- หน้าแรก
- รวยทะลุมิติ ผมข้ามภพไปสร้างอาณาจักรพันล้าน
- บทที่ 171 ความหวังครั้งใหม่
บทที่ 171 ความหวังครั้งใหม่
บทที่ 171 ความหวังครั้งใหม่
"เสี่ยวหนิง? เธอมาแล้วเหรอ? แตงกวาวันนี้สดมากเลยนะ เดี๋ยวเอาติดไม้ติดมือกลับไปกินสิ" หลิวกุ้ยฟางเห็นหานหนิงเดินมา ก็รีบเอ่ยทักทายอย่างกระตือรือร้น
ทั้งสองคนก็ถือว่าเคยร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาแล้ว จึงกลายมาเป็นเพื่อนต่างวัยกัน
ช่วงสองสามวันมานี้ พอหานหนิงว่างก็จะมาหาหลิวกุ้ยฟางเพื่อพูดคุยเล่น แถมยังช่วยขายผักด้วย
หานหนิงฝืนยิ้มออกมาบางๆ รีบตอบว่า "ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า ผักที่คุณป้าให้มาเมื่อวานฉันยังกินไม่หมดเลยค่ะ จริงสิ วันนี้มีสับปะรดไหมคะ? ฉันขอซื้อสักลูกค่ะ"
หลิวกุ้ยฟางส่ายหน้าอย่างจนใจ "สับปะรดไม่มีหรอกจ้ะ แต่มีกล้วยหอมนะ แล้วก็มีลูกพลัมด้วย อ้อ จริงสิ ป้ายังมีของดีอยู่อีกสองสามอย่าง ลู่เหวยบอกว่าเป็นของมาจากต่างประเทศ เธอองชิมดูสิ อร่อยมากเลยนะ"
หลิวกุ้ยฟางล้วงเอาผลไม้ลูกเล็กๆสีแดงก่ำสองสามลูกออกมาจากกระเป๋า แล้วยื่นส่งให้หานหนิง
พอได้ยินว่าไม่มีสับปะรด หานหนิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย แต่ก็พอจะเข้าใจได้ ถึงอย่างไรสับปะรดก็เป็นผลไม้เขตร้อนทางตอนใต้ การจะไม่มีขายในสถานที่ที่เต็มไปด้วยหิมะและน้ำแข็งแบบนี้ก็เป็นเรื่องปกติ
ส่วนเรื่องที่ลู่เหวยบอกว่าสับปะรดนำเข้ามาจากต่างประเทศนั้น เธอไม่เชื่อเลยแม้แต่น้อย
ถึงอย่างไรในยุคสมัยนี้ นอกเสียจากว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูง คนธรรมดาทั่วไปแค่คิดจะนั่งเครื่องบินก็ยังยาก แล้วยังจะคิดใช้เครื่องบินขนส่งผลไม้อีกงั้นเหรอ?
นั่นมันจะต้องหรูหราฟุ่มเฟือยถึงขนาดไหนกัน? ต้องมีอำนาจบารมีล้นฟ้าขนาดไหนถึงจะทำได้? แค่คิดก็ยังไม่กล้าคิดเลย
"หืม? นี่คืออะไรคะ?" หานหนิงรับผลไม้ลูกเล็กๆมาพิจารณาด้วยความอยากรู้อยากเห็น
อย่าเห็นว่าเธอเติบโตมาในเมืองใหญ่อย่างเซี่ยงไฮ้ แต่เธอก็ไม่เคยเห็นผลไม้ชนิดนี้มาก่อนเลยจริงๆ
ผลไม้ชนิดนี้มีขนาดเท่าไข่นกกระทา สีแดงอมม่วง มองดูแล้วชวนให้รู้สึกเจริญอาหารเป็นอย่างยิ่ง
หลิวกุ้ยฟางหัวเราะร่วน เอ่ยว่า "ลูกชายป้าบอกว่าไอ้นี่มันเรียกว่าอะไรนะ? เชอเชียนจื่อเหรอ?"
ลู่ต้าไห่ที่อยู่ข้างๆพูดแทรกขึ้นมา "เชอเชียนจื่ออะไรกัน เชอเชียนจื่อมันเป็นยาสมุนไพรจีนต่างหาก เจ้านี่เขาเรียกว่าเชอหลีจื่อหรือเชอร์รีเว้ย"
หลิวกุ้ยฟางรีบพยักหน้า "อ้อ ใช่ๆๆ เรียกว่าเชอหลีจื่อ มาจากประเทศที่ชื่อว่าชิลีน่ะ
เสี่ยวหนิง เธอเป็นนักศึกษา ชิลีที่ว่านี่อยู่ไกลจากพวกเรามากไหม?"
