- หน้าแรก
- ตราบใดที่โฮสต์มีรูปโฉมงดงาม ตัวร้ายย่อมต้องมอบจุมพิตให้อย่างแน่นอน
- บทที่ 7 ตัวร้ายผู้น่าชังในนิยายวัยเรียน (7)
บทที่ 7 ตัวร้ายผู้น่าชังในนิยายวัยเรียน (7)
บทที่ 7 ตัวร้ายผู้น่าชังในนิยายวัยเรียน (7)
บทที่ 7 ตัวร้ายผู้น่าชังในนิยายวัยเรียน (7)
"มีอะไรหรือเปล่า"
น้ำเสียงใสเสนาะหูของหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะการสนทนา เจ้าซินเงยหน้าขึ้นมองโดยไม่ทันยั้งคิด
"ก็เรื่องที่เถียนม่อดันไปนั่งคุยจ๋อกับคนรักออนไลน์ของเถียนมี่มี่น่ะสิ ต่อให้จะเป็นสาวสวยหยาดฟ้ามาดินแค่ไหน แต่มันก็ไม่ถูกไม่ควรนะ!"
พอเห็นใบหน้าหวานหยดของเถียนมี่ที่จู่ๆ ก็ลุกขึ้นมายืนตรงหน้า เขาจึงรีบเกาท้ายทอยแก้เก้อด้วยความรู้สึกกระอักกระอ่วน
"เถียนมี่มี่ เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ"
"ก็เห็นพวกนายแอบเดินตามพี่ชายฉันมาห่างๆ ฉันก็เลยต้องตามมาดูให้เห็นกับตาน่ะสิ!"
เจ้าซินสั่งน้ำผลไม้มาให้เถียนมี่พลางลอบสังเกตท่าทีของเธอแล้วเอ่ยถามหยั่งเชิง
"แล้วเรื่องคนรักออนไลน์คนนั้นมันยังไงกันแน่ เธอเริ่มนัดบอดทางอินเทอร์เน็ตตั้งแต่เมื่อไหร่"
เมื่อเห็นแววตาวิตกกังวลของเขา เถียนมี่ก็แสร้งทำเป็นลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเสียงดัง
"ฉันทำเพื่อพี่ชายน่ะสิ ฉันแค่ลองโพสต์กระทู้หาคู่ให้พี่ชายเล่นๆ ไม่คิดว่าจะมีพี่สาวคนสวยสนใจจริงๆ ฉันก็เลยอยากจะจับคู่ให้เขาส่วนเรื่องคนรักออนไลน์นั่นน่ะ ฉันก็แค่แกล้งปั่นหัวพี่ชายเล่นเท่านั้นเอง"
คำสารภาพของเถียนมี่ทำให้เจ้าซินลอบถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก
"เธอทำเอาฉันตกใจแทบแย่ นึกว่าเธอจะ..."
เถียนมี่มองเขาด้วยรอยยิ้มที่หวานหยดยิ่งกว่าเดิม "นึกว่าฉันจะทำไมหรือ"
"เปล่า ไม่มีอะไร..."
เจ้าซินส่ายหน้าพัลวันขณะที่เถียนมี่ยังคงคะยั้นคะยอถามไม่เลิก บรรยากาศที่ดูเข้าอกเข้าใจกันของทั้งคู่เป็นสิ่งที่หลินจิงเซินไม่ค่อยคุ้นเคยนัก เขาเหลือบมองเถียนม่อที่กำลังคุยอย่างสนุกสนานกับสาวสวยมาดผู้ใหญ่ แล้วหันกลับมามองเจ้าซินกับเถียนมี่ ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นเดินจากมาเงียบๆ
เดิมทีเขานึกว่าจะได้มาส่องเรื่องสนุกกับก๊วนเพื่อน แต่ที่ไหนได้ เขากลับกลายเป็นส่วนเกินเสียอย่างนั้น!
