เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 676 ขอความช่วยเหลือ

บทที่ 676 ขอความช่วยเหลือ

บทที่ 676 ขอความช่วยเหลือ


ตำหนักเฟยอวิ๋นมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน ในฐานะจ้าวนิกาย สวีอ้าวย่อมรู้ตื้นลึกหนาบางของสถานการณ์ในเขตบูรพาเป็นอย่างดี วีรกรรมที่ตระกูลหวังก่อไว้ตลอดหลายปีที่ผ่านมาล้วนอยู่ในสายตาของเขาทั้งสิ้น

สรุปสั้นๆได้เลยว่า... ตระกูลหวังไม่ใช่คนดี

และสวีอ้าวก็ไม่มีวันยอมส่งบุตรสาวทั้งสองเข้าไปในขุมนรกนั่นเป็นแน่

ลึกๆแล้ว สวีอ้าวรู้สึกติดค้างบุตรสาวทั้งสองคนมาตลอด

บุตรสาวคนโตสวีชิงเสวียน พลัดพรากจากอกไปตั้งแต่ยังแบเบาะ เพิ่งจะได้กลับมาพบหน้ากันเมื่อไม่นานมานี้

ส่วนบุตรสาวคนเล็กสวีชิงถง ก็ไม่ได้อยู่ข้างกายเขาเป็นเวลานานเช่นกัน

สาเหตุมาจากความขัดแย้งระหว่างเขากับภรรยา เขาพลั้งปากพูดจารุนแรงจนภรรยาโกรธจัด หอบบุตรสาวคนเล็กหนีไปอยู่โลกมนุษย์

จนกระทั่งเมื่อราวหนึ่งปีก่อน ภรรยาจึงยอมให้อภัย และพาสวีชิงถงกลับมาหาเขา

แต่ถ้าเทียบกันแล้ว สวีอ้าวรู้สึกผิดต่อบุตรสาวคนโตมากที่สุด

หลังจากพลัดพราก สวีชิงเสวียนถูกครอบครัวยากจนรับไปเลี้ยงดู ชีวิตความเป็นอยู่ค่อนข้างอัตคัดขัดสน

ต่างจากบุตรสาวคนเล็กที่มีแม่อยู่ด้วย ภรรยาของเขาทำธุรกิจในโลกมนุษย์จนประสบความสำเร็จอย่างสูง มีสินทรัพย์นับหมื่นล้าน สวีชิงถงจึงใช้ชีวิตดั่งคุณหนูผู้สูงศักดิ์มาตลอด

เมื่อได้บุตรสาวทั้งสองกลับคืนสู่อ้อมอก สวีอ้าวจึงตั้งใจจะปกป้องดูแลพวกนางให้ดีที่สุด ให้พวกนางได้ใช้ชีวิตอย่างไร้กังวล

ทว่าใครจะคาดคิด จู่ๆตระกูลหวังแห่งเขตบูรพาก็ประกาศข่าวร้ายเช่นนี้ออกมา

ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น สวีอ้าวตัดสินใจเด็ดขาดแล้วว่าจะไม่ส่งบุตรสาวทั้งสองไปให้ไอ้นายน้อยตระกูลหวังอะไรนั่นเด็ดขาด

กระนั้น สวีอ้าวก็ไม่ใช่คนไร้สติปัญญา

เขาทราบดีว่าลำพังกำลังของตำหนักเฟยอวิ๋นไม่อาจต้านทานอำนาจของตระกูลหวังได้

ความคิดเรื่องการขอความช่วยเหลือจากภายนอกจึงผุดขึ้นมา

แม้ตำหนักเฟยอวิ๋นจะมีพันธมิตรในเขตบูรพาอยู่บ้าง แต่หากเรื่องมันเกี่ยวข้องกับตระกูลหวัง พวกเขาก็คงไม่อยากยื่นมือเข้ามาวุ่นวายในโคลนตมกองนี้

ที่พึ่งเดียวที่สวีอ้าวนึกออกในตอนนี้ คือคนรักของบุตรสาว

คนรักของบุตรสาวคนโตเป็นคนจากโลกมนุษย์

ตามคำบอกเล่าของนาง เขาเป็นเพียงนายน้อยเศรษฐีผู้ร่ำรวยคนหนึ่ง

แต่เรื่องราวในแดนศักดิ์สิทธิ์ ลำพังแค่นายน้อยผู้ร่ำรวยจากโลกมนุษย์จะไปทำอะไรได้?

สวีอ้าวจึงตัดคนรักของบุตรสาวคนโตออกจากรายชื่อความหวังทันที

เหลือเพียงคนรักของบุตรสาวคนเล็กสวีชิงถง

คนผู้นี้มีนามว่าซูเสวียน สวีอ้าวเคยพบหน้ามาก่อน เป็นคนจากโลกมนุษย์เช่นกัน

เขาเคยเป็นบอดี้การ์ดที่ภรรยาจ้างมาดูแลสวีชิงถง อายุอานามเพิ่งจะยี่สิบต้นๆ

แต่หลังจากข้ามมายังแดนศักดิ์สิทธิ์ ซูเสวียนก็สร้างชื่อเสียงโด่งดังได้อย่างรวดเร็ว

เมื่อหนึ่งเดือนก่อน มีโชควาสนาครั้งใหญ่ปรากฏขึ้นในเขตบูรพา ซูเสวียนสามารถกำราบยอดอัจฉริยะจากนิกายต่างๆจนราบคาบ ขึ้นแท่นเป็นอันดับหนึ่งในคนรุ่นเยาว์ของเขตบูรพา

สวีอ้าวประเมินตนเองแล้ว ยอมรับว่าแม้แต่ตัวเขาเองในตอนนี้ ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะเอาชนะซูเสวียนได้

หากได้ซูเสวียนมาช่วย ตระกูลหวังคงต้องเกรงใจอยู่บ้าง

เมื่อไตร่ตรองถี่ถ้วนแล้ว สวีอ้าวจึงรีบสั่งคนส่งสารไปแจ้งข่าวแก่ซูเสวียนทันที

......

ณ ศาลาชมวิว ตำหนักเฟยอวิ๋น

หญิงงามสะคราญโฉมสองนางกำลังยืนชมทิวทัศน์พลางสนทนากันอย่างออกรส

พวกนางคือสองพี่น้องตระกูลสวี สวีชิงเสวียนและสวีชิงถง

หากหวังฮ่าวหรานอยู่ที่นี่ เขาต้องจำได้ทันทีว่าคุณหนูใหญ่สวีชิงเสวียนแท้จริงแล้วคือฟางเสวียนนั่นเอง

“ท่านพี่ ไม่ค่อยเห็นท่านพูดถึงคนรักเลย เล่าให้ข้าฟังหน่อยสิ เขาเป็นคนยังไงหรือ?” สวีชิงถงเอ่ยถามพี่สาว

“จะว่ายังไงดีล่ะ... เขาไม่ใช่คนดีนักหรอก แต่ก็ไม่ใช่คนเลวร้ายอะไร” สวีชิงเสวียนตอบ

“ไม่ใช่คนดี? แล้วท่านยังชอบเขาเนี่ยนะ?” สวีชิงถงอุทานด้วยความแปลกใจ

“ใช่ เขาไม่ใช่คนดี แต่สำหรับพี่ เขาคือแสงสว่างในชีวิต คือคนที่มอบความหวังให้ พี่รักเขามาก” สวีชิงเสวียนทอดสายตามองไปยังทะเลเมฆเบื้องหน้า ราวกับต้องการมองกลับไปยังเมืองชิงหลิง แววตาเปี่ยมล้นด้วยความอ่อนโยน พลางเอ่ยพึมพำ

“ดังนั้น พี่ตั้งใจว่าเมื่อฝึกฝนจนสำเร็จ พี่จะกลับไปหาเขาที่ชิงหลิง ต่อจากนี้ไป พี่จะเป็นคนปกป้องเขาเอง จะเป็นแสงสว่างในชีวิตของเขาบ้าง”

“ข้าอยากเห็นหน้าผู้ชายที่พี่บอกว่า ‘ไม่ใช่คนดี’ คนนั้นจริงๆ ว่าจะหน้าตาเป็นยังไง” สวีชิงถงเอ่ยด้วยความใคร่รู้

“เอาเป็นว่าเขาหล่อมากก็แล้วกัน เป็นผู้ชายที่ดูดีที่สุดเท่าที่พี่เคยเจอมาเลย” สวีชิงเสวียนยิ้มหวาน

“นั่นเพราะท่านพี่ยังไม่เคยเจอซูเสวียนต่างหาก” สวีชิงถงเถียงอย่างไม่ยอมแพ้

“อย่างนั้นหรือ?” สวีชิงเสวียนหัวเราะเบาๆ ไม่คิดจะต่อล้อต่อเถียงกับน้องสาว ก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง “แล้วเรื่องของเธอกับซูเสวียนล่ะ เป็นยังไงบ้าง?”

“ตอนแรกข้าเกลียดขี้หน้าเขาจะตาย สมัยอยู่โลกมนุษย์ ท่านแม่ไปขัดผลประโยชน์กับคนอื่นเข้า ท่านกลัวข้าจะได้รับอันตราย เลยจ้างบอดี้การ์ดมาคนหนึ่ง” สวีชิงถงย้อนนึกถึงอดีตแล้วเริ่มเล่า

“ท่านพี่ไม่รู้หรอก ตอนเจอซูเสวียนครั้งแรก ข้าอึ้งไปเลย ไม่คิดว่าจะมีคนเชยระเบิดขนาดนี้ เหมือนบ้านนอกเพิ่งเข้ากรุง ให้คนแบบนี้มาเดินตามต้อยๆ ข้าคงโดนเพื่อนล้อตาย”

“ข้าก็เลยสรรหาวิธีสารพัดเพื่อไล่ซูเสวียนไปให้พ้น แต่ก็ไม่เคยสำเร็จ จนกระทั่ง... ข้าเจอกับอันตราย...”

สวีชิงเสวียนฟังอยู่ครู่หนึ่งก็พูดแทรกขึ้นมา “เขาช่วยชีวิตเจ้าไว้หลายครั้ง เจ้าก็เลยตกหลุมรักเขาใช่ไหม?”

สวีชิงถงหน้าแดงระเรื่อ พยักหน้ายอมรับ “จริงๆตานั่นก็หน้าตาดีอยู่นะ พอจับแต่งตัวหน่อยก็หล่อเลยแหละ แต่ติดอยู่อย่างเดียว...”

พูดถึงตรงนี้ สวีชิงถงก็ชะงักไป

“ติดอะไร?” สวีชิงเสวียนถามต่อ

“คือ... เรื่องนั้นเขาค่อนข้างจะซื่อ... เอ้อ ไม่ใช่ซื่อสิ จะพูดยังไงดี โอ๊ย ข้าก็อธิบายไม่ถูกเหมือนกัน” สวีชิงถงอึกอัก

“พวกเจ้า... พัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นไหนแล้ว?” สวีชิงเสวียนสังเกตท่าทีของน้องสาวแล้วพอจะเดาอะไรได้บางอย่าง

“มากสุดก็แค่จับมือ” สวีชิงถงตอบเสียงอ่อย

“แค่จับมือเองหรอ? ดูท่าเขาจะเป็นสุภาพบุรุษผู้รักเดียวใจเดียวนะ ดีจังเลย” สวีชิงเสวียนเอ่ยชม

“ดีกับผีสิ! อีตานั่นนอกจากข้าแล้วยังมีผู้หญิงคนอื่นอีกเพียบ!” สวีชิงถงอดไม่ได้ที่จะกลอกตามองบน

“แล้วเธอรู้ไหมว่าผู้หญิงพวกนั้นกับเขาไปถึงขั้นไหนกันแล้ว?” สวีชิงเสวียนขมวดคิ้วถาม

“ท่านพี่ ข้ารู้นะว่าท่านอยากถามอะไร ท่านสงสัยว่าเขาไม่ได้คิดอะไรกับข้าใช่ไหม? ตอนแรกข้าก็คิดแบบนั้น แต่พอไปถามพวกนาง ทุกคนก็บอกเหมือนกันหมด มากที่สุดแค่จับมือ หรือบางคนมือยังไม่ได้จับด้วยซ้ำ” สวีชิงถงอธิบาย

“เป็นอย่างนี้นี่เอง งั้นเขาคง...” สวีชิงเสวียนทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างแต่ก็หยุดไป

“คงอะไรหรือ?” สวีชิงถงไม่เข้าใจ

“ไม่มีอะไรหรอก” สวีชิงเสวียนโบกมือปฏิเสธพร้อมรอยยิ้ม

“อ๋อ! ข้าเข้าใจแล้ว ท่านพี่กำลังสงสัยว่า... ตรงนั้นของซูเสวียนมีปัญหาใช่ไหม?” สวีชิงถงเพิ่งจะเข้าใจ

“อืม...” เมื่อน้องสาวพูดออกมาตรงๆ สวีชิงเสวียนก็พยักหน้ายอมรับ “มีผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังตั้งขนาดนั้น แต่ทำได้แค่จับมือ... มันดูไม่เหมือนผู้ชายปกติเลยนะ”

“ท่านพี่... คนรักกันต้องทำเรื่องอย่างว่าถึงจะเรียกว่าปกติเหรอ?” สวีชิงถงถามด้วยความไร้เดียงสาและอยากรู้อยากเห็น

*****

จบบทที่ บทที่ 676 ขอความช่วยเหลือ

คัดลอกลิงก์แล้ว