"ชิลี?!"
หานหนิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักงันไปในทันที เธอเป็นถึงนักศึกษาหัวกะทิจากมหาวิทยาลัยการเงินและเศรษฐศาสตร์แห่งเซี่ยงไฮ้ ย่อมรู้ดีว่าชิลีอยู่ที่ไหน นั่นมันอยู่ทางตอนใต้สุดของทวีปอเมริกาใต้ ห่างจากขั้วโลกใต้ไปไม่ไกลแล้ว อาจกล่าวได้ว่าเป็นหนึ่งในประเทศที่อยู่ห่างไกลจากประเทศจีนมากที่สุดเลยก็ว่าได้
ขนส่งผลไม้มาจากที่ไกลขนาดนั้นเลยเหรอ? ต่อให้เป็นเครื่องบิน ก็ใช่ว่าจะเดินทางมาถึงได้ในระยะเวลาสั้นๆ
แต่ผลไม้พวกนี้กลับสามารถรักษาสภาพให้สดใหม่ได้ขนาดนี้ เห็นได้ชัดว่าใช้เวลาไม่นานนัก
หรือจะบอกว่า ที่ลู่เหวยพูดว่าเขาสามารถขนส่งผลไม้มาจากต่างประเทศได้ จะเป็นเรื่องจริง? ไม่ใช่เรื่องแต่งขึ้นมางั้นเหรอ?
ทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมา หัวใจของหานหนิงก็อดไม่ได้ที่จะเต้นโครมคราม
ถ้าหากเขาสามารถหาผลไม้มาจากต่างประเทศได้จริงๆ ถ้าอย่างนั้นจะหายามาได้หรือเปล่า?
ถึงแม้ว่าผลไม้กับยารักษาโรคจะเป็นของคนละประเภท และมีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง
แต่ถ้าเผื่อว่าล่ะ? ต่อให้มีความหวังเพียงหนึ่งในหมื่น ก็ต้องลองถามดูให้รู้เรื่อง
"คุณป้าคะ แล้วลู่เหวยล่ะคะ? วันนี้เขาไม่ได้มาเหรอคะ?"
"มาสิจ๊ะ เมื่อกี้ก่อนที่เธอจะมา เขาบอกว่าจะไปทำธุระ นี่ก็ออกไปพักใหญ่แล้วล่ะ"
"คุณป้าคะ คุณป้าทำธุระไปก่อนนะคะ ฉันมีเรื่องธุระจะคุยกับลู่เหวยนิดหน่อย เดี๋ยวฉันไปตามหาเขาก่อนนะคะ" หานหนิงพูดพลาง รีบหมุนตัวเดินจากไปอย่างเร่งรีบ
"อ้าว? เสี่ยวหนิง! เสี่ยวหนิงรอก่อนสิ!" หลิวกุ้ยฟางร้อนรน รีบตะโกนเรียก "ตัวอำเภอออกจะกว้างใหญ่ เธอจะไปตามหาเขาที่ไหนล่ะ? เธอรู้เหรอว่าเขาไปทำธุระที่ไหน? เธอรออยู่ที่นี่แหละ เดี๋ยวพอเขาทำธุระเสร็จก็ต้องกลับมา! อากาศหนาวเย็นขนาดนี้ เธออย่าวิ่งพล่านไปทั่วสิ!"
หานหนิงไม่ได้หันหัวกลับมา ทำเพียงแค่โบกไม้โบกมือด้วยความร้อนใจ เสียงตะโกนแว่วฝ่าสายลมหนาวมาว่า "ไม่เป็นไรค่ะคุณป้า ฉันรีบค่ะ! ฉันจะลองหาดูแถวๆนี้ก่อน ถ้าหาไม่เจอค่อยกลับมารอค่ะ!"
หลิวกุ้ยฟางมองดูแผ่นหลังของเธอ พลางส่ายหน้าอย่างจนใจ บ่นพึมพำว่า "เด็กคนนี้นี่ ทำอะไรรีบร้อนลุกลนจริงๆ มีเรื่องอะไรถึงได้ร้อนใจขนาดนี้? ราวกับวิญญาณหลุดออกจากร่างไปแล้วเชียว..."