หลินจิงเซินเดินกลับหอพักด้วยความเดียวดาย เขาเพิ่งจะก้าวเท้าเข้าห้องได้เพียงสองนาที โทรศัพท์จากทางบ้านก็ดังขึ้น
"ลูกชายคนโต พรุ่งนี้หยุดพักผ่อนหรือเปล่า"
"ครับ พรุ่งนี้วันหยุดสุดสัปดาห์พอดี"
หลินจิงเซินกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่ายทันทีเมื่อได้คุยกับผู้ใหญ่ จนปลายสายอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ ด้วยความเอ็นดู
"แม่กับพ่อจะไปหาลูกที่มหาวิทยาลัยพรุ่งนี้นะ อยากไปเที่ยวที่ไหนไหม ไปสวนสนุกกันดีหรือเปล่า"
เมื่อได้ยินน้ำเสียงตื่นเต้นจากปลายสาย ริมฝีปากของหลินจิงเซินก็ผุดรอยยิ้มเอ็นดูอย่างช่วยไม่ได้
"คุณแม่ครับ คุณแม่นั่นแหละที่อยากไปใช่ไหมล่ะ"
คุณแม่หลินเติบโตมาในครอบครัวที่ให้ความสำคัญกับบุตรชายมากกว่าบุตรสาวและเติบโตมาท่ามกลางความยากจน จนกระทั่งเธอได้พบกับคุณพ่อหลินชีวิตถึงเริ่มได้รับการประคบประหงม กิจการของครอบครัวค่อยๆ เจริญรุ่งเรืองขึ้นจนสามารถตั้งบริษัทของตัวเองได้ คุณพ่อหลินเชื่อมั่นเสมอว่าชีวิตของเขาเจริญก้าวหน้าได้ก็เพราะเขาตามใจภรรยา และเขาก็ตั้งมั่นในนโยบายนี้เสมอมา
คนที่ได้รับความรักอย่างเต็มเปี่ยมมักจะมีความเป็นเด็กอยู่ในตัว คุณแม่หลินจึงยิ่งโหยหาสิ่งที่เธอเคยขาดไปในวัยเด็ก หลังจากที่มีหลินจิงเซินเธอก็ยิ่งทุ่มเทเทิดทูน และอยากมอบทุกอย่างที่เธอเคยขาดแคลนให้แก่ลูกชาย
"พูดอะไรแบบนั้น คิดว่าแม่จะเป็นเด็กไม่รู้จักโตเหมือนลูกหรือไง"
คุณแม่หลินไม่ยอมรับว่าตนเองมีความเป็นเด็กมากกว่าลูกชาย ซึ่งหลินจิงเซินก็ไม่ได้โต้แย้งเรื่องนี้
"งั้นพรุ่งนี้มารับผมนะครับ พวกเราสามคนพ่อแม่ลูกจะได้ไปเที่ยวด้วยกัน"
"ตกลงจ้ะ งั้นคืนนี้ลูกก็รีบนอนพักผ่อนนะ"
"ครับผม~"
หลินจิงเซินพยักหน้าแล้ววางสายไป ความรู้สึกห่อเหี่ยวจากการเป็นส่วนเกินเมื่อครู่มลายหายไปเป็นปลิดทิ้ง
จากนั้นเขาก็เริ่มครุ่นคิดถึงเรื่องบริษัทของครอบครัว แม้ว่าเขาจะยังเรียนไม่จบ แต่เขามีข้อมูลเนื้อเรื่องของโลกใบนี้อยู่ในกำมือ!
ตามเนื้อเรื่องเดิม สาเหตุที่ตระกูลจี้พัฒนาไปได้ไกลขนาดนั้น ไม่ใช่เพียงเพราะพวกเขาฮุบกิจการของตระกูลเจียงเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะที่ดินผืนใหญ่ที่ผู้อาวุโสของตระกูลเจียงและตระกูลจี้มอบให้แก่ลูกหลานทั้งสองคน แม้ดินแดนแถบนั้นจะอยู่ในพื้นที่ห่างไกล แต่เจตนารมณ์เดิมคือต้องการให้ทั้งคู่สร้างอาณาจักรส่วนตัวขึ้นมาหลังจากแต่งงานกัน
ทว่าเจียงมู่ยวี่กลับไม่มีความสนใจในที่ดินรกร้างนั้นเลย จึงยกให้จี้เหย่จัดการทั้งหมด หลังจากที่ตระกูลเจียงล้มละลายได้ไม่นาน พื้นที่ห่างไกลแห่งนั้นกลับมีการพัฒนาขนานใหญ่ ทำให้ราคาที่ดินพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับติดปีก
ต่อมาตระกูลจี้ได้สร้างสถานบันเทิงต่างๆ จนร่ำรวยมหาศาล พื้นที่แห่งนั้นกลายเป็นที่รู้จักในนาม ถนนสายทองคำ และเนืองแน่นไปด้วยผู้คนในทุกๆ วัน
หลินจิงเซินตั้งใจจะลงมือกับที่ดินผืนนี้ทันที หากเขาเริ่มลงมือก่อนเนื้อเรื่องเดิมถึงสองปี ราคาที่ดินย่อมต้องถูกกว่าเป็นธรรมดา
อย่างไรก็ตาม เขาจำเป็นต้องปรึกษาเรื่องนี้กับครอบครัวเสียก่อน หลินจิงเซินลุกขึ้นไปอาบน้ำ เนื่องจากในหอพักไม่มีคนอยู่ เขาจึงเดินถอดเสื้อออกมานอนเล่นบนเตียงพร้อมกับสั่งไก่ทอดมาทาน
"จิงเซิน ฉันถึงบ้านแล้วนะ อยากเล่นเกมไหม"
หลินจิงเซินกำลังจะพิมพ์ตอบข้อความของเจียงมู่ยวี่ แต่แล้วเขาก็เห็นสายเรียกเข้าแบบวิดีโอคอลโทรเข้ามา ด้วยความไม่ทันคิดเขาจึงกดตอบรับทันทีจนเห็นใบหน้าของเจียงมู่ยวี่ที่ยื่นเข้ามาใกล้หน้าจอ
"รอไก่ทอดที่สั่งไว้มาส่งก่อนแล้วค่อยเล่นกันนะ!"
