เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 240 ไม่มีคำตอบ

บทที่ 240 ไม่มีคำตอบ

บทที่ 240 ไม่มีคำตอบ


ฉู่เช่อมองดูจากด้านล่าง พลางส่ายหัวไม่หยุด

ตาแก่นี่พูดจาปลุกใจตัวเองจนเลือดลมพลุ่งพล่าน แต่จริงๆ แล้วทักษะการปราศรัยอยู่ในระดับดาดๆ เท่านั้น

แต่ต้องยอมรับว่า ฉู่เช่อในฐานะหัวหน้าทีม ก็เห็นด้วยกับการกระทำในฐานะผู้ใหญ่บ้านของเขา

ถึงจะไม่รู้ว่าพันธสัญญาที่เขาพูดถึงคืออะไร ทำไมถึงมีอำนาจผูกมัดผู้ผสานสิ่งลี้ลับทั้งสิบแปดคนได้ขนาดนั้น

ส่วนเรื่องผู้มีพลังลำดับชั่วคราว

มันคืออะไรกันแน่?

ฉู่เช่อกวาดตามองผู้ผสานสิ่งลี้ลับทั้งสิบแปดคนนั้น

ฉู่เช่อไม่สามารถประเมินระดับลำดับพลังของพวกเขาได้

ลำดับผู้ผสานสิ่งลี้ลับถือเป็นลำดับที่คาดเดายากที่สุดในบรรดาผู้มีพลังลำดับทั้งหมด

ความสามารถส่วนใหญ่ของพวกเขามาจากเป้าหมายที่ผสานด้วย

ดังนั้น ความสามารถของแต่ละคนจึงไม่เหมือนกัน

ระดับลำดับพลังก็แบ่งแยกยาก หรือจะเรียกว่าสับสนวุ่นวายเลยก็ได้

เพราะตั้งแต่วันสิ้นโลกจนถึงตอนนี้ ก็ไม่มีใครวิจัยลำดับนี้อย่างจริงจัง

เฉินเยี่ยฟังคำปราศรัยห่วยแตกของผู้ใหญ่บ้านจนเส้นเลือดที่ขมับปูดโปน

เชี่ยเอ๊ย กูจะต้านไม่ไหวอยู่แล้วนะ

มึงยังมามัวยืนปราศรัยหาพระแสงอะไร?

มึงปัญญาอ่อนหรือเปล่า?

ถ้าไม่ไหวจริงๆ หนีดีกว่า!

นี่ไม่ใช่หมู่บ้านกูสักหน่อย

นี่มันหมู่บ้านเทพช้าง ขนาดชาวบ้านยังไม่สนใจ แล้วกูจะไปสนทำไม

เฉินเยี่ยพ่นควันออกมาอีกระลอก

ขยายอาณาเขตหมอกควันออกไปอีก

ครอว์เลอร์นับไม่ถ้วนไต่ขึ้นไปบนกำแพงหมอก กระโจนใส่วิญญาณอาฆาตพวกนั้น

วิญญาณอาฆาตผู้มีพลังลำดับมีมากขึ้นเรื่อยๆ

ในจำนวนนั้นมีลำดับ 1 และลำดับ 2 เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

สายฟ้าหลายสายระเบิดขึ้นตรงหน้า

พอมองไป ก็เห็นนักพรตหน้าซีดเผือดยิ้มให้เฉินเยี่ย

เห็นได้ชัดว่าเขาเห็นสถานการณ์ทางเฉินเยี่ยวิกฤต เลยตั้งใจมาช่วย

กระบี่บินวูบผ่าน สังหารวิญญาณอาฆาตลำดับ 1 ตนหนึ่งคาที่

ส่วนทำไมถึงเป็นลำดับ 1

เพราะกระบี่ของสาวน้อยผมชมพูเท่เกินไป

วิญญาณอาฆาตลำดับ 2 ฆ่าไม่ได้ง่ายๆ แบบนั้นหรอก

ผู้มีพลังลำดับที่มีแรงกดดันต่างออกไปอย่างชัดเจนหลายตนพุ่งเข้ามาในหมอก

นี่คือลำดับ 3

สาวน้อยผมชมพูกัดฟัน หันมามองเฉินเยี่ยแวบหนึ่ง "ระวัง!"