ลู่ต้าไห่ที่อยู่ข้างๆขยับเข้ามาใกล้ กดเสียงให้ต่ำลง บนใบหน้าแฝงไปด้วยความตื่นเต้นอย่างมีเลศนัย แอบกระซิบว่า "นี่ เมียจ๋า คุณว่า... แม่หนูหานหนิงคนนี้ คงไม่ได้... ถูกตาต้องใจลูกชายบ้านเราเข้าให้แล้วหรอกนะ? คุณดูท่าทางของเธอเมื่อกี้สิ พอได้ยินว่าลูกชายไม่อยู่ ก็ร้อนรนเป็นฟืนเป็นไฟเชียว!"
หลิวกุ้ยฟางกำลังเป็นห่วงหานหนิงอยู่ พอได้ยินคำพูดนี้ ก็ตวัดสายตาค้อนขวับใส่ลู่ต้าไห่อย่างอารมณ์เสีย ลดเสียงลงแล้วด่าว่า "คุณฝันกลางวันอะไรอยู่เนี่ย? เขาเป็นถึงลูกสาวหัวแก้วหัวแหวนของเลขาธิการพรรคประจำอำเภอ เป็นถึงนักศึกษาจากเซี่ยงไฮ้เชียวนะ! จะมาถูกตาต้องใจลูกชายคุณได้ยังไง? ถูกใจเขาตรงไหนล่ะ? ถูกใจที่วันๆเอาแต่นอนตื่นสายเรียกก็ไม่ยอมตื่นเหรอ? หรือว่าถูกใจที่บางครั้งขี้เกียจแม้กระทั่งจะล้างหน้าน่ะ?"
ลู่ต้าไห่ไม่ยอมแพ้ ยืดคอเถียงเสียงอ้อมแอ้ม "งะ... งั้นก็ไม่แน่เสมอไปหรอก! ในงิ้วเขาก็ร้องกันแบบนี้ไม่ใช่หรือไง? ลูกสาวผู้ดีมีตระกูลไปตกหลุมรักบัณฑิตยากจนน่ะ! ในทีวีก็มีให้เห็นถมเถไป! อีกอย่าง ตอนนี้ลูกชายบ้านเรามันแย่ตรงไหน? ทำมาค้าขายก็เก่งกาจ หัวไวไหวพริบดี วันนึงหาเงินได้มากกว่าชาวบ้านเขาหาทั้งเดือนเสียอีก! จะมีเด็กหนุ่มบ้านไหนมาเทียบได้ล่ะ?"
ความจริงแล้วในใจของหลิวกุ้ยฟางก็เคยมีความคิดเพ้อฝันที่จับต้องไม่ได้แวบเข้ามาอยู่บ้างเหมือนกัน แต่พอรู้ว่าพ่อของหานหนิงเป็นถึงผู้มีอำนาจสูงสุดในอำเภอ และตัวเธอเองก็เป็นถึงนักศึกษาจากเซี่ยงไฮ้อย่างเต็มภาคภูมิ ความเพ้อฝันเหล่านั้นก็แตกสลายดังโพละราวกับฟองสบู่ในทันที
เธอขี้เกียจจะต่อปากต่อคำกับสามี จึงโบกมือปัด "พอได้แล้วๆ เลิกยืนเพ้อเจ้อฝันกลางวันอยู่ตรงนั้นได้แล้ว! รีบๆเอาผ้าห่มนวมมาคลุมเข่งผักให้มิดชิดเลย ลมมันแรง เดี๋ยวผักก็แข็งตายหมดหรอก! ยังอยากจะขายอยู่อีกไหมเนี่ย?"
อีกด้านหนึ่ง หลังจากที่หานหนิงเดินออกมาจากแผงขายผักแล้ว เธอก็เดินตามหาลู่เหวยไปทั่วทุกถนนหนทาง
แต่ตัวอำเภอก็ใช่ว่าจะใหญ่โตอะไร ถนนหนทางก็มีอยู่ไม่น้อย ยิ่งไปกว่านั้นเธอก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าลู่เหวยไปที่ไหน
การเดินตามหาแบบงมเข็มในมหาสมุทรเช่นนี้ จะไปหาเจอได้ง่ายๆได้อย่างไร
ผลลัพธ์ก็คือ เดินตามหาอยู่ชั่วโมงกว่าๆ ก็ยังไม่เห็นแม้แต่เงาของลู่เหวย เผลอแป๊บเดียวก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว
ขณะที่เธอกำลังเตรียมตัวจะเดินกลับไปที่แผงขายผัก เพื่อดูว่าลู่เหวยกลับไปหรือยัง จู่ๆเธอก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อเธอ
"หานหนิง? เธอมาทำอะไรที่นี่น่ะ?"