เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 696 นางมารน้อยหวั่นไหว

บทที่ 696 นางมารน้อยหวั่นไหว

บทที่ 696 นางมารน้อยหวั่นไหว


หวังฮ่าวหรานรู้ดีอยู่เต็มอกว่าท่าทียั่วยวนของฮวาเจี่ยอวี่นั้นส่วนใหญ่เป็นการเสแสร้งแกล้งทำ

หากนางใช้มารยานี้กับพวกสุภาพบุรุษจอมปลอม คงได้ผลชะงัด

แต่น่าเสียดาย... หวังฮ่าวหรานไม่ใช่คนจำพวกนั้น

“ในเมื่อแม่นางคะยั้นคะยอขนาดนี้ งั้นผมจะไม่เกรงใจแล้ว!” สิ้นเสียง หวังฮ่าวหรานก็ยื่นมือออกไปคว้าหมับเข้าที่เบื้องหน้าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ

กว่าฮวาเจี่ยอวี่จะรู้ตัว ก็รู้สึกถึงสัมผัสอันหนักหน่วงที่กอบกุมส่วนโค้งเว้าอันนูนเด่นของนางไว้เต็มไม้เต็มมือ ร่างกายของนางแข็งทื่อราวกับถูกฟ้าผ่า รอยยิ้มยั่วยวนที่ปั้นแต่งแข็งค้างอยู่บนใบหน้า

ซูเสวียนที่ยืนอยู่ข้างๆตาแทบถลนออกจากเบ้า ตามมาด้วยไฟริษยาที่ลุกโชนท่วมท้นจิตใจ

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 8,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -400! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +400!]

ถึงแม้ฮวาเจี่ยอวี่จะดูเย้ายวน แต่ตลอดเวลาที่คบหากับซูเสวียน แม้แต่ปลายนิ้วนางก็ยังไม่เคยให้เขาได้แตะต้อง

แต่ตอนนี้... นางกลับถูกชายอื่นสัมผัสต่อหน้าต่อตา!

ภาพบาดตานี้สร้างความเจ็บช้ำให้ซูเสวียนอย่างแสนสาหัส

ส่วนฮวาเจี่ยอวี่เองก็มึนงงทำอะไรไม่ถูก

ไหนบอกว่าเป็นสุภาพบุรุษไง? ไหงถึงใช้วิธีหน้าไม่อายแบบนี้ล่ะ?

หวังฮ่าวหรานแสร้งทำหน้าตกใจ มือที่กอบกุมอยู่แกล้งบีบเน้นๆอีกที ก่อนจะชักกลับมาราวกับโดนของร้อน

“แม่นาง... ทำไมถึงไม่หลบล่ะ?”

‘เจ้าลงมือเร็วขนาดนั้น ใครจะไปหลบทัน!’ ฮวาเจี่ยอวี่ก่นด่าในใจ แต่ในเมื่อโดนเอาเปรียบไปแล้ว นางก็ต้องเล่นละครตบตาต่อไป ฝืนยิ้มหวานหยาดเยิ้มพลางกล่าวว่า

“คุณชาย ผู้น้อยบอกแล้วไงเจ้าคะว่าจะไม่ขัดขืน”

สวีชิงถงเห็นความไร้ยางอายของฮวาเจี่ยอวี่แล้วก็เลือดขึ้นหน้า กระซิบข้างหูหวังฮ่าวหรานว่า

“ใช้กำลังจัดการนางเลย แล้วเราค่อยหนีไป”

“ไม่ได้ นี่เป็นอาณาเขตของนิกายหยินเยว่ ขืนลงมือตอนนี้ เราจะเป็นฝ่ายเสียเปรียบ” หวังฮ่าวหรานส่งกระแสจิตตอบกลับ

สวีชิงถงฟังเหตุผลแล้วก็เห็นด้วย จึงสงบปากสงบคำ ส่งสายตาให้หวังฮ่าวหรานตัดสินใจเอง

หวังฮ่าวหรานทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยกับฮวาเจี่ยอวี่

“ในเมื่อแม่นางมีน้ำใจไมตรี ผมกับชิงถงจะขอรบกวนพักอยู่ที่นี่สักสองสามวัน หากมีสิ่งใดรบกวน ต้องขออภัยล่วงหน้าด้วย”