พูดจบเธอก็พุ่งเข้าไปในดงหมอก

แมงป่องหน้าคนผลุบๆ โผล่ๆ เหล็กในพุ่งออกมาจากหมอกแทงวิญญาณอาฆาตผู้มีพลังลำดับตนหนึ่ง

ยมทูตรับมือกับวิญญาณอาฆาตหัวคนสีเทาดำหลายตน

ส่วนวิญญาณอาฆาตผู้มีพลังลำดับอีกสองตนที่เหลือน่าจะเป็นลำดับ 3 เหมือนกัน เฉินเยี่ยสร้างร่างจำลองขึ้นมาหนึ่งร่าง ล่อวิญญาณอาฆาตลำดับ 3 สองตนนั้นไปหาหลวงพี่

หลวงพี่เพิ่งจัดการวิญญาณอาฆาตที่รุมตัวเองเสร็จ กะว่าจะพักหายใจสักสองสามวินาทีแล้วค่อยลุยต่อ

ผลปรากฏว่าเห็นเงาร่างที่หน้าตากวนตีนสุดๆ วิ่งนำวิญญาณอาฆาตผู้มีพลังลำดับที่มีแรงกดดันไม่ธรรมดาสองตนมาหา

หลวงพี่ถึงกับกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

ต้องยอมรับว่าหลวงพี่หนังเหนียวจริงๆ

สมกับที่เปิดตัวมาอย่างฉูดฉาด

โดนวิญญาณอาฆาตรุมยำตีนขนาดนั้นยังไม่ตาย

เฉินเยี่ยเหลือบมองไปเห็นเงาร่างดำทมิฬสูงราวตึกสองชั้น

ไม่เพียงแค่นั้น เจ้ายักษ์นี่มีสามหัว สี่แขน!

ตาเฉินเยี่ยกระตุกยิกๆ!

เชี่ยเอ๊ย นี่มัน... ไททันลำดับ 4

แถมยังเป็นวิญญาณอาฆาตในร่างแปลงอีกต่างหาก!

ส่วนทำไมถึงดูออกทันที

หลักๆ คือกลิ่นอายบนตัววิญญาณอาฆาตตนนี้ เหมือนกับเถี่ยซือมาก

แรงกดดันที่แผ่ออกมาชัดเจนว่าต่างจากวิญญาณอาฆาตลำดับ 3 ตนอื่น

เฉินเยี่ยรู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัว!

ไททันลำดับ 4 ในร่างแปลง!!!

พระเจ้าช่วย กูเพิ่งลำดับ 2 เองนะ

จะให้กูไปบวกกับไททันลำดับ 4 เนี่ยนะ?

เมื่อกี้แค่รับมือวิญญาณอาฆาตลำดับ 3 ก็แทบรากเลือดแล้ว

ตอนนี้จะให้รับมือลำดับ 4 แถมเป็นไททันร่างแปลงอีก?

เมื่อกี้เฉินเยี่ยก็เพิ่งปะทะกับไททันลำดับ 3 มา

แต่นั่นมันยังไม่แปลงร่าง แค่ดูตัวใหญ่กว่า รับมือยากกว่านิดหน่อย

แต่เจ้าไททันสามหัวสี่แขนร่างแปลงตัวนี้ ต่อให้เป็นแค่วิญญาณไม่สมประกอบ ก็ทำให้เฉินเยี่ยรู้สึกสิ้นหวัง

"ผู้ใหญ่บ้าน... มึงเสร็จหรือยัง?"

เฉินเยี่ยสูบบุหรี่มวนเดียวหมดมวน พ่นควันออกมา ขยายความหนาแน่นของกำแพงหมอกเพิ่มขึ้นอีกหลายส่วน

ครอว์เลอร์จำนวนมากขึ้นดิ้นรนออกมาจากหมอก

ยุ่บยั่บเหมือนกองทัพมด

...

เฉินหย่งกู้พูดจบ ทั้งบริเวณตกอยู่ในความเงียบงัน ชาวบ้านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แต่ไม่มีใครขานรับ

แววตาของเฉินหย่งกู้ค่อยๆ หม่นแสงลง

หรือว่า หมู่บ้านเทพช้างจะจบสิ้นลงในวันนี้?

ต่อจากนี้ไป...

จะไม่มีหมู่บ้านเทพช้างอีกแล้ว!

หึหึหึ...

น่าขำสิ้นดี...

ฉันทำมาตั้งมากมาย สุดท้าย คนที่แคร์หมู่บ้าน ก็มีแค่ฉันคนเดียว...

แต่ในวินาทีนั้นเอง

เด็กหนุ่มคนหนึ่งยกมือเดินออกมา

"ผู้ใหญ่บ้าน ผมเอาด้วย!"

เด็กหนุ่มคนนี้น่าจะอายุไม่ถึงยี่สิบ จะเรียกว่าเด็กหนุ่มก็ไม่เชิง เรียกว่าวัยรุ่นน่าจะเหมาะกว่า

เฉินหย่งกู้เงยหน้าขวับ ดวงตาฝ้าฟางจ้องมองวัยรุ่นตรงหน้าเขม็ง

"มันต้องตายนะ เธอก็ยอมเหรอ!?"

"ผู้ใหญ่บ้าน ถ้าไม่ใช่เพราะคุณ ไม่ใช่เพราะหมู่บ้าน ผมคงตายไปนานแล้ว!"

"แทนที่จะไปนอนตายข้างถนนที่ไหนก็ไม่รู้ ผมขอสู้เพื่อหมู่บ้านสักครั้งดีกว่า!"

"ต่อให้ต้องตาย ก็จะลากไอ้ผีพวกนี้ลงนรกไปด้วย!"

เฉินหย่งกู้รู้สึกเหมือนมีกระแสความร้อนไหลผ่านหัวใจ หัวใจที่เคยหนาวเหน็บเมื่อครู่ พลันอบอุ่นขึ้นมาเล็กน้อย

"เธอ... ดีมาก..."

"เธอชื่ออะไร?"

"ยวี๋เทา!"

เฉินหย่งกู้นึกออกแล้ว วัยรุ่นคนนี้คือคนที่เขาเก็บได้ตอนผ่านไปแถวเมืองต้าอู้คราวก่อน

วัยรุ่นคิ้วหนาตาโต ดูเป็นคนซื่อสัตย์รักความยุติธรรม

แต่อายุน้อยแค่นี้ กลับดูเคร่งขรึมเกินวัย

ถ้าไม่ใช่เพราะใบหน้าที่ยังดูอ่อนเยาว์ คงนึกว่าเป็นลุงแก่ๆ ที่ไหน

เมื่อก่อนเฉินหย่งกู้ยังแอบนินทาในใจว่าไอ้หนูนี่แก่แดดจัง โตไปคงหาเมียยาก

นึกไม่ถึงว่าในเวลาแบบนี้ ไอ้หนูนี่จะเป็นคนแรกที่ก้าวออกมา

ตาแก่เฉินหย่งกู้ขอโทษในใจที่เคยแอบนินทาเขาไว้

"ผู้ใหญ่บ้าน นับฉันด้วยคน!"

"ไอ้หนู มึงก็ไม่เรียกกูเลยนะ! คนซื่อนี่มักจะซ่อนความยิ่งใหญ่ไว้ในใจจริงๆ!"

เสียงเนือยๆ ดังขึ้น

คราวนี้ คนที่เดินออกมาเป็นชายหนุ่มไว้หนวดเครา อายุประมาณยี่สิบเจ็ดยี่สิบแปด

ชายหนุ่มผอมมาก เสื้อยืดที่ใส่อยู่ดูหลวมโครก เหมือนไม้แขวนเสื้อเดินได้

แต่ดวงตาเขากลับเป็นประกายสดใส!

"เยี่ยนจิ่ว เธอ..."

"ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องบางเรื่อง มันต้องมีคนทำ นับฉันด้วยคนเถอะ!"

เยี่ยนจิ่วตบไหล่ยวี๋เทา

ยวี๋เทามองเยี่ยนจิ่วด้วยสายตาเคร่งขรึม แล้วขยับไปยืนข้างๆ

สองคนนี้ยืนด้วยกันแล้ว ให้ความรู้สึกเหมือนสลับอายุกันยังไงชอบกล

เฉินหย่งกู้พูดไม่ออก

เยี่ยนจิ่วมาอยู่ที่หมู่บ้านเทพช้างนานแล้ว เป็นคนที่เขาชื่นชมมาก

ปกติชอบทำตัวลอยไปลอยมาในหมู่บ้าน แต่เป็นคนพึ่งพาได้และไว้ใจได้มาก

เสี่ยวเจิ้งตายแล้ว เฉินหย่งกู้ตั้งใจจะให้เยี่ยนจิ่วมาเป็นผู้ช่วยดูแลขบวนรถแทน

แต่ตอนนี้...

แววตามุ่งมั่นของเยี่ยนจิ่ว ทำให้เฉินหย่งกู้ปฏิเสธไม่ลง

"ผู้มีพลังลำดับชั่วคราว ก็ถือเป็นผู้มีพลังลำดับนะ!"

"ให้จางหลงกั่งคนนี้ได้มันส์สักรอบเป็นไง?"

