- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 688 ขุดบ่อล่อปลา
บทที่ 688 ขุดบ่อล่อปลา
บทที่ 688 ขุดบ่อล่อปลา
ผู้คนที่แออัดอยู่หน้าทางเข้าตำหนักเฟยอวิ๋นเริ่มทยอยจากไป
เชื่อว่าอีกไม่นาน ซูเสวียนคงตกอยู่ในสภาพหนูสกปรกวิ่งข้ามถนน ที่มีแต่คนไล่ทุบตี
ซูเสวียนมาอยู่เขตบูรพาได้หนึ่งปีแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาเอาแต่ทำตัวอวดเบ่ง ตบหน้าคนไปทั่ว เริ่มจากเหยียบย่ำขุมกำลังเล็กๆ ไต่เต้าไปเหยียบขุมกำลังขนาดกลาง และสุดท้ายก็กล้าตอแยขุมกำลังขนาดใหญ่
และแน่นอนว่าตระกูลหวังคือ 'บอสใหญ่' แห่งเขตบูรพาในเส้นเรื่องของซูเสวียน
การที่ซูเสวียนกล้าอวดดีถึงขั้นจะงัดข้อกับตระกูลหวังได้ ย่อมต้องผ่านการเหยียบย่ำขุมกำลังอื่นๆในเขตบูรพามานับไม่ถ้วน
หากซูเสวียนยังคงรักษาระดับการเติบโตไว้ได้ พร้อมกับพลังที่แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ขุมกำลังเหล่านั้นย่อมไม่กล้าหาเรื่อง
แต่ทว่าตอนนี้... ซูเสวียนบาดเจ็บสาหัส พลังแทบไม่เหลือ
แม้จะมีกู้หงอีที่สามารถต่อกรกับบรรพชนตระกูลหวังคอยคุ้มกัน แต่นางก็เป็นเพียงดวงจิตในร่างวิญญาณเท่านั้น
แม้พลังวิญญาณจะทรงอานุภาพ แต่ก็มีจุดอ่อนร้ายแรงคือสิ้นเปลืองพลังมหาศาล และไม่สามารถต่อสู้ยืดเยื้อได้
ซ้ำร้าย พลังที่เสียไปนั้นฟื้นฟูได้ยากยิ่งกว่าพลังวิญญาณปกติหลายเท่า หากไม่มียาบำรุงวิญญาณระดับสูง ก็แทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะฟื้นตัวได้ในระยะเวลาอันสั้น
กู้หงอีอาจจะขับไล่ศัตรูได้สักสองสามกลุ่ม แต่คงไม่สามารถปกป้องซูเสวียนได้ตลอดไป
ของเหลววิญญาณที่หวังฮ่าวหรานมอบให้กู้หงอี แม้จะมีประโยชน์ต่อดวงจิตมาก แต่ก็ไม่อาจฟื้นฟูพลังทั้งหมดได้ในทันที
แน่นอนว่าหวังฮ่าวหรานไม่ได้คิดว่าขุมกำลังเหล่านั้นจะฆ่าซูเสวียนได้
ซูเสวียนมีออร่าตัวเอกคุ้มกะลาหัว ตัวประกอบพวกนั้นทำอะไรมันไม่ได้หรอก
แต่ขอเพียงตระกูลหวังปล่อยข่าวออกไป รับรองว่าชีวิตของซูเสวียนต้องวุ่นวายไม่รู้จบแน่นอน
หวังฮ่าวหรานครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเดินขึ้นเขาไปยังตำหนักเฟยอวิ๋น
สวีอ้าวจัดงานเลี้ยงต้อนรับหวังฮ่าวหรานอย่างสมเกียรติ
ในงานเลี้ยง สวีชิงเสวียนดูสดใสมีความสุข รอยยิ้มไม่เคยจางหายไปจากใบหน้า
ผิดกับสวีชิงถงที่ดูใจลอย เหม่อมองออกไปไกล
สวีอ้าวที่กำลังคุยสัพเพเหระกับหวังฮ่าวหราน สังเกตเห็นสีหน้าของบุตรสาวคนเล็ก
“ข้างกายซูเสวียนมีสตรีลึกลับผู้มีพลังแก่กล้าคอยคุ้มครอง เขาไม่เป็นอะไรหรอก” สวีอ้าวเดาว่าบุตรสาวคงเป็นห่วงซูเสวียน จึงเอ่ยปากปลอบใจ
“ท่านพ่อพูดอะไร ข้าไม่ได้ห่วงเขาซะหน่อย! ตายๆไปซะได้ก็ดี!” สวีชิงถงสะบัดหน้าตอบเสียงแข็ง
สวีอ้าวมองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ
บุตรสาวคนเล็กถูกภรรยาตามใจจนเสียคน มีนิสัยเหมือนคุณหนูเอาแต่ใจ
เมื่อครู่ซูเสวียนดันพูดใส่อารมณ์กับนางต่อหน้าธารกำนัล สวีชิงถงไม่โกรธก็คงแปลก
แต่จะว่าไป สวีอ้าวเองก็เริ่มไม่พอใจพฤติกรรมของซูเสวียนอยู่เหมือนกัน
ซูเสวียนบาดเจ็บก็จริง แต่ไม่เกี่ยวกับสวีชิงถงเลยสักนิด การไปลงกับนางมันช่างไร้เหตุผลสิ้นดี
ก่อนหน้านี้สวีอ้าวเคยคิดว่าซูเสวียนเป็นคนสุขุมเยือกเย็น แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่าวุฒิภาวะของซูเสวียนยังอ่อนด้อยนัก
ยามรุ่งโรจน์ ข้อเสียอาจมองไม่เห็น แต่ยามตกอับ ธาตุแท้ก็เริ่มเผยออกมา
หันมาดูว่าที่ลูกเขยคนโตผู้มีกายาวิญญาณโดยกำเนิด พลังสูงถึงขอบเขตสร้างรากฐานขั้นหก บุคลิกนิ่งสงบแต่เด็ดขาด นี่แหละคือลักษณะของผู้ที่จะทำการใหญ่
และที่สำคัญที่สุด สวีอ้าวดูออกว่าสวีชิงเสวียนรักหวังฮ่าวหรานมากเพียงใด สายตาของนางมีแต่เขาคนเดียว
เห็นแล้วคนเป็นพ่อก็อดอิจฉาไม่ได้
“ซูเสวียนไม่ตายหรอก แค่บาดเจ็บเท่านั้น” หวังฮ่าวหรานพูดแทรกขึ้นมา รับช่วงบทสนทนาต่อจากสวีชิงถง
“ตกลงเขาบาดเจ็บตรงไหนกันแน่?” สวีชิงถงอดถามไม่ได้
“เอ่อ... เรื่องนี้...” หวังฮ่าวหรานทำท่าอึกอัก
“ทำไมท่านต้องอ้ำอึ้งด้วย?” สวีชิงถงซักไซ้
“นั่นสิ มีอะไรก็พูดมาตามตรงเถอะ” สวีอ้าวเองก็มองไม่ชัดว่าซูเสวียนโดนฟันตรงไหน เห็นแค่เลือดไหลนองพื้น เดาว่าคงเจ็บหนักน่าดู
“ซูเสวียนพยายามจะจับผมเป็นตัวประกัน ผมเลยสวนกลับไปตามสัญชาตญาณ ไม่ทันระวัง... กระบี่เลยไปเฉือนเอา 'ส่วนนั้น' ของเขาขาดไปน่ะ” หวังฮ่าวหรานแสร้งทำหน้าลำบากใจ ก่อนจะเฉลยความจริง
สวีชิงเสวียนและสวีอ้าวเข้าใจความหมายทันที
“ส่วนไหน?” สวีชิงถงยังไม่เข้าใจ
“ตรงที่ผู้ชายกับผู้หญิงไม่เหมือนกันน่ะ” หวังฮ่าวหรานอธิบายอ้อมๆ
สวีชิงถงตาโตด้วยความตกใจ
“ผมไม่ได้ตั้งใจจริงๆนะ ไม่คิดว่ามันจะไปโดนตรงนั้นพอดี” หวังฮ่าวหรานทำหน้าสำนึกผิดสุดฤทธิ์
“ไม่ใช่ความผิดของท่านหรอก ซูเสวียนทำตัวเองต่างหาก” สวีชิงถงพูดอย่างไม่ยี่หระ เพราะยังเคืองซูเสวียนอยู่
ความจริงแล้ว พอรู้ว่าซูเสวียนบาดเจ็บส่วนนั้น สวีชิงถงกลับไม่ได้รู้สึกตกใจอะไรมากมาย
ด้วยระดับพลังของซูเสวียน อวัยวะที่ขาดไปสามารถงอกใหม่ได้ แค่ต้องใช้เวลาสักหน่อย
อีกอย่าง... ซูเสวียนก็ไม่ได้ใช่งานมันอยู่แล้ว จะงอกช้าหรือเร็วก็คงไม่เป็นไรมั้ง?
