เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 694 โดนทิ้งสองหน

บทที่ 694 โดนทิ้งสองหน

บทที่ 694 โดนทิ้งสองหน


“เรียนแขกผู้มีเกียรติทั้งสอง ท่านว่าที่ประมุขของเราเชิญพวกท่านเข้าไปเจ้าค่ะ”

ศิษย์หญิงนิกายหยินเยว่เดินออกมาต้อนรับที่หน้าประตูด้วยรอยยิ้มหวาน ก่อนจะเดินนำทางไป

ครู่ต่อมา ทั้งสามก็มาถึงห้องรับรองปีกซ้าย

ภายในห้อง ซูเสวียนและฮวาเจี่ยอวี่กำลังนั่งรออยู่

เมื่อซูเสวียนเห็นคนที่มากับสวีชิงถงคือหวังฮ่าวหรานดังคาด สีหน้าก็พลันมืดครึ้มลงทันที แต่ยังพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้ระเบิดออกมา

สวีอ้าวเป็นถึงจ้าวนิกายตำหนักเฟยอวิ๋น ย่อมไม่สะดวกที่จะปลีกตัวมาส่งสวีชิงถงด้วยตนเอง จึงมีความเป็นไปได้สูงที่หวังฮ่าวหรานจะเสนอหน้าอาสามาส่ง

“ชิงถง ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นห่วงความปลอดภัยของข้า แต่ข้าขอเตือนเจ้าสักอย่าง” ซูเสวียนปรายตามองหวังฮ่าวหรานอย่างเย็นชา ก่อนจะหันมาพูดกับสวีชิงถงด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม

“เจ้าควรอยู่ห่างๆคนผู้นี้ไว้ ไม่อย่างนั้นข้าจะไม่พอใจเอามากๆ”

“เรื่องของข้า ไม่ต้องให้เจ้ามายุ่ง และเจ้าจะพอใจหรือไม่ มันก็ไม่เกี่ยวกับข้า!” สวีชิงถงตอกกลับด้วยความโมโห

“เจ้าหมายความว่ายังไง?” ซูเสวียนขมวดคิ้วมุ่น

สวีชิงถงสูดหายใจลึก “หมายความว่า นับจากนี้ไปเราทางใครทางมัน ไม่เกี่ยวข้องกันอีก!”

ซูเสวียนรู้สึกไม่สบอารมณ์อย่างยิ่ง แต่เขาสัมผัสได้ถึงภัยคุกคามจากหวังฮ่าวหราน จึงยอมลงให้สวีชิงถงบ้าง “เรื่องก่อนหน้านี้ข้าผิดเอง ข้าไม่ควรเหวี่ยงใส่เจ้า ข้าขอโทษ”

สวีชิงถงยังคงมีสีหน้าจริงจัง ไม่ตอบอะไร

ซูเสวียนชะงักไป เริ่มตระหนักได้ว่าสวีชิงถงไม่ได้พูดล้อเล่น

“ทำไม?! เป็นเพราะมันใช่ไหม?!” ซูเสวียนตวาดลั่นพร้อมกับไฟริษยาที่ลุกโชนในอก

สวีชิงถงสะดุ้งตกใจ ถอยหลังไปก้าวหนึ่ง

หวังฮ่าวหรานยื่นมือไปประคองแผ่นหลังนางไว้เบาๆ แล้วกระซิบข้างหู

“ไม่ต้องกลัว มีผมอยู่ทั้งคน ไม่มีใครทำร้ายคุณได้”

สวีชิงถงเงยหน้าสบตาเขา ยิ้มตอบรับแล้วพยักหน้าเบาๆ

ภาพบาดตาบาดใจนั้นทำให้ใบหน้าของซูเสวียนบิดเบี้ยวด้วยความโกรธเกรี้ยว

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 10,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -500! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +500!]

“สวีชิงถง! นึกไม่ถึงเลยว่าเจ้าจะเป็นผู้หญิงใจง่ายแบบนี้ ข้ามองเจ้าผิดไปจริงๆ รู้จักมันได้ไม่กี่วัน ก็เผลอใจไปกับมันแล้ว!” ซูเสวียนด่าทอด้วยความแค้นเคือง

“เชิญเจ้าพูดไปเถอะ จะว่ายังไงก็ช่าง แต่ข้าชอบเขา!” สวีชิงถงไม่แยแสคำครหาของซูเสวียนอีกต่อไป ในเมื่อตัดสินใจตัดขาดกันแล้ว นางก็ไม่สนใจเขาอีก

“นางแพศยา...” ซูเสวียนกำลังจะด่าต่อ

“ลองพูดต่อสิถ้าอยากตาย” หวังฮ่าวหรานแทรกขึ้นเสียงเรียบ

ซูเสวียนสะดุ้ง กลืนคำด่าลงคอแทบไม่ทัน

“ฉันละเว้นชีวิตนายก็จริง แต่ฉันเปลี่ยนใจได้ทุกเมื่อ ระวังคำพูดไว้หน่อยก็ดี” หวังฮ่าวหรานกล่าวเสียงเย็น

ซูเสวียนหวาดผวาไปชั่ววูบ แต่พอนึกขึ้นได้ว่าตอนนี้อยู่ที่ไหน ความกล้าก็กลับคืนมา “ที่นี่คือนิกายหยินเยว่ ไม่ใช่ที่ที่เจ้าจะมาทำกร่างได้ตามใจชอบ!”

พูดจบ ซูเสวียนก็หันไปหาที่พึ่ง “เจี่ยอวี่ เจ้าว่าจริงไหม?”

ฮวาเจี่ยอวี่ไม่ตอบอะไร เพียงจ้องมองไปที่หวังฮ่าวหรานและสวีชิงถงอย่างเหม่อลอย

ซูเสวียนไม่คิดว่านางจะจ้องสวีชิงถงแน่นอน

“เจี่ยอวี่?” ซูเสวียนเริ่มหงุดหงิด เรียกชื่อนางซ้ำสอง

“ฮะ? อ้อ... มีอะไรหรือ?” ฮวาเจี่ยอวี่สะดุ้งตื่นจากภวังค์ หันมาถามซูเสวียนด้วยสีหน้างุนงง

ปฏิกิริยาของฮวาเจี่ยอวี่ ยิ่งสุมไฟโทสะในใจซูเสวียนให้ลุกโชน

ไอ้หวังฮ่าวหรานมันหล่อก็จริง แต่เจ้าจำเป็นต้องจ้องมันตาไม่กระพริบขนาดนั้นเลยเหรอ?!

ข้านั่งหัวโด่อยู่ตรงนี้นะ จะไม่ไว้หน้ากันบ้างเลยรึไง?

[ติ๊ง! โฮสต์ทำให้จิตใจของซูเสวียนได้รับการกระทบกระเทือนอย่างรุนแรง ได้รับแต้มวายร้าย 6,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -300! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +300!]

ซูเสวียนมองค้อนหวังฮ่าวหรานกับสวีชิงถง แล้วหันไปสั่งฮวาเจี่ยอวี่

“ข้าไม่อยากเห็นหน้าสองคนนี้ ไล่พวกมันออกไปที”

ฮวาเจี่ยอวี่ทำหูทวนลม ไม่สนใจคำสั่งซูเสวียน นางเยื้องย่างด้วยท่วงท่าเย้ายวนเข้าไปหาหวังฮ่าวหราน หยุดยืนห่างจากเขาเพียงหนึ่งเมตร ส่งยิ้มหวานหยาดเยิ้มให้ แล้วเอ่ยว่า

“คุณชายท่านนี้รูปงามนัก ไม่ทราบมีนามว่ากระไรหรือเจ้าคะ?”

สวีชิงถงเห็นฮวาเจี่ยอวี่เริ่มโปรยเสน่ห์ ก็มองด้วยสายตาหวาดระแวง รีบกอดแขนหวังฮ่าวหรานแน่นขึ้นราวกับจะประกาศความเป็นเจ้าของ

“ผมแซ่หวัง” หวังฮ่าวหรานอยากดูว่านางมารน้อยคนนี้จะงัดไม้ไหนมาใช้ จึงแกล้งทำตัวสุภาพ

“โอ้! ที่แท้ท่านก็คือนายน้อยตระกูลหวังผู้โด่งดังนี่เอง ผู้น้อยได้ยินกิตติศัพท์ท่านมานานแล้ว” ฮวาเจี่ยอวี่ยกมือปิดปากทำท่าตกใจ ดวงตาฉายแววเลื่อมใส

“ตอนที่ตระกูลหวังประกาศให้ส่งหญิงงามไป ข้ายังนึกอยากจะไปเสนอตัวให้ท่านพิจารณาอยู่เลย เผื่อจะโชคดีต้องตาต้องใจท่านบ้าง แต่ติดภารกิจในนิกายรัดตัว เลยพลาดโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย”