“มิได้รบกวนอันใดเลยเจ้าค่ะ การที่คุณชายยอมรั้งอยู่ เป็นเกียรติแก่นิกายหยินเยว่ยิ่งนัก เชิญคุณชายทำตัวตามสบายเหมือนบ้านตัวเองได้เลย อยากจะไปที่ไหนในนิกายก็ได้ทั้งนั้น” ฮวาเจี่ยอวี่เว้นวรรคเล็กน้อย ก่อนจะส่งสายตาหยอกเย้ามาให้

“แม้แต่ห้องนอนของผู้น้อย... ก็ยินดีต้อนรับท่านเสมอ”

‘เสแสร้งเข้าไปเถอะ เดี๋ยวพ่อจะสั่งสอนให้เข็ด!’ หวังฮ่าวหรานแค่นเสียงในใจ แต่ภายนอกยังคงวางมาดขรึม

“แม่นาง โปรดสำรวมกิริยาด้วย!”

“ผู้น้อยยินดีต้อนรับตลอดเวลานะเจ้าคะ แม้จะเป็นยามวิกาลก็ตาม” ฮวาเจี่ยอวี่ขยิบตาอย่างซุกซน ก่อนจะหันไปสั่งศิษย์หญิงที่รออยู่

“ไปจัดเตรียมห้องพักที่ดีที่สุดให้แขกผู้มีเกียรติทั้งสองท่าน”

“เจ้าค่ะ” ศิษย์หญิงรับคำ เดินนำทางหวังฮ่าวหรานและสวีชิงถงออกไป

เมื่อทั้งคู่ลับสายตาไปแล้ว ฮวาเจี่ยอวี่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แผ่นหลังเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น

ปกติเวลาปะทะคารมกับบุรุษ นางมักจะเป็นฝ่ายคุมเกมได้เสมอ แต่พอเจอกับหวังฮ่าวหราน นางกลับรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก

โชคดีที่นางสามารถเก็บซ่อนความรู้สึกนั้นไว้ได้อย่างแนบเนียน

ฮวาเจี่ยอวี่มองตามทิศที่หวังฮ่าวหรานเดินจากไป มือเรียวขาวผ่องเผลอยกขึ้นทาบบนหน้าอก

นางรู้สึกเหมือนยังมีไออุ่นของเขาหลงเหลืออยู่... และสัมผัสของการบีบเค้นนั้นก็ยังตราตรึงจนรู้สึกวูบโหวงไปทั้งตัว

หัวใจของฮวาเจี่ยอวี่เต้นระรัว ใบหน้างามค่อยๆแดงระเรื่อขึ้นทีละน้อย

และภาพเหตุการณ์ทั้งหมดนี้... ล้วนอยู่ในสายตาของซูเสวียนทั้งสิ้น

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 10,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -500! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +500!]

“นางจิ้งจอกไร้ยางอาย!” ซูเสวียนกัดฟันสบถเสียงต่ำ

แม้จะเบาแสนเบา แต่ฮวาเจี่ยอวี่ก็ได้ยินเต็มสองหู

นางได้สติกลับมา หันไปสั่งศิษย์หญิงอีกคนด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“หาห้องว่างสักห้องให้คุณชายซูพัก แล้วไปบอกยายเฒ่าอวี๋ให้หาเวลาว่างมาช่วยรักษาเขาด้วย”

สั่งเสร็จ นางก็หันไปพูดกับซูเสวียน

“ถือว่าตอบแทนที่เจ้าเคยให้ความช่วยเหลือเล็กน้อยแก่นิกายหยินเยว่ ข้าจะให้คนมารักษาให้ก็แล้วกัน”

ซูเสวียนรู้สึกถึงความอยุติธรรมอย่างรุนแรง

กับหวังฮ่าวหราน นางจัดห้องพักที่ดีที่สุดให้ แต่กับเขา... แค่ ‘หาห้องว่างสักห้อง’?

ความแตกต่างนี้มันช่างชัดเจนเหลือแสน

ที่เจ็บปวดยิ่งกว่าคือ คนที่จะมารักษาเขา ดันเป็นยายแก่หนังเหี่ยว!

เขาไม่ได้หวังให้ฮวาเจี่ยอวี่มารักษาให้ด้วยตัวเองหรอก แต่อย่างน้อยก็ควรจะเป็นศิษย์สาวสวยๆไม่ใช่หรือไง?