หลังจบงานเลี้ยง หวังฮ่าวหรานกับสวีชิงเสวียนก็แยกไปอยู่ด้วยกันตามประสาคนรักที่พลัดพราก
เรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างนั้น... ย่อมเป็นเรื่องส่วนตัวที่รู้กันแค่สองคน
......
รัตติกาลมาเยือน
สวีชิงเสวียนที่เหนื่อยอ่อนจากการกิจกรรมก่อนหน้าเข้านอนไปตั้งแต่หัวค่ำ
หวังฮ่าวหรานจึงเดินออกมาสูดอากาศคนเดียว
กระทั่งเขามองเห็นสวีชิงถงนั่งเหม่อมองดวงจันทร์อยู่ที่ศาลาริมน้ำ
หวังฮ่าวหรานเดินเข้าไปนั่งข้างๆนาง แล้วลอบพิจารณาใบหน้าด้านข้างของหญิงสาว
ผ่านไปครู่หนึ่ง สวีชิงถงถึงเพิ่งรู้ตัวว่ามีคนมานั่งอยู่ข้างๆ
“ท่าน... มาตั้งแต่เมื่อไหร่?” สวีชิงถงถามด้วยความแปลกใจ
“สักพักแล้ว คุณอารมณ์ไหนถึงมานั่งชมจันทร์คนเดียวแบบนี้ล่ะ?” หวังฮ่าวหรานชวนคุย
“ท่านก็เหมือนกันไม่ใช่หรือ มานั่งชมจันทร์เหมือนกันนี่” สวีชิงถงยิ้มบางๆ
“สิ่งที่ดึงดูดผมมาไม่ใช่แสงจันทร์หรอก แต่เป็นภาพสาวงามนั่งชมจันทร์ต่างหาก” หวังฮ่าวหรานส่งยิ้มหวาน
สวีชิงถงชะงัก ดวงตาประสานกับเขา แล้วหัวใจก็เต้นแรงโดยไม่รู้ตัว
หวังฮ่าวหรานยังคงรักษารอยยิ้มพิมพ์ใจไว้ ในขณะที่แอบสั่งการระบบในใจ
[ติ๊ง! โฮสต์ใช้ ‘ออร่าเสน่ห์ระดับสูง’ กับนางเอกสวีชิงถงสำเร็จ! ส่งผลให้สวีชิงถงเปลี่ยนใจมาหลงรักโฮสต์! ค่าความประทับใจเพิ่มขึ้นเป็น 70 (รักที่ไม่มีวันเสื่อมคลาย)]
[ติ๊ง! โฮสต์ส่งผลกระทบต่อเนื้อเรื่องหลัก ได้รับแต้มวายร้าย 16,000 แต้ม! ออร่าตัวเอกของซูเสวียน -800! ออร่าตัวร้ายของโฮสต์ +800!]
‘ลองใช้ครั้งแรกก็ติดเลยแฮะ ดวงดีจริงๆ’ หวังฮ่าวหรานลอบยิ้มกริ่ม
สวีชิงถงมีใจให้ซูเสวียนอยู่แล้ว ถือเป็นกรณี 'นางเอกมีเจ้าของ'
ออร่าเสน่ห์ระดับสูงมีโอกาสเพียง 30% ที่จะทำให้เปลี่ยนใจ
อย่างไรก็ตาม หวังฮ่าวหรานยังทำให้เธอตกหลุมรักได้สำเร็จ
ถึงแม้การจีบแบบปกติเขาก็มั่นใจว่าจะแย่งมาได้อยู่ดี แต่ก็อาจจะต้องเปลืองแรงและเวลาไม่น้อย
“ท่าน... อย่าล้อเล่นสิ เดี๋ยวท่านพี่มาได้ยินเข้าจะทำยังไง” สวีชิงถงใจเต้นโครมคราม รีบหลบสายตาด้วยความประหม่า ไม่กล้าสู้หน้าหวังฮ่าวหราน
“ผมแค่บอกว่าคุณสวย ซึ่งมันเป็นความจริง ไม่เห็นจะมีอะไรเสียหายเลย” หวังฮ่าวหรานหัวเราะเบาๆ
พอได้ยินแบบนั้น สวีชิงถงก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้น ใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างมีความสุข
ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีคนชมเธอว่าสวย แต่เป็นครั้งแรกที่รู้สึกดีใจขนาดนี้
“จริงสิ คุณกับซูเสวียนรู้จักกันได้ยังไงเหรอ?” หวังฮ่าวหรานถามขึ้นมาอย่างกะทันหัน
*****