“ไม่นึกเลยว่าวาสนาจะชักนำให้เรามาพบกันที่นี่”

“นับเป็นวาสนาของผู้น้อยจริงๆ ที่ได้ยลโฉมท่านใกล้ๆเช่นนี้”

“เรื่องนั้นเป็นเพียงอุบายในการตามหาคนรักที่พลัดพราก ทางตระกูลหวังได้ประกาศชี้แจงไปแล้ว แม่นางคงทราบดี ขอบคุณที่ให้เกียรติ แต่ผมคงมิอาจรับน้ำใจไว้ได้” หวังฮ่าวหรานปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

“ศิษย์นิกายหยินเยว่นิสัยยังไง คนเขารู้กันทั้งเขตบูรพาแล้ว เขาไม่สนเจ้าหรอกย่ะ!” สวีชิงถงพูดแทรกขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

ฮวาเจี่ยอวี่เมินสวีชิงถง แล้วส่งสายตาหวานเชื่อมให้หวังฮ่าวหรานต่อ

“คุณชายเข้าใจผู้น้อยผิดไปแล้ว ปีนี้ผู้น้อยอายุสิบเก้า แม้แต่มือก็ยังไม่เคยให้บุรุษคนใดสัมผัสเลย”

“ฮวาเจี่ยอวี่! นั่นเป็นเรื่องตลกที่สุดที่ข้าเคยได้ยินมาเลย เลิกเสแสร้งได้แล้ว!” สวีชิงถงเบ้ปาก

หวังฮ่าวหรานลอบยิ้ม

แม้ภายนอกฮวาเจี่ยอวี่จะดูเย้ายวน แต่เขามองปราดเดียวก็รู้ว่านางยังบริสุทธิ์ผุดผ่องอยู่จริงๆ

“คุณชาย ทุกคำที่ข้ากล่าวล้วนเป็นความจริง หากโกหกแม้แต่ครึ่งคำ ขอให้ฟ้าผ่าตายตรงนี้เลย!” ฮวาเจี่ยอวี่สาบาน

“ฮวาเจี่ยอวี่! พอได้แล้ว! เจ้าไม่เห็นหัวข้าเลยรึไง!” ซูเสวียนที่ยืนมองอยู่ด้านหลังทนไม่ไหวอีกต่อไป ระเบิดอารมณ์ออกมา

“เจ้าบาดเจ็บอยู่ ควรสงบสติอารมณ์หน่อยนะ เดี๋ยวแผลจะฉีกเอา” ฮวาเจี่ยอวี่เตือนด้วยน้ำเสียงห่วงใย แต่ใบหน้ากลับเรียบเฉยไร้อารมณ์

“ข้าบอกว่าไม่อยากเห็นหน้าพวกมัน ไล่พวกมันออกไปเดี๋ยวนี้!” ซูเสวียนสั่งเสียงเข้ม

“เงียบ” ฮวาเจี่ยอวี่เตือนซ้ำ

“ข้าสั่งให้ไล่พวกมันออกไป!” ซูเสวียนตะโกนลั่น

“เฮ้อ... ทำไมต้องให้พูดซ้ำซากนะ” ฮวาเจี่ยอวี่ถอนหายใจ พลางมองซูเสวียนด้วยสายตาเย็นชา “เราจบกันแค่นี้”

“เจ้าหมายความว่ายังไง?” ซูเสวียนอึ้ง

“หมายความว่า... วันนี้เจ้าโดนทิ้งเป็นรอบที่สองแล้วไงล่ะ” ฮวาเจี่ยอวี่ตอบเสียงเรียบ

เดิมทีนางก็ไม่ได้รักใคร่ชอบพออะไรซูเสวียนอยู่แล้ว แค่ชื่นชมในความสามารถ

แต่ตอนนี้ซูเสวียนกลับมาอาละวาดทำลายบรรยากาศดีๆ แถมยังมาชี้นิ้วสั่งนางอีก แล้วนางจะทนไปทำไม?

“ฮวาเจี่ยอวี่! นางจิ้งจอก นางแพศยา!” ซูเสวียนด่ากราด

“ถูกต้อง ข้าคือนางจิ้งจอก แล้วนางจิ้งจอกอย่างข้าก็เอาแน่เอานอนไม่ได้และไร้หัวใจแบบนี้แหละ” ฮวาเจี่ยอวี่ยอมรับหน้าตาเฉย

*****

จบบทที่ บทที่ 694 โดนทิ้งสองหน

คัดลอกลิงก์แล้ว