แต่ในเมื่อตกเป็นเบี้ยล่าง เขาก็จำต้องก้มหน้ายอมรับชะตากรรม

ซูเสวียนทำได้เพียงน้อมรับการจัดแจงของฮวาเจี่ยอวี่ เพราะเขาไม่มีอำนาจต่อรองใดๆในตอนนี้

แต่ความแค้นครั้งนี้ เขาจะสลักลึกไว้ในใจ

ทีใครทีมัน! วันนี้เจ้าทรยศข้า สักวันหนึ่งข้าจะทำให้เจ้าต้องเสียใจ!

สวีชิงถงก็เช่นกัน ตอนเป็นบอดี้การ์ด ข้าต้องทนรองรับอารมณ์เจ้าไม่รู้เท่าไหร่

นึกว่าพอหายจากข้อจำกัดวิชาแล้วจะได้เอาคืนให้สาสม ที่ไหนได้... นางดันเปลี่ยนใจไปหาชายอื่น!

ฝากไว้ก่อนเถอะ!

ซูเสวียนกู่ร้องในใจ แต่ภายนอกยังคงนิ่งเงียบ เดินตามศิษย์หญิงออกไปอย่างว่าง่าย

เมื่อเหลือเพียงลำพัง ศิษย์หญิงคนแรกที่พาหวังฮ่าวหรานเข้ามา และถูกสั่งลงโทษให้กวาดลานนิกายสองเดือน ก็เดินเข้ามาหาฮวาเจี่ยอวี่ด้วยท่าทีนอบน้อม

“ท่านว่าที่ประมุข ข้าพูดไม่ผิดใช่ไหมล่ะเจ้าคะ คุณชายท่านนั้นหล่อเหลาราวกับเทพบุตรจริงๆ”

ฮวาเจี่ยอวี่มองหน้าศิษย์หญิง รอฟังว่าอีกฝ่ายจะพูดอะไรต่อ

ศิษย์หญิงลังเลเล็กน้อย ก่อนจะพูดอ้อมแอ้ม

“ท่านว่าที่ประมุข เรื่องลงโทษกวาดลาน... พอจะอะลุ่มอล่วยได้ไหมเจ้าคะ?”

“ไม่ได้! เป็นศิษย์นิกายหยินเยว่ ห้ามหลงเสน่ห์บุรุษเด็ดขาด ที่ลงโทษก็เพื่อให้เจ้าจำใส่กะโหลกไว้” ฮวาเจี่ยอวี่เสียงแข็ง

“โธ่... เมื่อกี้ข้าเห็นท่านเองก็ดูจะเสียอาการกับคุณชายท่านนั้นเหมือนกันนี่นา” ศิษย์หญิงบ่นอุบอิบ

“ข้ากำลังใช้มารยาล่อลวงเขาต่างหาก!” ฮวาเจี่ยอวี่รีบแก้ตัว

“จริงหรือเจ้าคะ... ท่าทางเมื่อกี้ของท่าน เป็นการแสดงล้วนๆ หรือมีใจจริงปนอยู่ด้วยกันแน่?” ศิษย์หญิงย้อนถามลองเชิง

คำถามนี้เหมือนศรปักอก ฮวาเจี่ยอวี่สะดุ้งโหยง เหงื่อกาฬไหลพรากกลางแผ่นหลังอีกครั้ง

เพราะเมื่อถามใจตัวเองดูแล้ว... นางปฏิเสธไม่ได้ว่ามีความรู้สึกพิเศษบางอย่างเจือปนอยู่จริงๆ

เมื่อครู่นางถูกเอาเปรียบ แถมยังเป็นสัมผัสแรกจากบุรุษ

ถ้าเป็นคนอื่น นางคงฆ่าทิ้งไปนานแล้ว

แต่นางกลับไม่ทำ...

เหตุผลข้อแรก นางรู้ตัวว่าสู้หวังฮ่าวหรานไม่ได้ ข้อสอง... นางรู้สึกเขินอายมากกว่าโกรธเคือง

สำหรับผู้ฝึกวิชามารจันทร์ทมิฬที่ยังไม่บรรลุขั้นสูง นี่คือสัญญาณอันตรายขั้นวิกฤต!

ฮวาเจี่ยอวี่รู้สึกสับสนว้าวุ่น จิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว

นางสูดหายใจลึก พยายามตั้งสติ แล้วรีบตรงไปหาฮวาเฟยเซวียนทันที

ท่านอาจารย์มีพลังแก่กล้าและไม่เคยหวั่นไหวต่อชายใด ท่านต้องมีวิธีแก้ปัญหานี้แน่ๆ

*****

จบบทที่ บทที่ 696 นางมารน้อยหวั่นไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว