- หน้าแรก
- เกิดใหม่ทั้งที ดันกลายเป็นนายน้อยจอมวายร้ายไปซะได้
- บทที่ 670 คำเชิญ
บทที่ 670 คำเชิญ
บทที่ 670 คำเชิญ
หวังฮ่าวหรานโอบเอวฉินฮวาเมิ่งเดินเลี่ยงฝูงชนออกมาตามเส้นทางอันเงียบสงบริมแม่น้ำ
“ไอ้สารเลวเย่ซวนเทียนนั่น... ตายหรือยังคะ?” ฉินฮวาเมิ่งกอดแขนเขาแน่น เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงคาดหวัง
“ถ้าฆ่าง่ายขนาดนั้นคงไม่ใช่เย่ซวนเทียนหรอก” หวังฮ่าวหรานแสร้งถอนหายใจยาว
เย่ฟานได้รับบาดเจ็บสาหัสและร่วงลงไปในแม่น้ำ อาศัยจังหวะชุลมุนดำน้ำหนีหายไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่การถอนหายใจของหวังฮ่าวหรานเป็นเพียงการแสดงละครตบตาฉินฮวาเมิ่งเท่านั้น
เขาไม่เคยคิดว่าหลงเฉียนซานจะมีปัญญาฆ่าเย่ฟานได้อยู่แล้ว
พลังที่เขามอบให้หลงเฉียนซานนั้นเทียบเท่ากับขอบเขตรวมปราณขั้นเก้าเท่านั้น ซึ่งการทำร้ายเย่ฟานจนบาดเจ็บสาหัสได้ขนาดนี้ถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้แล้ว
เย่ฟานเป็นถึงตาแก่พันปีที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมาโชกโชน ลูกไม้แพรวพราวสารพัด จะเอาตัวรอดย่อมไม่ใช่เรื่องยาก
“น่าเสียดายจัง” ฉินฮวาเมิ่งบ่นอุบอย่างผิดหวัง
“ไม่เป็นไรหรอก ครั้งนี้พลาด ครั้งหน้ายังมีโอกาส” หวังฮ่าวหรานปลอบโยน
“งั้น... ตอนนี้เราไปที่ ‘ซินหยาเสี่ยวจู้’ กันเลยไหมคะ?” ฉินฮวาเมิ่งปรับอารมณ์ให้สดใสขึ้น แล้วเอ่ยชวน
“อืม ไปกันเถอะ” หวังฮ่าวหรานพยักหน้ารับ
......
อีกด้านหนึ่ง
เย่อู๋เหินและหลงเฉียนซานมองตามแผ่นหลังของหวังฮ่าวหรานจนลับสายตา ก่อนจะค่อยๆละสายตากลับมา
“ที่แท้นายก็ยืมพลังคนอื่นมา... ดูเหมือนช่องว่างระหว่างเราจะไม่ได้ห่างกันอย่างที่ฉันคิดสินะ” เย่อู๋เหินถอนหายใจอย่างโล่งอก
เธอได้ยินบทสนทนาระหว่างหลงเฉียนซานกับหวังฮ่าวหรานเมื่อครู่ จึงรู้ความจริงว่าพลังนั่นไม่ใช่ของหลงเฉียนซาน
“เรื่องการประลองของเรา... ให้ถือว่าโมฆะไปซะ” หลงเฉียนซานหันมามองเย่อู๋เหิน แล้วประกาศขึ้นดื้อๆ
“หือ? ทำไมล่ะ?” เย่อู๋เหินเลิกคิ้วด้วยความประหลาดใจ
“เจ้าเป็นสหายของท่านอาจารย์ ข้าไม่อยากห้ำหั่นกับเจ้าจนถึงชีวิต แต่หากเจ้ายังยืนกรานจะสู้ ข้าก็พร้อมสนอง” หลงเฉียนซานตอบเสียงเรียบ
“งั้นก็ช่างมันเถอะ” เย่อู๋เหินรีบตัดบททันที
เธอเองก็ไม่ได้พิสมัยการสู้รบตบมือกับตาแก่นี่สักเท่าไหร่ ที่ตกลงรับคำท้าก็เพราะโดนบีบบังคับต่างหาก
หลงเฉียนซานขู่ว่าถ้าไม่สู้ เขาจะไปอาละวาดไล่ฆ่าคนในเมืองหลวง
เย่อู๋เหินไม่มีทางเลือก จึงต้องจำใจรับการประลอง
“เย่อู๋เหิน... ข้าไปก่อนล่ะ” หลงเฉียนซานร้อนใจอยากรีบไปทำงานให้อาจารย์
“เดี๋ยวก่อน” เย่อู๋เหินเรียกไว้
“มีอะไรอีก?” หลงเฉียนซานขมวดคิ้ว
“จากนี้ไป จะทำอะไรก็คิดหน้าคิดหลังให้ดี อย่าเที่ยวไปฆ่าใครส่งเดชอีกล่ะ” เย่อู๋เหินเตือนสติ
“ไม่ต้องมาสอนหรอก ข้าเป็นศิษย์ของเขาแล้ว ทุกการกระทำย่อมต้องระวังไม่ให้เสื่อมเสียถึงชื่อเสียงอาจารย์” หลงเฉียนซานตอบอย่างภาคภูมิใจ
“คิดได้แบบนั้นก็ดีแล้ว” เย่อู๋เหินยิ้มบางๆ
“แต่อย่าเพิ่งดีใจไป... หากท่านอาจารย์สั่ง ไม่ว่าใครหน้าไหน ข้าก็สังหารทิ้งได้ทั้งนั้น” แววตาของหลงเฉียนซานวาวโรจน์ด้วยรังสีอำมหิต ก่อนจะทิ้งท้ายไว้อย่างน่าขนลุก
รอยยิ้มของเย่อู๋เหินจางหายไป คิ้วเรียวขมวดมุ่นด้วยความกังวล แต่เพียงครู่เดียวก็คลายออก
แม้จะเพิ่งเคยเจอหวังฮ่าวหรานแค่ครั้งเดียว แต่ดูจากบุคลิกท่าทาง เขาดูไม่มีพิษมีภัย ไม่น่าจะเป็นคนเลวร้ายอะไร
คงไม่สั่งให้หลงเฉียนซานไปทำเรื่องชั่วช้าหรอกมั้ง?
ระหว่างที่เย่อู๋เหินกำลังครุ่นคิด หลงเฉียนซานก็ก้าวเดินบนผิวน้ำ มุ่งหน้าเข้าสู่ฝั่งไปแล้ว
เย่อู๋เหินละสายตากลับมา มองไปทางทิศที่ตั้งของเมืองหลวง
เรื่องทางนี้จบแล้ว ถึงเวลาต้องกลับไปประจำการเสียที
ประการแรก เมืองหลวงขาดเธอไม่ได้
ประการที่สอง เธอต้องรีบนำเรื่องที่เกิดขึ้นในเมืองมหัศจรรย์ไปรายงานให้อาจารย์ทราบ
อาจารย์ของเธอกำลังเก็บตัวเพื่อทะลวงด่านเข้าสู่ระดับใหม่ ก่อนปิดด่านกักตน ท่านสั่งไว้ว่า ‘ถ้าฟ้าไม่ถล่ม อย่ามารบกวน’
ตอนนี้ฟ้าอาจจะยังไม่ถล่ม แต่การปรากฏตัวของยอดฝีมือ ‘ขอบเขตศักดิ์สิทธิ์’ ถือเป็นเรื่องใหญ่หลวงที่มองข้ามไม่ได้ จำเป็นต้องรายงานให้อาจารย์ทราบโดยด่วน
......
บนฝั่งแม่น้ำ จัวชิวเฉินอวี้กำลังหน้าบานเป็นกระด้ง ดีดลูกคิดในใจคำนวณกำไรที่จะได้รับอย่างมีความสุข
ผู้เฒ่าจัวชิวและจัวชิวลั่วเหยียนเห็นอาการของเธอแล้วก็พลอยยิ้มตามไปด้วย
ถึงจะไม่รู้ตัวเลขที่แน่นอน แต่ดูจากความยินดีขั้นสุดของจัวชิวเฉินอวี้แล้ว ยอดเดิมพันต้องสูงลิบลิ่วแน่นอน
ผู้คนบนฝั่งพยายามชะเง้อคอมองไปกลางแม่น้ำ แต่เพราะละอองน้ำที่ฟุ้งกระจายทำให้เห็นภาพไม่ชัดเจน เห็นเพียงเงาคนลางๆ
ผ่านไปพักใหญ่ เงาร่างสองสายก็หายไป เหลือเพียงเงาหนึ่งเดียวที่กำลังเดินเหยียบผิวน้ำตรงมายังริมฝั่ง
พอเข้ามาใกล้ ทุกคนถึงเห็นชัดเจนว่าเป็นหลงเฉียนซาน
ท่ามกลางสายตาที่เต็มไปด้วยความยำเกรงและเทิดทูนของฝูงชน หลงเฉียนซานก้าวขึ้นมาบนฝั่งอย่างสง่างาม
“คนตระกูลจัวชิวแห่งฉางโจวอยู่ที่ไหน?” หลงเฉียนซานกวาดสายตามองไปรอบๆ แล้วตะโกนถามเสียงเข้ม
ผู้ฝึกยุทธที่รู้จักตระกูลจัวชิวต่างพากันหันขวับไปมองกลุ่มสามคนปู่หลานเป็นตาเดียว
สามคนปู่หลานที่กำลังฝันหวานถึงกองเงินกองทองสะดุ้งโหยงด้วยความตกใจ
หน้าตาของหลงเฉียนซานดูยังไงก็ไม่ใช่คนดี แถมยังทำหน้าถมึงทึงบอกบุญไม่รับอีกต่างหาก
จู่ๆมาเรียกหาแบบเจาะจงขนาดนี้ ดูทรงแล้วน่าจะมาหาเรื่องมากกว่ามาดี
สายตาของผู้คนรอบข้างเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความเห็นอกเห็นใจ
ผู้เฒ่าจัวชิว จัวชิวลั่วเหยียน และจัวชิวเฉินอวี้ต่างหน้าซีดเผือด ทำอะไรไม่ถูก
หรือนี่จะเป็นทุกขลาภ? หัวเราะร่าอยู่ดีๆจะต้องมานั่งร้องไห้ซะแล้ว?
ความน่าสะพรึงกลัวของหลงเฉียนซานเมื่อครู่ ทั้งสามคนเห็นมากับตา
ถ้าเขาคิดจะทำอะไรพวกตนจริงๆ ต่อให้ดิ้นรนแค่ไหนก็คงไม่รอด
“ท่านปรมาจารย์หลง... ไม่ทราบว่าตระกูลจัวชิวของข้าไปล่วงเกินท่านเรื่องใดหรือ?” ผู้เฒ่าจัวชิวแม้จะกลัวจนตัวสั่น แต่ก็ยังก้าวออกมายืนบังหลานสาวทั้งสองไว้ รวบรวมความกล้าถามออกไป
พร้อมกันนั้น เขาก็แอบโคจรลมปราณเตรียมพร้อมไว้แล้ว
ถ้าหลงเฉียนซานคิดจะลงมือจริงๆ ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต เขาก็จะปกป้องหลานสาวทั้งสองให้ถึงที่สุด
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับผิดคาด หลงเฉียนซานประสานมือคารวะ พร้อมกับพยายามฉีกยิ้มเป็นมิตรที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ผู้นำตระกูลจัวชิวเข้าใจผิดแล้ว อาจารย์ของข้าฝากมาเชิญพวกท่านไปร่วมสังสรรค์ที่ ‘ซินหยาเสี่ยวจู้’ ต่างหาก”
ท่าทีของหลงเฉียนซานทำเอาผู้เฒ่าจัวชิวตื่นตระหนกสุดตัว แต่ความสงสัยมีมากกว่า “ท่านปรมาจารย์หลง... ขออภัยที่เสียมารยาท ไม่ทราบว่าอาจารย์ของท่านคือผู้ใดหรือ?”
“ท่านอาจารย์บอกให้ข้าแจ้งเพียงว่าท่านแซ่ ‘หวัง’ แล้วพวกท่านจะเข้าใจเอง” หลงเฉียนซานตอบ
ผู้เฒ่าจัวชิวชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกถึงใบหน้าของใครคนหนึ่งขึ้นมาได้ เขาหันขวับไปมองหลานสาวทั้งสองทันที
แววตาของหลานสาวทั้งสองเปล่งประกายด้วยความยินดี ชัดเจนว่าพวกเธอคิดเหมือนกันกับเขา
“เชิญทางนี้ ผู้นำตระกูลจัวชิว” หลงเฉียนซานผายมือเชื้อเชิญอย่างนอบน้อม
แม้เขาจะไม่รู้ตื้นลึกหนาบางความสัมพันธ์ระหว่างตระกูลจัวชิวกับท่านอาจารย์ แต่ดูจากการที่ท่านให้เกียรติเชิญไปร่วมงานด้วยตัวเอง แสดงว่าต้องเป็นคนกันเองและมีความสำคัญไม่น้อย
หลงเฉียนซานจึงไม่กล้าเสียมารยาท
“ขอบคุณท่านปรมาจารย์หลงที่ให้เกียรติ” ผู้เฒ่าจัวชิวประสานมือตอบรับด้วยความเกรงใจ
หลงเฉียนซานเดินนำหน้า เปิดทางให้สามคนปู่หลาน
ฝูงชนที่มุงดูอยู่ต่างแหวกทางให้โดยอัตโนมัติ
ในหมู่คนดู มียอดฝีมือจากยุทธภพแฝงตัวอยู่ไม่น้อย
เห็นฉากนี้เข้า ทุกคนต่างก็มองตระกูลจัวชิวด้วยสายตาอิจฉาริษยา
ผู้เฒ่าจัวชิวมีชีวิตมาจนป่านนี้ เพิ่งเคยสัมผัสความรู้สึก ‘เหนือกว่า’ ขนาดนี้เป็นครั้งแรก เดินตัวปลิวแทบจะลอยได้
แต่ลึกๆแล้วเขาก็รู้ดีว่า ที่มีวาสนาขนาดนี้ก็เพราะบารมีความงามของหลานสาวทั้งสองอย่างจัวชิวเฉินอวี้และจัวชิวลั่วเหยียนนั่นแหละ
คุณปู่แบบเขา... ก็แค่พลอยได้อานิสงส์เกาะชายกระโปรงหลานไปด้วยเท่านั้นเอง
*****