- หน้าแรก
- ศิษย์น้องขยันแทบตาย ศิษย์พี่แค่นอนหายใจก็ไร้เทียมทาน
- บทที่ 22 - ศิษย์พี่ทุ่มเทเกินไปแล้ว! ราศีเซียนจุติ!
บทที่ 22 - ศิษย์พี่ทุ่มเทเกินไปแล้ว! ราศีเซียนจุติ!
บทที่ 22 - ศิษย์พี่ทุ่มเทเกินไปแล้ว! ราศีเซียนจุติ!
บทที่ 22 - ศิษย์พี่ทุ่มเทเกินไปแล้ว! ราศีเซียนจุติ!
"อะแฮ่ม เรื่องนี้ก็พูดยากนะ สั้นๆ ง่ายๆ เลยก็คือ การรับศิษย์น่ะ มันต้องดูที่พรหมลิขิต ถ้าเจอคนที่ใช่ นั่นแหละคือพรหมลิขิต! ถ้าเขายอมเป็นศิษย์เรา นั่นแหละคือวาสนา! พรหมลิขิตและวาสนา ขาดสิ่งใดสิ่งหนึ่งไปไม่ได้!"
"ข้ารับศิษย์ได้กายศักดิ์สิทธิ์ถึงสองคน ก็เพราะพรหมลิขิตนี่แหละ..."
หลิวเทียนเสวียนโม้ไปเรื่อย
ทุกคนฟังแล้วก็เบ้ปาก
โม้เหม็น
สรุปสั้นๆ คือ ฟลุค!
พรหมลิขิตบ้าบออะไร
มันคือดวงดีชัดๆ!
ทุกคนแอบด่าในใจ
แต่พอหันไปมองหลี่เสวียนกับเฟิ่งจิ่วเกอ ก็อดอิจฉาไม่ได้
โฮๆๆ
ทำไมพวกเขาถึงไม่มีดวงได้ศิษย์ดีๆ แบบนี้บ้างนะ!
......
หลี่เสวียนเอาโอสถเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูกที่เพิ่งได้มาให้เฟิ่งจิ่วเกอ ยิ้มบางๆ แล้วพูดว่า "ยานี้ดีต่อการฝึกของเจ้า เอาไปใช้ให้คุ้มค่าล่ะ"
เฟิ่งจิ่วเกอมองขวดยาในมือแล้วอึ้ง
ศิษย์พี่ ยกรางวัลจากการประลองให้นางหมดเลยเหรอ...
พอนึกย้อนไปว่า หลายปีมานี้เขาไม่เคยคิดจะลงแข่งประลองเลย แต่ทำไมปีนี้ถึงลงแข่ง?
ก็เพราะมีศิษย์น้องอย่างนางไม่ใช่เหรอ?
เขารู้ว่ารางวัลนี้มีประโยชน์ต่อนางมาก เลยยอมลำบากไปลงแข่ง นึกถึงตรงนี้ ในใจเฟิ่งจิ่วเกอก็อุ่นวาบ
ศิษย์พี่เพื่อข้าแล้ว ทุ่มเทมากเกินไปแล้ว!
"ศิษย์พี่ ยานี้แบ่งกันคนละครึ่งเถอะ!"
เฟิ่งจิ่วเกอมองยาในมือ แล้วชักกระบี่ออกมาฟันฉับ แบ่งยาเป็นสองซีก ยื่นครึ่งหนึ่งให้หลี่เสวียน
หลี่เสวียนจะปฏิเสธ แต่พอเห็นสายตามุ่งมั่นของนาง ก็ยอมรับไว้ "ก็ได้"
เก็บยาเสร็จ หลี่เสวียนก็ไปทำกับข้าว
ตกค่ำ
เฟิ่งจิ่วเกอเริ่มฝึกวิชา กินยาครึ่งซีกที่หลี่เสวียนให้มาลงท้อง ทันใดนั้น พลังมหาศาลก็ระเบิดในร่าง! ระดับพลังพุ่งกระฉูด!
ไม่นานก็ทะลวงถึงขั้นทะเลปราณระดับเก้า!
ห่างจากขั้นแก่นทองคำแค่เอื้อม!
"สมเป็นยาชั้นยอด!"
เฟิ่งจิ่วเกอคิดในใจ
ส่วนอีกด้าน หลี่เสวียนที่กินข้าวเย็นเสร็จกำลังจิบเหล้าสบายใจ ก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบ
[ติ๊ง! เฟิ่งจิ่วเกอกินโอสถเปลี่ยนเส้นเอ็นชำระไขกระดูก พลังทะลวงสู่ขั้นทะเลปราณระดับเก้า! สุ่มมอบรางวัลแก่โฮสต์... ราศีเซียนจุติ!]
ราศีเซียนจุติ คืออิหยัง?
หลี่เสวียนงง
วินาทีต่อมา เขารู้สึกว่าร่างกายเปลี่ยนแปลงไป แต่บอกไม่ถูกว่าเปลี่ยนตรงไหน
เขาเหลือบไปมองกระจก
เชี่ย!
ใครวะเนี่ย ทำไมหล่อขนาดนี้?!
อ้าว กูเองนี่หว่า!
งั้นก็ไม่แปลก!
เดี๋ยวนะ
หลี่เสวียนส่องกระจกซ้ายขวา ยิ่งดูยิ่งรู้สึกว่ามันหล่อเกินเบอร์ไปหน่อยไหม!
เมื่อก่อนก็หล่ออยู่แล้ว
แต่ตอนนี้ ยิ่งหล่อวัวตายควายล้ม ความหล่อไม่ได้อยู่ที่หน้าตา แต่อยู่ที่ราศี กลิ่นอายมันฟุ้งซ่านเหมือนเซียนลงมาเดินดิน!
บวกกับกายศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์...
แม่เจ้า!
นี่กะจะปั้นให้เขาเป็นพ่อหนุ่มเนื้อหอมระดับภัยพิบัติเลยหรือไง!
หลี่เสวียนลูบหน้าตัวเอง ถอนหายใจ "กะว่าจะใช้ฝีมือทำมาหากิน สุดท้ายก็ต้องมาขายหน้าตาจนได้สินะ?"
เช้าวันรุ่งขึ้น
ฟ้าเพิ่งสาง
เฟิ่งจิ่วเกอตื่นมาฝึกวิชาแล้ว
หลี่เสวียนยังนอนอยู่ แว่วเสียงกระบี่ฟาดฟันลมดังเข้ามา
เขางัวเงียลืมตา มองออกไปนอกหน้าต่างเห็นเฟิ่งจิ่วเกอในลานบ้าน ก็อดชื่นชมไม่ได้ "ขยันจริงๆ แม่คุณ..."
พอเปิดประตูเดินออกไป
เฟิ่งจิ่วเกอหันมาเห็น จะทักทาย "ศิษย์พี่..."
พูดยังไม่ทันจบ นางก็ชะงักกึก
หลี่เสวียนในตอนนี้ สวมชุดขาวแขนกว้าง หน้าตาหล่อเหลาปานเทพบุตร คิ้วกระบี่ตาดั่งดวงดาว ผมเผ้าและเสื้อผ้าปล่อยสยายตามสบาย พลิ้วไหวตามลม ดูราวกับเซียนที่เหาะลงมาจากสวรรค์ สูงส่งจนมิอาจแตะต้อง และอาจเพราะเพิ่งตื่นนอน...
ดวงตาคู่นั้นจึงดูงัวเงียขี้เซา
ทำให้ความสูงส่งนั้นดูมีกลิ่นอายของปุถุชนที่จับต้องได้
เฟิ่งจิ่วเกอรู้สึกว่ารัศมีแบบนี้ เหนือกว่าใครในโลกหล้า แม้แต่เทพเจ้าก็ยังเทียบไม่ติด
ศิษย์พี่ของนาง แค่ราศีที่แผ่ออกมา ก็กินขาดทุกคนแล้ว
เฟิ่งจิ่วเกอเผลอมองจนเคลิ้ม
ในภวังค์ นางนึกไปถึงกายศักดิ์สิทธิ์หยางบริสุทธิ์ของหลี่เสวียน...
จู่ๆ ก็เกิดความรู้สึกอยากจะจับกดหลี่เสวียนลงเตียงซะเดี๋ยวนี้!
แต่น่าเสียดาย ตอนนี้นางยังเด็กเกินไป ใจสู้แต่กายไม่พร้อม!
