเสียหน่อย เจ้าต้องรู้ไว้นะว่า ดินแดนตะวันออกนี้ ไม่ได้มีเจ้าที่เป็นจอมราชันย์เพียงคนเดียวหรอกนะ"

"แล้วเจ้าเป็นใครกันล่ะ"

หลี่เสวียนเอ่ยถามเสียงเรียบ

"ผู้อาวุโสหนึ่งในสิบแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว หลัวเทียนอ้าว!"

ชายชราหลัวเทียนอ้าวเอ่ยตอบด้วยท่าทีไว้ตัว

หลี่เสวียนพยักหน้าเข้าใจ "อ้อ ที่แท้ก็คนจากแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวนี่เอง ข้าก็ว่าอยู่ สำนักใหญ่มากันครบหมดแล้ว แดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวของพวกเจ้าจะพลาดได้ยังไง"

จากนั้นเขาก็ยิ้มบางๆ "เจ้าบอกว่าข้าทำตัวโอหังงั้นรึ"

"แล้วถ้าใช่ล่ะจะทำไม"

"ข้าโอหัง แล้วเจ้าจะทำไมล่ะ"

หลี่เสวียนเอ่ยด้วยน้ำเสียงยียวน

ระดับจอมราชันย์เหมือนกันแล้ว จะต้องไปมัวเกรงใจกันทำไมอีกล่ะ

ยังไงซะไอ้พวกนี้มันก็มาหาเรื่องอยู่แล้วนี่นา

สีหน้าของหลัวเทียนอ้าวเปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาแค่นเสียงเหอะ จากนั้นก็ชี้นิ้วไปที่หลี่เสวียน พลังปราณแท้ควบแน่นกลายเป็นเงาดรรชนีขนาดยักษ์พุ่งทะยานออกไป!

นี่ก็คือทักษะยุทธ์ระดับสุดยอดของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยว ดรรชนีเซียน!!

แต่ทว่า เมื่อต้องเผชิญกับดรรชนีนี้ หลี่เสวียนกลับไม่หลบไม่เลี่ยง เขาซัดหมัดสวนกลับไปตรงๆ

หมัดที่ดูธรรมดาๆ นี้ กลับทรงพลังราวกับดวงอาทิตย์ที่สาดแสง มันกระแทกทำลายพลังดรรชนีนั้นจนแหลกสลาย แล้วพุ่งตรงไปกระแทกเข้ากับร่างของหลัวเทียนอ้าว

เจ้านกกระเรียนเซียนที่หลัวเทียนอ้าวนั่งอยู่ถึงกับโดนไฟคลอกจนขนร่วงหมดตัว

ส่วนตัวเขาก็ร่วงหล่นลงมาจากหลังนกกระเรียน กว่าจะทรงตัวยืนอยู่บนก้อนเมฆได้ก็ทุลักทุเลเต็มที เขาจ้องมองหลี่เสวียนด้วยความโกรธเกรี้ยว "บังอาจนัก!! เพิ่งจะบรรลุขั้นจอมราชันย์ก็กล้าลงมือกับข้างั้นรึ ขืนปล่อยให้เจ้าเติบโตต่อไป ดินแดนตะวันออกแห่งนี้ คงจะได้มีจอมมารไร้เทียมทานโผล่มาอีกคนแน่ๆ!! วันนี้ ข้าจะต้องกำจัดมารร้ายเพื่อผดุงคุณธรรมให้จงได้!!"

พูดจบ เขาก็ชักกระบี่ออกมา

ด้านหลังของเขา กายจำแลงจอมราชันย์ค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา!

ทุกคนที่ได้ยินคำพูดของเขา ต่างก็โห่ร้องออกมาด้วยความสมเพช

"เวรเอ๊ย ตาแก่นี่หน้าด้านชะมัด! ตัวเองเป็นคนเริ่มลงมือก่อนแท้ๆ แต่ตอนนี้ดันมาโยนความผิดให้ศิษย์พี่ซะงั้น"

"ไอ้หมอนี่มันเป็นจอมราชันย์จริงดิ ช่างทำให้ระดับจอมราชันย์เสื่อมเสียชื่อเสียงจริงๆ!"

"คนของแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวเนี่ย นับวันยิ่งมีแต่พวกสวะทั้งนั้นเลยนะ!"

หลี่เสวียนเองก็อดไม่ได้ที่จะเบ้ปาก

เมื่อต้องเผชิญกับกายจำแลงจอมราชันย์ของอีกฝ่าย เขาก็ไม่ได้หวั่นเกรงเลยแม้แต่น้อย กายจำแลงจอมราชันย์ที่อยู่ด้านหลังของเขาเริ่มมีเพลิงหยางบริสุทธิ์ลุกโชนขึ้นมา

แม้ว่าเขาจะเพิ่งบรรลุขั้นจอมราชันย์ก็ตาม

แต่อย่าลืมนะว่าเขาครอบครองกายศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์

การที่กายวิเศษระดับนี้บรรลุขั้นจอมราชันย์ พลังการต่อสู้ย่อมต้องแข็งแกร่งกว่าจอมราชันย์ทั่วไปอยู่แล้ว

และในจังหวะที่ทั้งสองกำลังจะพุ่งเข้าห้ำหั่นกันนั้นเอง

เหนือท้องฟ้าเบื้องบน หมู่เมฆก็ม้วนตัวอย่างบ้าคลั่ง

ฝ่าเท้าที่ก่อตัวขึ้นจากปราณเมฆากระทืบลงมาอย่างรุนแรง มันเหยียบย่ำลงบนกายจำแลงจอมราชันย์ของหลัวเทียนอ้าว กายจำแลงที่ดูทรงพลังและน่าเกรงขามนั้น ถูกกระทืบจนแหลกละเอียดเป็นชิ้นๆ อย่างง่ายดาย!

ทุกคนถึงกับสูดลมหายใจเข้าลึกด้วยความตกตะลึง

ให้ตายเถอะ

นี่มันยอดมนุษย์หน้าไหนอีกล่ะเนี่ย??

ทุกคนต่างแหงนหน้ามองขึ้นไปบนก้อนเมฆ

เห็นเพียงเงาร่างบอบบางค่อยๆ ปรากฏขึ้นมา คนผู้นั้นมีเส้นผมสีขาวบริสุทธิ์และดวงตาสีแดงก่ำ รูปร่างอรชรอ้อนแอ้น สูงโปร่งเพรียวบาง นั่นก็คือ...

หลิวเทียนเสวียน!

นอกจากเจ้าสำนักสู่เซียนแล้ว คนอื่นๆ ต่างก็ตกใจจนตาค้าง

"นั่นท่านหลิวเทียนเสวียนนี่!"

"เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ไม่ใช่ว่าท่านเจ้ายอดเขาหลิวอยู่แค่ระดับครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์หรอกรึ แล้วมีครึ่งก้าวสู่จอมราชันย์บ้านไหน ที่สามารถกระทืบกายจำแลงจอมราชันย์จนแหลกละเอียดได้ด้วยเท้าข้างเดียวกันล่ะวะ!"

"ยอดเขาเทียนเสวียน มีจอมราชันย์ถึงสองคนเลยเหรอเนี่ย ข้าขอเวลาทำใจแป๊บ!"

"สวรรค์ นี่สำนักสู่เซียนของเราแข็งแกร่งขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย"

"แล้วนี่พวกเราแห่กันมาทวงถามความผิดพวกเขาเนี่ยนะ พวกเรามารนหาที่ตายชัดๆ!"

เมื่อมองดูหลิวเทียนเสวียนที่จู่ๆ ก็โผล่มา หลัวเทียนอ้าวก็อดไม่ได้ที่จะใจสั่นสะท้าน

กระทืบกายจำแลงจอมราชันย์ของเขาจนแหลกละเอียดด้วยเท้าเพียงข้างเดียว...

นี่มันไม่ใช่สิ่งที่จอมราชันย์ทั่วไปจะทำได้เลยนะ!

ในสำนักสู่เซียน มีตัวตนที่น่าสะพรึงกลัวขนาดนี้ซ่อนอยู่ด้วยงั้นรึ?!