"ผู้ใหญ่บ้าน เรื่องแบบนี้ คงไม่ลืมผมหรอกนะ!"

"เสี่ยวจาง เธอ..."

คนที่เดินออกมาเป็นชายหนุ่มรูปร่างกำยำสวมเสื้อยืดแขนสั้นสีเขียว เส้นเลือดปูดโปนบนหลังมือราวกับมังกร

คนนี้คือหัวหน้าหน่วยรักษาความปลอดภัยหมู่บ้านเทพช้าง ปกติทำงานจริงจังขยันขันแข็ง

ความจริงในฐานะหัวหน้า รปภ. งานในหมู่บ้านไม่ได้หนักหนาอะไร เพราะทุกคนต่างร่วมแรงร่วมใจสร้างบ้านแปงเมือง

ทุกคนต่างหวงแหนความสงบสุขที่ได้มาอย่างยากลำบาก จึงไม่ค่อยมีคดีวุ่นวายให้จัดการ

ดังนั้นเวลาว่าง จางหลงกั่งมักจะพาลูกน้องไปช่วยซ่อมบ้านซ่อมถนนในหมู่บ้านเสมอ

แต่ตอนนี้ บ้านเรือนในหมู่บ้านกลายเป็นซากปรักหักพังไปหมดแล้ว

"ผู้ใหญ่บ้าน ผมเป็น รปภ. ปกป้องหมู่บ้านคืองานของผม!"

"กินข้าวหม้อนี้ ใส่เครื่องแบบนี้ ก็ต้องทำหน้าที่ของตัวเอง!"

จางหลงกั่งยิ้มพูด น้ำเสียงราบเรียบเหมือนชวนไปดื่มเหล้าตอนเย็น

คราวนี้ ขอบตาของเฉินหย่งกู้แดงก่ำ

มองดูชายหนุ่มทั้งสามคนตรงหน้า

พูดไม่ออกบอกไม่ถูกไปชั่วขณะ

...

เฉินเยี่ยคอยจับตาดูตาแก่คนนี้มาตลอดว่าจะทำยังไง

โชคดีที่วิญญาณอาฆาตไททันสามหัวสี่แขนลำดับ 4 ตนนั้นแค่ยืนเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไร

แต่ต่อให้ไม่ทำอะไร ก็สร้างแรงกดดันมหาศาลให้กับทุกคนในบริเวณนั้น

เฉินเยี่ยที่คอยสังเกตการณ์จากระยะไกล แบ่งสมาธิมาดู จึงเห็นเหตุการณ์นี้ด้วย

เขาเงียบกริบ ไม่รู้จะพูดอะไรดี

สามคนนี้พูดเรื่องเอาชีวิตไปเสี่ยงกับสิ่งลี้ลับเหมือนเป็นเรื่องเล่นๆ

นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายนะเว้ย!!!

แต่พวกเขากลับไม่ยี่หระ

เฉินเยี่ยถามตัวเองในใจ

เพื่อชาวบ้านพวกนี้ เขาจะยอมสละชีวิตได้ไหม?

เฉินเยี่ยให้คำตอบตัวเองทันที "ปัญญาอ่อน ชาวบ้านพวกนี้เพิ่งรู้จักกันกี่วัน? จะไปยอมตายเพื่อพวกเขา? โง่หรือเปล่า?"

"กินเยอะจนสมองเพี้ยนไปแล้วเหรอ?"

เฉินเยี่ยถามตัวเองอีกครั้ง ถ้าเพื่อเถี่ยซือ ซุนเชี่ยนเชี่ยน หรือฉู่เช่อล่ะ?

เมื่อก่อนเฉินเยี่ยคงตอบอย่างไม่ลังเลว่า "เป็นไปไม่ได้"

แต่ตอนนี้...

คราวก่อน เถี่ยซือเห็นเขาถูกทาสหมอกล้อม ก็กระโดดลงจากรถมาช่วยอย่างไม่ลังเล

แล้วก็ฉู่เช่อ...

ซุนเชี่ยนเชี่ยน...

เฉินเยี่ยตอบคำถามนี้ไม่ได้

"ผู้ใหญ่บ้าน นับฉันด้วย ฉันเป็น รปภ. นี่เป็นหน้าที่ของฉันอยู่แล้ว!"

"ผู้ใหญ่บ้าน ฉันด้วย..."

"ผู้ใหญ่บ้าน ฉันแก่แล้ว อยู่ได้อีกไม่กี่ปี..."

จบบทที่ บทที่ 240 ไม่มีคำตอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว