เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 672 หวังว่านหลี่

บทที่ 672 หวังว่านหลี่

บทที่ 672 หวังว่านหลี่


หวังฮ่าวหรานรออยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดระบบก็แจ้งเตือนอีกครั้ง

[ติ๊ง! คำนวณรางวัลจากการที่ออร่าตัวร้ายทะลุ 40,000 แต้มเสร็จสิ้น ยินดีด้วย โฮสต์ได้รับ ‘การ์ดเปิดใช้งานภูมิหลังสุดแกร่ง’!]

หวังฮ่าวหรานรีบเปิดระบบเข้าไปดูในช่องเก็บของทันที

การ์ดเปิดใช้งานภูมิหลังสุดแกร่ง (มูลค่า 400,000 แต้มวายร้าย) เมื่อใช้งาน โฮสต์จะได้รับภูมิหลังอันยิ่งใหญ่เกรียงไกร

คำอธิบายสั้นจนบอกอะไรแทบไม่ได้ แต่ดูจากมูลค่าสี่แสนแต้มแล้ว คงไม่ใช่ของกระจอกแน่นอน

หวังฮ่าวหรานกดใช้งานทันที... แต่รออยู่นานสองนานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

เขาเดาว่าการ์ดใบนี้คงต้องใช้เวลาในการ ‘ตั้งค่า’ สถานการณ์สักหน่อย จึงพักเรื่องนี้ไว้ก่อน แล้วหันไปสนใจจัวชิวเฉินอวี้แทน

หลังจากอยู่ที่เมืองมหัศจรรย์ได้ไม่กี่วัน หวังฮ่าวหรานก็พาฉินฮวาเมิ่ง แก๊งฉินหยุนหาน และสองสาวพี่น้องตระกูลจัวชิวเดินทางกลับเมืองชิงหลิง

เมื่อถึงชิงหลิง เขาจัดการหาที่พักให้สาวๆเรียบร้อย แล้วปลีกตัวไปที่หมู่บ้านเล็กๆชายขอบเมืองชิงหลิง

เขาเข้าไปในถ้ำสวรรค์ จัดการดูดซับของเหลววิญญาณที่ขวดโกลาหลกลั่นออกมาจนเกลี้ยง

หลังจากการบำเพ็ญคู่กับจัวชิวเฉินอวี้ หวังฮ่าวหรานก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นสี่ตอนปลายแล้ว

เมื่อได้ของเหลววิญญาณมาเสริม พลังของเขาก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสร้างรากฐานขั้นห้าได้อย่างง่ายดายตามคาด

ในขณะเดียวกัน จู่ๆหวังเซียงผู้เป็นพ่อก็โทรมาหา

“ลูกรัก ทำอะไรอยู่? รีบกลับบ้านด่วนเลย!” น้ำเสียงของหวังเซียงดูร้อนรน

“เกิดอะไรขึ้นครับพ่อ?” หวังฮ่าวหรานถาม

“คุยในโทรศัพท์ไม่สะดวก เอาเป็นว่ารีบกลับมาเถอะ เรื่องนี้เกี่ยวข้องกับความเป็นความตายของตระกูลหวังเลยนะ!” หวังเซียงพูดเสียงเครียด

ได้ยินแบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็เริ่มกังวล นึกว่าพ่อกับแม่ไปเหยียบตาปลาตัวเอกคนไหนเข้าอีก

บอกแล้วไงว่าอย่าไปหาเรื่องใส่ตัว...

“ผมจะรีบกลับไปเดี๋ยวนี้” วางสายเสร็จ หวังฮ่าวหรานก็บึ่งรถกลับบ้านทันที

แต่พอมาถึงบ้าน ภาพที่เห็นกลับทำเอาเขาแปลกใจ

ในห้องรับแขก หวังเซียงและเจิ้นหลี่นั่งยิ้มแก้มปริ หน้าตาสดใสไร้แววกังวล

และนอกจากพ่อแม่แล้ว ยังมีชายชราหนวดเคราขาวโพลนหน้าตาไม่คุ้นนั่งอยู่ด้วยอีกคน

“ลูกรัก กลับมาแล้วเหรอ มานี่เร็ว!” เจิ้นหลี่กวักมือเรียกอย่างตื่นเต้น

หวังฮ่าวหรานถอนหายใจโล่งอก เดินเข้าไปหา

“ลูกรัก รีบมาคารวะคุณทวดเร็วเข้า” หวังเซียงผายมือไปทางชายชราแปลกหน้า

“คุณทวด?” หวังฮ่าวหรานเลิกคิ้วมองชายชรา สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังวิญญาณอันแข็งแกร่งมหาศาลแผ่ออกมาจากตัวอีกฝ่าย

หัวใจหวังฮ่าวหรานกระตุกวูบ พลังของตาแก่นี่... ไม่ด้อยไปกว่าเขาเลย!

“ดี! ดี! ดีมาก!” ชายชราจ้องมองหวังฮ่าวหราน แล้วเอ่ยคำว่า ‘ดี’ ออกมาสามครั้งซ้อนด้วยความตื่นเต้น

หวังเซียงและเจิ้นหลี่มองหน้ากันอย่างงงๆ

ชายชราลุกพรวดจากเก้าอี้ เดินตรงเข้ามาหาหวังฮ่าวหรานด้วยแววตาเป็นประกาย

“เยี่ยม! สมกับเป็นสายเลือดตระกูลหวัง โครงสร้างกระดูกพิเศษระดับหนึ่งในหมื่นยังหาไม่ได้ เป็นวัตถุดิบชั้นเยี่ยมสำหรับการบำเพ็ญเพียรโดยแท้จริง!”

ชายชรามองหวังฮ่าวหรานด้วยความกระตือรือร้นอย่างออกนอกหน้า

“คุณปู่ หมายความว่าฮ่าวหรานเหมาะที่จะฝึกวิชาเซียนเหรอครับ?” หวังเซียงถามอย่างดีใจ

“ใช่แล้ว!” ชายชราหันไปตอบ “นี่มันพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดชัดๆ เสียดายที่ข้ามาช้าไปหน่อย หากเจอกันเร็วกว่านี้คงดี แต่ตอนนี้ก็ยังไม่สาย ฮ่าวหรานอายุยังไม่ถึงยี่สิบ แค่อาจจะต้องทุ่มเททรัพยากรการฝึกฝนให้เยอะหน่อยเท่านั้นเอง”

หวังฮ่าวหรานปกปิดพลังที่แท้จริงเอาไว้ ถ้าไม่ใช่คนที่มีระดับพลังสูงกว่ามากย่อมไม่มีทางดูออก คิดว่าเขาเป็นเพียงคนธรรมดา

ส่วนที่ตาแก่บอกว่า ‘โครงสร้างกระดูกพิเศษ’ ก็คงเป็นเพราะผลจากการฝึกคัมภีร์จักรพรรดิมาร ที่ทำให้ร่างกายของเขาเปลี่ยนแปลงไปจนเหนือมนุษย์นั่นแหละ

หวังเซียงและเจิ้นหลี่ได้ยินว่าลูกชายสามารถเป็นเซียนได้ก็ดีใจยกใหญ่ คนเป็นพ่อรีบเตือนลูกชาย

“ทำไมยังยืนนิ่งอยู่ล่ะ รีบเรียกคุณทวดสิลูก”

หวังฮ่าวหรานรู้สึกกระอักกระอ่วนใจพิลึก จู่ๆมีตาแก่ที่ไหนไม่รู้โผล่มา จะให้เรียกทวดได้เต็มปากก็กระไรอยู่

แต่เขาไม่สงสัยในสถานะของชายชรา เพราะสัมผัสได้ถึงสายเลือดที่เชื่อมโยงกันอยู่

และการปรากฏตัวของตาแก่นี่... ก็คงเป็นผลพวงจาก ‘การ์ดเปิดใช้งานภูมิหลังสุดแกร่ง’ นั่นแหละ

ดูทรงแล้ว ชายชราคนนี้คงเป็นแบ็คอัพสุดโหดในโลกปัจจุบันแน่นอน

หวังฮ่าวหรานลองค้นความทรงจำเกี่ยวกับชายชราคนนี้

ข้อมูลมีน้อยนิด รู้แค่ว่าชื่อหวังว่านหลี่

ที่รู้ก็เพราะเคยเห็นชื่อนี้บนป้ายวิญญาณบรรพบุรุษบนหิ้งพระที่บ้าน

“ฮ่าวหรานไม่เคยเจอหน้าข้า จะรู้สึกแปลกจนเรียกไม่ถูกก็เป็นเรื่องธรรมดา ค่อยเป็นค่อยไปเถอะ ไม่ต้องรีบร้อน” หวังว่านหลี่มองเหลนชายด้วยสายตาเอ็นดู

“แล้วพวกคุณไปเจอกันได้ยังไงครับ?” หวังฮ่าวหรานถามด้วยความอยากรู้

“เมื่อวานเป็นวันครบรอบวันตายของปู่ พ่อกับแม่ก็เลยไปไหว้หลุมศพ พอไปถึงก็เจอคนยืนอยู่หน้าหลุม พ่อเข้าไปดูใกล้ๆ ถึงจำได้ว่าเป็นคุณปู่ทวดของลูก ตอนแรกตกใจนึกว่าผีหลอก คุยไปคุยมาถึงรู้ว่าท่านแค่หายสาบสูญไปเฉยๆ ไม่ได้ตาย” หวังเซียงเล่า

“ไม่ได้หายสาบสูญ ข้าเพียงไปอยู่ที่แดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น” หวังว่านหลี่แก้ข่าว

หวังฮ่าวหรานตาเป็นประกายทันทีที่ได้ยินคำศัพท์ใหม่

‘แดนศักดิ์สิทธิ์... นี่คงเป็นแผนที่ระดับสูงของโลกนี้สินะ’

‘แล้วในแผนที่ระดับสูงแบบนั้น... ย่อมต้องมีตัวละครหลักอยู่สินะ?’

หวังเซียงกับเจิ้นหลี่เคยได้ยินเรื่องนี้มาแล้วเลยไม่ตกใจเท่าไหร่

“แดนศักดิ์สิทธิ์คือที่ไหนหรอครับ?” หวังฮ่าวหรานแกล้งถาม

“มันคือโลกของผู้บำเพ็ญเพียร” หวังว่านหลี่ตอบ

หวังฮ่าวหรานพยักหน้า พอจะเดาได้อยู่แล้ว เขาเตรียมจะซักถามต่อ

แต่หวังว่านหลี่ชิงถามขึ้นมาก่อน “ฮ่าวหรานแต่งงานหรือยัง?”

“คุณปู่ ฮ่าวหรานเพิ่งจะยี่สิบเองครับ ยังเรียนมหาลัยอยู่เลย” หวังเซียงตอบแทน

“เฮ้อ... อยู่นู่นนานจนลืมวันลืมคืน ในโลกมนุษย์อายุแค่นี้ยังถือว่าเด็กสินะ” หวังว่านหลี่พึมพำ ก่อนจะพูดต่อ

“แต่ในแดนศักดิ์สิทธิ์ อายุขนาดนี้เขาแต่งงานมีลูกกันหมดแล้ว ตระกูลหวังเราทายาทยิ่งน้อยๆอยู่ ฮ่าวหรานมีพรสวรรค์ขนาดนี้ ควรรีบปั๊มลูกหลานออกมาเยอะๆเพื่อสืบทอดตระกูล”

“คุณปู่ ฮ่าวหรานมีแฟนแล้วครับ แถมมีตั้งหลายคนด้วย” หวังเซียงรีบอวด

“หญิงสาวในโลกมนุษย์มีไว้แค่เล่นสนุกก็พอ จะให้มาอุ้มท้องลูกหลานตระกูลหวังได้ยังไง? ต้องเป็นเทพธิดาจากแดนศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นถึงจะคู่ควรกับฮ่าวหราน เดี๋ยวข้าจะไปพาตัวเทพธิดาพวกนั้นมาให้ฮ่าวหรานสักสองสามคน” หวังว่านหลี่ประกาศกร้าว

“คุณปู่... แล้วไม่ต้องถามความสมัครใจของพวกเขาหน่อยเหรอครับ?” หวังเซียงถามอย่างเกรงใจ

หวังว่านหลี่เชิดหน้าตอบอย่างถือดี “ได้เป็นภรรยาหรือสนมตระกูลหวังถือเป็นวาสนาสูงสุดของพวกนางแล้ว ไม่จำเป็นต้องถามความสมัครใจหรอก!”

ได้ยินแบบนี้ หวังฮ่าวหรานก็แปะป้าย ‘ตัวร้าย’ ให้ทวดคนนี้ทันที

พร้อมกับได้กลิ่นที่คุ้นเคยของพล็อตนิยายลอยมาเตะจมูก

ตาแก่จอมเผด็จการเที่ยวไปฉุดคร่าหญิงสาวมาเป็นเมียหลาน

พฤติกรรมแบบนี้... เรียกตีนตัวเอกสุดๆ

ตอนนี้สถานะของเขาชัดเจนแจ่มแจ้งแล้วว่าเป็น ‘นายน้อยตัวร้ายแห่งตระกูลทรงอำนาจ’

หรือพูดอีกอย่างก็คือ... บันไดทองคำให้พวกตัวเอกเหยียบขึ้นไปนั่นเอง

*****

จบบทที่ บทที่ 672 หวังว่านหลี่

คัดลอกลิงก์แล้ว