และหลิวเทียนเสวียนก็เอ่ยปากพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย "ลูกศิษย์ของข้าฆ่าบุตรศักดิ์สิทธิ์ของพวกเจ้า มันก็เป็นความจริง แถมข้ายังเป็นคนสั่งให้เขาทำเองด้วย!"

"พวกเจ้าแดนศักดิ์สิทธิ์เพียวเหมี่ยวถ้าอยากจะมาทวงถามความผิดก็ย่อมได้ แต่ ไปตามบรรพชนของพวกเจ้าให้มาหาข้าด้วยตัวเองสิ แค่จอมราชันย์กระจอกๆ อย่างเจ้าตัวเดียว มันยังไม่คู่ควร!"

พูดจบ นางก็ตบฝ่ามือออกไปอีกครั้ง

ลมพายุพัดกระหน่ำ ฝ่ามือนั้นแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นพลังฝ่ามืออันมหาศาล

หลัวเทียนอ้าวไม่มีเรี่ยวแรงจะต่อต้านเลยแม้แต่น้อย

เขาถูกฝ่ามือนี้ตบปลิวละลิ่วไปอย่างง่ายดาย

พริบตาเดียวก็กระเด็นหายลับไปไกลหลายหมื่นลี้จนไม่เห็นแม้แต่เงา

คราวนี้ ก็เหลือเพียงแค่พวกฉีเทียนอวิ๋นแล้ว

หลังจากได้ประจักษ์ถึงความแข็งแกร่งของหลี่เสวียนและหลิวเทียนเสวียนแล้ว คนพวกนี้ยังจะกล้ามาทวงถามความผิดอะไรอีกล่ะ โดยเฉพาะฉีเทียนอวิ๋น เขารีบละล่ำละลักบอกว่า "คุณชายหลี่ฆ่าได้ดีเยี่ยม! อันที่จริงแล้ว ไอ้พวกลูกศิษย์พวกนั้นของข้า วันๆ เอาแต่รังแกผู้คน ทำเรื่องชั่วช้าสารเลวไว้สารพัด!

ข้าล่ะอยากจะกวาดล้างพวกมันทิ้งตั้งนานแล้ว! การที่คุณชายหลี่ลงมือในครั้งนี้ ก็ถือว่าเป็นการช่วยแบ่งเบาภาระของพวกเราไปได้เยอะเลย พวกเราซาบซึ้งใจยิ่งนัก!"

ฉีเทียนอวิ๋นกลับลำเปลี่ยนท่าทีแบบ 180 องศาไปในพริบตา

คนอื่นๆ พอได้ยินดังนั้น ก็รีบเออออห่อหมกตามทันที

"ใช่ๆๆ ไอ้ลูกศิษย์ทรพีของข้า มันสมควรตายอยู่แล้ว!"

"เฮ้อ ข้าล่ะเห็นแก่ความสัมพันธ์ฉันท์ศิษย์อาจารย์ เลยทำใจลงมือกับมันไม่ลง การที่คุณชายหลี่ช่วยจัดการมันให้ ข้าล่ะอยากจะขอบคุณท่านจริงๆ นะเนี่ย"

"ใช่แล้ว ขอบคุณคุณชายหลี่มากจริงๆ"

จากที่ตอนแรกยกโขยงกันมาเพื่อทวงถามความผิด ตอนนี้กลับกลายเป็นว่ามาเพื่อแสดงความขอบคุณซะงั้น

หลี่เสวียนมองดูคนพวกนี้ พร้อมกับแค่นยิ้มเย้ยหยันออกมา

ส่วนหลิวเทียนเสวียนก็เดินมายืนอยู่ตรงหน้าเขา แล้วหันไปพูดกับคนพวกนั้นว่า "ในเมื่อตั้งใจมาขอบคุณลูกศิษย์ของข้า งั้นจะไม่มีของกำนัลติดไม้ติดมือมาให้หน่อยรึ"

"ท่านเจ้ายอดเขาหลิวพูดถูกแล้ว"

