- หน้าแรก
- เซียนคำนวณป่วนยุทธภพ
- บทที่ 370 เมฆโลหิตมีพิษ!
บทที่ 370 เมฆโลหิตมีพิษ!
บทที่ 370 เมฆโลหิตมีพิษ!
"พี่ลั่ว ดูเหมือนพวกเขาจะสู้กันแย่งแมลงวิญญาณของท่านนะ แม่นางเฉียนตบะอ่อนด้อยกว่ามาก ถ้าพวกเราไม่ลงมือ นางคงต้องเอาชีวิตมาทิ้งที่นี่แน่"
หยวนเหยาคาดไม่ถึงว่าเรื่องจะบานปลายขนาดนี้ ด้วยอิทธิฤทธิ์ของลั่วหง การจะทำอะไรลับหลังผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนไม่กี่คนน่าจะเป็นเรื่องง่ายดาย ไม่นึกว่าจะกลายเป็นเรื่องวุ่นวายแบบนี้
"ในตัวแม่นางเฉียนมีคลื่นสัมผัสเทวะประหลาด น่าจะมีจิตวิญญาณดั้งเดิมของผู้อาวุโสท่านใดสิงสถิตอยู่ ถึงได้มองทะลุแมลงวิญญาณของข้า ส่วนเรื่องลงมือ ข้าว่าไม่ต้องรีบร้อน รอดูสถานการณ์ไปก่อน"
ลั่วหงทำทีสงบนิ่ง แต่ในใจตกใจไม่น้อย แม่นางเฉียนคนนี้ดันพก "คุณปู่" มาด้วย แฟนตาซีชะมัด!
แต่ในโลกของผู้ฝึกตน เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องแปลกประหลาดอะไร และส่วนใหญ่มักจะเป็นหายนะมากกว่าวาสนา ก่อนจะรู้ตื้นลึกหนาบางของอีกฝ่าย ลั่วหงไม่อยากเปิดเผยตัว
แน่นอนว่าลั่วหงคงไม่ปล่อยให้เฉียนมู่หลานตาย เพราะเขาอู้ซานอยู่ในความดูแลของห้าตระกูล ในอนาคตเขาจะจัดการอะไรก็สะดวกกว่า
ระหว่างที่ลั่วหงคุยกับหยวนเหยา สามีภรรยาหวังฉานก็ลงมือก่อนแล้ว
เห็นได้ชัดว่าลำแสงสีเลือดเข้มข้นม้วนตัวกวาดออกมา ทุกสิ่งที่มันผ่านล้วนถูกละลายกลายเป็นไอ ทิ้งรอยลึกน่ากลัวไว้บนพื้น พุ่งตรงเข้าใส่เฉียนมู่หลาน
นี่คือ [แสงมารละลายโลหิต] และเป็นแบบที่หวังฉานกับเยี่ยนหรูเยียนร่วมมือกันใช้ อานุภาพเทียบเท่าการโจมตีของผู้ฝึกตนขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดระยะต้น เอามาใช้ฆ่าผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนระยะต้นคนเดียว เรียกว่าขี่ช้างจับตั๊กแตนชัดๆ
เผชิญหน้ากับแสงมารละลายโลหิตที่น่าเกรงขาม เฉียนมู่หลานกลับไม่หลบเลี่ยง กระทืบเท้าพุ่งไปข้างหน้า แทงหอกสวนออกไป!
หอกกระดูกปีศาจของนางก็ไม่ธรรมดา พอแทงออกไป ตรงรอยต่อระหว่างหัวหอกกับด้ามหอก ก็มีดวงตาสีเลือดเบิกโพลงขึ้น เพียงพริบตาเดียว มันก็ดูดกลืนแสงมารละลายโลหิตเข้าไปจนเกลี้ยง ราวกับปลาวาฬดูดน้ำ!