หลี่เสวียนหาวหวอด เดินไปหาเฟิ่งจิ่วเกอ ลูบหัวนาง "ตื่นมาฝึกแต่เช้าเชียว ขยันจังนะ"
เฟิ่งจิ่วเกอสัมผัสฝ่ามือบนหัว ได้กลิ่นหอมสดชื่นจางๆ จากตัวหลี่เสวียน หรืออาจเพราะหลี่เสวียนตอนนี้ดูเย้ายวนเกินไป ทำให้นางหน้าแดงแปร๊ด
หลี่เสวียนไม่ได้สังเกต หาวอีกที บิดขี้เกียจแล้วไปล้างหน้าแปรงฟัน
จากนั้นก็เข้าครัวทำมื้อเช้า
เฟิ่งจิ่วเกอไม่มีกะจิตกะใจจะฝึกแล้ว เดินตามไปที่ครัว มองดูหลี่เสวียนถลกแขนเสื้อทำกับข้าว รู้สึกเหมือนฝันไป เซียนบนฟ้าลงมาทำกับข้าวให้นางกิน
[ติ๊ง! ค่าความประทับใจจากเฟิ่งจิ่วเกอ +2]
หลี่เสวียนได้ยินเสียงแจ้งเตือน ก็เฉยๆ ไปแล้ว
แค่ทำกับข้าวก็ได้ค่าความประทับใจ
ศิษย์น้องคนนี้ หลอกง่ายชะมัด
มื้อเช้าเป็นบะหมี่สองชาม ไข่ดาวสองฟอง
กำลังจะกิน เสียงหนึ่งก็ดังมาจากถ้ำไม่ไกล
"เจ้าหนูเสวียน อาจารย์หิวแล้ว"
หลี่เสวียนมองชามบะหมี่ตรงหน้า ยิ้มแห้งๆ "ศิษย์น้อง เจ้ากินก่อนนะ เดี๋ยวข้าเอาบะหมี่ไปให้อาจารย์"
"อื้อ"
เฟิ่งจิ่วเกอพยักหน้า แต่ในใจหงุดหงิด
ยัยอาจารย์เฮงซวย! มาขัดจังหวะข้ากินข้าวกับศิษย์พี่!
แถมศิษย์พี่ทำมาแค่สองชาม
นางแย่งส่วนของศิษย์พี่ไป แล้วศิษย์พี่จะกินอะไร??
"งั้น เดี๋ยวข้าทำให้ศิษย์พี่กินเอง"
เฟิ่งจิ่วเกอมองไปที่ครัว
เมื่อกี้นางจำวิธีทำของหลี่เสวียนได้แม่นเป๊ะ มั่นใจว่าทำได้แน่นอน!
......
ยกชามบะหมี่มาถึงถ้ำ
หลี่เสวียนรู้ดีว่า หิว เป็นแค่ข้ออ้าง
คนระดับนั้นนอนได้เป็นครึ่งปี จะมาหิวอะไร? ที่บอกว่าหิว ก็แค่จะเรียกเขามาหา
เข้าไปข้างใน
เห็นหลิวเทียนเสวียนนอนเอกเขนกอยู่บนเตียง กระโปรงถลกขึ้นมาถึงต้นขา ขาเรียวยาวขาวผ่องโชว์หรา
หลี่เสวียนชินแล้ว ใจนิ่งเป็นพระอิฐพระปูน
วางชามลงบนโต๊ะ "อาจารย์ บะหมี่มาแล้วขอรับ"
"วางไว้ก่อน มาให้ข้าตรวจร่างกายหน่อย"
หลิวเทียนเสวียนมองหลี่เสวียนด้วยความสงสัยใคร่รู้
ไม่กี่วันเอง กลิ่นอายเปลี่ยนไปอีกแล้ว
ราศีเซียนนี่มันอะไรกัน มันฟุ้งซ่านจนแสบตา!
ขนาดนางที่เคยเจอพวกเซียนเดินดินมาเยอะ ยังรู้สึกว่าพวกนั้นเทียบหลี่เสวียนไม่ได้!
แต่หลี่เสวียนเป็นแค่...
ราชันย์สงคราม
พวกเซียนนั่นตบทีเดียวตายเป็นเบือ
เขาไปเอาราศีแบบนี้มาจากไหน?!
แปลกประหลาดที่สุด!
ได้ยินว่าต้องตรวจร่างกายอีกแล้ว หลี่เสวียนมุมปากกระตุก
กะแล้วเชียว!
แต่เขาว่ากันว่า ผิดครั้งแรกเป็นครู ครั้งที่สองเป็นบทเรียน ครั้งที่สามเป็นเรื่องปกติ
นี่รอบที่สามแล้ว เขาถอดเสื้อตัวนอกออก ยืนนิ่ง สีหน้าไร้อารมณ์ ทำท่าเหมือนเชิญชิมตามสบาย
ทำเอาหลิวเทียนเสวียนเลียปาก รู้สึกอยากจะกินจริงๆ!
[จบแล้ว]