ฉีเทียนอวิ๋นรีบปลดกระบี่เหล็กที่เอวออกมา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความปวดร้าวอย่างเห็นได้ชัด "กระบี่เล่มนี้มีชื่อว่ากระบี่โบราณดาวเหมันต์ เป็นสุดยอดอาวุธระดับเสวียนที่หาได้ยากยิ่ง ขอมอบให้คุณชายหลี่ เพื่อเป็นการแสดงความขอบคุณก็แล้วกัน"

กระบี่เล่มนี้อยู่คู่กายเขามาหลายปีแล้ว แต่ตอนนี้เพื่อรักษาชีวิตเอาไว้ เขาก็จำใจต้องยอมสละมันไป

ส่วนคนอื่นๆ ก็รีบทำตามอย่างว่าง่าย รีบควานหาของวิเศษต่างๆ ในแหวนมิติของตัวเองออกมามอบให้ ใครไม่มีของวิเศษก็จำใจต้องมอบหินวิญญาณแทน

ใครที่ไม่มีหินวิญญาณ ก็ต้องจำใจเขียนใบสัญญากู้ยืมเงินแทน

"คุณชายหลี่ ผลวิญญาณมรกตลูกนี้ ถือเป็นยอดยาชั้นเลิศที่หาได้ยากยิ่ง ถือซะว่าเป็นของแทนคำขอบคุณจากข้าก็แล้วกันนะ"

"คุณชายหลี่ นี่คือหินวิญญาณหนึ่งแสนก้อน โปรดรับไว้ด้วยเถิด"

"คุณชายหลี่ หวังว่าท่านคงจะไม่รังเกียจเคล็ดวิชากระบี่มังกรเทพเล่มนี้นะ..."

เพียงไม่นาน เบื้องหน้าของหลี่เสวียนก็มีข้าวของกองพะเนินเทินทึก

หลี่เสวียนตั้งใจจะเก็บของพวกนั้นเข้ากระเป๋า

แต่หลิวเทียนเสวียนกลับไวกว่า นางสะบัดแขนเสื้อเบาๆ ก็เก็บของทั้งหมดเข้ากระเป๋าตัวเองไปซะแล้ว "อืม ถือว่าพวกเจ้าก็ยังพอมีความจริงใจอยู่บ้าง"

"เอ่อ พวกเราขอตัวกลับได้หรือยัง"

ฉีเทียนอวิ๋นเอ่ยถามด้วยความหวาดหวั่น

หลิวเทียนเสวียนหันไปมองหลี่เสวียน "เสี่ยวเสวียนจื่อ เจ้าตัดสินใจเองก็แล้วกัน"

"เชิญพวกท่านตามสบาย"

หลี่เสวียนตอบเสียงเรียบ

ทุกคนราวกับได้รับนิรโทษกรรม รีบเผ่นแน่บกันอย่างรวดเร็ว

กลัวว่าถ้าชักช้าแม้แต่ก้าวเดียว หลี่เสวียนอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้

ส่วนเจ้าสำนักสู่เซียนและคนอื่นๆ ก็เดินเข้ามาหาหลี่เสวียน แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความทึ่ง ความซาบซึ้ง และความไม่อยากจะเชื่อ

"หลี่เสวียน นี่เจ้าบรรลุขั้นจอมราชันย์แล้วจริงๆ เหรอ" เจ้ายอดเขาเทียนฮั่วเอ่ยถาม

"อืม"

หลี่เสวียนพยักหน้า

เมื่อทุกคนได้รับคำยืนยัน ก็ยังคงตกตะลึงอยู่ดี

ให้ตายเถอะ

พวกเขาทั้งหลายบำเพ็ญเพียรกันมาเนิ่นนานปานนี้ ยังไม่เคยแม้แต่จะเฉียดเข้าใกล้ขอบเขตของจอมราชันย์เลยสักนิด

แต่หลี่เสวียนกลับทำได้

จู่ๆ ก็บรรลุขั้นจอมราชันย์แบบเงียบๆ ไม่ให้สุ้มให้เสียงซะงั้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 39 - หลิวเทียนเสวียนปรากฏตัว! พวกเรามาเพื่อขอบคุณต่างหาก!

คัดลอกลิงก์แล้ว