หลินจิงเซินถือโทรศัพท์พลางใช้อีกมือสางผมเล่น ในอีกด้านหนึ่ง สายตาของเจียงมู่ยวี่กลับนิ่งค้างไป แม้เขาจะเคยเห็นรูปร่างของหลินจิงเซินมาแล้วครั้งหนึ่ง แต่พอได้เห็นอีกครั้งเขาก็ยังไม่สามารถละสายตาไปได้เลย
เขาอยากจะลองสัมผัสมันดูจริงๆ เจียงมู่ยวี่อดไม่ได้ที่จะคิดเช่นนั้น อาจเป็นเพราะสายตาของเขาดูจดจ่อเกินไป หลินจิงเซินจึงสังเกตเห็นและแกล้งวางท่าโชว์รูปร่างของตนเองเสียเลย
"เป็นไง หุ่นผมเป๊ะใช่ไหมล่ะ ดูซิกซ์แพ็กนี่ซะก่อน!"
ในตอนนั้น หลินจิงเซินเพียงแค่อยากจะอวดหุ่นตามประสาเพื่อนฝูง เมื่อเจียงมู่ยวี่รู้ตัวว่าถูกจับได้ว่าแอบมอง เขาก็รีบจะกดวางสายทันที ทว่าในความลนลานนั้น เขากลับเผลอไปกดจับภาพหน้าจอไว้ได้โดยบังเอิญ
"นายนี่ช่วยรักษาภาพพจน์ของตัวเองหน่อยเถอะ!!"
เจียงมู่ยวี่อดไม่ได้ที่จะพิมพ์ข้อความบ่นท่าทางของหลินจิงเซิน หลินจิงเซินลูบหน้าท้องตนเองเบาๆ พลางนึกขึ้นได้ว่าตัวร้ายชอบผู้ชาย จึงรีบหุบปากเงียบกริบทันที
เขาสะเพร่าเกินไปจริงๆ เจียงมู่ยวี่คงจะไม่คิดมากใช่ไหมนะ? เขาคงไม่นึกว่าเราจงใจยั่วยวนหรอกใช่ไหม!
เมื่อไก่ทอดมาถึง หลินจิงเซินก็เดินออกไปรับที่หน้าประตูมหาวิทยาลัย ระหว่างทางกลับเขาก็บอกให้เจียงมู่ยวี่เข้าเกมรอไว้ได้เลย
หลังจากเล่นไปได้ไม่กี่ตา เขาก็สามารถพาเจียงมู่ยวี่ไต่อันดับขึ้นมาถึงระดับแพลทินัมได้สำเร็จ หลินจิงเซินจึงหลุดหาวออกมาหนึ่งหวอด
"วันนี้พอแค่นี้ก่อนนะ พรุ่งนี้คุณพ่อคุณแม่จะมาหา ผมขอตัวไปนอนก่อนล่ะ"
"โอเค ฝากสวัสดีคุณพ่อคุณแม่ของนายด้วยนะ!"