จากนั้น ไม่รอให้สามีภรรยาหวังฉานตั้งตัว เฉียนมู่หลานควงหอกเป็นวงกลม ตบก้อนแร่ขนาดเท่าโม่หินสองก้อนกระเด็น "ปังๆ" พุ่งเข้าใส่เมฆโลหิต
ขณะที่ก้อนหินกำลังจะพุ่งเข้าไปในเมฆโลหิต แขนสีแดงเลือดขนาดยักษ์ยาวหนึ่งจั้งสองข้างก็ยื่นออกมา ตบก้อนหินแตกกระจาย
ต่อมา เมฆโลหิตก็ปั่นป่วน หัวปีศาจร้ายที่มีเขาคู่ค่อยๆ โผล่ขึ้นมาจากเมฆโลหิต นี่คือหนึ่งในมหาเวทของเคล็ดวิชาโลหิตวิญญาณ [มารโลหิตคุ้มกาย]!
หวังฉานและเยี่ยนหรูเยียนตบะไม่พอ จึงสร้างได้แค่ครึ่งตัวท่อนบนของมารโลหิต แต่แค่นี้ก็เพียงพอจะบดขยี้ผู้ฝึกตนต่ำกว่าขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิดแล้ว
ทว่า สิ่งที่ทำให้สองสามีภรรยาเบิกตากว้างคือ เฉียนมู่หลานไม่รู้ไปโผล่ข้างหน้าตั้งแต่เมื่อไหร่ นางกระโดดลอยตัวสูง กดหอกกระดูกลงมาอย่างแรง ไม่เพียงทำลายหัวมารโลหิต แต่ยังผ่าเมฆโลหิตด้านล่างออกเป็นสองส่วน
"แยก!"
สิ้นเสียงตะโกนก้องของเฉียนมู่หลาน หอกกระดูกก็สะบัดไหว เมฆโลหิตที่คุ้มกันสามีภรรยาหวังฉานถูกกระแทกแตกกระจายไปกว่าครึ่ง
ตั้งแต่สองสามีภรรยาสำเร็จวิชาโลหิตวิญญาณ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอเรื่องแบบนี้ ความตกตะลึงฉายชัดบนใบหน้า
"รนหาที่ตาย!"
เห็นอีกฝ่ายบุกเข้ามาในเมฆโลหิต หวังฉานตะโกนก้องด้วยความโกรธ ทันใดนั้น ภูตผีสีเลือดนับสิบตัวที่มีหางแหลม ร่างกายเลือนราง ก็พุ่งออกมาจากเมฆโลหิตอย่างดุร้าย
เยี่ยนหรูเยียนมองออกว่าหอกกระดูกในมือเฉียนมู่หลานชนะทางวิชาสายโลหิต จึงฉวยโอกาสเรียกโซ่เหล็กสีดำที่มีวิญญาณร้ายวนเวียนออกมา
แต่ยังไม่ทันได้ใช้ เฉียนมู่หลานก็หยุดชะงัก สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วตะโกนลั่น
"ตายซะ!"
เสียงตะโกนดั่งอัสนีคำราม ไม่เพียงสังหารภูตผีสีเลือดนับสิบตัวจนสลายไป แต่ยังทำให้จิตวิญญาณดั้งเดิมของหวังฉานและเยี่ยนหรูเยียนสะเทือนเลื่อนลั่น ตาพร่ามัวไปชั่วขณะ
พอลืมตาขึ้น หวังฉานก็พบว่า คมแหลมของหอกจ่ออยู่ที่หว่างคิ้ว ทะลุเกราะป้องกันสีเลือดเข้ามาแล้ว
หวังฉานขวัญหนีดีฝ่อ ยืนตัวแข็งทื่อรอความตาย!
ทว่า คมหอกนั้นหยุดลงหลังจากแทงทะลุผิวหนังที่หว่างคิ้วของเขาไปนิดเดียว
"นายน้อยหวัง ยังจะสู้อีกไหม?"
เฉียนมู่หลานหายใจหอบ เห็นได้ชัดว่าการโจมตีชุดใหญ่นั้น นางเองก็เหนื่อยไม่น้อย ที่นางยั้งมือไม่ฆ่าหวังฉาน ก็เพราะฐานะนายน้อยสำนักวิญญาณภูตของเขา
ตอนนี้ตระกูลเฉียนยังอยู่ในแคว้นเยว่ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเขตอิทธิพลของสำนักวิญญาณภูต ถ้านางแทงหอกออกไป ตระกูลเฉียนคงต้องอพยพหนีตายจากการไล่ล่าของสำนักวิญญาณภูต
"ฮึๆ สหายเต๋าเฉียนช่างมีวาสนาดีนัก! ดวงตาสีเลือดบนหอกกระดูกนี้ น่าจะมาจากสัตว์อสูรบรรพกาล [เซวี่ยโฮ่ว] สินะ"
หวังฉานเสียงสั่น หัวเราะแห้งๆ ด้วยใบหน้าซีดเผือด
เฉียนมู่หลานถือหอกค้างไว้ ไม่ประมาทแม้แต่น้อย ตอบเสียงเย็น
"ก็แค่ดวงตารองหนึ่งในแปดดวง ไม่ใช่ดวงตาหลัก นายน้อยหวัง สำนักวิญญาณภูตของท่านยิ่งใหญ่คับฟ้า เฉียนผู้นี้ไม่อยากฆ่าท่าน แต่ท่านอย่าได้บีบคั้นข้า!"
"แค่ดวงตารอง? น่าเสียดายจริงๆ"
จุดสนใจของหวังฉานดูแปลกๆ เฉียนมู่หลานเริ่มระแวงทันที
ทันใดนั้น เสียงตาเฒ่าปีศาจก็ดังขึ้นในใจนาง
"เมฆโลหิตมีปัญหา รีบถอยออกมา!"
เฉียนมู่หลานใจหายวาบ รีบชักหอกถอยหลังทันที แต่ก้าวไปได้ก้าวเดียว ก็รู้สึกอ่อนแรง จุดสีม่วงผุดขึ้นตามผิวสีทองของนาง
"โอ้? รู้ตัวแล้วรึ สหายเต๋าเฉียนมีเรื่องให้ประหลาดใจเยอะจริงๆ!"
ใบหน้าหวังฉานเต็มไปด้วยรอยยิ้มชั่วร้ายที่แผนการสำเร็จ แววตาอำมหิตเข้มข้นขึ้น
"ในเมฆโลหิตมีพิษ!"
เฉียนมู่หลานใช้หอกยันพื้น หายใจหอบถี่ ใบหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ
เพราะถ้าในเมฆโลหิตมีพิษ คนแรกที่โดนน่าจะเป็นสองสามีภรรยาหวังฉาน ยกเว้นว่าพวกเขาจะกินยาแก้พิษไว้ก่อน แต่พวกเขากะทันหันคิดจะฆ่า เป็นไปไม่ได้ที่จะเตรียมตัวมาล่วงหน้า
"นี่เป็นวิธีที่ศัตรูเก่าสอนข้าเมื่อนานมาแล้ว เพื่อการนี้ข้าจึงหายามาหลอม [โอสถหมอกม่วง] ไว้ ให้ข้ากับเยียนเอ๋อร์ไม่ได้รับผลกระทบจากพิษร้ายนี้"
หวังฉานโม้ถึงความรอบจัดของตัวเองอย่างภาคภูมิใจ แล้วยื่นมือจะแย่งหอกกระดูกของเฉียนมู่หลาน
เฉียนมู่หลานไม่อยากปล่อยมือ แต่พลังเวทส่วนใหญ่ต้องเอาไปต้านพิษไม่ให้เข้าสู่หัวใจ นางร้องครางเบาๆ ทรุดตัวลงครึ่งหนึ่ง หอกกระดูกหลุดมือลอยไปหาหวังฉาน
"ฮึๆ เสียใจไหมที่เมื่อกี้ไม่แทงข้าให้ตาย? สหายเต๋าเฉียนวางใจเถอะ หลังจากเจ้าตาย ตระกูลเฉียนของเจ้าทุกคนจะตามลงไปอยู่เป็นเพื่อนเจ้าเร็วๆ นี้แหละ! ลงมือ!"