หลินจิงเซินออกจากเกมและแง้มประตูทิ้งไว้ให้เพื่อนอีกสองคน เช้าวันรุ่งขึ้นเขารีบตื่นแต่เช้าเตรียมตัวรอต้อนรับคุณพ่อคุณแม่หลิน
"ลูกชาย พวกเราอยู่ทางนี้!"
หลินจิงเซินได้รับข้อความว่าพวกเขามาถึงหน้าประตูมหาวิทยาลัยแล้ว ทันทีที่เขาเดินออกไป เขาก็ถูกคุณแม่หลินดึงเข้าไปกอดอย่างอบอุ่น
"ไปกันเถอะ ไปหาอะไรกินกันก่อน จะได้มีแรงไปเที่ยวกันให้สนุก"
"มื้อนี้คุณพ่อเลี้ยงนะครับ"
หลินจิงเซินเดินตามคุณแม่หลินไปพลางหันไปมองคุณพ่อหลิน ซึ่งฝ่ายหลังกำลังมองคุณแม่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความรัก แต่พอได้ยินคำพูดของลูกชายก็แสร้งทำเสียงดุใส่
"พ่อจ่ายอยู่แล้ว แกน่ะวันๆ รู้จักแต่ขูดรีดคนแก่นะ"
แม้ปากจะว่าเช่นนั้น แต่แววตาของเขากลับเต็มไปด้วยความอบอุ่นอย่างปิดไม่มิด
คุณแม่หลินมุ่งหน้าไปสวนสนุกอย่างตื่นเต้น โดยมีหลินจิงเซินและคุณพ่อหลินคอยประกบขนาบข้าง หลินจิงเซินรับหน้าที่เป็นหน่วยกล้าตาย คอยขึ้นเครื่องเล่นที่น่าหวาดเสียวอย่างรถไฟเหาะเป็นเพื่อนคุณแม่ ส่วนคุณพ่อหลินคอยยืนเชียร์อยู่ด้านล่างพลางถือลูกโป่งและสายไหมให้คุณแม่หลินไปด้วย
เมื่อเริ่มเหนื่อย คุณพ่อหลินก็พาทั้งคู่ไปทานของอร่อย หลินจิงเซินอยากทานซี่โครงแกะย่าง ซึ่งคุณพ่อหลินก็จัดให้ตามคำขอ
ระหว่างที่กำลังทานซี่โครงแกะ หลินจิงเซินก็เริ่มเปิดประเด็นเรื่องงานเป็นการเป็นงานกับคุณพ่อหลิน
"พ่อครับ ผมมีเรื่องอยากจะให้พ่อช่วยหน่อย"
คำพูดของหลินจิงเซินทำให้คุณพ่อหลินเลิกคิ้วขึ้น ปกติลูกชายของเขาค่อนข้างเป็นตัวของตัวเองและแทบจะไม่เคยเอ่ยปากขอความช่วยเหลือจากพ่อแม่เลย
"ว่ามาสิ"
"ผมอยากซื้อที่ดินแถวชานเมืองซีครับ"
หลินจิงเซินหมายถึงพื้นที่แถบนั้น การจะซื้อทั้งหมดอาจจะดูเอิกเกริกเกินไป เขาจึงวางแผนว่าจะเริ่มซื้อที่ดินครึ่งหนึ่งที่อยู่นอกเขตโครงการพัฒนาของรัฐบาลก่อน
"ลูกจะซื้อที่ดินกันดารแบบนั้นไปทำไมกัน พื้นที่มันกว้างก็จริงแต่ไม่มีคนพลุกพล่านเลยนะ ซื้อไปก็เสียเงินเปล่า"
ไม่ใช่ว่าคุณพ่อหลินขี้เหนียว แต่ที่ดินผืนนั้นมันอยู่ไกลปืนเที่ยงและแทบจะไม่มีมูลค่าอะไรเลย ด้วยความหวังดีต่อลูกชาย เขาจึงอยากให้ลูกลองเลือกที่อื่นดูมากกว่า
เขารู้สึกสลดใจเล็กน้อย แม้ครอบครัวของเขาจะไม่ใช่ตระกูลผู้ดีเก่า แต่เขาก็มีกำลังพอที่จะเลี้ยงดูให้ลูกชายเป็นทายาทเศรษฐีได้สบายๆ แต่ลูกชายของเขาไม่เพียงแต่จะไม่ใช้เงินฟุ่มเฟือยเท่านั้น พอจะเอ่ยปากขออะไรจากพ่อสักอย่าง กลับขอสิ่งที่ราคาถูกแสนถูกเช่นนี้เองหรือ