หวังฉานลูบคลำหอกกระดูกอย่างรักใคร่ สั่งเสียงเหี้ยม
เยี่ยนหรูเยียนไร้อารมณ์ เรียกโซ่วิญญาณร้ายออกมา เตรียมจะฆ่าเฉียนมู่หลานทั้งกายและวิญญาณ
"แม่นางเฉียน คุณปู่ของเจ้าดูจะอ่อนหัดไปหน่อยนะ!"
เสียงผู้ชายดังขึ้นอย่างกะทันหันจากระยะใกล้ ทำให้ทั้งสามคนสะดุ้งโหยง
พร้อมกับเสียงพูด เกราะป้องกันไอหยินก็ก่อตัวขึ้นรอบตัวเฉียนมู่หลาน กันโซ่วิญญาณร้ายไว้ได้
ใครช่วยข้า?
เฉียนมู่หลานมองไปตามเสียง เห็นผู้ชายหน้าตาคุ้นๆ กับผู้ฝึกตนหญิงที่มีไอเย็นยะเยือกกำลังเดินเข้ามา
อาจเป็นเพราะลั่วหงหน้าตาธรรมดาเกินไป เฉียนมู่หลานจ้องอยู่นานกว่าจะขุดชื่อเขาขึ้นมาจากความทรงจำอันเลือนรางได้
"เป็นพวกเจ้า! เรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ พวกเจ้าเห็นหมดแล้ว?"
หวังฉานขมวดคิ้ว คิดจะฆ่าปิดปากอีกแล้ว
"แน่นอนว่าเห็นชัดเจนแจ่มแจ้ง รวมทั้งฉากที่นายน้อยหวังรอดตายมาได้เพราะแม่นางเฉียนไว้ชีวิตด้วย ไม่พลาดสักนิดเดียว"
กับคนอย่างหวังฉาน ลั่วหงไม่มีความรู้สึกดีด้วยแม้แต่น้อย จึงพูดจาถากถางทันที
"แก!"
หวังฉานจ้องลั่วหงด้วยความโกรธจัด ก่อนจะหันไปมองหยวนเหยา ถามเสียงขรึม
"ไม่ทราบว่าสหายเต๋ามาจากสำนักใด? แน่ใจนะว่าจะยุ่งเรื่องของสำนักวิญญาณภูต?"
"คิกคิก พี่ลั่วอยากยุ่ง ข้าก็ต้องลงมือช่วยสิ"
หยวนเหยายิ้มหวาน ท่าทางเหมือนกำลังเล่นสนุก ไม่เห็นหัวสองสามีภรรยาหวังฉานเลยสักนิด
เยี่ยนหรูเยียนหน้าเปลี่ยนสี มองสำรวจลั่วหงใหม่อีกครั้ง แล้วถาม
"ดูเหมือนข้ากับสามีจะมองผิดไป ขอถามหน่อยว่าท่านเป็นศิษย์เอกของผู้อาวุโสท่านใด?"
ชัดเจนว่าเยี่ยนหรูเยียนเข้าใจผิด คิดว่าลั่วหงเป็นทายาทสายตรงของผู้เฒ่าขอบเขตวิญญาณแรกกำเนิด เพราะมีแต่เหตุผลนี้เท่านั้นที่อธิบายได้ว่าทำไมผู้ฝึกตนขอบเขตสร้างรากฐานถึงสั่งการผู้ฝึกตนขอบเขตหลอมแกนได้
"ฮึๆ เจ้าไม่จำเป็นต้องรู้"
ลั่วหงปรายตามองเยี่ยนหรูเยียน แล้วหันไปพูดกับเฉียนมู่หลาน
"แม่นางเฉียน ช่วยคืนแมลงวิญญาณให้ลั่วด้วยได้ไหม?"
ในเมื่อปรากฏตัวแล้ว ลั่วหงก็ต้องทวงของของตัวเองคืน
เฉียนมู่หลานอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะใช้สัมผัสเทวะเรียกผลึกสีเลือดทั้งสิบสองก้อนออกมา แสงสีดำวาบขึ้นที่มือ เปลี่ยนพวกมันกลับเป็นมดบิน
ลั่วหงกวักมือเบาๆ มดบินหุ่นเชิดโลหิตเหล่านั้นก็บินกลับเข้าถุงหมื่นสมบัติอย่างว่าง่าย
"มดบินพวกนี้เป็นแมลงวิญญาณของแกงั้นรึ!"
หลังหายตกใจ แววตาหวังฉานก็ฉายแววโลภสุดขีด
เพราะนั่นหมายความว่า ในตัวลั่วหงต้องมีไขกระดูกโลหิตปีศาจโบราณจำนวนมหาศาล!
"ใช่แล้วจะทำไม นายน้อยหวังคิดจะฆ่าคนชิงสมบัติหรือไง?"
ลั่วหงยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย
หวังฉานไม่ตอบ แต่บีบข้อมือเยี่ยนหรูเยียนแน่นขึ้น
เยี่ยนหรูเยียนเข้าใจทันที เรียกตาข่ายผ้าโปร่งขนาดหนึ่งจั้งออกมาครอบหยวนเหยาไว้โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
"ฮ่าๆ ฆ่าแกแล้วจะทำไม!"
พอเห็นเยี่ยนหรูเยียนขังหยวนเหยาไว้ได้ชั่วคราว หวังฉานก็ตะโกนอย่างดุร้าย เรียกหัวกะโหลกสีเลือดออกมา พุ่งเป็นแสงสีเลือดเข้าใส่ลั่วหง
เนื่องจากลั่วหงบาดเจ็บทางจิตวิญญาณ หยวนเหยาไม่อยากให้เขาลงมือ กำลังจะร่ายเวทช่วยรับมือสมบัติวิเศษของหวังฉาน แต่เสียงกระแสจิตของลั่วหงก็ดังขึ้นข้างหู
"แม่นางหยวนไม่ต้องรีบร้อน ลั่วกำลังอยากลองของใหม่กับสมบัติวิเศษสายโลหิตของเจ้านี่พอดี"
ได้ยินดังนั้น หยวนเหยาก็ชะลอการร่ายเวท มองไปทางลั่วหง เห็นลูกแก้วขนาดเท่ากำปั้นที่มีไอสีดำลอยวนเวียนปรากฏขึ้นที่หน้าอกเขา
มันคือมุกโลหิตหลัวซา!
จังหวะนั้น หัวกะโหลกสีเลือดพุ่งมาถึงพอดี อ้าปากกว้างเตรียมจะกัดหัวลั่วหง แต่กลับโดนมุกโลหิตหลัวซาอุดปากไว้
ทันใดนั้น ไอโลหิตจำนวนมหาศาลก็พวยพุ่งออกมาจากหัวกะโหลกสีเลือด ถูกมุกโลหิตหลัวซาดูดกลืนอย่างบ้าคลั่ง
ผ่านไปแค่ไม่กี่อึดใจ หัวกะโหลกสีเลือดก็กลายเป็นหัวกะโหลกสีขาว กลิ่นอายอ่อนลงฮวบฮาบ
ขืนปล่อยไว้แบบนี้ สมบัติวิเศษชิ้นนี้คงพังยับเยินแน่นอน
สมบัติวิเศษเชื่อมจิตเสียหายหนัก หวังฉานพลังเวทปั่นป่วน กระอักเลือดออกมาคำโต
เขารีบใช้สัมผัสเทวะเรียกหัวกะโหลกกลับมาอย่างลนลาน
แค่ทดสอบแค่นี้ จะไปเก็บข้อมูลการทดลองได้ครบถ้วนได้ยังไง!
ลั่วหงจึงโบกมือเบาๆ มุกโลหิตหลัวซาก็หมุนติ้วพุ่งเข้าใส่สองสามีภรรยาหวังฉาน อย่างกับคนได้ทีขี่แพะไล่
----------